เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของนักกีฬารักบี้ 7 คนทีมชาติไทย ทีมชาย และ ทีมหญิง ที่เตรียมลงแข่งขันรักบี้เอเชียซีรีส์ เลกที่ 1 ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 29-30 ส.ค.นี้

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เรียนเชิญ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการมอบเสื้อทีมชาติไทยให้แก่นักกีฬา โดยมี คณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฯ ร่วมมอบด้วย

สำหรับการแข่งขันรักบี้ 7 คนเอเชียซีรีส์มีความสำคัญต่อทั้ง 2 ทีม โดยทีมหญิงจะต้องติด 1-3 ของตารางคะแนนเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นเวิลด์ซีรีส์ ด.3 ส่วนทีมชายติด 1-5 เพื่อรักษาอันดับของทวีปเอเชีย และที่สำคัญที่สุดจะเป็นการเตรียมความพร้อมของศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่กีฬารักบี้จะแข่งในช่วงต้นเดือนตุลาคม

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าวางรากฐานอนาคตวงการรักบี้ไทยครั้งสำคัญ หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมฯ ประชุมครั้งแรก พร้อมชู 2 ประเด็นใหญ่ ผลักดันระบบรักบี้กึ่งอาชีพ เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้นักกีฬา ควบคู่กับการเปิดแนวคิด เสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรักบี้ 7 คนระดับโลก World Rugby Sevens Series หวังยกระดับวงการรักบี้ไทยทั้งระบบและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีนโยบายต้องการพัฒนาวงการรักบี้ไทยให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องปากท้อง รายได้ และคุณภาพชีวิตของนักกีฬา ตลอดจนยกระดับศักยภาพของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่มาตรฐานระดับโลก จึงได้เรียนเชิญ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และยังเชิญบุคคลสำคัญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกีฬา ตลอดจนภาคเอกชนและผู้สนับสนุนกีฬา เข้ามาร่วมกำหนดแนวทางพัฒนารักบี้ไทยในระยะยาว โดยมี ผศ.ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งรองประธาน พร้อมด้วย นายประจญ ปรัชญ์สกุล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ นายภาสวร ปีตรังสี ผู้จัดการอาวุโสโครงการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมฯ ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฯ ได้ประชุมครั้งแรก โดยมี 2 วาระสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การผลักดันให้เกิดระบบรักบี้กึ่งอาชีพในประเทศไทย และ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการเสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรักบี้ 7 คน World Rugby Sevens Series

ประเด็นรักบี้กึ่งอาชีพถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่สมาคมฯ ต้องการผลักดัน เพราะมองว่าอนาคตของนักกีฬารักบี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรับราชการเพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและมีรายได้เลี้ยงตัวเอง

หากระบบกึ่งอาชีพเกิดขึ้น นักกีฬาจะมีโอกาสสร้างรายได้จากการเล่นรักบี้โดยตรง ขณะเดียวกันผู้ที่ทำงานในภาคเอกชน หรือมีอาชีพอื่น ก็สามารถประกอบอาชีพควบคู่กับการเล่นรักบี้และได้รับค่าตอบแทนจากการแข่งขันได้

แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มรายได้ให้นักกีฬา แต่เป็นการสร้าง “เส้นทางอาชีพ” ให้กับนักรักบี้ไทย ทำให้นักกีฬามีแรงจูงใจในการฝึกซ้อมและพัฒนาศักยภาพ ขณะที่ระบบการแข่งขันภายในประเทศก็มีโอกาสยกระดับขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงข้อจำกัดและอุปสรรคหลายด้านของการนำระบบกึ่งอาชีพมาใช้จริง ซึ่งจะต้องมีการศึกษาและหาแนวทางแก้ไขอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสนใจอย่างมากในการประชุม คือแนวคิดการเสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน รักบี้ 7 คน World Rugby Sevens Series ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์รักบี้ 7 คนระดับสูงสุดและเป็นเวทีสำคัญของนักกีฬาระดับโลก ภายใต้การดูแลของ World Rugby

การแข่งขัน 1 ฤดูกาลจะจัดขึ้นหลายสนามทั่วโลก โดยในทวีปเอเชียที่ผ่านมา มีประเทศอย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน

สำหรับประเทศไทย การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจึงถูกมองว่าไม่ใช่เพียงเรื่องของการแข่งขันกีฬา แต่เป็นโอกาสในการนำ “อีเวนต์กีฬาระดับโลก” เข้ามาสร้างมูลค่าให้กับประเทศ ทั้งด้านการท่องเที่ยว โรงแรม การเดินทาง ร้านอาหาร การค้าขาย การตลาด ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ

ในการประชุมครั้งนี้ยังมีการนำเสนอวิดีโอพรีเซนเทชัน เพื่อให้คณะกรรมการเห็นภาพถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น หากประเทศไทยสามารถคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการดังกล่าว

นายภาสวร ปีตรังสี หนึ่งในคณะกรรมการฯ ได้ยกตัวอย่างการแข่งขัน World Rugby Sevens Series เปรียบเทียบกับ MotoGP เพื่อให้ที่ประชุมมองเห็นภาพของการแข่งขันกีฬาระดับโลกในฐานะ “อีเวนต์เศรษฐกิจ” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เพราะการแข่งขันระดับโลกไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะสนามแข่งขัน แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจโรงแรม การเดินทาง ร้านอาหาร การท่องเที่ยว การค้าปลีก การตลาด และการจ้างงาน โดยมีแฟนกีฬาจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาร่วมชมการแข่งขันและใช้จ่ายในประเทศเจ้าภาพ

ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ฮ่องกงเซเว่นส์ ซึ่งการจัดการแข่งขันรักบี้ระดับโลกสามารถดึงดูดแฟนกีฬาจากนานาประเทศ ขณะที่มีรายงานถึงเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับสูง และมีผู้ชมจากทั่วโลกติดตามการถ่ายทอดสดจำนวนมาก

ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพได้สำเร็จ จะไม่ได้หมายถึงการจัดการแข่งขันรักบี้เพียงไม่กี่วัน แต่เป็นการนำ “แพลตฟอร์มกีฬาระดับโลก” เข้ามาสร้างมูลค่าให้กับประเทศ และเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของแฟนรักบี้จากทั่วโลก

นอกจากนี้ การแข่งขันยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนไทยได้สัมผัสนักกีฬารักบี้ระดับโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ และขยายฐานความนิยมของกีฬารักบี้ในประเทศไทยในระยะยาว

การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฯ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางยุทธศาสตร์รักบี้ไทย โดยมีเป้าหมายทั้ง “สร้างอาชีพให้นักกีฬา” และ “สร้างเวทีระดับโลกให้ประเทศไทย”

จากนโยบายรักบี้กึ่งอาชีพ ไปจนถึงการเปิดประตูสู่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ World Rugby Sevens Series หากแนวคิดดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รักบี้ไทยก้าวจากกีฬาในระบบการแข่งขัน ไปสู่ อุตสาหกรรมกีฬาที่สร้างทั้งรายได้ โอกาส และชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลก

การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ปิดฉากลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความมุ่งมั่น และความประทับใจของนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้อง

การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนในจังหวัดเชียงรายอย่างคึกคัก มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 30 ทีม จาก 10 โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย พร้อมนักกีฬามากกว่า 600 คน ครอบคลุมการแข่งขันทั้งประเภททีมชาย ทีมหญิง และรุ่นอายุต่าง ๆ ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ไปจนถึงรุ่นประเภทโรงเรียน สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและความสนใจในกีฬารักบี้ฟุตบอลของเยาวชนในจังหวัดเชียงรายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การจัดการแข่งขันดำเนินการโดยฝ่ายกีฬารักบี้จังหวัดเชียงราย ร่วมกับผู้สนับสนุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจาก นายประจญ ปรัชญ์สกุล ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนากีฬารักบี้ในระดับเยาวชน

นอกจากนี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ยังได้มอบเงินอัดฉีดเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬารักบี้ฟุตบอลจากทุกโรงเรียน โดยมอบเงินให้นักกีฬาคนละ 500 บาท พร้อมเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมเป็นเงินอัดฉีดและเงินสนับสนุนแก่โรงเรียนต่าง ๆ เกือบ 60,000 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมให้นักกีฬารุ่นเยาว์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อไป

การจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงแชมป์จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ เรียนรู้ประสบการณ์จากการแข่งขันจริง รวมถึงสร้างความสามัคคีและน้ำใจนักกีฬา พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานเพื่อพัฒนานักรักบี้เยาวชนของจังหวัดเชียงรายสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

ความเคลื่อนไหวทีมรักบี้ 7 คนทีมชาติไทย ชุดเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ล่าสุดทัพนักปล้ำไทยยังคงเดินหน้าฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมลงทำศึกชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รายการ “เอเชียซีรีส์” เลกแรก ระหว่างวันที่ 26-31 สิงหาคม 2569 ที่ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการทดสอบศักยภาพนักกีฬาก่อนเข้าสู่การแข่งขันเอเชียนเกมส์

โดยรักบี้เอเชียซีรีส์ 2026 มีการเพิ่มทีมจาก 8 ทีมเป็น 12 ทีม โดยทีมชาย มี ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, ศรีลังกา, จีน, ยูเออี, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, คาซัคสถาน, อินเดีย และ อุซเบกิสถาน

ขณะที่ทีมหญิงมี ญี่ปุ่น, จีน, ไทย, ฮ่องกง, คาซัคสถาน, อินเดีย, สิงคโปร์, ยูเออี, มาเลเซีย, ศรีลังกา, อุซเบกิสถาน และ อิหร่าน

ล่าสุด สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีมชายมีการปรับเปลี่ยนขุมกำลังจากชุดแชมป์ซีเกมส์หลายตำแหน่ง และยกเครื่องทีมมากกว่าครึ่งทีม เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในการแข่งขันระดับเอเชีย

จุดเด่นสำคัญคือการเรียกตัวนักกีฬารักบี้เชื้อชาติไทยที่อยู่ต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพ 2 ราย ได้แก่ “เบญจ์ พอลทริจ” จากนิวซีแลนด์ และ “จอร์น ดอห์” จากออสเตรเลีย หวังเพิ่มศักยภาพให้ทีมชายมีความแข็งแกร่งและมีขุมกำลังที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ทีมหญิง ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ของเอเชีย ยังคงใช้ผู้เล่นจากชุดแชมป์ซีเกมส์เป็นแกนหลัก พร้อมเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งที่กำลังทำผลงานได้ดีเข้ามาผนึกกำลังกับนักกีฬารุ่นพี่ เพื่อสร้างความต่อเนื่องและเพิ่มตัวเลือกให้กับทีมก่อนเข้าสู่ศึกเอเชียนเกมส์

อย่างไรก็ตาม ทีมหญิงต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำทีม หลัง “ยี่หวา” วรรณรี มีโชค กัปตันทีม มีอาการป่วย ทำให้ “รักษิณา นาวาแก้ว” รับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน

สำหรับโปรแกรมเตรียมทีมหลังจบการแข่งขันเอเชียซีรีส์ เลกแรก ทีมหญิงมีแผนเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศนิวซีแลนด์ในช่วงเดือนกันยายน โดยจะได้ฝึกซ้อมร่วมกับทีม “แบล็คส์เฟิร์น” เพื่อยกระดับมาตรฐานและเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญในเอเชียนเกมส์ 2026

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สมาคมได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ทีมรักบี้ไทยมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัล โดยเฉพาะทีมหญิงที่มั่นใจว่าจะสามารถคว้าอย่างน้อย 1 เหรียญทองแดงกลับมาได้

“อย่างที่เคยให้ข่าวไปหลายครั้งว่า เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ทีมรักบี้มีแน่อย่างน้อย 1 เหรียญทองแดงในประเภททีมหญิง คู่แข่งที่เราจะต้องเอาชนะให้ได้อย่างเด็ดขาดก็คือ ฮ่องกง กับ คาซัคสถาน ส่วนทีมชายมีการยกเครื่องใหม่กว่าครึ่งทีมจากชุดแชมป์ซีเกมส์ เราได้เรียกตัวนักกีฬารักบี้เชื้อชาติไทยที่อยู่ต่างประเทศ 2 รายมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม ก็มั่นใจว่าทีมชายสามารถทำผลงานติด 1 ใน 6 ได้อย่างแน่นอน” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

นายกสมาคมรักบี้ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนสมาคมรักบี้ด้วยดีเสมอมา รวมถึงติดตามและให้การสนับสนุนผลงานของสมาคมทั้งทีมรักบี้ 7 คน และรักบี้ 15 คน ในเวทีระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ ศึกเอเชียซีรีส์ เลกแรก ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 26-31 สิงหาคมนี้ จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของทีมรักบี้ 7 คนไทย ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมายในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 โดยทีมชายหวังติดกลุ่ม 6 อันดับแรก ขณะที่ทีมหญิงตั้งเป้าคว้าเหรียญรางวัลให้ได้

สำหรับนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทยชุดเอเชียซีรีส์เลกแรกที่จีน ระหว่างวันที่ 26-31 ส.ค.2569 มีดังนี้

ทีมชาย พันจ่าอากาศตรีศรุต จันดา, เบญจ์ พอลทริจ, จ่าเอกนพสิทธิ์ กลัดกระยาง, พลสรรค์ แพทย์รัตน์, จักรรินทร์ ศิรบรรจงกราน, จ่าโทวิชญ์พล เดชมณี, จอร์น ดอห์, รัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล, ชวกร ศิวปรีชากุล, เรือตรีอดิเทพ เกียรติพัฒนาชัย, สิบตำรวจตรีพชร พลปัถพี, พันจ่าโทธนกฤต จักรไชย, ธนโชติ อเนกจินต์ โดยมี นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ เป็นผู้จัดการทีม, เรือเอกชาตรี วรรณดิษฐ์ เป็นผู้ฝึกสอน, ดร.สุทธิกร อาภานุกุล เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และ ศรัณย์ วิจิตรภูมิ นักกายภาพบำบัด

ทีมหญิง จ่าตรีหญิงรักษิณา นาวาแก้ว, ธนาภรณ์ หวลคิด, เดียน อาคัวจา, พรณภา นารถโสภา, ดารินทร์ จันทมาลา, จ่าตรีหญิงพรรณพัสษา ใจจริม, อส.ทพ.หญิง ธนัชพร หวานดี, จิรวรรณ ชูตระกูล, จ่าตรีหญิงนันทัชพร ยอดยา, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, สลินดา แผ่ความดี, อส.ทพ.หญิง นราทิพย์ มณีใส โดยมี “โค้ชเล็ก” สุภรัตน์ อัลภาชน์ อุปนายกสมาคมเป็นที่ปรึกษาผู้ฝึกสอน, สุทรรศนีย์ ภาณุประภา เป็นผู้จัดการทีม, พลโทหญิง นาฏฐินี กลัมพสุต ผู้ช่วยผู้จัดการทีม, โลเต้ ไลคาบูร่า ผู้ฝึกสอน, นาวาตรี วรงค์กรณ์ คำเกิด ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และ กชกร ไชยพันธ์ นักกายภาพบำบัด

จากความร่วมมือกันของ สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ และ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม จ.เชียงราย เจ้าของสถานที่ ได้จัดโครงการพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬารักบี้ภาคเหนือ

โดยทาง พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ นายประจญ ปรัชญ์สกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย นำคณะสต๊าฟโค้ชทีมชาติไทย ที่มี “โค้ชเล็ก” สุภรัตน์ อัลภาชน์ อุปนายกสมาคมรักบี้, ชาตรี ภาคสุนทร ประธานฝ่ายดูแลความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร อดีตทีมชาติไทย, อนุรักษ์ ชัยสัตรา ผู้ฝึกสอนทีมหญิง และ จ.ท.หญิง จีราพร ภีระบุณานนท์ อดีตทีมชาติไทย มาเป็นวิทยากร

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุธีรัตน์ อริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย เข้าร่วมในพิธีเปิด เพื่อแสดงถึงความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานด้านการศึกษา ในการส่งเสริมและพัฒนากีฬารักบี้ฟุตบอลในระดับเยาวชนและสถานศึกษา

ที่สำคัญโครงการนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีจากการดูแลของ เกียรติชัย นพตากูล ประธานรักบี้ภาคเหนือ

โครงการนี้จะพัฒนาและต่อยอดให้กับทีมโค้ชของภาคเหนือที่จะนำความรู้ที่ได้ มาถ่ายทอดต่อเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีก 1 นโยบายของ พ.ต.ท.กุลธน ที่ต้องการรักษาประชากรนักรักบี้ในไทย

ขั้นตอนและกำหนดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569

สำหรับทุกทีมที่เตรียมตัวเข้าร่วมศึกชิงแชมป์ประเทศไทย สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้สรุปข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ให้แล้วใน 6 ภาพนี้

📌 สาระสำคัญในแผ่นภาพ:

🖼️ ภาพ 1: เส้นทางสู่แชมป์ (3 ขั้นตอนหลัก)

🗓️ ภาพ 2: ปฏิทินรอบคัดเลือกภูมิภาค (ส.ค. – ก.ย. 69)

🇹🇭 ภาพ 3: กำหนดการรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ (ต.ค. 69)

🔢 ภาพ 4: โควตาทีมรอบประเทศ (แยกตามดิวิชั่นและรุ่น)

📊 ภาพ 5: ตารางจัดสรรโควตาตามภูมิภาค/ทีมวาง

🏆 ภาพ 6: รายชื่อทีมวาง (แชมป์/รองแชมป์ปีก่อน)

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย “โค้ชเล็ก” สุภรัตน์ อัลภาชน์ อุปนายกสมาคม นำทัพทีมงานผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ที่มี ชาตรี ภาคสุนทร ประธานฝ่ายดูแลความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร อดีตทีมชาติไทย, อนุรักษ์ ชัยสัตรา ผู้ฝึกสอนทีมหญิง และ จ.ท.หญิง จีราพร ภีระบุณานนท์ อดีตทีมชาติไทย เดินทางไปที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม จ.เชียงราย

เพื่อเปิดโครงการพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬารักบี้ระดับภูมิภาค ที่จะเป็นการยกระดับโค้ช พัฒนาศักยภาพ โดยเป็นการร่วมกันระหว่างสมาคมรักบี้ฟุตบอลส่วนภูมิภาค “ภาคเหนือ” ที่มี เกียรติชัย นพตากูล เป็นประธานภาค

โครงการนี้จะพัฒนาและต่อยอดให้กับทีมโค้ชของภาคเหนือที่จะนำความรู้ที่ได้ มาถ่ายทอดต่อเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ ซึ่งเป็นอีก 1 นโยบายของ พ.ต.ท.กุลธน ที่ต้องการรักษาประชากรนักรักบี้ในไทย

โดยเริ่มจากการฝึกผู้ฝึกสอนให้มีความเชี่ยวชาญ เพราะหากมีผู้ฝึกสอนที่ดี 1 คน ก็จะสามารถสร้างนักรักบี้ได้อีกหลายสิบคน

แจ้งเปลี่ยนแปลงตารางแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 15 คน ประเภทอุดมศึกษา ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 วันและเวลา 2 คู่ ดังนี้

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบ โรงเรียนนายเรือ
    ย้ายไปแข่งขันวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. เวลา 14:00 น. ณ สนามวชิราวุธวิทยาลัย
  • โรงเรียนนายเรืออากาศ นวมินทกษัตริยาธิราช พบ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี
    ย้ายไปแข่งขันวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. ณ สนามโรงเรียนนายเรืออากาศ (มวกเหล็ก) เวลา 16:30 น.

ทีมรักบี้ 7 คนชายชุดเตรียมเอเชียนเกมส์ 2026 ที่นำโดย “โค้ชเย้” นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ พร้อมด้วยสต๊าฟโค้ช และ นักกีฬา ได้เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยสถานที่เก็บตัวคือที่ APAN BASE Fukuoka ถือเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกซ้อมรักบี้ที่ดีที่สุดของเอเชีย และเป็นศูนย์ฝึกแห่งแรกของทีมชาติญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ เปิดใช้งานในปี 2023 ภายใต้การดูแลของ Japan Rugby Football Union มีพื้นที่ประมาณ 54,000 ตารางเมตร และถูกออกแบบให้เป็น “High Performance Center” สำหรับนักรักบี้ทุกระดับ ตั้งแต่เยาวชนจนถึงทีมชาติ

สำหรับ จุดเด่นของ JAPAN BASE มีดังนี้

1. ศูนย์ฝึกแบบครบวงจร (All-in-One)

* สนามหญ้าธรรมชาติ 2 สนามมาตรฐานสากล พร้อมไฟส่องสว่าง

* ฟิตเนสและห้องเวทที่ออกแบบสำหรับนักรักบี้

* ห้องฟื้นฟูร่างกาย (Recovery)

* ห้องประชุมวิเคราะห์เกม (Video Analysis)

* ห้องแต่งตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

* ที่พักสำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อม (Training Camp)

2. ออกแบบเพื่อทีมชาติญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

ทุกส่วนถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์การกีฬา โค้ช และทีมแพทย์ เพื่อให้การฝึกซ้อม การพักผ่อน และการฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงสุด เป้าหมายคือพัฒนาศักยภาพของทีมชาติญี่ปุ่นในระยะยาว

3. โภชนาการระดับนักกีฬาอาชีพ

มีนักโภชนาการกีฬาประจำศูนย์ ดูแลเมนูอาหารให้เหมาะกับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน ช่วยให้นักกีฬาได้รับพลังงานและสารอาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของการฝึก

4. ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์สมรรถนะ

รองรับการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น

* GPS Tracking

* Video Analysis

* Workload Monitoring

* Recovery Monitoring

ทำให้โค้ชสามารถวางแผนฝึกซ้อมได้อย่างแม่นยำและลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ

5. ทำเลที่ตั้งเหมาะกับการเก็บตัว

ตั้งอยู่ในเมืองฟุกุโอกะ ซึ่งเดินทางสะดวกจากสนามบินนานาชาติ ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที เหมาะสำหรับทีมจากเอเชียที่ต้องการมาเก็บตัวฝึกซ้อมหรือแข่งขัน

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการอบรมชี้แจงกติกากีฬารักบี้ ประจำปี 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน หลังจาก World Rugby ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกติกาการแข่งขันในบางข้อ เพื่อให้ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปใช้ในการตัดสินการแข่งขันได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ในการนี้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนามาตรฐานผู้ตัดสินไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของกติกาโลก เพื่อยกระดับการแข่งขันรักบี้ของประเทศไทยให้มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

การอบรมครั้งนี้ได้รับการดำเนินงานโดย นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ อุปนายกสมาคม และ นายวิทยา หาญกล้า ประธานฝ่ายผู้ตัดสินของสมาคม ซึ่งร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนและจัดโครงการ พร้อมเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการรักบี้มาถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อาทิ นายนครา นาครทรรพ และคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

การอบรมดังกล่าวนอกจากจะเป็นการอัปเดตกติกาฉบับใหม่ของ World Rugby แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้ตัดสินได้ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์การแข่งขัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และฝึกการตีความกติกาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการปฏิบัติหน้าที่ และส่งเสริมการพัฒนาวงการรักบี้ไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน