ทีมรักบี้ 7 คนชายทีมชาติไทย ปิดฉากการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ–นาโกยา 2026” ประเทศญี่ปุ่น ด้วยผลงาน อันดับ 9 หลังผ่านการแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนต์ที่เต็มไปด้วยเกมเข้มข้นและการเจอกับคู่แข่งระดับเอเชีย

หลังจบทัวร์นาเมนต์ ทีมรักบี้ 7 คนชายทีมชาติไทยได้ขอบคุณนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ทีมงาน แฟนรักบี้ชาวไทย และผู้สนับสนุนทุกฝ่ายที่ร่วมส่งกำลังใจตลอดการแข่งขัน พร้อมย้ำว่าทุกประสบการณ์ที่ได้รับจะถูกนำไปใช้เป็นบทเรียนสำหรับการพัฒนาทีมในรายการต่อๆ ไป

การจบอันดับ 9 ในเอเชียนเกมส์ 2026 จึงไม่ใช่เพียงบทสรุปของการแข่งขันครั้งนี้ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวของการสร้างประสบการณ์และเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายในอนาคตของรักบี้ไทย

ขอบคุณนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และทีมงานทุกคนสำหรับความทุ่มเท รวมถึงแฟนรักบี้ชาวไทยและผู้สนับสนุนทุกท่านที่ส่งกำลังใจให้กันตลอดการแข่งขัน 

ทีมนักปล้ำลูกหนำเลียบหนุ่มไทยประเดิมสนามในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ด้วยความพ่ายแพ้ หลังต้านความแข็งแกร่งของ เกาหลีใต้ ไม่ไหว ก่อนพ่ายไป 7-24 คะแนน ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2569 ประเทศญี่ปุ่น

เกมดังกล่าวเป็นการแข่งขันใน กลุ่ม B ซึ่งทีมชาติไทยอยู่ร่วมสายกับ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และคาซัคสถาน โดยโปรแกรมระบุว่าไทยลงเล่นกับเกาหลีใต้เป็นคู่แรกของวันในเวลา 07.50 น.

ไทยยังมีโปรแกรมพบ คาซัคสถานในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก่อนจะลงสนามพบกับเจ้าภาพ ญี่ปุ่น ในวันที่ 2 ตุลาคม โดยแต่ละนัดมีความสำคัญต่ออันดับของกลุ่มและโอกาสผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ขอบคุณภาพจาก : กองประชาสัมพันธ์ กกท.

“พชร พลปัถพี” นักรักบี้ดาวรุ่งทีมชาติไทย ชุดเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 เดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับคัดเลือกจาก “โตชิบา เบรฟ ลูปัส โตเกียว” สโมสรชั้นนำของวงการรักบี้ญี่ปุ่น ให้เข้าร่วมโครงการ ASIA PROJECT ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และยกระดับฝีมือในระดับนานาชาติ

ล่าสุด พชร ได้เริ่มต้นการฝึกซ้อมร่วมกับโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยความพิเศษอยู่ที่เจ้าตัวเป็น นักรักบี้จากเอเชียเพียงคนเดียว ที่ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ท่ามกลางนักรักบี้ฝีมือดีจากประเทศนิวซีแลนด์ ฟิจิ และแอฟริกาใต้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักรักบี้ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

สำหรับโครงการ ASIA PROJECT ของโตชิบา เบรฟ ลูปัส โตเกียว เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2022 จากความร่วมมือระหว่างสโมสรกับ ไมเคิล เลตช์ (Michael Leitch) อดีตกัปตันและกำลังสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งเกิดที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการร่วมพัฒนาและยกระดับวงการรักบี้ในทวีปเอเชีย

โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักกีฬาและบุคลากรจากประเทศต่าง ๆ ได้เดินทางมาฝึกฝน พร้อมเรียนรู้ระบบการพัฒนานักกีฬาของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ทั้งรูปแบบการฝึกซ้อม องค์ความรู้ด้านการโค้ช รวมถึงกระบวนการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ASIA PROJECT ยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับบุคลากรในแต่ละประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์กลับไปต่อยอดในประเทศของตนเอง อันจะนำไปสู่การสร้างนักรักบี้รุ่นใหม่ และยกระดับขีดความสามารถของทีมชาติในภูมิภาคเอเชียให้ก้าวสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น

การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ พชร พลปัถพี ในการเรียนรู้ประสบการณ์จากสภาพแวดล้อมระดับอาชีพของญี่ปุ่น และนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับมาต่อยอดกับทีมชาติไทย โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับศึก เอเชียนเกมส์ 2026 ที่กำลังจะมาถึง

“พชร พลปัถพี” นักรักบี้ดาวรุ่งทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 ได้รับเลือกจาก โตชิบา เบรฟ ลูปัส โตเกียว สโมสรชั้นนำของวงการรักบี้ญี่ปุ่น เข้าร่วมโครงการ ASIA PROJECT เปิดโอกาสให้นักรักบี้ฝีเท้าดีจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเดินทางมาฝึกซ้อมและเรียนรู้ระบบรักบี้แบบญี่ปุ่น

พชร ถือเป็นหนึ่งในนักรักบี้ดาวรุ่งของไทยที่ทำผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2025 ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยทีมชาติไทยคว้า เหรียญทองซีเกมส์ ก่อนทำผลงานต่อเนื่องในศึก เอเชียซีรีส์ ซึ่งทีมชาติไทยจบการแข่งขันด้วยอันดับ 5 ของเอเชีย

สำหรับโครงการ ASIA PROJECT โตชิบา เบรฟ ลูปัส ริเริ่มร่วมกับ ไมเคิล เลตช์ (Michael Leitch) สุดยอดนักรักบี้ทีมชาติญี่ปุ่นชาวนิวซีแลนด์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2022 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาวงการรักบี้ในทวีปเอเชีย พร้อมเปิดโอกาสให้นักกีฬาจากประเทศต่าง ๆ ได้เข้ามาฝึกฝนและสัมผัสประสบการณ์ในญี่ปุ่น

แนวทางของโครงการมุ่งถ่ายทอด ระบบการฝึกซ้อม องค์ความรู้ด้านการโค้ช และระบบพัฒนานักกีฬาแบบญี่ปุ่น ให้กับนักกีฬาและโค้ชจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย โดยทำงานร่วมกับบุคลากรท้องถิ่น เพื่อสร้างนักกีฬารุ่นใหม่และยกระดับศักยภาพทีมชาติของแต่ละประเทศ

การได้รับเลือกครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “พชร พลปัถพี” ในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสโมสรระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากจะเป็นโอกาสในการพัฒนาฝีมือของตัวเองแล้ว ยังสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์กลับมาต่อยอดเพื่อพัฒนาวงการรักบี้ไทยในอนาคต

นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ 7 คนทีมชาติไทย ทีมชาย ได้พา จอร์น โดห์ กับ เบญจ์ พอลทริจ และ ลุคค์ พอลทริจ เข้าพบ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หลังเสร็จศึกรักบี้ 7 คนเอเชียซีรีส์ โดยทีมชายได้อันดับ 5 ในเลกแรกถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่สมาคมได้ตั้งเอาไว้

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ได้กล่าวชื่นชมนักรักบี้ทีมชายโดยเฉพาะ จอร์น โดห์ กับ เบญจ์ พอลทริจ ที่ทำผลงานดีจนทีมชายได้อันดับที่ 5 พร้อมมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬาทั้ง 2 คน

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทีมชาติไทยเต็มกำลัง ล่าสุดเปิดตัว 3 ผู้เล่นเชื้อสายไทยจากต่างแดน ได้แก่ “เบญจ์ พอลทริจ” สตาร์ลูกครึ่งไทย-นิวซีแลนด์จากลีกญี่ปุ่น พร้อมน้องชาย “ลุคค์ พอลทริจ” และ “จอร์น โดห์” นักรักบี้เชื้อชาติไทยจาก ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ซึ่งเติบโตและเล่นรักบี้อยู่ในออสเตรเลีย เข้าสู่ทีมชาติไทย

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับทั้ง 3 คน โดย เบน พัลทริดจ์ เตรียมลงสนามรับใช้ทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ขณะที่ จอร์น โดห์ เคยเล่นให้ทีมชาติไทยมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา และเล่นให้สโมสรราชนาวี ส่วน ลุค พัลทริดจ์ น้องชายของเบน อยู่ระหว่างการเก็บตัวและส่งชื่อเข้าสู่แคมป์ทีมชาติไทย

สำหรับ เบญจ์ พอลทริจ ถือเป็นกำลังสำคัญจากประสบการณ์ในศึกรักบี้ลีกวันญี่ปุ่น ฤดูกาล 2025/26 กับ โทชิกิ ฮอนดะ ฮีท โดยลงสนามรวม 1,041 นาที มีสถิติทำระยะในเกมรุก 510 เมตร ทำได้ 4 ทรัย ขณะที่เกมรับแท็คเกิล 78 ครั้ง เฉลี่ย 6 ครั้งต่อเกม และส่งบอลสำเร็จ 26 ครั้ง ด้วยความแม่นยำสูงถึง 87 เปอร์เซ็นต์

ด้าน จอร์น โดห์ เป็นผู้เล่นรูปร่างไม่ใหญ่ แต่มีจุดเด่นเรื่องความคล่องตัวและความแข็งแกร่ง สามารถเล่นตำแหน่งฟูลแบ็กได้อย่างโดดเด่น มีทักษะการอ่านเกมและการรับมือคู่แข่งที่ดี ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาเติมเต็มจุดอ่อนในแดนหลังของทีมชาติไทย

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า การดึงผู้เล่นทั้ง 3 คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนเสริมทัพเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของทีมชาติไทย เนื่องจากการแข่งขันรักบี้ชายในระดับเอเชียมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้ไทยจำเป็นต้องมองหานักกีฬาที่มีประสบการณ์จากลีกต่างประเทศเข้ามาเพิ่มศักยภาพของทีม

“การได้ทั้ง 3 คนเข้ามาถือเป็นเรื่องที่ดี และจะช่วยยกระดับทีมชาติไทยให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันรักบี้ 7 คน เอเชียซีรีส์ รวมถึงอาจต่อยอดไปถึงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ซึ่งเป็นอีกเป้าหมายสำคัญของทีม”

นายกสมาคมรักบี้ไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญคือผู้เล่นทั้ง 3 คนมีเชื้อสายไทย และมีความตั้งใจที่จะกลับมารับใช้ประเทศไทยอย่างเต็มความสามารถ เชื่อว่าจะเป็นอีกกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานทีมชาติไทยให้สามารถแข่งขันกับชาติมหาอำนาจรักบี้ในเอเชียได้อย่างสูสีมากขึ้น

ทีมรักบี้ 7 คนชายชุดเตรียมเอเชียนเกมส์ 2026 ที่นำโดย “โค้ชเย้” นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ พร้อมด้วยสต๊าฟโค้ช และ นักกีฬา ได้เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยสถานที่เก็บตัวคือที่ APAN BASE Fukuoka ถือเป็นหนึ่งในศูนย์ฝึกซ้อมรักบี้ที่ดีที่สุดของเอเชีย และเป็นศูนย์ฝึกแห่งแรกของทีมชาติญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ เปิดใช้งานในปี 2023 ภายใต้การดูแลของ Japan Rugby Football Union มีพื้นที่ประมาณ 54,000 ตารางเมตร และถูกออกแบบให้เป็น “High Performance Center” สำหรับนักรักบี้ทุกระดับ ตั้งแต่เยาวชนจนถึงทีมชาติ

สำหรับ จุดเด่นของ JAPAN BASE มีดังนี้

1. ศูนย์ฝึกแบบครบวงจร (All-in-One)

* สนามหญ้าธรรมชาติ 2 สนามมาตรฐานสากล พร้อมไฟส่องสว่าง

* ฟิตเนสและห้องเวทที่ออกแบบสำหรับนักรักบี้

* ห้องฟื้นฟูร่างกาย (Recovery)

* ห้องประชุมวิเคราะห์เกม (Video Analysis)

* ห้องแต่งตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

* ที่พักสำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อม (Training Camp)

2. ออกแบบเพื่อทีมชาติญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

ทุกส่วนถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลของนักวิทยาศาสตร์การกีฬา โค้ช และทีมแพทย์ เพื่อให้การฝึกซ้อม การพักผ่อน และการฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงสุด เป้าหมายคือพัฒนาศักยภาพของทีมชาติญี่ปุ่นในระยะยาว

3. โภชนาการระดับนักกีฬาอาชีพ

มีนักโภชนาการกีฬาประจำศูนย์ ดูแลเมนูอาหารให้เหมาะกับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน ช่วยให้นักกีฬาได้รับพลังงานและสารอาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของการฝึก

4. ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์สมรรถนะ

รองรับการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น

* GPS Tracking

* Video Analysis

* Workload Monitoring

* Recovery Monitoring

ทำให้โค้ชสามารถวางแผนฝึกซ้อมได้อย่างแม่นยำและลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ

5. ทำเลที่ตั้งเหมาะกับการเก็บตัว

ตั้งอยู่ในเมืองฟุกุโอกะ ซึ่งเดินทางสะดวกจากสนามบินนานาชาติ ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที เหมาะสำหรับทีมจากเอเชียที่ต้องการมาเก็บตัวฝึกซ้อมหรือแข่งขัน

การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 15 คน รายการ UNIONS CUP 2026 เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน ท่ามกลางเกมที่เข้มข้นทั้ง 4 คู่ โดย ทีมชาติไทย ปิดฉากทัวร์นาเมนต์ด้วยผลงานยอดเยี่ยม หลังเอาชนะทีมรับเชิญ Barbarian Asia ไปได้อย่างสนุก 27-20 สร้างความประทับใจให้แฟนรักบี้เจ้าถิ่น พร้อมส่งท้ายการแข่งขันอย่างสวยงาม

อีกคู่ กวมระเบิดฟอร์มร้อนแรงเอาชนะสปป.ลาว 85-12 ขณะที่ไชนีส ไทเปเอาชนะสิงคโปร์ 47-22 ส่วนฟิลิปปินส์ คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ปิดท้ายด้วยชัยชนะเหนือ มาเลเซีย 39-18

การแข่งขันตลอดทั้งสัปดาห์เต็มไปด้วยเกมคุณภาพและการขับเคี่ยวของทั้ง 8 ชาติ สะท้อนถึงพัฒนาการของรักบี้ 15 คน พร้อมสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับนักกีฬา ทีมงาน และแฟนกีฬาที่ร่วมติดตามตลอดการแข่งขัน ก่อนปิดฉาก **UNIONS CUP 2026** ลงอย่างสมบูรณ์และน่าประทับใจ

อันดับ 1 : ฟิลิปปินส์

อันดับ 2 : มาเลเซีย

อันดับ 3 : ไชนีสไทเป

อันดับ 4 : สิงคโปร์

อันดับ 5 : ไทย

อันดับ 6 : บาร์บาเรียนเอเซีย

อันดับ 7 : กวม

อันดับ 8 : ลาว

การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 15 คน รายการ UNIONS CUP 2026 รอบที่ 2 จบลงด้วยผลการแข่งขันทั้ง 4 คู่ โดยทีมรับเชิญ Barbarian Asia โชว์ฟอร์มแข็งแกร่ง เอาชนะ สปป.ลาว ไปด้วยสกอร์ 71-20 ขณะที่ ฟิลิปปินส์ เก็บชัยเหนือ สิงคโปร์ 33-10

ส่วนเกมที่แฟนรักบี้ไทยจับตามอง ทีมชาติไทยเฉือนเอาชนะ กวม แบบสุดสูสี 21-20 คว้าชัยสำคัญได้สำเร็จ ขณะที่ มาเลเซีย ยังทำผลงานยอดเยี่ยม เอาชนะ ไชนีส ไทเป 42-29

ผลการแข่งขัน รอบที่ 2

  • 🏉 สปป.ลาว 20-71 Barbarian Asia
  • 🏉 ฟิลิปปินส์ 33-10 สิงคโปร์
  • 🏉 กวม 20-21 ไทย
  • 🏉 ไชนีส ไทเป 29-42 มาเลเซีย

การแข่งขันยังคงเข้มข้น โดยทุกทีมต่างเดินหน้าสู่เป้าหมายในการลุ้นอันดับบนตารางของศึก UNIONS CUP 2026 อย่างเต็มที่

การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล Rugby Union Men’s 15s UNIONS CUP 2026 เดินหน้าสู่โปรแกรมการแข่งขัน รอบที่ 2 ในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยทั้ง 8 ทีมยังคงลงสนามลุ้นเก็บคะแนนสำคัญ เพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 สนาม ได้แก่ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (NKRAFA) และ สนามกีฬาหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (AFDC)

โปรแกรมการแข่งขัน รอบที่ 2 (15 กรกฎาคม 2569)

📍 สนามโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช (NKRAFA)

  • เวลา 14.00 น. สปป.ลาว พบ บาร์บาเรียนเอเชีย
  • เวลา 16.00 น. ฟิลิปปินส์ พบ สิงคโปร์

📍 สนามกีฬาหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (AFDC)

  • เวลา 14.00 น. กวม พบ ไทย
  • เวลา 16.00 น. ไชนีสไทเป พบ มาเลเซีย

ไฮไลต์ของวันอยู่ที่เกมในช่วงเวลา 14.00 น. ณ สนาม AFDC เมื่อ ทีมชาติไทย เตรียมลงสนามพบกับ ทีมชาติกวม ในเกมที่มีความสำคัญต่อการลุ้นอันดับบนตารางคะแนน โดยทัพนักรักบี้ไทยหวังใช้ความได้เปรียบจากการเล่นต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทย เดินหน้าเก็บชัยชนะและสร้างความมั่นใจก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญของการแข่งขัน

ขณะที่อีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตามองคือการพบกันระหว่าง ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองทีมต่างมีศักยภาพและประสบการณ์ในเวทีระดับนานาชาติ ทำให้เกมนี้คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่เข้มข้นและสูสี