- วันที่ : 19 สิงหาคม 2026
- โดย : Admin
- ผู้ชม : 2 ครั้ง
- แบ่งปัน : Facebook
รักบี้ไทยเดินหน้าแผนใหญ่! ชูนโยบาย “รักบี้กึ่งอาชีพ” เปิดทางเสนอตัวเจ้าภาพรักบี้เวิลด์ซีรีส์ ดันไทยสู่เวทีโลก

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินหน้าวางรากฐานอนาคตวงการรักบี้ไทยครั้งสำคัญ หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมฯ ประชุมครั้งแรก พร้อมชู 2 ประเด็นใหญ่ ผลักดันระบบรักบี้กึ่งอาชีพ เพื่อสร้างรายได้และความมั่นคงให้นักกีฬา ควบคู่กับการเปิดแนวคิด เสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรักบี้ 7 คนระดับโลก World Rugby Sevens Series หวังยกระดับวงการรักบี้ไทยทั้งระบบและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศ


พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีนโยบายต้องการพัฒนาวงการรักบี้ไทยให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องปากท้อง รายได้ และคุณภาพชีวิตของนักกีฬา ตลอดจนยกระดับศักยภาพของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่มาตรฐานระดับโลก จึงได้เรียนเชิญ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และยังเชิญบุคคลสำคัญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกีฬา ตลอดจนภาคเอกชนและผู้สนับสนุนกีฬา เข้ามาร่วมกำหนดแนวทางพัฒนารักบี้ไทยในระยะยาว โดยมี ผศ.ดร.วีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งรองประธาน พร้อมด้วย นายประจญ ปรัชญ์สกุล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ นายภาสวร ปีตรังสี ผู้จัดการอาวุโสโครงการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ไทยเบฟ ไทยทาเล้นท์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมฯ ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฯ ได้ประชุมครั้งแรก โดยมี 2 วาระสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่ การผลักดันให้เกิดระบบรักบี้กึ่งอาชีพในประเทศไทย และ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการเสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรักบี้ 7 คน World Rugby Sevens Series

ประเด็นรักบี้กึ่งอาชีพถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่สมาคมฯ ต้องการผลักดัน เพราะมองว่าอนาคตของนักกีฬารักบี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการรับราชการเพื่อให้สามารถเล่นกีฬาและมีรายได้เลี้ยงตัวเอง
หากระบบกึ่งอาชีพเกิดขึ้น นักกีฬาจะมีโอกาสสร้างรายได้จากการเล่นรักบี้โดยตรง ขณะเดียวกันผู้ที่ทำงานในภาคเอกชน หรือมีอาชีพอื่น ก็สามารถประกอบอาชีพควบคู่กับการเล่นรักบี้และได้รับค่าตอบแทนจากการแข่งขันได้
แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มรายได้ให้นักกีฬา แต่เป็นการสร้าง “เส้นทางอาชีพ” ให้กับนักรักบี้ไทย ทำให้นักกีฬามีแรงจูงใจในการฝึกซ้อมและพัฒนาศักยภาพ ขณะที่ระบบการแข่งขันภายในประเทศก็มีโอกาสยกระดับขึ้นตามไปด้วย


อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงข้อจำกัดและอุปสรรคหลายด้านของการนำระบบกึ่งอาชีพมาใช้จริง ซึ่งจะต้องมีการศึกษาและหาแนวทางแก้ไขอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถพัฒนาระบบที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสนใจอย่างมากในการประชุม คือแนวคิดการเสนอตัวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน รักบี้ 7 คน World Rugby Sevens Series ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์รักบี้ 7 คนระดับสูงสุดและเป็นเวทีสำคัญของนักกีฬาระดับโลก ภายใต้การดูแลของ World Rugby
การแข่งขัน 1 ฤดูกาลจะจัดขึ้นหลายสนามทั่วโลก โดยในทวีปเอเชียที่ผ่านมา มีประเทศอย่าง สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน
สำหรับประเทศไทย การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจึงถูกมองว่าไม่ใช่เพียงเรื่องของการแข่งขันกีฬา แต่เป็นโอกาสในการนำ “อีเวนต์กีฬาระดับโลก” เข้ามาสร้างมูลค่าให้กับประเทศ ทั้งด้านการท่องเที่ยว โรงแรม การเดินทาง ร้านอาหาร การค้าขาย การตลาด ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ
ในการประชุมครั้งนี้ยังมีการนำเสนอวิดีโอพรีเซนเทชัน เพื่อให้คณะกรรมการเห็นภาพถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น หากประเทศไทยสามารถคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพการแข่งขันรายการดังกล่าว
นายภาสวร ปีตรังสี หนึ่งในคณะกรรมการฯ ได้ยกตัวอย่างการแข่งขัน World Rugby Sevens Series เปรียบเทียบกับ MotoGP เพื่อให้ที่ประชุมมองเห็นภาพของการแข่งขันกีฬาระดับโลกในฐานะ “อีเวนต์เศรษฐกิจ” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เพราะการแข่งขันระดับโลกไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะสนามแข่งขัน แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงธุรกิจโรงแรม การเดินทาง ร้านอาหาร การท่องเที่ยว การค้าปลีก การตลาด และการจ้างงาน โดยมีแฟนกีฬาจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาร่วมชมการแข่งขันและใช้จ่ายในประเทศเจ้าภาพ
ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ฮ่องกงเซเว่นส์ ซึ่งการจัดการแข่งขันรักบี้ระดับโลกสามารถดึงดูดแฟนกีฬาจากนานาประเทศ ขณะที่มีรายงานถึงเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับสูง และมีผู้ชมจากทั่วโลกติดตามการถ่ายทอดสดจำนวนมาก
ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าภาพได้สำเร็จ จะไม่ได้หมายถึงการจัดการแข่งขันรักบี้เพียงไม่กี่วัน แต่เป็นการนำ “แพลตฟอร์มกีฬาระดับโลก” เข้ามาสร้างมูลค่าให้กับประเทศ และเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของแฟนรักบี้จากทั่วโลก
นอกจากนี้ การแข่งขันยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนไทยได้สัมผัสนักกีฬารักบี้ระดับโลกอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ และขยายฐานความนิยมของกีฬารักบี้ในประเทศไทยในระยะยาว
การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการกำหนดนโยบายและทิศทางสมาคมกีฬารักบี้ฯ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางยุทธศาสตร์รักบี้ไทย โดยมีเป้าหมายทั้ง “สร้างอาชีพให้นักกีฬา” และ “สร้างเวทีระดับโลกให้ประเทศไทย”
จากนโยบายรักบี้กึ่งอาชีพ ไปจนถึงการเปิดประตูสู่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ World Rugby Sevens Series หากแนวคิดดังกล่าวสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รักบี้ไทยก้าวจากกีฬาในระบบการแข่งขัน ไปสู่ อุตสาหกรรมกีฬาที่สร้างทั้งรายได้ โอกาส และชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีโลก









