ประวัติกีฬารักบี้
กีฬารักบี้ฟุตบอล (Rugby Football) หรือที่เรียกกันว่า รักบี้ เป็นกีฬาประเภททีมชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมาจากกีฬาแอสโซซิเอชั่นฟุตบอล (Association Football) ซึ่งคนไทยรู้จักกันในชื่อกีฬาฟุตบอล ที่มีต้นกำเนิดมาจากโรงเรียนรักบี้ ตั้งอยู่ในเมืองรักบี้ เขตวอร์วิกเชียร์ ประเทศอังกฤษ
-
ค.ศ.1823 (2366)
จุดเริ่มต้นของกีฬารักบี้
มีการเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1826 โดยตอนนั้นเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลภายในของโรงเรียนรักบี้ มีผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม เว็บบ์ เอลลิส (William Webb Ellis) ทำผิดกฎการแข่งขันที่วางเอาไว้ นั่นคือการอุ้มลูกบอลแล้ววิ่งไปข้างหน้า ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ใช้มือเล่นได้ แถมยังวิ่งตรงไปจนถึงประตูฝ่ายตรงข้าม
ไม่รู้ว่าการกระทำของเขานั้นจงใจหรือไม่ แต่หลังเหตุการณ์ดังกล่าว สิ่งนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง กระทั่งการกระทำที่ว่าค่อยๆ แพร่หลายไปในหลายโรงเรียนของอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเด็กนักเรียนจากเคมบริดจ์ ได้นำวิธีการเล่นของเอลลิสไปจัดการแข่งขันใหม่เสียเลย พร้อมให้ชื่อกีฬาที่จัดการแข่งขันนี้ว่ารักบี้เกมส์
ตอนเริ่มต้นเล่นกันแรก ๆ และการเล่นที่ได้ดำเนินอีกต่อมาหลายปีนั้น การเล่นส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้ ของพวกกองหน้า มีการสกรัมกันบ่อย ๆ มีการทุบตีขย้ำ สมัยนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะการเล่นแต่ละฝ่าย มี ผู้เล่นฝ่ายละ 20 คน โดยมีกองหน้า 14 กองหลัง 3 คน และฟุลแบ็คอีก 3 คน
-
-
-
ค.ศ. 1848
กำหนดกติกา
ปี ค.ศ. 1848 ได้มีการกำหนดกติกาการเล่นขึ้นเป็นฉบับแรกในอังกฤษ
-
ค.ศ. 1864
มีผู้สนใจรักบี้มากขึ้น
ปี ค.ศ. 1864 สโมสรสมาคมและชุมชนต่างๆ ในอังกฤษราว 20 แห่ง ให้ความสนใจรักบี้ฟุตบอลมากขึ้น
-
-
ค.ศ. 1871
จัดตั้ง Rugby Football Union
ปี ค.ศ. 1871 สโมสรต่างๆ ในอังกฤษ ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็น Rugby Football Union และร่วมกันกำหนดกติกาในเรื่องปลีกย่อยอีกหลายประการ
-
-
ค.ศ. 1875
เปลี่ยนแปลงกติกา
ปี ค.ศ. 1875 มีการเปลี่ยนแปลงการเล่นเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จำนวนผู้เล่นในทีมลดลงเหลือ 15 ประกอบด้วยกองหน้า 10 คน กองหลัง 3 คน และฟุลแบ็ค 2 คน
-
ค.ศ. 1895
Rugby Football League
ปี ค.ศ. 1895 ทางภาคเหนือของอังกฤษได้จัดตั้ง Northern Rugby Union ขึ้น และมีค่าตอบแทนให้แก่ผู้เล่น จึงกำเนิดกีฬารักบี้ฟุตบอลอาชีพขึ้น และเรียกชื่อในการแข่งขันนั้นว่า Rugby Football League
-
สรุปได้ว่า ประวัติและความเป็นมาของรักบี้ฟุตบอลเริ่มต้นจากโรงเรียนรักบี้ในประเทศอังกฤษ โดยเกิดจาก นักกีฬาฟุตบอลคนหนึ่งได้ทำผิดกติกาการแข่งขัน และนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้นำวิธีการเล่นไปพัฒนาและตั้งเป็นการ แข่งขันกีฬาชนิดใหม่ว่า รักบี้เกมส์และได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเล่นเรื่อยมาจนเป็น กีฬารักบี้ฟุตบอลในปัจจุบัน
รักบี้ฟุตบอลในประเทศไทย
-
ไม่ทราบปีแน่ชัด
การเข้ามาของรักบี้ในไทย
เริ่มต้นด้วยชาวยุโรปโดยเฉพาะชาวอังกฤษที่เข้ามาทำการค้าหรือเข้ามาเป็นครูในโรงเรียนของรัฐ ได้นำ รักบี้เข้ามาเล่น โดยใช้สถานที่เล่นคือทุ่งพระสุเมรุ (ท้องสนามหลวงปัจจุบัน)
-
-
-
พ.ศ. 2444
ราชกรีฑาสโมสร
ต่อมาปี 2444 พระพุทธเจ้าหลวงได้ให้ใช้ที่ดินว่างเปล่าที่ทุ่งสระปทุมวันเป็นที่เล่นกีฬาของ ชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า “ราชกรีฑาสโมสร” เกิดเป็นสโมสรกีฬาหลายชนิดมาถึงปี 2452 มีการเล่น รักบี้อย่างจริงจัง ทุกวันเสาร์โดยขั้นแรกเป็นการเล่นกันเองระหว่างต่างชาติล้วน ๆหลังจากนั้นคนไทยที่ไปศึกษายัง ประเทศอังกฤษและเล่นรักบี้ที่นั่นเมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าร่วมเล่นเรื่อยมา ครั้นต่อมาเมื่อมีจำนวนคนไทยและที่ ไม่ใช่คนอังกฤษเล่นมากขึ้น ได้รวมตัวกันตั้งเป็นทีมแข่งขัน กันเอง 3 ทีม คืออังกฤษ สกอตแลนด์ และทีมรวมจากหลาย ๆ ชาติรวมทั้งคนไทย ชิงถ้วย HAMSAIRS
-
พ.ศ. 2454
เริ่มเล่นครั้งแรก
ปี พ.ศ. 2454 มีการเริ่มเล่นครั้งแรกที่ราชกรีฑาสโมสร Royal Bangkok Sport Club โดยกลุ่มสมาชิกของสโมสร ซึ่งเป็นชาวอังกฤษและชาวยุโรปที่เคยเล่นรักบี้ฟุตบอลมาก่อน และยังจัดให้มีการแข่งขัน ชิงถ้วย Hampshire ระหว่างสมาชิกของราชกรีฑาเอง โดยมีชุดเข้าแข่งขัน 3 ทีม คือ England, Scotland และ The Rest
-
-
พ.ศ. 2463
การแข่งขันแบบทีมเหย้าทีมเยือน
ปี พ.ศ.2463 คนไทยที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ และได้เคยเล่นรักบี้ฟุตบอลเมื่อกลับมาก็ได้ไปร่วมเล่น อยู่ที่ราชกรีฑาสโมสร ได้แก่ คุณล้วน ณ ระนอง ซึ่งเคยเล่นในทีมของมหาวิทยาลัย Oxford และได้เสื้อสามารถ (Grey hound) หม่อมเจ้าศักสตาวัส จักรพันธ์ หม่อมเจ้าประสพศรี จีระประวัติพระสุทัศน์ พงศ์พิสุทธิ์ และหม่อมเจ้าจันทร์ จิรายุวัฒน์ รัชนี ในปีเดียวกันนี้เองได้มีการแข่งขันระหว่างทีม Penang Sport Club กับทีม Royal Bangkok Sport Club ขึ้น เพื่อชิงถ้วย Davy เป็นการแข่งขันแบบทีมเหย้าทีมเยือน โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพฝ่ายละปี
-
พ.ศ. 2473
วางรากฐานกีฬารักบี้ฟุตบอล
ในราวปี พ.ศ. 2473 นักรักบี้ฟุตบอลที่เป็นคนไทยที่ไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษได้กลับมามากขึ้น ก็ได้ ช่วยกันวางรากฐานกีฬารักบี้ฟุตบอลให้แก่คนไทย และในปีเดียวกันก็ได้มีการแข่งขันทำนองเดียวกับ Davy Club ขึ้น ระหว่างทีม Royal Bangkok Sport Club กับทีม Circle Sport if Saigonais และในระยะนี้ก็ได้มีทีมรักบี้ฟุตบอลที่เป็นคนไทย เช่น ทีมกรมไปรษณีย์ของพระสุทัศน์และทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
พ.ศ. 2481
ก่อตั้งสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย
ปี พ.ศ.2481 พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ จึงได้ริเริ่มก่อตั้งสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อ ส่งเสริมกีฬาชนิดนี้ และได้มีการเรียกประชุมผู้สนใจเป็นครั้งแรกที่ราชกรีฑาสโมสร ได้มีชาวต่างประเทศเข้า ประชุมหลายท่าน ส่วนคนไทยก็มีผู้แทนของราชตฤณมัยสมาคม ผู้แทนกองทัพอากาศ และผู้แทนจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งได้แก่ นาย E.W. Dean หม่อมเจ้าจันทร์รัชนีหม่อมเจ้าประสพศรีจีระประวัติ เป็นต้น ที่ประชุมได้ลงมติ ให้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมขึ้นโดยมีกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เป็นนายกคนแรกของสมาคมและหม่อมเจ้า จันทร์รัชนี เป็นเลขานุการ และได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2482 เมื่อได้มีสมาคมแล้วก็ได้รับสมัคร สมาชิก และจัดให้มีการแข่งขันเพื่อชิงถ้วย British Council ขึ้น ต่อมาจำนวนสมาชิกของสมาคมก็เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน ด้วย British Council เป็นถ้วยชนะเลิศของการแข่งขันประเภทสโมสร
-
พ.ศ. 2482
จัดแข่งขันรักบี้
ปี พ.ศ. 2482 สมาคมรักบี้ฟุตบอลได้มีการจัดการแข่งขันขึ้นในครั้งนั้นมีทีมอยู่เพียง 4 ทีม คือทีมราชกรีฑาสโมสร ทีมราชตฤณมัยสมาคม ทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทีมทหารอากาศ
-
โล่อุปนายกกิตติมศักดิ์ของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หลวงพิบูลสงคราม
หลวงประดิษฐมนูธรรม สำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลรุ่นเยาว์ (ประเภทโรงเรียน) ตามระเบียบของไทย รักบี้ ฟุตบอลล์ ยูเนี่ยน (สมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์) -
พ.ศ. 2486
ภาวะสงคราม
ปี พ.ศ. 2486 ซึ่งอยู่ในภาวะสงคราม สมาคมไม่อาจจัดการแข่งขันประเภทสโมสรได้แต่สมาคมก็ไม่ได้ หยุดนิ่ง โดยความร่วมมือของพระยาจินดารักษ์อธิบดีกรมพลศึกษาในสมัยนั้นได้จัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเภท มหาวิทยาลัย (อุดมศึกษา) ขึ้น โดยชิงโล่ของสมาคมรักบี้ฟุตบอล
-
พ.ศ. 2493
บรรจุวิชารักบี้ฟุตบอลไว้ในหลักสูตรของวิทยาลัย
ปี พ.ศ. 2493 สมาคมรักบี้ฟุตบอลได้รับให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อมาสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยก็ได้จัดการแข่งขันมากขึ้นแต่ก็ยังจัดอยู่เพียงภายในเขตกรุงเทพมหานครเท่านั้น ได้จัดการแข่งขัน ออกเป็นประเภทโรงเรียน ได้จัดการแข่งขันประเภทโรงเรียนชิงโล่ห์อุปนายก ซึ่งตอนนั้นมีอยู่ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เตรียมอุดมศึกษา เตรียมธรรมศาสตร์ โรงเรียนเตรียมนายเรือ และยังมีการจัดแข่งขันประเภทอุดมศึกษาและประเภทสโมสรอีกด้วย นอกจากนั้นยังได้บรรจุวิชารักบี้ฟุตบอลไว้ในหลักสูตรของวิทยาลัย พลศึกษา
-
-
พ.ศ. 2497
รักบี้ประเพณีถ้วยพระราชทาน “วชิราลงกรณ์”
ปี พ.ศ.2497 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทาน ด้วยวชิราลงกรณ์ ตามพระนามเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์เป็นรางวัลในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างทีมประเทศ ไทยกับทีมมาเลเซียซึ่งได้จัดแข่งขันเป็นครั้งแรกด้วยเริ่มแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานถ้วยรางวัล “วชิราลงกรณ์” (ให้ชื่อถ้วยตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์) เพื่อใช้ในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลระหว่างทีมชาติไทยและทีมสหพันธรัฐมาลายา ต่อมาแยกเป็นประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) การแข่งขันจึงเปลี่ยนเป็นระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติมาเลเซีย โดยมีข้อตกลงให้ใช้ผู้เล่นเป็น ชาวพื้นเมืองล้วน ๆ และผลัดกันเป็นเจ้าภาพทุก ๆ 2 ปี
-
พ.ศ. 2502
แข่งชิงถ้วย ฯพณฯ พลเอกประภาส จารุเสถียร
ปี พ.ศ. 2502 สมาคมได้จัดการแข่งขันขึ้นอีกประเภทหนึ่งเป็นการแข่งขันทั่วไปประเภทแพ้คัดออก โดยชิงถ้วยของ ฯพณฯ พลเอกประภาส จารุเสถียร
-
นักกีฬารักบี้ฟุตบอลเดอะมาย์คอลเลจซึ่งมาแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีกับวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ ถ่ายภาพร่วมกันที่หน้าตุกพยาบาล (ปัจจุบันคือ หอประวัติ) ซึ่งจัดเป็นที่พักรับรอง
-
นักกีฬารักบี้ฟุตบอลวชิราวุธวิทยาลัยชุดที่ลงแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณี กับเดอะมาเลย์คอลเลจเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
-
พ.ศ. 2504
รักบี้ฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย
เมื่อ พ.ศ. 2504 อาจารย์โฉลก โกมารกุล ณ นคร ผุ้ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คือ Thai Rugby Union ท่านได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมสัมปาทิกของสมาคมฯ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบ และมอบหมายให้ท่านเป็นผู้ดำเนินการโดยตลอด ท่านได้มีหนังสือชี้ชวนไปยัง Union ของประเทศต่างๆ ในภาคพื้นเอเชีย อันได้แก่ อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ศรีลังกา เวียดนาม
คำตอบที่ได้รับจากประเทศต่างๆ ล้วนแล้วแต่ยังต้องการรายละเอียดอีกมากมาย แต่ก็เป็นที่แน่ใจได้ว่าส่วนใหญ่นั้นมีความสนใจ และเห็นด้วยในหลักการ เวลาล่วงมาจนถึง พ.ศ. 2509 ก็ยังไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ จนมาถึงเมื่อคราวที่ไทยเราได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ท่านก็มีจดหมายเขียนถึงเพื่อนพ้องประเทศที่เล่นรักบี้เอเชียอีก มีหลายประเทศที่เห็นด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทางการยังไม่ยอมรับเอารักบี้ฟุตบอลเข้าบรรจุในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5
-
พ.ศ. 2508
รักบี้กาชาด
การแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณี ทหารรวม – พลเรือนรวม เพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทย ได้เริ่มจัดการแข่งขันมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2508 โดยการแข่งขันได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากจัดการแข่งขันเพื่อหารายได้บำรุงสภากาชาดไทยแล้ว ยังสร้างความสมัครสมานสามัคคีระหว่างนักรักบี้ฟุตบอลทั้งสองฝ่าย ที่ได้ทำกิจกรรมการกุศลร่วมกัน นอกจากนั้น นักรักบี้ฟุตบอลที่ได้ลงเล่นรักบี้กาชาดติดต่อกันเกิน 3 ครั้ง จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้น 3 อีกด้วย การแข่งขันได้จัดติดต่อกันมาร่วม 20 ปี ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนเรียกเป็นรักบี้ประเพณีกาชาดไทย
-
พ.ศ. 2510
จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งแรก ปี 2510
ปี พ.ศ. 2510 จัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งแรก เมื่อวันที่ 1-5 พฤศจิกายน ที่จังหวัดพระนคร หรือกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
-
พ.ศ. 2517
บรรจุกีฬารักบี้ฟุตบอลในการแข่งขันในกีฬามหาวิทยาลัย
ปี พ.ศ. 2517 ได้มีการบรรจุกีฬารักบี้ฟุตบอลในการแข่งขันในกีฬามหาวิทยาลัย
-
ภาพกองเชียร์การแข่งขันรักบี้ระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตาศาสตร์และมหาวิทยาลัยรามคำแหง วันที่ 17 ก.ค. 18
-
พ.ศ. 2518
การแข่งขันรักบี้ 7 คน นานาชาติ หาดใหญ่
อาจารย์ โฉลก โกมารกุล ณ นคร นายกสมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในสมัยนั้น มีนโยบายที่จะส่งเสริมกีฬารักบี้ฟุตบอลไปสู่ส่วนภูมิภาค เพื่อให้มีการเล่นกีฬารักบี้ฟุตบอลอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ จึงริเริ่มที่จะจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลในส่วนภูมิภาคขึ้น โดยในปีแรกจะจัดการแข่งขันรักบี้ 15 คน ประเภทเยาวชนก่อน และได้จัดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่อมา ได้เปลี่ยนเป็นการแข่งขันรักบี้ 7 คน แทนรักบี้ 10 คนซึ่งไม่เป็นที่นิยมมากนัก
ปัจจุบันการจัดการแข่งขันรักบี้ 7 คน นานาชาติ หาดใหญ่ ได้ดำเนินจัดการแข่งขัน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 จนถึง พ.ศ. 2543 รวม 25 ครั้ง และทางสมาคมยังคงมีนโยบายแน่วแน่ที่จะจัดการแข่งขันเป็นประจำต่อไปทุกปี ในสัปดาห์ที่ 2 หรือสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน
-
พ.ศ. 2528
การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งแรก
ปี พ.ศ. 2528 ได้มีการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 26 เมษายน 2528 ถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2528 และได้จัดการแข่งขันติดต่อเรื่อยมาตามจังหวัดต่างๆ เป็นประจำทุกปี
-
พ.ศ. 2532
รักบี้ประเพณีชิงถ้วย “ยุกต์คัพ”
หลังจากที่สิงคโปร์ได้รับเอกราช แยกตัวออกมาจากสหพันธ์รัฐมาลายา สิงคโปร์ได้จัดตั้งสมาคมรักบี้ขึ้นมา และขอเข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ประเพณีชิงถ้วยพระราชทาน “วชิราลงกรณ์” ด้วย แต่ทั้งไทยและมาเลเซียตอบปฏิเสธมาตลอด จนกระทั่ง พ.ศ. 2532 ไทยกับสิงคโปร์ได้ตกลงจัดแข่งขันระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ชิงถ้วย “ยุกต์คัพ” ขึ้นมา (ถ้วยใบนี้ นักรักบี้เก่าของจุฬาลงกรณ์ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแก่ คุณยุกต์ อัศวรักษ์ โค้ชรักบี้คนแรกของจุฬาฯ) โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพทุกสองปีเช่นเดียวกับการแข่งขัน ชิงถ้วย “วชิราลงกรณ์” คือเวลาไทยเดินทางไปมาเลเซีย ก็ให้เดินทางต่อไปยังสิงคโปร์และอีกสองปีต่อมาไทยก็จะต้องเป็นเจ้าภาพรับทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่คนละครั้งทำให้ไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพในปีเดียวกันถึง 2 ครั้ง ในปีเดียวกันถึง 2 ครั้ง
-
พ.ศ. 2536
รักบี้ 3 เส้า
ด้วยเหตุที่ไทยจะต้องเดินทางไปแข่งขันทั้งถ้วยพระราชทาน “วชิราลงกรณ์” กับมาเลเซีย และถ้วยยุกต์คัพกับสิงคโปร์ ในปีเดียวกัน หรือจะต้องเป็นเจ้าภาพรับทั้งสองทีมในปีเดียวกันแต่คนละครั้ง ดังนั้นทั้ง 3 ชาติ จึงได้ตกลงที่จะจัดการแข่งขันขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่งเพียงที่เดียว รักบี้ 3 เส้า จึงเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2536 โดยมาเลเซียเป็นเจ้าภาพก่อน จากนั้นปี พ.ศ. 2538 สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพรักบี้ 3 เส้า ครั้งที่ 2
-
พ.ศ. 2540
รักบี้ 4 เส้า
พ.ศ. 2540 ประเทศไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพรักบี้ 3 เส้า ครั้งที่ 3 แต่ศรีลังกาได้ขอเข้าร่วมสังฆกรรมด้วย ดังนั้น รักบี้ 3 เส้า ซึ่งเริ่มมาได้เพียง 2 ครั้ง จึงกลายมาเป็นรักบี้ 4 เส้า โดยมีข้อตกลงขั้นต้นว่า ศรีลังกาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองและยังไม่มีถ้วยใด ๆ เป็นสัญลักษณ์ในการแข่งขันทุกชาติกับศรีลังกา อีกทั้งถ้าศรีลังกาประสงค์จะเป็นเจ้าภาพบ้างต้องได้รับคำยินยอมจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย รักบี้ 4 เส้า จึงเกิดขึ้นครั้งแรก และให้จัดการแข่งขันขึ้นทุกสองปี โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 14 – 19 กรกฎาคม 2540 ณ สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-
พ.ศ. 2544
รักบี้คิงส์คัพ
สมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นสมาคมภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ สมาคม ฯ รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงทำนุบำรุงให้การดำเนินกิจกรรมของสมาคม ฯ มีความเจริญก้าวหน้า และพัฒนามาเป็นลำดับ ดังนั้นเพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณ และเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมาคมฯ จึงได้จัดทำโครงการ “การแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คน นานาชาติชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ให้มีการแข่งขันกันในช่วงต้นเดือนธันวาคม ของทุกปีโดยจะเชิญทีมรักบี้ฟุตบอล 7 คน จากประเทศต่างๆ รวม 16 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เวลส์ เยอรมัน เดนมาร์ก เนเธอแลนด์ เบลเยียม ออสเตรเลีย ฟิจิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา และไทย เข้าร่วมการแข่งขัน
สมาคมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากีฬารักบี้ 7 คน นานาชาติชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะมีการจัดการแข่งขันกันไปอย่างต่อเนื่องเพื่อผสานความสัมพันธ์ระหว่างทีมจากต่างชาติและทีมไทยให้แน่นแฝ้นยิ่งขึ้น และเพื่อเผยแพร่กีฬารักบี้ฟุตบอลของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของอารยประเทศ
-
