กติกาการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล ปี 2025 (ฉบับแก้ไขกติกาบังคับใช้ 1 ม.ค. 68) Download PDF

กติกาข้อ 1 สนามการแข่งขัน (The Ground)

  1. พื้นผิวสนามเล่นต้องปลอดภัย
  2. ประเภทพื้นผิวสนามที่อนุญาต คือ หญ้า, ทราย, ดิน หิมะ หรือ หญ้าเทียม
    (เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหพันธ์รักบี้โลก ข้อ 22)
  3. ขนาดของพื้นที่การเล่น แสดงในแผนภาพสนาม
ขนาด ความยาวพื้นที่เล่น ความยาวเขตในประตู ความกว้าง
สูงสุด (เมตร) 100 22 70
ต่ำสุด (เมตร) 94 6 68
  • พื้นที่การเล่นมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
  • การเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับขนาดของสนาม ต้องถูกรับรองโดยสหพันธ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับการแข่งขันภายในประเทศ หรือสหพันธ์รักบี้โลก (World Rugby) สำหรับการแข่งขันระหว่างประเทศ
  • ในกรณีที่ความยาวของสนามเล่นน้อยกว่า 100 เมตร, ระยะห่างระหว่างเส้น 10 เมตร และเส้น 22 เมตร จะลดลงตามสัดส่วนที่เหมาะสม
  • ในกรณีที่ที่ความกว้างของพื้นที่การเล่นน้อยกว่า 70 เมตร, ระยะห่างระหว่างเส้น 15 เมตรจะลดลงตามสัดส่วนที่เหมาะสม
  • พื้นที่รอบพื้นที่การเล่น (รอบสนาม) ควรมีความกว้างไม่ร้อยกว่า 5 เมตร ในกรณีที่ทำได้

เส้นต่างๆ

  1. มีเส้นทึบที่กำหนดไว้ตามที่แสดงในแผนภาพสนาม โดยเส้นทึบเหล่านี้อยู่บน :
    • เส้นลูกตายในเขตประตู และ เส้นออกในเขตประตู
    • เส้นเขตประตู
    • เส้น 22 เมตร
    • เส้นกึ่งกลางสนาม
    • เส้นออกข้างสนาม
  2. มีเส้นประที่กำหนดไว้ตามที่แสดงในแผนภาพสนาม โดยเส้นประแต่ละเส้นมีความยาว 5 เมตร โดยเส้นประเหล่านี้อยู่บน :
    • ขนานและห่างจากเส้นออกข้างสนาม 5 เมตร
    • ขนานและห่างจากเส้นออกข้างสนาม 15 เมตร
    • ห่างจากเส้นกึ่งกลางสนาม 10 เมตร และขนานกับเส้นกึ่งกลางสนามทั้ง 2 ด้าน
    • ห่างจากเส้นเขตประตู 5 เมตร และขนานกับเส้นเขตประตู
  3. มีเส้นหนึ่งยาวขนาด 0.5 เมตร ซึ่งตัดอยู่ตรงกลางกับเส้นกึ่งกลางสนาม

เสาประตูและคานประตู

  1. เมื่อมีการติดตั้งเบาะหุ้มที่เสาประตู ระยะห่างจากเส้นเขตประตูถึงขอบนอกของเบาะหุ้มเสาต้องไม่เกิน 0.3 เมตร

เสาประตู Goal postsเสาประตู Goal Posts

เสาธง

  1. มีเสาธงทั้งหมด 14 เสาพร้อมธง, เสาธงแต่ละเสามีความสูงอย่างน้อย 1.2 เมตร
  2. เสาธงหนึ่งเสาอยู่ที่ตำแหน่งแต่ละจุดตัดของเส้นออกในเขตประตูกับเส้นประตู และอีกเสาธงหนึ่งอยู่ที่ตำแหน่งแต่ละจุดตัดของเส้นออกในเขตประตูกับเส้นลูกตายในเขตประตู (จึงมีเสาธงทั้งหมด 8 เสา)
  3. เสาธงอยู่ที่ตำแหน่งแนวเดียวกับเส้น 22 เมตร และเส้นกึ่งกลางสนามในแต่ละข้างของสนาม ห่างจากเส้นออกข้างสนามด้านนอก 2 เมตร และอยู่ในพื้นที่บริเวณข้างสนามเล่น (Playing enclosure) (จึงมีเสาธงทั้งหมด 6 เสา)

การคัดค้านเกี่ยวกับสนามแข่งขัน

  1. ทีมจะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบถึงข้อคัดค้านใด ๆ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น
  2. ผู้ตัดสินจะพยายามแก้ไขปัญหา และจะไม่เริ่มการแข่งขัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งของสนามแข่งขันถูกพิจารณาว่าไม่ปลอดภัย

กติกาข้อ 2 ลูกรักบี้ (Ball)

  1. ลูกบอลมีรูปทรงรี และถูกทำเป็น 4 ส่วน
  2. ลูกบอลมีขนาดที่แสดงในรูปนี้ :
  3. ลูกบอลมีน้ำหนัก 410 – 460 กรัม
  4. ลูกบอลที่มีขนาดเล็กกว่าอาจจะใช้ในการแข่งขันระหว่างผู้เล่นที่เป็นเยาวชน
  5. ลูกบอลทำจากหนัง หรือวัสดุสังเคราะห์ที่เหมาะสม มันอาจถูกปรับปรุงให้ป้องกันน้ำและง่ายต่อการจับ
  6. ความดันอากาศของลูกบอล เมื่อเร่ิมต้นของการเล่น คือ 65.71 – 68.75 กิโลปาสคาล, 0.67 – 0.70 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือ 9.5 – 10.0 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
  7. อาจมีลูกบอลสำรองไว้ใช้ในระหว่างการแข่งขัน

กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น (Team)

จำนวนผู้เล่น

  1. แต่ละทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 15 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
  2. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจสั่งให้แต่ละทีมที่ผู้เล่นน้อยกว่า 15 คนในการแข่งขันได้
  3. ทีมผู้เล่นอาจทำให้การคัดค้านต่อผู้ตัดสินเกี่ยวกับจำนวนของผู้เล่นในทีมฝ่ายตรงข้ามได้ หากทีมใดมีผู้เล่นเกินจำนวน ผู้ตัดสินจะสั่งให้กัปตันของทีมนั้นลดจำนวนผู้เล่นลงตามความเหมาะสม ส่วนผลคะแนน ณ เวลาที่มีการคัดค้านยังคงคะแนนไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  4. สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ สหพันธ์/สมาคมสามารถระบุชื่อผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 8 คน
  5. สำหรับการแข่งขันอื่นๆ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่สามารถลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คน
  6. การเปลี่ยนตัวผู้เล่นสามารถทำได้เฉพาะเมื่อมีลูกบอลตาย และได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินเท่านั้น
  7. หากผู้เล่นกลับเข้าสู่สนามหรือผู้เล่นสำรองเข้าไปร่วมการแข่งขันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน และผู้ตัดสินเชื่อว่าผู้เล่นทำเช่นนั้น เพื่อให้ได้เปรียบการเล่น ผู้เล่นคนนั้นมีความผิดฐานประพฤติมิชอบ บทลงโทษ : ลูกโทษ
  8. ตารางดังกล่าวระบุจำนวนผู้เล่นแถวหนึ่งขั้นต่ำตามขนาดทีม และข้อกำหนดในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นขั้นต่ำ ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจพิจารณาแก้ไขจำนวนผู้เล่นแถวหนึ่งขั้นต่ำในทีมและข้อกำหนดในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นขั้นต่ำได้ โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้เล่นเป็นหลัก และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับการแข่งขันที่กำหนดไว้
ขนาดทีม จำนวนผู้เล่นแถวหน้าขั้นต่ำในทีม สามารถเปลี่ยนตัวได้ทันที
15 คนหรือน้อยกว่า 3
16, 17 หรือ 18 4 เปลี่ยนได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างพร็อพ (Prop) หรือฮุคเกอร์ (Hooker
19, 20, 21 หรือ 22 5 ต้องเปลี่ยนได้ทั้งพร็อพ (Prop) และฮุคเกอร์ (Hooker)
23 6 ต้องเปลี่ยนได้ทั้ง พร็อพด้านหลวม (Loose-head prop), พร็อพด้านแน่น (Tight-head prop) และฮุคเกอร์ (Hooker)
  1. ในกรณีที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดขนาดของบัญชีรายชื่อผู้เล่นไว้ 23 คน และทีมสามารถเสนอชื่อผู้เล่นสำรองสำหรับแถวหนึ่งได้เพียง 2 คน, แล้วทีมนั้นสามารถเสนอบัญชีรายชื่อผู้เล่นในทีมได้เพียง 22 คนเท่านั้น
  2. ก่อนการแข่งขัน, แต่ละทีมต้องแจ้งผู้ตัดสินที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อผู้เล่นแถวหนึ่ง และผู้เล่นสำรองแถวหนึ่ง และตำแหน่งอื่น ๆ ในแถวหนึ่งที่พวกเขาสามารถเล่นได้ให้แก่ผู้ตัดสินตามความเหมาะสม เฉพาะผู้เล่นเหล่านี้เท่านั้นที่สามารถเล่นในแถวหนึ่งเมื่อมีการเข้าสกรัม และอยู่ในตำแหน่งที่พวกเขากำหนดไว้เท่านั้น
  3. ผู้เล่นสำรองแถวหนึ่งอาจเริ่มต้นการแข่งขันในตำแหน่งอื่นๆ ได้
  4. เป็นความรับผิดชอบของทีมเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เล่นแถวหนึ่งและผู้เล่นสำรองแถวหนึ่งทั้งหมด ได้รับการฝึกที่เหมาะสมและมีประสบการณ์

การไม่ดันสกรัม (Uncontested Scrums)

  1. สกรัมจะเปลี่ยนเป็นแบบไม่มีการดัน หากทีมใดทีมหนึ่งไม่สามารถส่งผู้เล่นแถวหนึ่งที่ได้รับฝึกฝนมาเป็นอย่างดีลงสนามได้ หรือหากผู้ตัดสินมีคำสั่งให้ทำเช่นนั้น
  2. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจกำหนดเงื่อนไข ซึ่งเกมส์อาจเริ่มต้นด้วยการไม่ดันสกรัม
  3. การไม่ดันสกรัมเป็นผลมาจากผู้เล่นถูกให้ออกจากสนาม (ใบแดง), การระงับการเล่นชั่วคราว (ใบเหลือง) หรือ การได้รับบาดเจ็บ ต้องถูกเล่นด้วยผู้เล่นฝ่ายละ 8 คน ในการเข้าสกรัมแบบไม่ดัน
  4. เมื่อผู้เล่นแถวหนึ่งออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) ไม่ว่าจะเกิดจากอาการบาดเจ็บ หรือ ได้รับใบเหลืองหรือใบแดง ผู้ตัดสินจะสอบถามทีมในการเข้าสกรัมในครั้งต่อไปว่ายังสามารถเข้าสกรัมแบบดันต่อได้หรือไม่ หากผู้ตัดสินได้รับแจ้งว่าทีมไม่สามารถเข้าสกรัมแบบดันได้ แล้วผู้ตัดสินจะสั่งไม่ให้มีการดันสกรัม หากผู้เล่นกลับมาหรือผู้เล่นแถวหนึ่งคนอื่นเข้าสู่สนาม แล้วเข้าสกรัมแบบดันจะกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง
  5. ในบัญชีรายชื่อผู้เล่น 23 คน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้เล่นที่ออกจากสนามเป็นเหตุทำให้ผู้ตัดสินสั่งไม่ให้มีการดันสกรัม จะไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นคนอื่นได้
  6. ในกรณีที่ไม่มีผู้เล่นสำรองแถวหนึ่งเหลืออยู่ จึงจะอนุญาตให้ผู้เล่นคนอื่นลงเล่นในตำแหน่งแถวหนึ่งได้
  7. หากผู้เล่นแถวหนึ่งถูกได้รับใบเหลือง และทีมไม่สามารถดันสกรัมได้ด้วยผู้เล่นที่มีอยู่ในสนาม แล้วทีมจะเสนอชื่อผู้เล่นคนอื่นให้ออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) เพื่อให้ผู้เล่นแถวหนึ่งที่สามารถลงเล่นได้เข้ามาแทนที่ ผู้เล่นที่ถูกเสนอชื่อให้ออกจากสนามจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้จนกว่าช่วงเวลาการลงโทษจะสิ้นสุดลง หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนตัว
  8. หากผู้เล่นแถวหนึ่งถูกไล่ออกจากสนาม (ใบแดง) และทีมไม่สามารถดันสกรัมได้ด้วยผู้เล่นที่มีอยู่ในสนาม แล้วทีมจะเสนอชื่อผู้เล่นคนอื่นให้ออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) เพื่อให้ผู้เล่นแถวหนึ่งที่สามารถลงเล่นได้เข้ามาแทนที่ ผู้เล่นที่ถูกเสนอชื่ออาจเปลี่ยนตัวได้

การเปลี่ยนตัวทดแทนถาวร (Permanent Replacement)

  1. ผู้เล่นอาจถูกเปลี่ยนตัวหากได้รับการบาดเจ็บ ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวเนื่องจากบาดเจ็บไม่สามารถกลับมาอีกครั้ง
  2. ผู้เล่นจะถือว่าได้รับการบาดเจ็บ หาก :
    • ในระดับตัวแทนระดับชาติ เป็นความเห็นของแพทย์ที่ไม่แนะนำให้ผู้เล่นเล่นต่อไปได้
    • ในระดับการแข่งขันอื่นๆ ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้อนุญาตอย่างชัดเจนไว้แล้ว หากผู้ที่ได้รับการฝึกทางการแพทย์เห็นว่าไม่ควรให้ผู้เล่นคนนั้นลงเล่นต่อไปได้ หากไม่มีบุคลากรดังกล่าว ผู้เล่นคนนั้นอาจถูกเปลี่ยนตัวได้ ถ้าผู้ตัดสินเห็นพ้องด้วย
    • ผู้ตัดสินจะเป็นผู้พิจารณา (ไม่ว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือไม่ก็ตาม) หากเห็นว่าไม่ควรให้ผู้เล่นคนนั้นลงเล่นต่อไปได้ ผู้ตัดสินจะสั่งให้ผู้เล่นคนนั้นออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น)
  3. ผู้ตัดสินอาจสั่งให้ผู้เล่นที่ได้รับการบาดเจ็บออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) เพื่อรับการตรวจสอบทางการแพทย์ได้

การเปลี่ยนตัวแบบถาวร – กระบวนการ Recognise and Remove

  1. หากช่วงเวลาใดก็ตามระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือสงสัยว่าอาจถูกกระทบกระเทือนทางสมอง (Concussion) ผู้เล่นคนนั้นจะต้องถูกนำออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) โดยทันทีและเป็นการถาวร กระบวนการนี้เรียกว่า “Recognise and Remove”

การเปลี่ยนตัวแบบชั่วคราว – กรณีมีแผลเลือดออก

  1. เมื่อผู้เล่นได้รับบาดเจ็บมีแผลเลือดออก ผู้เล่นคนนั้นต้องออกจากสนาม และอาจมีการเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้ ผู้เล่นที่ได้รับการบาดเจ็บกลับมาเล่นได้ทันทีที่สามารถหยุดการไหลออกของเลือดได้ และ/หรือ ถูกปิดบาดแผล หากผู้เล่นไม่สามารถกลับมาสู่สนามแข่งขันได้ภายใน 15 นาที (เวลาปกติ) หลังจากออกจากพื้นที่การเล่น, การเปลี่ยนตัวจะกลายเป็นแบบถาวร
  2. ในการแข่งขันระดับนานาชาติ แพทย์ประจำการแข่งขันจะตัดสินใจว่าอาการบาดเจ็บนั้นเป็นอาการบาดเจ็บที่มีแผลเลือดออก ซึ่งจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนตัวชั่วคราว ในการแข่งขันที่ได้รับการรับรองล่วงหน้าจากสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลโลก (World Rugby) ให้ใช้กระบวนการ HIA (ประเมินการบาดเจ็บที่ศีรษะ) การแข่งขันจะเริ่มใหม่ไม่ได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนตัวชั่วคราวผู้เล่นที่มีบาดแผลเลือดออกเรียบร้อยแล้ว

การเปลี่ยนตัวชั่วคราว – กรณีการประเมินอาการบาดเจ็บทางศีรษะ (HIA)

  1. ในการแข่งขันที่ได้รับการรับรองล่วงหน้าจากสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลโลก (World Rugby) เพื่อใช้กระบวนการ HIA ผู้เล่นที่ต้องเข้ารับการประเมินอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ (HIA) จะต้อง :
    • ออกจากสนามสนามแข่งขัน (สนามเล่น) ; และ
    • ถูกเปลี่ยนตัวทดแทนชั่วคราว (แม้ว่าจะใช้การเปลี่ยนตัวทั้งหมดแล้วก็ตาม) เกมส์การแข่งขันไม่สามารถเริ่มได้จนกว่าผู้เล่นที่ต้องการทำ HIA จะถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราว หากผู้เล่นไม่สามารถกลับมาสู่สนามการเล่นได้ภายใน 12 นาที (เวลาปกติ) ของการออกจากพื้นที่การเล่นการเปลี่ยนจะกลายเป็นแบบถาวร

การเปลี่ยนตัวทดแทนชั่วคราว – กรณีอื่นๆ

  1. ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวสามารถถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้อีก (แม้ว่าจะใช้การเปลี่ยนตัวทั้งหมดแล้วก็ตาม)
  2. ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับการบาดเจ็บ ผู้เล่นคนนั้นอาจจะถูกเปลี่ยนตัวได้
  3. หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวถูกให้ออกจากสนาม (ใบแดง) ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนามการเล่น ยกเว้นเพื่อปฏิบัติตามกติกาข้อ 3.19 หรือ 3.20 และเฉพาะในกรณีหากผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
  4. หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับใบเหลือง ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนาม จนกว่าหลังหมดช่วงเวลาระงับการเล่น ยกเว้นเพื่อปฏิบัติตามกติกา ข้อ 3.19 หรือ 3.20 และเฉพาะในกรณีที่ผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
  5. หากเวลาที่อนุญาตสำหรับการเปลี่ยนชั่วคราวสิ้นสุดลงในช่วงพักครึ่งเวลา การเปลี่ยนตัวจะถือเป็นการถาวร เว้นแต่ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวเดิมกลับคืนสู่สนามทันทีเมื่อเริ่มต้นครึ่งเวลาหลัง

การเปลี่ยนตัวด้านแท็คติกคัล เพื่อกลับเข้าร่วมเกมส์การแข่งขันอีกครั้ง

  1. ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวทางด้านแท็คติกคัล สามารถกลับลงเล่นได้อีกครั้ง ก็ต่อเมื่อเป็นการเปลี่ยนตัวแทนผู้เล่นในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น :
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งได้รับการบาดเจ็บ
    • ผู้เล่นได้รับการบาดเจ็บมีแผลเลือดออก
    • ผู้เล่นที่กำลังทำการทดสอบกระบวนการ HIA
    • ผู้เล่นที่ได้รับการบาดเจ็บอันเป็นผลมาจากการเล่นผิดกติกาของข้อ foul play (จะถูกยืนยันโดยผู้ตัดสิน)
    • ผู้เล่นที่ได้รับการเสนอชื่อที่ได้อธิบายไว้ในกติกาข้อ 3.19 หรือ 3.20

การเปลี่ยนตัวแบบหมุนเวียน

  1. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจจะดำเนินการใช้การเปลี่ยนตัวแบบหมุนเวียนที่ถูกกำหนดไว้ในระดับการแข่งขันภายใต้เขตอำนาจของตน จำนวนของการเปลี่ยนตัวต้องไม่เกิน 12 ครั้ง การบริหารจัดการและระเบียบการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตัวแบบหมุนเวียนเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายจัดการแข่งขัน

กติกาข้อ 4 การแต่งกายของผู้เล่น (Players clothing)

  1. อุปกรณ์เสริมทั้งหมดของการแต่งกายต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ข้อที่ 12 ของสหพันธ์รักฟุตบอลโลก (World Rugby Regulation 12)
  2. ผู้เล่นต้องสวมเสื้อแข่งขัน,กางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นใน ถุงเท้าและรองเท้า โดยแขนเสื้อของเสื้อแข่งขันต้องยาวออกไปอย่างน้อยที่สุดครึ่งหนึ่งจากแนวไหล่ถึงข้อศอก
  3. อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม ที่ได้รับอนุญาต มีดังต่อไปนี้ :
    • สามารถทำความสะอาด ทำมาจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นและอัดได้
    • สนับแข้ง
    • อุปกรณ์พยุงข้อเท้าที่สวมอยู่ใต้ถุงเท้า จะต้องมีความสูงไม่เกิน 1 ใน 3 ของความยาวหน้าแข้ง และถ้าวัสดุมีความแข็ง จะต้องไม่เป็นโลหะ
    • ถุงมือ (ชนิดที่ไม่หุ้มนิ้ว)
    • แผ่นรองไหล่หรือแผ่นรองหน้าอกที่ได้รับรอง
    • ฟันยาง หรือ อุปกรณ์ป้องกันฟัน
    • อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ
    • ผ้าพันแผล, ผ้าคลุมแผล, เทปบางหรือวัสดุอื่นที่คล้ายคลึงกัน
    • แว่นตากีฬา
    • ปุ่มสตั๊ด รวมทั้งยางขึ้นรูปบนพื้นรองเท้า
    • กางเกงรัดรูปผ้าฝ้ายผสมแบบยาวหรือเลกกิ้ง โดยมีตะเข็บเดียวอยู่ตรงขาด้านใน สวมใต้กางเกงขาสั้นและถุงเท้าสวมทับ
    • ผ้าคลุมศีรษะหรือผ้าคลุม โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สวมใส่หรือผู้เล่นคนอื่น
    • อุปกรณ์ติดตามประสิทธิภาพผู้เล่น
  4. ผู้เล่นห้ามสวมใส่สิ่งต่อไปนี้ :
    • สิ่งของใด ๆ ที่ปนเปื้อนเลือด
    • สิ่งของใด ๆ ที่มีคม หรือ แหลม
    • สิ่งของใด ๆ ที่มี หัวเข็มขัด, ตะขอ, แหวน, บานพับ, ซิป, ตะปูควง, สลักเกลียว หรือวัสดุแข็ง,หรือส่วนยื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกติกานี้
    • เครื่องอัญมณี
    • ถุงมือ (ที่หุ้มทั้งมือ)
    • กางเกงขาสั้น หรือกางเกงรัดรูปที่มีการเย็บแผ่นเสริมเข้าไป
    • สิ่งของใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายโดยปกติ,แต่ในความเห็นของผู้ตัดสิน, มีแนวโน้มอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
    • อุปกรณ์สื่อสาร
  5. ผู้ตัดสินมีอำนาจในการวินิจฉัยได้ตลอดเวลา หากเห็นว่าอุปกรณ์หรือเครื่องแต่งกายของผู้เล่นเป็น ส่วนหนึ่งทำให้เกิดอันตรายหรือผิดกติกา ในกรณีนี้ ผู้ตัดสินต้องสั่งให้ผู้เล่นถอดอุปกรณ์ดังกล่าวออกทันที ผู้เล่นจะกลับมาเล่นได้ต่อเมื่อนำอุปกรณ์นั้นออก หรือทำให้ปลอดภัยแล้ว
  6. หากมีการตรวจสอบก่อนการแข่งขัน ผู้ตัดสินแจ้งให้ผู้เล่นทราบว่ามีสวมใส่อุปกรณ์ต้องห้ามภายใต้ กติกานี้ แต่ภายหลังพบว่าผู้เล่นนั้นสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าวลงในพื้นที่การเล่น จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นมี ประพฤติกรรมที่ไม่ดีจะถูกไล่ออกจากสนาม
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  7. ผู้ตัดสินต้องไม่อนุญาตให้ผู้เล่นออกจากพื้นที่การเล่น เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องแต่งกาย, เว้นแต่เครื่องแต่งกายนั้นเปื้อนเลือด

กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน (Time)

  1. การแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มีการต่อเวลาพิเศษในเกมส์การแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
  2. ช่วงพักครึ่งเวลา มีระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ระหว่างช่วงเวลานี้ ทีมผู้เล่นและผู้ตัดสิน อาจออกจากบริเวณสนามแข่งขันได้
  3. ในการแข่งขันที่ไม่ใช่การแข่งขันระดับนานาชาติ ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจจะพิจารณาลดเวลาในการแข่งขันลงได้ หากฝ่ายจัดการแข่งขันไม่ได้พิจารณา ให้ทีมผู้เล่นตกลงเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการแข่งขัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ผู้ตัดสินเป็นผู้ตัดสินใจ
  4. ผู้ตัดสินจะเป็นผู้ควบคุมเวลาในการแข่งขัน แต่อาจมอบหมายหน้าที่ให้กับผู้ช่วยผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนก็ได้ และ/หรือ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในการจับเวลาได้ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ตัดสินจะแสดงสัญลักษณ์ในการหยุดเวลาให้กับทางเจ้าหน้าที่ ส่วนในการแข่งขันที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ในการจับเวลา ถ้าผู้ตัดสินมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเวลาที่ถูกต้อง ผู้ตัดสินจะสามารถปรึกษาหารือกับผู้ช่วย ผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนก็ได้ และอาจปรึกษาคนอื่นได้เฉพาะในกรณีที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินไม่สามารถช่วยเหลือได้
  5. ผู้ตัดสินอาจจะหยุดการเล่น และอนุญาตให้เวลาสำหรับ :
    • ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บเกินเวลา 1 นาที ถ้าผู้เล่นมีอาการบาดเจ็บรุนแรง ผู้ตัดสินมีดุลยพินิจที่อนุญาตให้ใช้เวลามากกว่า 1 นาที สำหรับผู้เล่นคนนั้นในการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่การเล่น
    • การปรึกษาหารือกับผู้ช่วยผู้ตัดสิน
  6. ในกรณีที่ลูกบอลเป็นลูกตายแล้ว ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้เวลาสำหรับ :
    • การเปลี่ยนตัวผู้เล่น
    • การเปลี่ยน หรือ ซ่อมแซมเครื่องแต่งกายของผู้เล่น
    • ผูกเชือกรองเท้าใหม่
    • การนำลูกบอลกลับมาเล่น
  7. การแข่งขันครึ่งเวลาสิ้นสุดลงเมื่อลูกบอลกลายเป็นลูกตาย หลังจากเวลาการแข่งขันหมดไปแล้ว ยกเว้น :
    • การทำสกรัม การทำแถวทุ่ม หรือ การเตะเริ่มเล่นใหม่ ภายหลังจากการวางทรัย หรือ การกด Touch down ที่เกิดขึ้นก่อนที่เวลาการแข่งขันจะหมดลง ซึ่งยังไม่เสร็จ/จบสมบูรณ์ และบอลยังไม่ได้กลับไปสู่การเล่นทั่วไป นี้รวมถึงการทำสกรัม การทำแถวทุ่ม และการเตะเริ่มเล่นใหม่ที่ผิดวิธีอีกด้วย
    • ผู้ตัดสินให้ลูกโทษและลูกฟรีคิก
    • ลูกโทษถูกเตะออกโดยตรง โดยที่ลูกบอลปราศจากการถูกแท็ปในครั้งแรก และปราศจากการสัมผัสกับผู้เล่นคนอื่นๆ
    • การวางทรัยทำคะแนน ในกรณีนี้ผู้ตัดสินจะอนุญาตให้เวลาในการเตะเปลี่ยนประตูเพื่อทำคะแนนได้
  8. ทีมผู้เล่นที่วางทรัยทำคะแนนได้ อาจมีการเตะเปลี่ยนประตูเพื่อทำคะแนนหรือไม่ก็ได้
    • การตัดสินใจที่จะปฏิเสธการเตะเปลี่ยนประตูเพื่อทำคะแนน โดยผู้วางทรัยต้องแจ้งกับ ผู้ตัดสินว่า “ไม่เตะ” ภายหลังจากการวางทรัย
    • เมื่อการเตะเปลี่ยนประตูเสร็จสิ้น หรือ ปฏิเสธการเตะ ก่อนที่จะหมดเวลา ผู้ตัดสินจะให้นำบอลไปเตะเริ่มเล่นใหม่
    • หากการเตะเปลี่ยนประตูเสร็จ เวลาในการแข่งขันจะถูกนับจากเท้าปะทะที่บอล
  9. ในกรณีที่สภาพอากาศร้อนจัด และ/หรือ มีความชื้นสูง ผู้ตัดสินมีดุลยพินิจในการอนุญาตให้หยุดพักดื่มน้ำได้ การหยุดพักดื่มน้ำใช้เวลา 1 นาที ควรเกิดขึ้นบริเวณกลางเส้นกึ่งกลางสนาม หรือภายหลังจากการทำคะแนน หรือ เมื่อบอลเป็นลูกตายใกล้กับเส้นกึ่งกลางสนาม
  10. ผู้ตัดสินมีอำนาจที่ให้ยุติหรือหยุดการแข่งขันชั่วคราวได้ทุกเมื่อ ถ้าผู้ตัดสินเชื่อว่าหากให้แข่งขันดำเนินต่อไปจะทำให้ไม่ปลอดภัย

กติกาข้อ 6 ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน (Match officials)

หลักการ

ทุกการแข่งขันอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ซึ่งประกอบด้วยผู้ตัดสินและ ผู้กำกับเส้นหรือผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 คน บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติมจากฝ่ายจัดการแข่งขันอาจรวมถึง ผู้ตัดสินสำรอง และ/หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง, ผู้ตัดสินจากภาพทางโทรทัศน์ (TMO), ผู้ควบคุมเวลา, แพทย์ประจำการแข่งขัน, แพทย์ประจำทีม, สมาชิกของทีมที่ไม่ได้ลงเล่น และเด็กเก็บบอล

ผู้ช่วยผู้ตัดสิน และ ผู้กำกับเส้น มีความรับผิดชอบในการให้สัญญาณบอลออกข้างสนาม, บอลออกในเขตประตู และให้สัญญาณเมื่อการเตะเปลี่ยนประตูสำเร็จ นอกจากนี้ผู้ช่วยผู้ตัดสินยังให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้ตัดสินสั่ง, รวมถึงการรายงานการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play)

การแต่งตั้งผู้ตัดสิน

  1. ผู้ตัดสินถูกได้รับการแต่งตั้งโดยฝ่ายจัดการแข่งขัน หากไม่มีการแต่งตั้งผู้ตัดสิน ให้ทั้งสองทีมลงความเห็นหาผู้ตัดสิน หากพวกเขาไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ทีมที่เป็นเจ้าบ้านแต่งตั้งผู้ตัดสิน
  2. หากผู้ตัดสินไม่สามารถดำเนินการแข่งขันให้เสร็จสิ้นได้ จะมีการแต่งตั้งผู้ตัดสินทดแทนตามคำแนะนำของฝ่ายจัดการแข่งขัน หากฝ่ายจัดการแข่งขันไม่มีคำแนะนำ ผู้ตัดสินจะแต่งตั้ง ผู้ตัดสินมาปฏิบัติหน้าที่แทน หากผู้ตัดสินไม่สามารถทำได้ ให้ทีมที่เป็นเจ้าบ้านแต่งตั้งผู้ตัดสินมาปฏิบัติหน้าที่แทน

หน้าที่ของผู้ตัดสินก่อนการแข่งขัน

  1. ผู้ตัดสินเป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงเหรียญ โดยหัวหน้าทีมของฝ่ายหนึ่งจะทำการโยนเหรียญ และหัวหน้าทีมของอีกฝ่ายจะเป็นผู้เลือก ผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญจะตัดสินใจว่าเป็นฝ่ายที่เลือกเตะเริ่มเกมส์ หรือ เลือกทิศทาง (เลือกแดน) และในทางกลับกัน ถ้าผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญตัดสินใจเลือกทิศทาง (เลือกแดน) ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเตะเริ่มเกมส์
  2. เจ้าหน้าที่การแข่งขันต้องตรวจสอบชุดแข่งขันของผู้เล่น และปุ่มรองเท้าเพื่อให้เป็นไปตามกติกาข้อ 4.

หน้าที่ของผู้ตัดสินระหว่างการแข่งขัน

  1. ภายในพื้นที่บริเวณสนามแข่งขัน (Playing enclosure) :
    • ผู้ตัดสินเป็นผู้ชี้ขาดพียงผู้เดียวตามข้อเท็จจริงและตามกติกาในระหว่างการแข่งขัน ผู้ตัดสินต้องนำข้อกติกามาใช้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ในทุกๆ การแข่งขัน
    • ผู้ตัดสินเป็นผู้ควบคุมเวลาการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจแต่งตั้ง ผู้จับเวลาเพื่อเป็นผู้ส่งสัญญาณหมดเวลาในแต่ละครึ่งเวลา
    • ผู้ตัดสินเป็นผู้บันทึกคะแนนในการแข่งขัน
  2. ผู้ตัดสินอนุญาตให้ผู้เล่นและผู้เล่นสำรองเข้าพื้นที่การเล่น เมื่อเห็นว่ามีความปลอดภัย
  3. ผู้ตัดสินเป็นผู้อนุญาตให้ผู้เล่นออกจากพื้นที่การเล่นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นอาจเข้าถึงน้ำดื่มในพื้นที่เทคนิค (Technical Area) ของทีมตนเอง หรือจากด้านหลังเส้นลูกตายหลังจากการวางทรัย โดยไม่ต้องขออนุญาต

นกหวีด

  1. ผู้ตัดสินถือนกหวีด และเป่านกหวีด :
    • เพื่อบ่งบอกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแต่ละครึ่งเวลาการแข่งขัน
    • เพื่อหยุดการเล่น ผู้ตัดสินมีอำนาจที่จะหยุดการเล่นได้ทุกเวลา
    • เพื่อบ่งบอกการทำคะแนน หรือ การทำ touch down
    • เพื่อตักเตือน หรือ ให้ออกจากการแข่งขัน กับผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาและกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อมีการให้ลูกโทษ หรือ ทรัยโทษ
    • เมื่อลูกบอลกลายเป็นลูกตาย ยกเว้น หลังจากการเตะเปลี่ยนประตูไม่สำเร็จ
    • เมื่อลูกบอลไม่สามารถเล่นได้
    • เมื่อมีการให้ลูกโทษ, ลูกฟรีคิก หรือ การเข้าสกรัม
    • เมื่อเห็นว่าหากปล่อยให้การเล่นดำเนินต่อไปแล้วเกิดอันตราย หรือ เมื่อสงสัยว่าผู้เล่นได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรง

ลูกบอลกลายเป็นลูกตาย

  1. ผู้ตัดสินจะถือว่าลูกบอลกลายเป็นลูกตาย เมื่อ :
    • ลูกบอลออกข้างสนาม หรือ ออกในเส้นออกในเขตประตู
    • ลูกบอลถูก กด/วางบอล ในเขตประตู
    • ได้มีการเตะเปลี่ยนประตูแล้ว
    • เป็นทรัย, การเตะลูกโทษ หรือ การเตะ Dropped Goal ที่เป็นคะแนน
    • ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสเส้นลูกตาย หรือ สิ่งใดๆ ที่อยู่เหนือเส้นลูกตาย
    • ลูกบอล กระทบสิ่งใดๆ ที่อยู่เหนือพื้นที่การเล่น (Playing area)

ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสผู้ตัดสิน หรือ ไม่ใช่ผู้เล่น

  1. หากลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสผู้ตัดสิน หรือ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น และไม่มีทีมหนึ่งทีมใดได้เปรียบการเล่น ให้การเล่นดำเนินต่อไป ถ้ามีทีมหนึ่งทีมใดได้รับได้เปรียบการเล่นในสนามเล่น สกรัมจะถูกให้กับทีมที่ได้เล่นบอลครั้งสุดท้าย
  2. หากผู้ถือบอล สัมผัสผู้ตัดสิน หรือ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น ในเขตประตู และมีทีมหนึ่งทีมใดได้เปรียบการเล่น :
    • ถ้าบอลอยู่ในการครอบครองของผู้เล่นฝ่ายรุก ผู้ตัดสินจะให้ทรัย ณ ตำแหน่งที่สัมผัสกัน
    • ถ้าบอลอยู่ในการครอบครองของผู้เล่นฝ่ายรับ ผู้ตัดสินจะให้เป็นการทำ touch down ณ ตำแหน่งที่สัมผัสกัน
  3. ถ้าลูกบอล ถูกสัมผัสโดยผู้ตัดสิน หรือ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น ในเขตประตู ผู้ตัดสินจะพิจารณาสถานการณ์ที่ควรเกิดขึ้นตามปกติ และให้ทรัย หรือ ให้เป็นการทำ touch down ณ ตำแหน่งที่สัมผัสกัน

การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ตัดสิน กับ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน/ผู้กำกับเส้น

  1. ผู้ตัดสินอาจปรึกษาหารือกับผู้ช่วยผู้ตัดสินเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของพวกเขา ข้อกติกาที่เกี่ยวข้องการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) และเรื่องการจับเวลา, หรืออาจร้องขอความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของผู้ตัดสิน
  2. ผู้ตัดสินอาจจะเปลี่ยนแปลงคำตัดสินได้ หลังจากผู้กำกับเส้น หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน มีการยกธงส่งสัญญาณบอลออกข้างสนาม หรือ ออกในเส้นออกในเขตประตู หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินมีการส่งสัญญาณการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play)

ผู้ตัดสินจากภาพทางโทรทัศน์ (TMO)

  1. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจแต่งตั้ง ผู้ตัดสินจากภาพทางโทรทัศน์ (TMO), ซึ่งใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ :
    • การ กด/วางบอล ในเขตประตู
    • ลูกบอลออกนอกสนาม หรือ ออกในเส้นออกในเขตประตู ในขณะที่ กด/วางบอล หรือทำ ลูกบอลให้เป็นลูกตาย
    • ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าการเตะเปลี่ยนประตู สำเร็จหรือไม่
    • ในกรณีที่ผู้ตัดสินเชื่อว่าการฝ่าฝืนกติกาอาจเกิดขึ้นในพื้นที่การเล่นนำไปสู่การวางทรัย หรือการป้องกันการวางทรัย
    • การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) รวมถึงการลงโทษ
  2. ผู้ตัดสินทุกคน รวมถึง TMO อาจแนะนำให้มีการตรวจสอบโดย TMO การตรวจสอบจะดำเนินตามขั้นตอนปฏิบัติ TMO โปรโตคอล ซึ่งสามารถศึกษาได้ที่ www.world.rugby

หน้าที่ของผู้ตัดสินระหว่างการแข่งขัน

  1. ผู้ตัดสินมีหน้าที่แจ้งผลคะแนนให้กับทีมผู้เล่น และฝ่ายจัดการแข่งขัน
  2. หากผู้เล่นถูกให้ออกจากสนาม (ใบแดง) ผู้ตัดสินจะให้ฝ่ายจัดการแข่งขันเขียนรายงานการฝ่าฝืนกติกาการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) โดยเร็วที่สุด

การแต่งตั้งและการควบคุม ผู้ช่วยผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้น

  1. ในทุกการแข่งขัน จะมีผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 คน หรือ ผู้กำกับเส้น 2 คน เว้นแต่พวกเขาไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยหรือภายใต้อำนาจของฝ่ายจัดการแข่งขัน แต่ละทีมต้องจัดหาผู้กำกับเส้น
  2. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจเสนอชื่อบุคคลเพื่อทำหน้าที่แทนผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือผู้กำกับเส้น บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง หรือผู้กำกับเส้นสำรอง และจะประจำอยู่ในบริเวณพื้นที่ข้างสนาม
  3. ผู้ตัดสินมีอำนาจควบคุมผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ผู้ตัดสินอาจบอกพวกเขาว่าหน้าที่ของพวกเขาคือและอาจยกเลิกการตัดสินใจของเขาได้ หากผู้กำกับเส้นไม่เป็นที่น่าพอใจ ผู้ตัดสินอาจขอให้เปลี่ยนผู้กำกับเส้นนั้นได้ หากผู้ตัดสินเชื่อว่าผู้กำกับเส้นมีความประพฤติไม่ดี ผู้ตัดสินมีอำนาจในการให้ผู้กำกับเส้นออกจากสนามและทำรายงานไปยังฝ่ายจัดการแข่งขัน

ระหว่างเกมการแข่งขัน

  1. มีผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือ ผู้กำกับเส้น 1 คน อยู่ด้านข้างของสนามแต่ละข้าง ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือ ผู้กำกับเส้น ยังคงอยู่ที่เส้นออกข้างสนาม ยกเว้นเมื่อมีการวินิจฉัยการเตะไปที่ประตู เมื่อมีการวินิจฉัยการเตะไปที่ประตู พวกเขาจะยืนในเขตประตู ด้านหลังเสาประตู
  2. ผู้ช่วยผู้ตัดสิน อาจจะเข้าสู่พื้นที่การเล่นเพื่อรายงานการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) ทั้งนี้อาจทำได้เฉพาะการหยุดการเล่นครั้งต่อไป และเมื่อผู้ตัดสินอนุญาต

การส่งสัญญาณ

  1. ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้นแต่ละคน ต้องถือธง หรือ สิ่งที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งใช้ส่งสัญญาณ
  2. การส่งสัญญาณผลการเตะเปลี่ยนเข้าประตู : ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น 1 คน จะยืนอยู่ตรง หรือด้านหลังของแต่ละเสาประตู ถ้าลูกบอลข้ามคานประตู และอยู่ระหว่างเสาทั้งสอง พวกเขาจะยกธงขึ้น เพื่อระบุว่าเป็นการทำประตูสำเร็จ (เป็นคะแนน)
  3. การส่งสัญญาณลูกออกจากสนาม :
    • เมื่อลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล ได้สัมผัสกับเส้นออกข้างสนาม หรือเส้นออกในเขตประตู ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น จะยกธงขึ้น
    • ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ยืนตรงจุดของการโยนบอล และชี้ไปยังทีมผู้เล่นที่มีสิทธิ์ในการโยนบอลในแถวทุ่ม
    • เมื่อลูกบอลถูกโยนออกไปแล้ว ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้นจะลดธงต่ำลง โดยมีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้
      • เมื่อผู้เล่นที่โยนบอล นำส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าหรือทั้งสองข้าง เข้าในสนาม (field of play)
      • เมื่อทีมผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์ในการโยนบอล ทำการโยนบอล
      • ที่จุดโยนลูกเร็ว (Quick throw) เมื่อลูกบอลออกจากสนามไปแล้วถูกเปลี่ยนลูกบอลลูกอื่นมา หรือ หลังจากลูกบอลออกจากสนามไปแล้ว ลูกบอลถูกสัมผัสโดยผู้เล่นคนอื่น ยกเว้น ผู้ถือบอลที่พาบอลออกจากสนาม หรือ ผู้เล่นที่ทำการโยนบอล
    • ผู้ตัดสินหลักเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินใจว่าการโยนบอลในแถวทุ่มนั้น กระทำจากตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ และไม่ใช่หน้าที่ของผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น
  1. การส่งสัญญาณการทำผิดกติกา Foul Play :
    • ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจให้อำนาจให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินส่งสัญญาณการทำผิดกติกา Foul Play ได้
    • ผู้ช่วยผู้ตัดสินส่งสัญญาณเมื่อเห็นการเล่นที่ผิดกติกา Foul Play หรือมีประพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยการถือธงในแนวนอนและการชี้เข้าไปในสนามในมุมฉากกับเส้นออกด้านข้าง
    • หากผู้ช่วยผู้ตัดสินส่งสัญญาณการทำผิดกติกา Foul Play ผู้ช่วยผู้ตัดสินยังคงอยู่ที่เส้นออกด้านข้างและยังคงทำหน้าที่อื่นๆ ต่อไป จนกว่าการเล่นจะหยุดในครั้งต่อไป
    • เมื่อผู้ตัดสินเรียก ผู้ช่วยผู้ตัดสินอาจเข้าสู่พื้นที่การเล่น เพื่อรายงานการกระทำผิดต่อผู้ตัดสิน จากนั้นผู้ตัดสินจะดำเนินการตามความเหมาะสม
    • หากผู้ช่วยผู้ตัดสินรายงานด้วยวาจาต่อผู้ตัดสินส่งผลทำให้ผู้เล่นออกจากจากการแข่งขัน (ใบแดง) ผู้ช่วยผู้ตัดสินจะต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ผู้ตัดสินโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจบการแข่งขัน จากนั้นผู้ตัดสินจะส่งรายงานต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน

บุคคลเพิ่มเติม

บุคคลอื่นใดที่ไม่ปฏิบัติตามกติกาอาจถูกตักเตือนหรือไล่ออกจากสนาม และฝ่ายจัดการแข่งขันอาจออกข้อหาด้านประพฤติไม่เหมาะสมเพิ่มเติมได้

  1. บุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมและได้รับอนุญาต (ทีมปฐมพยาบาลข้างสนาม) สามารถเข้าสู่พื้นที่การเล่นเพื่อดูแลผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บได้ทันทีที่เห็นว่าปลอดภัย
    • อาจมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้สูงสุด 2 คน โดยอยู่คนละข้างสนาม และสามารถเคลื่อนที่ตามเกมได้
    • เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เหล่านี้สามารถถือและให้น้ำได้เฉพาะกับผู้เล่นที่กำลังรับการรักษาเท่านั้น
    • เจ้าหน้าที่การแพทย์ไม่สามารถลงสนามได้ หรือสัมผัสลูกบอลในขณะที่การเล่นยังดำเนินการอยู่
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  2. บุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่อไปนี้ สามารถเข้าสู่พื้นที่การเล่นได้ หากไม่รบกวนการเล่น :
    • ผู้ให้น้ำที่ได้รับการเสนอชื่อสองคน สามารถเข้าสนามได้ในช่วงหยุดการเล่นเมื่อมีผู้เล่นบาดเจ็บหรือเมื่อมีการวางทรัยทำคะแนนเกิดขึ้น (หมายเหตุ: ในสภาพอากาศร้อนอาจอนุญาตให้หยุดพัก 1 นาทีต่อครึ่งเวลา)
      • ในการแข่งขันที่มีขนาดทีม 23 คน ผู้ให้น้ำดื่มสามารถเข้าสนามได้เฉพาะเมื่อมีการวางทรัยทำคะแนนเท่านั้น – ฝ่ายที่ทำคะแนนเข้าไปยังพื้นที่ บน/ใกล้ เส้น 10 เมตรในแดนของตนเอง ฝ่ายที่ไม่ได้ทำคะแนนสามารถนำน้ำดื่มเข้าไปในเขตประตู หรือปลีกตัวออกมาจากหลังเส้นลูกตายได้ ผู้ให้น้ำดื่มจะต้องออกไปเมื่อมีการเตะทำคะแนนหลังจากการวางทรัยเสร็จ
      • ในกรณีที่ให้ทรัยโทษ (penalty try) ห้ามไม่ให้ผู้ให้น้ำดื่มเข้าสู่สนามได้
      • การหยุดเกมเพื่อให้น้ำจะทำได้เมื่อไม่มีการวางทรัยทำคะแนนเกิดขึ้นเท่านั้น โดยหยุดในจุดที่เป็นกลางบนสนาม หากมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้ให้น้ำดื่มต้องออกจากสนาม ทันทีที่เจ้าหน้าที่การแพทย์ออก
      • ผู้เล่นสามารถเข้าถึงน้ำดื่มได้ในโซนเทคนิค (Technical zone) และจากด้านหลังของเส้นลูกตายของตัวเอง หากน้ำดื่มได้ออกจากเขตประตูไปแล้ว สิทธิ์นี้จะถูกยกเลิก
      • ผู้ให้น้ำดื่มจะต้องไม่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนหรือผู้อำนวยการของทีมรักบี้
    • บุคคลที่ถือที่ตั้งเตะและขวดน้ำหนึ่งขวด (สำหรับให้ผู้เตะ) สามารถเข้าสนามได้ หลังจากที่ทีมผู้เล่นได้ระบุว่าพวกเขาเจตนาที่จะเตะลูกโทษทำคะแนน หรือมีการวางทรัยทำคะแนน
    • ผู้ฝึกสอนสามารถเข้าหาลูกทีมของเขาในช่วงพักครึ่งเวลา
    • บุคคลเพิ่มเติมเหล่านี้จะต้องอยู่ในพื้นที่ทางเทคนิคตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าสู่สนามตามที่ได้รับอนุญาตข้างต้น พวกเขาจะต้องไม่ลงในสนาม หรือสัมผัสลูกบอลในขณะที่การเล่นยังดำเนินการอยู่ รวมถึงในขณะที่อยู่ในพื้นที่เทคนิค
      บทลงโทษ : ลูกโทษ ณ การเล่นจะเริ่มขึ้นใหม่
  3. ห้ามบุคคลเพิ่มเติม เข้าใกล้ ตำหนิ หรือแสดงความคิดเห็นต่อผู้ตัดสิน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ต้องดูแลรักษาผู้เล่น
  4. การจัดการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรอง อาจถูกมอบหมายให้ผู้จัดการด้านข้างสนาม โดยได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการจัดการด้านข้างสนามสามารถดูได้ที่ :worldrugby.org

กติกาข้อ 7 การได้เปรียบการเล่น (Advantage)

หลักการ

หากทีมผู้เล่นได้เปรียบการเล่น หลังจากการกระทำผิดกติกาของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไป เพื่อให้เกมส์การแข่งขันดำเนินต่อไปได้

  1. การได้เปรียบการเล่น :
    • อาจเป็นแท็คติกการเล่น ทีมฝ่ายที่ไม่ได้กระทำผิดกติกาจะมีอิสระในการเล่นได้ตามที่ต้องการ
    • อาจเป็นเรื่องแดน/พื้นที่ การเล่นมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าสู่เส้นลูกตายของทีมฝ่ายที่กระทำผิดกติกา
    • อาจเป็นการผสมผสานของ แท็คติกการเล่น และ แดน/พื้นที่
    • จะต้องชัดเจนและเป็นจริง โอกาสที่จะได้เปรียบการเล่นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ
  2. การได้เปรียบการเล่น สิ้นสุดลง เมื่อ :
    • ผู้ตัดสินเห็นว่า ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดได้รับการได้เปรียบการเล่นแล้ว ผู้ตัดสินอนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไป ; หรือ
    • ผู้ตัดสินเห็นว่า ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด ไม่น่าจะได้รับประโยชน์จากการได้เปรียบในการเล่น ผู้ตัดสินจะหยุดเกมส์การแข่งขันและนำบทลงโทษให้สำหรับทีมที่กระทำผิดจากการได้เปรียบการเล่นที่ถูกเล่นไปแล้ว ; หรือ
    • ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด ได้กระทำผิดกติกาก่อนที่พวกเขาได้รับการได้เปรียบการเล่น ผู้ตัดสินจะหยุดเกมส์การแข่งขันและนำบทลงโทษให้สำหรับทีมที่กระทำผิดในครั้งแรก ถ้าทีมหนึ่งทีมใดหรือทั้งสองทีม กระทำผิดกติกา Foul Play, ผู้ตัดสินจะนำบทลงโทษมาใช้ให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด ; หรือ
    • ทีมที่กระทำผิด ได้กระทำผิดกติกาเป็นครั้งที่ 2 หรือกระทำผิดกติกาหลายครั้งตามมา ซึ่งทีมไม่สามารถได้รับการได้เปรียบการเล่นได้ ผู้ตัดสินจะหยุดการเล่นและอนุญาตให้หัวหน้าทีมของทีมที่ไม่ได้กระทำผิด เพื่อเลือกการลงโทษที่ได้เปรียบการเล่นมากที่สุด
  3. การได้เปรียบการเล่นต้องไม่ถูกนำมาใช้ และผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดหยุดเกมส์การแข่งขันโดยทันที เมื่อ :
    • ลูกบอล หรือ ผู้เล่นที่ได้ครอบครองบอล สัมผัสผู้ตัดสินและมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้การได้เปรียบการเล่น
    • ลูกบอลหลุดออกจากอุโมงค์การทำสกรัม
    • สกรัมหมุนมากกว่า 90 องศา
    • ผู้เล่นที่อยู่ในสกรัม ถูกยก หรือ ถูกงัดขึ้น แล้วผู้เล่นคนนั้นไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดที่สัมผัสพื้นสนาม
    • การทุ่มบอลเร็ว (quick throw), ลูกฟรีคิก หรือ ลูกโทษ ที่เล่นผิดวิธี
    • ลูกบอลถูกทำให้ลูกตาย
    • หากปล่อยให้การเล่นดำเนินต่อไป ทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้
    • มีเหตุสงสัยว่าผู้เล่นได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง

กติกาข้อ 8 การทำคะแนน (Scoring)

  1. วิธีการและค่าคะแนนของการทำคะแนน :
    • ทรัย (Try) 5 คะแนน
    • การเตะเปลี่ยนประตู (Conversion) 2 คะแนน
    • ทรัยโทษ (Penalty try) 7 คะแนน
    • เตะลูกโทษ (Penalty goal) 3 คะแนน
    • Dropped goal (Dropped goal) 3 คะแนน

การวางทรัย (Try)

  1. การวางทรัยจะถูกนับเป็นคะแนน เมื่อผู้เล่นฝ่ายรุก :
    • เป็นคนแรกที่ กด/วางลูกบอล ในเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • เป็นคนแรกที่ กด/วางลูกบอล เมื่อสกรัม, รัค หรือ มอล เคลื่อนข้ามเส้นทรัย
    • ถูกแท็คเกิ้ลก่อนถึงเส้นทรัย และโมเมนตั้มของผู้เล่นได้พาเค้าเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องไปตามพื้นสนามไปสู่เขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และเป็นคนแรกที่ กด/วางลูกบอล
    • ถูกแท็คเกิ้ลใกล้เส้นทรัยของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และผู้เล่นเอื้อมมือ และ กด/วางลูกบอล โดยทันทีใด
    • ที่ออกจากสนามแล้ว กดลูกบอล ในเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ ทั้งนี้ผู้เล่นไม่ให้ ยก/ถือ ลูกบอลขึ้นมา

การ กดวางบอล (Grounding the ball)

ทรัย – เมื่อสกรัมข้ามเส้นเขตประตู

ทรัย – ผู้เล่นอยู่นอกสนามแล้วกดบอลไม่ให้ ยก/ถือ บอลขึ้นมา

ทรัยโทษ (Penalty try)

  1. ทรัยโทษ (Penalty try) จะถูกให้ระหว่างเสาประตู หากมีการกระทำผิดกติกา Foul play โดย ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้มีการป้องกันการวางทรัยที่สามารถเป็นคะแนนได้ หรือ ทำคะแนนในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากกว่า ผู้เล่นที่กระทำผิดในข้อนี้ จะต้องถูกเตือน และ ถูกให้พักการเล่นชั่วคราว หรือ ให้ออกจากสนามแข่งขัน และไม่มีการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick)

การเตะเปลี่ยนประตู, การเตะลูกโทษ และการเตะ Dropped goal

  1. สำหรับการเตะทำประตูที่เป็นคะแนนสำเร็จนั้น ลูกบอลต้องถูกเตะให้ข้ามคานและอยู่ระหว่างเสาประตูทั้งสอง โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน หรือสัมผัสพื้นก่อน
  2. ในกรณีที่ลูกบอลถูกเตะข้ามคาน และลอยสูงเกินความสูงของเสาประตู การเตะจะสำเร็จ หากดูเหมือนว่าวิถีของลูกบอลไปยังระหว่างเสาประตูที่มีความสูงขึ้น
  3. หากลูกบอลข้ามคานไปแล้ว และลมกระโชกกลับเข้าไปยังสนามเล่น (Field of play) ยังนับว่าเป็นคะแนน (เป็นการเตะประตูที่สมบูรณ์)

การเตะเปลี่ยนประตู

  1. เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick) ซึ่งอาจใช้เป็นการวางเตะ หรือ เตะ Drop-kick
  2. ผู้เตะลูกบอล :
    • ต้องดำเนินการเตะเปลี่ยนประตูมาในสนามเล่น (Field of play) บนแนวเส้นตำแหน่งที่ วางทรัย ขนานกับเส้นออกข้างสนามทั้งสองข้าง
    • วางลูกบอลกับพื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย หรือขี้เลื่อย หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจ ถูกช่วยโดยผู้จับลูกบอลประคอง ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
    • ดำเนินการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) นับจากเวลาที่ได้ทรัย กรณีที่ลูกบอลกลิ้งล้มลง ให้สามารถทำการตั้งเตะใหม่ได้อีกครั้ง
      บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
  3. ทีมของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่ด้านหลังของลูกบอล เมื่อบอลถูกเตะออกไปแล้ว และต้องไม่ทำสิ่งใดจนทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาเข้าใจผิดในการเข้าชาร์จการเตะ
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
  4. หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง ก่อนที่ผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ ผู้ตัดสินจะอนุญาตให้ ผู้เตะบอลทำการตั้งบอลใหม่ ในขณะที่บอลถูกตั้งแล้ว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก็ยังคงอยู่หลังเส้นเขตประตูของพวกเขา
  5. หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง หลังจากผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจเตะลูกบอลที่ล้ม/กลิ้ง หรือเปลี่ยนมาเตะ Dropped goal
  6. หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง แล้วออกจากแนวเส้นตำแหน่งที่ได้ทรัย และผู้เตะลูกบอลยังคงทำการเตะบอลข้ามคาน ให้ถือว่าการเตะเปลี่ยนประตูสำเร็จ
  7. หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง แล้วออกไปนอกสนาม หลังจากผู้เตะบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ การเตะไม่ได้รับอนุญาต

ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเตะเปลี่ยนประตู

  1. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ถอยไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง และไม่ก้าวข้ามเส้นทรัยนั้นได้ จนกว่าผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ เมื่อผู้เตะลูกบอลทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาอาจทำการชาร์จ หรือกระโดดเพื่อป้องกันการเตะ แต่ต้องไม่กระทำการ ยก/อุ้ม โดยผู้เล่นคนอื่นๆ
  2. ทีมผู้เล่นต้องไม่ส่งเสียงดังในระหว่างการเตะเปลี่ยนประตู

    บทลงโทษ : หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ ให้ยืนคะแนนไว้ แต่หากการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ ผู้เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จอีก เมื่อวิธีการเตะอื่นๆ ถูกได้รับอนุญาต ผู้เตะลูกบอลอาจใช้วิธีการเตะซ้ำแบบเดิม ผู้เตะลูกบอลอาจเปลี่ยนวิธีการเตะได้ (เป็นการเตะ Drop-kick)

  3. หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง ก่อนที่ผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอาจทำการชาร์จได้ต่อ
  4. หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสัมผัสลูกบอล และการเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ ให้ยังคงยืนคะแนนไว้

การเตะลูกโทษ Penalty Goal

  1. การเตะลูกโทษ (Penalty Goal) สามารถเป็นคะแนนได้จากลูกโทษเท่านั้น
  2. ทีมที่ได้เตะ ต้องแจ้งถึงเจตนาของพวกเขาในการเตะลูกโทษ โดยปราศจากการรีรอ หรือถ่วงเวลา
  3. หากทีมผู้เล่นแจ้งกับผู้ตัดสินถึงเจตนาในการเตะลูกโทษ พวกเขาต้องทำการเตะ การแสดงเจตนาในการเตะลูกโทษ สามารถใช้วาจากับผู้ตัดสินให้ทราบ หรือ ส่งสัญญาณการเตะโดยการมาถึงของที่ตั้งเตะ หรือ ทราย, หรือ ผู้เล่นได้ทำการมาร์คบนพื้นสนาม
  4. ผู้เตะลูกบอลต้องดำเนินการเตะภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน เว้นแต่ลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง และให้ทำการตั้งเตะใหม่อีกครั้ง
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม(ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
  5. หากผู้เตะลูกบอลแจ้งกับผู้ตัดสินถึงเจตนาในการเตะลูกโทษ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องยืนนิ่งโดยมือของพวกเขาอยู่ด้านข้างของพวกเขา ตั้งแต่เวลาที่ผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ จนกระทั่งบอลถูกเตะออกไปแล้ว
  6. หากผู้เตะลูกบอลไม่ได้แจ้งถึงเจตนาในการเตะลูกโทษ (Penalty Goal) แต่ได้ทำการการเตะ Drop-kick แล้วเป็นคะแนน ให้คงยืนคะแนนไว้
  7. ผู้เตะลูกบอลได้วางลูกบอลที่พื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย, ขี้เลื่อย, หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจถูกช่วยโดยผู้จับตั้งบอล ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
  8. ผู้เล่นใดก็ตามที่จงใจสัมผัสลูกบอล ในลักษณะที่พยายามป้องกันการทำคะแนนจากการเตะลูกโทษ ถือว่าการสัมผัสลูกบอลนั้นผิดกติกา
  9. ผู้เล่นฝ่ายรับต้องไม่ส่งเสียงดังในระหว่างการเตะลูกโทษ
  10. หากทีมฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะกำลังเตะลูกโทษ แต่ถ้าการเตะนั้นสำเร็จ ให้คงยืนคะแนนไว้ และไม่มีบทลงโทษ แต่ถ้าการเตะไม่สำเร็จ ทีมที่ไม่ได้ทำผิดจะได้ลูกโทษไปข้างหน้าอีก 10 เมตร จากจุดเดิม
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

การเตะ Dropped Goal

  1. ผู้เล่นที่ทำคะแนนด้วยการเตะ Dropped Goal นั้น โดยการเตะ Drop-kick นี้ต้องมาจากการเล่นทั่วไป (Open Play)
  2. ทีมผู้เล่นที่ได้ลูกฟรีคิก (รวมถึงที่พวกเขาเลือกสำหรับสกรัม หรือ แถวทุ่ม แทน) ไม่สามารถทำการเตะ Dropped Goal ได้ จนกว่าลูกบอลถูกทำให้ตายในครั้งต่อไป หรือ จนกว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้เล่นบอลแล้ว หรือสัมผัสลูกบอล หรือผู้ถือบอลถูกแท็คเกิ้ล การเตะดังกล่าวถือว่ายังไม่สำเร็จและการเล่นยังคงดำเนินต่อไป

กติกาข้อ 9 การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul Play)

หลักการ

ผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา Foul Play ต้องได้รับการตักเตือน หรือได้รับใบเหลือง หรือให้ไล่ออกจากสนาม (ใบแดง)

การกีดขวางการเล่น

  1. เมื่อผู้เล่นและผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังวิ่งไล่ไปที่บอล ผู้เล่นห้ามใช้การชนหรือผลักโดยวิธีอื่นๆ ยกเว้น การใช้ไหล่ต่อไหล่วิ่งเบียดพิงกัน
  2. ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าต้องไม่มีเจตนากีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือรบกวนกับการเล่น
  3. ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการแท็คเกิ้ลหรือพยายามเข้าแท็คเกิ้ลผู้ถือบอล
  4. ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่มีโอกาสในการเล่นที่บอล นอกเหนือจากการแย่งชิงเพื่อการครอบครองบอล
  5. ผู้ถือลูกบอลต้องไม่มีเจตนาวิ่งเข้าไปหาเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่ เพื่อกีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
  6. ผู้เล่นต้องไม่กีดขวาง หรือรบกวนกับการเล่นของฝ่ายตรงข้ามด้วยวิธีใดๆ ในขณะที่ลูกบอลเป็นลูกตาย
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

การเล่นไม่ยุติธรรม

  1. ผู้เล่นต้องไม่กระทำ :
    • เจตนา ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาข้อใดข้อหนึ่งของเกมการแข่งขัน
    • เจตนา ปัด วาง ผลักดัน หรือโยน ลูกบอลด้วยแขนหรือมือออกจากพื้นที่การเล่น (Playing area)
    • กระทำการใดๆ ที่อาจชักจูงผู้ตัดสินเข้าใจว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้กระทำผิดกติกา
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
    • การถ่วงเวลา บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การกระทำผิดซ้ำซาก

  1. ทีมต้องไม่กระทำผิดกติกาซ้ำซากในลักษณะเดียวกัน
  2. ผู้เล่นต้องไม่ ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาซ้ำซาก
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  3. เมื่อผู้เล่นต่างคนในทีมเดียวกันทำการ ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาแบบเดียวกันซ้ำซาก ผู้ตัดสินจะทำการตักเตือนทั้งทีมเป็นการทั่วไป และหากพวกเขา ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาซ้ำซากอีก ผู้ตัดสินจะลงโทษผู้เล่นที่กระทำผิดด้วยการให้ใบเหลือง

การเล่นอันตราย

  1. ผู้เล่นจะต้องไม่กระทำการใดๆ ที่ประมาทหรืออันตรายต่อผู้อื่น รวมทั้งการใช้ศอกนำหรือ ท่อนแขนนำ หรือกระโดดเข้าหา หรือ ล้มทับบนตัวผู้แท็คเกิ้ล
  2. ผู้เล่นต้องไม่ทำร้ายร่างกายหรือวาจาในทางที่ผิดกับทุกคน การทำร้ายร่างกายในทางที่ผิดรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแค่ การกัด การชกต่อย การปะทะที่ดวงตาหรือบริเวณดวงตา การจู่โจมด้วยส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อนแขน หัวไหล่ ศีรษะ หรือ หัวเข่า การกระทืบ การเหยียบย่ำ การสะดุด หรือ การเตะ
  3. ผู้เล่นต้องไม่แท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก่อน ล่าช้า (เลท) หรือที่เป็นอันตราย การแท็คเกิ้ลที่เป็นอันตราย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแค่ การแท็คเกิ้ลหรือพยายามแท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเหนือแนวหัวไหล่ แม้ว่าการแท็คเกิ้ลเริ่มจากใต้แนวหัวไหล่
  4. ผู้เล่นต้องไม่แท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ได้ครอบครองบอล
  5. นอกเหนือจากการเข้าสกรัม, รัค หรือ มอล, ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ครอบครองบอลต้องไม่จับ ไม่ดัน ไม่เข้าชาร์จ หรือ กีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ได้ครอบครองบอล
  6. ผู้เล่นต้องไม่พุ่งเข้าหา หรือทำการกระแทกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ถือบอลล้มลง โดยปราศจากการความพยายามโอบคว้าผู้เล่นคนนั้น
  7. ผู้เล่นต้องไม่แท็คเกิ้ล พุ่งเข้าหา ดึง ผลัก หรือโอบคว้า ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้ยืนอยู่กับพื้น
  8. ผู้เล่นต้องไม่ยกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามขึ้นจากพื้นแล้วปล่อย หรือไดร์ฟผู้เล่น จนกระทั่งศีรษะ และ/หรือลำตัวส่วนบนของพวกกระแทกที่พื้นสนาม
  9. การเล่นอันตรายในการเข้าสกรัม.
    • แถวหนึ่งของสกรัมต้องไม่สร้างระยะห่างจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และพุ่งเข้าหาพวกเขา
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่ดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่เจตนา ยก/งัด ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น หรือบังคับให้ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามดันขึ้นออกจากสกรัม
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่เจตนา ยุบสกรัม
  10. การเล่นอันตรายใน รัค หรือ มอล.
    • ผู้เล่นต้องไม่พุ่งเข้าไปที่ รัค หรือ มอล การพุ่งเข้าหา รวมถึงการปะทะใดๆ ที่ทำโดยปราศจากการมัด/จับ บนตัวผู้เล่นคนอื่นที่อยู่ใน รัค หรือ มอล
    • ผู้เล่นต้องไม่ทำการเข้าปะทะกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเหนือแนวหัวไหล่
    • ผู้เล่นต้องไม่เจตนายุบ รัค หรือ มอล
    • ผู้เล่นอาจดันผู้แจ็คเกิ้ลเลอร์ (Jackler) ออกจากพื้นที่การแท็คเกิ้ล โดยการผลัก/ไดร์ฟกลับ พวกเขาออกไปด้านหลัง (รวมถึงการคว้าเข่า/ขา) แต่ต้องไม่ม้วน ดึง หรือ บิด ตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • ผู้เล่นจะต้องไม่ทิ้งน้ำหนักของตนลงบนผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือพุ่งเป้าไปที่ร่างกายส่วนต่ำกว่าสะโพก
  11. ผู้เล่นต้องไม่ตอบโต้/แก้แค้น
  12. ทีมต้องไม่ใช้วิธีการเล่นแบบลิ่ม (Flying Wedge)
  13. ผู้เล่นต้องไม่พยายามเตะบอลจากมือของผู้ถือลูกบอล
  14. ผู้ถือลูกถูกอนุญาตให้ใช้มือผลัก (Hand off) ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ โดยห้ามใช้แรงจนเกินไป
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

    การเข้าจับผู้เตะบอลล่าช้า

  15. ผู้เล่นต้องไม่เจตนาพุ่งเข้าหาหรือกีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เพิ่งเตะลูกบอลออกไป
    บทลงโทษ : ลูกโทษ ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดจะเลือกจุดโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
    • ณ ตำแหน่งที่มีกระทำผิด/การฝ่าฝืนกติกา หรือ
    • ณ ที่ลูกบอลตก หรือ ถูกเล่นครั้งต่อไป แต่ไม่ใกล้ไปกว่าระหว่างเส้น 15 เมตร จากเส้นออกข้างสนาม หรือ
    • ถ้าลูกบอลถูกเตะออกโดยตรงไปที่เส้นออกข้างสนาม **จุดโทษจะอยู่บนเส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับที่ลูกบอลข้ามเส้นออกข้างสนาม หรือ
    • ถ้าลูกบอลตกในเขตประตู เส้นออกในเขตประตู หรือ อยู่บนหรืออยู่เหนือเส้นลูกตาย **จุดโทษจะอยู่บนเส้น 5 เมตร จากเส้นเขตประตูในแนวเดียวกับที่บอลข้ามเส้นเขตประตูและอย่างน้อยที่สุดของเส้น 15 เมตร จากเส้นออกข้างสนาม หรือ
    • ถ้าลูกบอลกระทบเสาประตู หรือ คานประตู **จุดโทษจะอยู่ตรง ณ ที่ลูกบอลตก
  16. ในการเล่นทั่วไป (Open play) ผู้เล่นใดๆ อาจจะยกหรือซับพอร์ตเพื่อนร่วมทีมได้ แต่ต้องประคองผู้เล่นนั้นลงมายังที่พื้นอย่างปลอดภัยโดยทันทีที่แย่งบอลชนะ
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การประพฤติตนไม่เหมาะสม

  1. ผู้เล่นต้องไม่กระทำการใดๆ ที่ขัดต่อจิตวิญญาณของนักกีฬาที่ดี
  2. ผู้เล่นทุกคนต้องเคารพอำนาจหน้าที่ของผู้ตัดสิน ผู้เล่นต้องไม่โต้แย้งการตัดสินใจของผู้ตัดสิน ผู้เล่นต้องหยุดเล่นในทันทีทันใดเมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดเพื่อหยุดการเล่น
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

ใบเหลืองและใบแดง

  1. เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่นชั่วคราว 10 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน (ใบแดง)
  2. เมื่อผู้เล่นถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน ผู้ตัดสินจะแสดงใบแดงให้ผู้เล่นคนนั้นและผู้เล่นจะไม่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน ผู้เล่นคนนั้นต้องไม่ถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นคนอื่น

กติกาข้อ 10 การล้ำหน้าและการไม่ล้ำหน้าจากการเล่นทั่วไป (Offside and onside in open play)

หลักการ

เกมการแข่งขันเล่นได้เฉพาะผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เท่านั้น

การล้ำหน้าและการไม่ล้ำหน้าจากการเล่นทั่วไป

  1. ถ้าผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) จากการเล่นทั่วไป หากผู้เล่นคนนั้นอยู่ข้างหน้าของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ถือลูก หรือ เล่นบอลเป็นคนสุดท้าย ผู้เล่นที่ล้ำหน้าจะต้องไม่รบกวนการเล่น รวมถึงห้ามสิ่งเหล่านี้ :
    • การเล่นบอล
    • การแท็คเกิ้ลผู้ถือบอล
    • การป้องกันฝ่ายตรงข้ามจากการเล่นบอล
    • การเดินเตร่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
  2. ผู้เล่นสามารถล้ำหน้า (offside) ทุกๆ ที่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
  3. ผู้เล่นที่รับบอลจากการไม่เจตนาส่งลูกไปข้างหน้า ผู้เล่นคนนั้นถือว่าไม่ล้ำหน้า
  4. ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) อาจได้รับโทษ, ถ้าผู้เล่นคนนั้น :
    • ไม่พยายามปลีกตัวถอยกลับ และ รบกวนการเล่น ; หรือ
    • เคลื่อนที่ไปที่ลูกบอล ; หรือ
    • อยู่ข้างหน้าของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่เตะลูกบอล และไม่รีบปลีกตัวถอยกลับทันทีไปด้านหลัง ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ไม่ล้ำหน้า (onside) หรือไปที่ด้านหลังเส้นสมมติที่ที่ลากผ่านสนามระยะทาง 10 เมตร จากจุดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรับบอลได้ หรือ ณ จุดลูกบอลตก และหากลูกบอลกระทบกับเสาประตูหรือคานก่อน ถ้าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับผู้เล่นที่มากกว่าหนึ่งคน แล้วผู้เล่นที่อยู่ใกล้ที่สุด ณ จุดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรับลูกบอลได้ หรือ ณ จุดลูกบอลตก จะถูกลงโทษ สิ่งนี้เรียกว่า “กฎ 10 เมตร” และยังถูกบังคับใช้ หากลูกบอลสัมผัสหรือถูกเล่นโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ถูกบังคับใช้ในกรณี ที่มีการเตะแล้วถูกการบล็อก (charged down)
      บทลงโทษ : ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดกติกาสามารถเลือกได้ทั้ง :
      • ลูกโทษ ณ ตำแหน่งที่ผู้เล่นกระทำความผิด
      • ให้สกรัม ณ ตำแหน่งที่ทีมที่ฝ่าฝืนกติกา เล่นบอลเป็นครั้งสุดท้าย
  5. ผู้เล่นที่ล้ำหน้าโดยบังเอิญ หากผู้เล่นไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนลูกบอล หรือ โดนผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ถือบอล หากทีมที่ฝ่าฝืนกติกาได้ประโยชน์จากการได้เปรียบควรให้หยุดเล่น
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ทีมที่ไม่ได้ฝ่าฝืนกติกาได้ใส่บอล)
  6. ผู้เล่นใดๆ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เมื่อผู้เล่นคนนั้น :
    • เคลื่อนที่ไปด้านหลังของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่เล่นบอลบอลเป็นครั้งสุดท้าย หรือ
    • เคลื่อนที่ไปด้านหลังของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ไม่ล้ำหน้า (onside)

      ผู้เล่นถูกทำให้ไม่ล้ำหน้า (onside) โดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน

  7. นอกเหนือจากรณีที่กำหนดภายใต้กติกาข้อ 10.4c ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เมื่อ :
    • ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ไม่ล้ำหน้าของผู้เล่นคนนั้น เคลื่อนที่ผ่านผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) และที่อยู่ใน หรือ ได้กลับเข้ามาสู่พื้นที่การเล่นใหม่อีกครั้ง
    • ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามของผู้เล่นคนนั้น :
      • เตะบอล ; หรือ
      • เจตนาสัมผัสบอลโดยปราศจากการได้ครอบครองบอล
  8. ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) ภายใต้กติกาข้อ 10.4c ไม่สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) โดยการกระทำใดๆ ของฝ่ายตรงข้าม ยกเว้นกรณีจากการบล็อก (charged down)

การถอนตัวออกจาก รัค, มอล, สกรัม หรือ แถวทุ่ม

  1. ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) ที่ รัค, มอล, สกรัม หรือ แถวทุ่ม ยังคงล้ำหน้า แม้ว่าหลังจาก รัค, มอล, สกรัม หรือ แถวทุ่ม สิ้นสุดไปแล้ว
  2. ผู้เล่นสามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เพียงถ้า :
    • ผู้เล่นคนนั้นถอนตัวกลับไปหลังเส้นล้ำหน้าโดยทันทีทันใด หรือ
    • ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามวิ่งถือบอลไป 5 เมตร ในทุกทิศทาง หรือ
    • ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะลูกบอล
  3. ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) อาจถูกลงโทษถ้าผู้เล่นนั้น :
    • มิได้ปลีกตัวถอยกลับ โดยชักช้าเกินควร และได้ประโยชน์จากการกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ ล้ำหน้า (onside) ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า หรือ
    • รบกวนการเล่น หรือ
    • เคลื่อนที่เข้าหาลูกบอล
      บทลงโทษ : ลูกโทษ

กติกาข้อ 11 การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า หรือ การโยนบอลไปข้างหน้า (Knock – on or throw forward)

การทำบอลตกไปข้างหน้า (Knock – on)

  1. การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า (Knock – on) อาจเกิดขึ้นทุกๆ ที่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
  2. การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า (Knock – on) เมื่อผู้เล่นกำลังแท็คเกิ้ลหรือพยายามที่จะแท็คเกิ้ล ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม, ทำให้ปะทะ/โดน ลูกบอล และลูกบอลตกไปข้างหน้า
    บทลงโทษ : ลูทำสกรัมกโทษ (ฝ่ายที่ไม่ได้ทำบอลตกไปข้างหน้า)
  3. ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาปัดลูกบอลไปข้างหน้าด้วยการใช้มือหรือแขน
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  4. กรณีที่ไม่ใช่เป็นการเจตนาทำลูกบอลตกไปข้างหน้า หากเป็นการกระทำที่พยายามจะรับลูกบอล แล้วทำลูกตกไปข้างหน้า โดยมีเหตุผลที่เชื่อว่าผู้เล่นคนนั้นอาจจะครอบครองบอลได้
  5. ไม่มีการลงโทษ และการเล่นดำเนินต่อไป หาก :
    • ผู้เล่นปัด (knock) ลูกบอลไปข้างหน้าโดยทันทีทันใด หลังจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะบอลออกมาแล้ว (การบล็อก : charge down)
    • ผู้เล่นกระชากหรือปัดลูกบอลจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และลูกบอลหลุดข้างหน้าจากมือหรือแขนของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

      การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า (Knock forward)

      การบล็อก (charge down)

การโยนบอลไปข้างหน้า (Throw Forward)

  1. การโยนบอลไปข้างหน้า (Throw forward) อาจเกิดขึ้นทุกๆ ที่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ส่งบอลไปข้างหน้า)
  2. ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาโยนบอลและส่งบอลไปข้างหน้า
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

กติกาข้อ 12 การเตะเริ่มการแข่งขันและการเตะเริ่มเล่นใหม่ (Kick-off and restart kicks)

หลักการ

การเตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off) ถูกใช้เริ่มในแต่ละครึ่งเวลาของการแข่งขัน หรือ ช่วงของการต่อเวลาพิเศษ การเตะเริ่มเล่นใหม่ (Restart kicks) ถูกใช้เพื่อเริ่มเกมใหม่หลังจากหยุดเล่น

  1. ทุกๆ การเตะเริ่มการแข่งขันและการเตะเริ่มเล่นใหม่ คือ การเตะลูกพร้อม (Drop kicks) เท่านั้น
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง

    การเตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off)

การเตะเริ่มการแข่งขันและการเตะเริ่มเล่นใหม่ หลังจากการทำคะแนน

  1. การเตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off) ต้องดำเนินการบนหรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
  2. ทีมฝ่ายตรงข้าม ของทีมที่ได้เตะเริ่มเกมส์ในครึ่งเวลาแรก จะได้เตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off) ในครึ่งเวลาหลัง
  3. หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาจะเริ่มต้นการเล่นใหม่ บนหรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
  4. เมื่อลูกบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
    • ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
      บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)
    • ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องอยู่ บน หรือ หลัง เส้น 10 เมตร
      บทลงโทษ : ให้เตะใหม่อีกครั้ง
  5. ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
  6. หากลูกบอลข้ามเส้น 10 เมตรแล้ว แต่มีลมพัดกลับ หรือ ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเล่นบอลก่อนบอลถึงเส้น 10 เมตร ให้เล่นต่อไป
  7. หากลูกบอลออกนอกสนามโดยตรง ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
    • ให้เตะใหม่อีกครั้ง
    • ทำสกรัม (Scrum)
    • ทำแถวทุ่ม (Lineout)
    • การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
  8. หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
  9. หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของฝ่ายที่ได้เตะลูกบอลเอง และถูกทำให้ลูกบอลเป็นลูกตาย โดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลูกบอลเป็นลูกตายทะลุออกไปในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ จะได้ทำ สกรัมที่เส้น 5 เมตร

การเตะเริ่มเล่นใหม่อื่นๆ (การเตะ Drop-out)

  1. การเล่นถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร เมื่อการเตะลูกโทษทำคะแนน (Penalty Goal) หรือการเตะ Dropped Goal เพื่อทำคะแนนไม่สำเร็จ แล้วลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตายในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลูกบอลเป็นลูกตายทะลุออกไปในเขตประตู จากการเตะอย่างใดอย่างหนึ่ง
  2. การเล่นถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้นทรัย เมื่อ :
    • ลูกบอลถูกเล่น หรือถูกพาเข้าไปในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรุก และถูกรองบอล (ถูกอุ้ม), ลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตาย หรือทำอย่างอื่นให้ลูกบอลตายที่ถูกต้องตามกติกาโดยทีมฝ่ายตรงข้าม (ฝ่ายรับ)
    • การเตะของผู้เล่นฝ่ายรุก แล้วลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตายในเขตประตูของทีมฝ่ายรับนอกเหนือจากการเตะเริ่มเกมส์, การเตะเริ่มเล่นใหม่จากการทำคะแนน, การเตะ Dropped Goal เพื่อทำคะแนน, การเตะเริ่มเล่นใหม่ หรือ การเตะลูกโทษทำคะแนน (Penalty Goal)
    • ผู้เล่นฝ่ายรุกทำลูกตกไปข้างหน้า (Knock on) ใขเขตประตูของทีมฝ่ายตรงข้าม (ฝ่ายรับ)
ประเภทการเตะเริ่มเล่น ตำแหน่งของการเตะ เส้นบทลงโทษ
การเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร บน หรือ หลัง เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายรับ เส้น 22 เมตร
การเตะ Drop-out จากเส้นทรัย บน หรือ หลัง เส้นทรัยของทีมฝ่ายรับ เส้น 5 เมตร
  1. การเตะ Drop-out :
    • ณ ตำแหน่งที่ระบุในตาราง (ด้านบน)
      บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)
    • ต้องดำเนินการโดยไม่รีรอ หรือ ถ่วงเวลา
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
    • ต้องข้ามเส้นบทลงโทษที่ระบุในตาราง (ด้านบน)
      บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
    • บอลต้องไม่ออกโดยตรง
      บทลงโทษ : ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามมีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
      • ให้เตะ Drop-out ใหม่อีกครั้ง
      • ทำสกรัม (Scrum)
      • ทำแถวทุ่ม (Lineout)
      • การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
  2. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องไม่ก้าวล้ำเข้าไปหน้าเส้นบทลงโทษก่อนที่บอลจะถูกเตะออกมา
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  3. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่หน้าเส้นบทลงโทษ ต้องไม่ถ่วงเวลาและกีดขวางการเตะ Drop-out
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  4. หากลูกบอลข้ามเส้นบทลงโทษไปแล้ว แต่ถูกลมพัดกลับ ให้เล่นต่อไป
  5. หากลูกบอลไม่ข้ามเส้นบทลงโทษแล้ว การให้การได้เปรียบ (Advantage) อาจนำมาใช้
  6. หากการเตะ Drop-out ข้ามไปในเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่น คนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือลูกบอลออกไปโดยตรง หรือ อยู่บน หรือเหนือเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิม เตะ Drop-out ใหม่อีกครั้ง
  7. ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอลเมื่อลูกบอลถูกเตะออกมา ผู้เล่นเหล่านั้นที่อยู่หน้าลูกบอล เมื่อลูกบอลถูกเตะออกมาแล้ว อาจถูกลงโทษเว้นแต่พวกเขาจะปลีกตัวและไม่รบกวนการเล่น จนกว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) โดยการกระทำของผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)

    การเตะ Drop-out จากเส้นทรัย

กติกาข้อ 13 ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นในการเล่นทั่วไป (Players on the ground in open play)

หลักการ

เกมการแข่งขันเล่นได้เฉพาะผู้เล่นที่ยืนด้วยขาทั้งสองข้างของตัวเองเท่านั้น

  1. ผู้เล่นที่ลงไปเก็บลูกบอลที่พื้น หรือ ลงสู่พื้นไปกับลูกบอล ต้องทำสิ่งต่อไปนี้โดยทันทีทันใด :
    • ลุกขึ้นด้วยเท้าทั้งสองพร้องกับลูกบอล หรือ
    • เล่นลูกบอล (แต่ห้ามเตะ) หรือ
    • ปล่อยลูกบอลออกมา
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  2. เมื่อลูกบอลถูกเล่น หรือ ถูกปล่อยออกมา ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นต้องเคลื่อนตัวออกจากลูกลูก หรือลุกขึ้นโดยทันที
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  3. ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นในสนามแข่งขัน โดยปราศจากลูกบอล อยู่ในสถานะถูกออกจากเกมการแข่งขัน และต้องปฏิบัติดังนี้ :
    • อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้อยู่บนพื้น เล่นลูกบอลได้ หรือ ได้ครอบครองบอล
    • ไม่เล่นลูกบอล
    • ไม่ทำการแท็คเกิ้ล หรือ พยายามแท็คเกิ้ล ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  4. ผู้เล่นที่ยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างและปราศจากลูกบอล ต้องไม่ล้มทับบนหรือเหนือตัวผู้เล่นที่อยู่กับพื้นที่มีลูกบอล หรือผู้เล่นที่อยู่ใกล้ลูกบอล

    จะไม่มีผู้เล่นล้มทับบนหรือเหนือตัวผู้ถูกแท็คเกิ้ล

กติกาข้อ 14 การแท็คเกิ้ล/การเข้าจับ (Tackle)

หลักการ

การแท็คเกิ้ลสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในสนามเล่น (field of play) การกระทำของผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในการแท็คเกิ้ล ต้องให้แน่ใจว่าการยื้อแย่งเป็นไปอย่างยุติธรรม และเปิดโอกาสให้ลูกบอลสามารถนำออกมาเล่นได้ทันที

การแท็คเกิ้ล/การเข้าจับ (Tackle)

ข้อกำหนดสำหรับการแท็คเกิ้ล

  1. สำหรับการแท็คเกิ้ลที่เกิดขึ้น ผู้ถือบอลต้องถูกจับ/รวบ และถูกทำให้ล้มลงสู่พื้นโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม 1 คน หรือมากกว่า
  2. ถูกทำให้ล้มลงสู่พื้น หมายความว่า ผู้ถือบอลอยู่ในท่านอนราบ นั่ง หรือมีหัวเข่าอย่างน้อย 1 ข้าง อยู่บนพื้น หรือ อยู่บนผู้เล่นคนอื่นที่ล้มอยู่กับพื้น
  3. การถูกจับ/รวบ หมายความว่า ผู้แท็คเกิ้ลต้องจับ/รวบ ผู้ถือลูกอย่างต่อเนื่อง จนกว่าผู้ถือบอลอยู่บนพื้น

ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการแท็คเกิ้ล

  1. ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการแท็คเกิ้ล คือ :
    • ผู้ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player)
    • ผู้แท็คเกิ้ล (Tackler)
    • ผู้เล่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (Others) :
      • ผู้เล่นที่จับ/รวบ ผู้ถือบอลระหว่างการแท็คเกิ้ล แต่ไม่ได้ล้มลงไปด้วย
      • ผู้เล่นที่เข้ามาแย่งชิงการครอบครองบอล หลังจากเกิดการแท็คเกิ้ลแล้ว
      • ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นก่อนหน้าแล้ว ขณะเกิดการแท็คเกิ้ล

ความรับผิดชอบของผู้เล่นในการแท็คเกิ้ล

  1. ผู้แท็คเกิ้ล ต้อง :
    • ปล่อยตัวผู้ถือบอลและลูกบอล โดยทันทีทันใด หลังจากผู้เล่นทั้ง 2 คนล้มลงสู่พื้น
    • เคลื่อนตัว/ม้วนตัว ออกจากผู้ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) และลูกบอล โดยทันทีทันใดหรือ ลุกขึ้นยืน
    • ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง ก่อนที่จะเล่นบอล
    • เปิดโอกาสให้ผู้ถูกแท็คเกิ้ล ปล่อย/ยื่นบอล หรือ เล่นบอลได้
    • เปิดโอกาสให้ผู้ถูกแท็คเกิ้ล เคลื่อนตัว/ม้วนตัว ออกจากลูกบอลได้
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  2. ผู้แท็คเกิ้ลอาจเล่นบอลได้จากทิศทางด้านเส้นทรัยของพวกเขาเองได้ โดยให้ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบด้านบน (ที่กล่าวไว้ใน 5 ข้อ) และในขณะนั้นกลุ่มรัคยังไม่ได้เกิดขึ้น
  3. ผู้ถูกแท็คเกิ้ล ต้องทำโดยทันที :
    • ทำให้ลูกบอลสามารถเล่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยการปล่อย/ยื่นลูกบอล (release), จ่ายบอล หรือ วางลูกบอลในทุกทิศทุกทาง ให้ยกเว้นด้านหน้า พวกเขาอาจวางลูกบอลได้ในทุกทิศทุกทาง
    • เคลื่อนตัว/ม้วนตัว ออกจากลูกบอล หรือ ลุกขึ้นยืน
    • ทำให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้นอนทับ นอนขวาง หรือ นอนใกล้ลูกบอล เพื่อป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการแย่งชิงครอบครองบอล
      บทลงโทษ : ลูกโทษ

      ผู้ถูกแท็คเกิ้ลต้องยื่นบอลโดยทันทีทันใด

  4. ผู้เล่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้อง :
    • ยังคงยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง และปล่อยลูกบอล และผู้ถือบอล โดยทันทีทันใด
    • ยังคงยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง เมื่อพวกเขาจะเล่นบอล
    • มาถึงที่จุดแท็คเกิ้ล จากทิศทางของเส้นทรัยของตัวเอง ก่อนการเล่นบอล
    • ไม่เล่นลูกบอล และพยายามแท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ขณะที่อยู่บนพื้นใกล้จุดแท็คเกิ้ล
    • ม่ม้วน ดึง หรือ บิดตัว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เกี่ยวข้องในบริเวณจุดแท็คเกิ้ลให้ล้มลงสู่พื้น
      บทลงโทษ : ลูกโทษ

      หลังจากการแท็คเกิ้ล ผู้เล่นทั้งหมดต้องยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง เมื่อพวกเขาเล่นบอล

      ผู้เล่นไม่ได้ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง และกำลังเล่นบอลที่จุดแท็คเกิ้ล

      ผู้ถูกแท็คเกิ้ลต้องยื่นบอลโดยทันทีทันใด

  5. ผู้เล่นใดก็ตามที่ได้การครอบครองบอล :
    • ต้องเล่นบอลโดยทันที โดยเคลื่อนที่ออกมา หรือ โดยการส่งบอล หรือ การเตะบอล
    • ยังคงต้องยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง และห้ามล้มลงไปสู่พื้น หรือ ใกล้ ณ จุดแท็คเกิ้ล เว้นแต่ถูกแท็คเกิ้ลโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • อาจถูกแท็คเกิ้ลได้ หากผู้แท็คเกิ้ลกระทำจากทิศทางของเส้นทรัยของตัวเอง
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  6. เส้นล้ำหน้าถูกสร้างขึ้น ณ จุดการแท็คเกิ้ล เมื่อผู้เล่นอย่างน้อยหนึ่งคนยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างและอยู่เหนือบอลซึ่งอยู่บนพื้น เส้นล้ำหน้าของแต่ละทีมจะวิ่งขนานกับเส้นทรัยผ่านไปยังจุดปลายสุดของผู้เล่นใดก็ตาม ในการแท็คเกิ้ล หรือ ยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างของพวกเขาเหนือบอล ถ้าจุดนั้น อยู่บน หรือ อยู่หลัง เส้นเขตประตู, เส้นล้ำหน้าสำหรับทีมนั้นคือเส้นทรัย

    เส้นล้ำหน้าถูกสร้างขึ้นโดยผู้เล่นยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างเหนือบอล

  7. การแท็คเกิ้ลสิ้นสุดลง เมื่อ :
    • รัคเกิดขึ้นแล้ว
    • ผู้เล่นที่ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้างจากทีมใดทีมหนึ่งได้ครอบครองบอล เคลื่อนที่ออกมา หรือ ส่งบอล หรือ เตะบอล
    • ลูกบอลได้ออกจากพื้นที่การแท็คเกิ้ล
    • ลูกบอลไม่สามารถเล่นได้ หากมีข้อสงสัยที่ไม่สามารถระบุผู้กระทำผิดกติกาได้ ผู้ตัดสินจะสั่งให้ทำสกรัม ฝ่ายที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนการหยุดเล่น จะเป็นทีมที่ใส่ลูกบอลในสกรัม หรือ ถ้าไม่มีฝ่ายใดที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ให้ใส่ลูกบอลโดยผู้เล่นฝ่ายรุก

กติกาข้อ 15 รัค (Ruck)

หลักการ

วัตถุประสงค์ของรัค (Ruck) คือ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นแย่งชิงลูกบอล ซึ่งอยู่ที่พื้นสนาม

รัค (Ruck)

รูปแบบของรัค (Forming a Ruck)

  1. รัค สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะใน สนามการเล่น (Field of play) เท่านั้น
  2. รัค เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นอย่างน้อยทีมละ 1 คน เข้าปะทะลำตัวประสานกัน มีการยืนด้วยเท้าทั้งสองและอยู่เหนือบอลที่อยู่บนพื้น
  3. ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนในการเกิดรัค ต้องรักษาระดับหัวและหัวไหล่ไม่ให้ต่ำกว่าสะโพกของพวกเขา บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การล้ำหน้าที่รัค

  1. แต่ละทีมมีเส้นล้ำหน้าที่ลากขนานไปกับเส้นทรัย โดยลากผ่านแนวเท้าสุดท้ายของผู้เข้าร่วมรัค หากตรงจุดเท้าสุดท้ายนั้นอยู่บนหรือหลังเส้นเขตประตู เส้นล้ำหน้าของทีมนั้นคือ เส้นทรัย

    ที่ รัค หรือ มอล, เส้นล้ำหน้าที่ลากผ่านไปยังเท้าสุดท้ายของของทีมเดียวกัน
    ผู้เล่นทีมเสื้อสีเหลืองทางด้านขวามืออยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

การเข้าร่วมรัค

  1. ผู้เล่นที่มาถึงรัคต้องยืนด้วยเท้าทั้งสองและเข้าร่วมจากหลังเส้นล้ำหน้าของฝ่ายตัวเองเท่านั้น
  2. ผู้เล่นอาจเข้าร่วมรัคเลียบทางด้านข้าง แต่ไม่ใช่ด้านหน้าของผู้เล่นที่ยืนเท้าสุดท้ายที่เข้าร่วมรัค
  3. ผู้เล่นต้อง จับ/มัด ไปยังผู้เล่นฝ่ายเดียวกันหรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม การจับ/มัด ต้องเกิดขึ้นก่อน หรือพร้อมกันกับการประสานด้วยส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  4. ผู้เล่นต้องเข้าร่วมรัค หรือถอนตัวออกมาอยู่หลังแนวเส้นล้ำหน้าของตนโดยทันทีทันใด
  5. ผู้เล่นที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัคแล้ว อาจกลับเข้ามาร่วมรัคได้อีก หากพวกเขามาจากตำแหน่งที่ถูกต้อง (onside)
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

ระหว่างที่รัคเกิดขึ้น

  1. การครอบครองบอลอาจชนะด้วยการทำรัคกิ้ง หรือการดันทีมผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามออกจากลูกบอล
  2. เมื่อรัคเกิดขึ้น ห้ามผู้เล่นใช้มือกับลูกบอล เว้นแต่พวกเขาใช้มือเล่นไปที่ลูกบอลก่อนที่รัคจะเกิดขึ้นและยืนด้วยเท้าทั้งสอง
  3. ผู้เล่นต้องพยายามที่จะยืนด้วยเท้าทั้งสองโดยตลอดเวลาที่ยังเป็นรัค
  4. ผู้เล่นทุกคนในรัคจะต้อง จับ/มัด หรือ โอบเกาะ อยู่ในรัค ไม่ใช่แค่ยืนประกบอยู่ข้างๆ รัค
  5. ผู้เล่นอาจใช้เท้าเล่นบอลได้ แต่ต้องทำอย่างปลอดภัย
  6. ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นจะต้องพยายามเคลื่อนที่ออกจากบอล และจะต้องไม่เล่นบอลในรัค หรือจังหวะตอนที่ลูกบอลกำลังออก
  7. ผู้เล่นต้องห้ามกระทำ :
    • เก็บบอลขึ้นด้วยขา
    • เจตนาทำให้รัคล้ม หรือ กระโดดขึ้นทับบนรัค
    • เจตนาเหยียบบนผู้เล่นคนอื่น
    • ล้มทับ หรือ ล้มข้าม ลูกบอลที่กำลังจะออกจากรัค
    • การเตะ หรือพยายามเตะลูกบอลให้ออกจากรัค (เตะไปในทางทิศทางของฝ่ายตรงข้าม)
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
    • นำลูกบอลกลับเข้าไปในรัค
    • กระทำการใดๆ ที่ทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่ารัคสิ้นสุดลง ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การสิ้นสุดของรัค

  1. เมื่อทีมใดทีมหนึ่งชนะในการทำรัค และพร้อมจะเล่นบอลอย่างชัดเจน ผู้ตัดสินใช้คำสั่ง “Use it” หลังจากนั้นต้องนำลูกบอลออกมาจากรัคเพื่อมาเล่น ภายในเวลา 5 วินาที
    การลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอลได้ใส่ลูก)
  2. ผู้เล่นที่อยู่ หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งในรัค ห้ามขัดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ใกล้รัค (ภายใน 1 เมตร) และกำลังพยายามเล่นบอลออกจากรัค
  3. รัคสิ้นสุดลงและการเล่นดำเนินต่อไป เมื่อลูกบอลได้ออกจากรัค หรือ เมื่อบอลในรัคที่อยู่บนหรือเหนือเส้นทรัย
  4. รัคสิ้นสุดลงเมื่อลูกบอลไม่สามารถนำออกมาเล่นได้ หากผู้ตัดสินเห็นว่าลูกบอลมีโอกาสที่จะ ออกมาไม่ได้ภายในเวลาที่เหมาะสม สกรัมจะถูกให้กับฝ่ายที่ได้ครอบครองบอล

กติกาข้อ 16 มอล (Maul)

หลักการ

วัตถุประสงค์ของมอล คือ เพื่อเปิดโอกาสผู้เล่นแย่งชิงลูกบอล ซึ่งถูกอุ้ม/ถือไว้อยู่เหนือพื้นสนาม

มอล (Maul)

รูปแบบของมอล (Forming a Maul)

  1. มอล สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะใน สนามการเล่น (Field of play) เท่านั้น
  2. มอล ประกอบไปด้วย ผู้ที่ถือบอล และผู้เล่นอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน ยืนมัด/โอบเกาะ ประสานซึ่งกันและกัน และยืนด้วยเท้าทั้งสอง ผู้เล่นที่กระชากบอลจากผู้ที่ถือบอลจะต้องประสานกับ ผู้เล่นนั้น จนกว่าพวกเขาจะส่งบอลออกไปแล้ว
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  3. เมื่อมอลเกิดขี้นแล้ว มอลต้องเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัย

    มอลยังไม่เกิดขึ้น (Maul not formed)

การล้ำหน้าที่มอล

  1. แต่ละทีมมีเส้นล้ำหน้าที่ลากขนานไปกับเส้นทรัย โดยลากผ่านแนวเท้าสุดท้ายของผู้เข้าร่วมมอลที่อยู่ใกล้ที่สุดกับเส้นทรัยของทีมนั้น หากเท้านั้นอยู่บนหรือหลังเส้นทรัย เส้นล้ำหน้าของทีมนั้นคือเส้นทรัย
  2. ผู้เล่นต้องเข้าร่วมมอลจากตำแหน่งที่ไม่ล้ำหน้า หรือถอนตัวออกมาอยู่หลังแนวเส้นล้ำหน้าของตนโดยทันทีทันใด
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  3. ผู้เล่นที่ออกจากมอลต้องถอนตัวมาหลังแนวเส้นล้ำหน้าโดยทันทีทันใด ผู้เล่นเหล่านั้นอาจจะกลับเข้าร่วมมอลใหม่ได้อีก
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

การเข้าร่วมมอล

  1. ผู้เล่นจะเข้าร่วมมอลต้อง :
    • เข้าร่วมจากตำแหน่งที่ไม่ล้ำหน้า
    • มัด/โอบเกาะ กับผู้เล่นที่อยู่หลังสุดในมอล
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
    • ต้องรักษาระดับหัวและหัวไหล่ไม่ให้ต่ำกว่าสะโพก
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

ระหว่างที่มอลเกิดขึ้น

  1. ผู้ถือบอลในมอลอาจล้มลงสู่พื้นได้ แล้วผู้เล่นต้องรับนำบอลออกมาเล่นได้ทันที
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก)
  2. ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในมอลต้องพยายามยืนด้วยเท้าทั้งสองตลอดเวลา
  3. ผู้เล่นทุกคนในมอลจะต้อง จับ/มัด หรือ โอบเกาะ อยู่ในมอล ไม่ใช่แค่ยืนประกบอยู่ข้างๆ มอล ผู้เล่นที่ครอบครองลูกบอลอยู่ในมอล ห้ามล้มตัวหรือเคลื่อนที่ถอยหลังโดยเด็ดขาด
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  4. ผู้เล่นต้องไม่กระทำ :
    • เจตนายุบมอล หรือ กระโดดขึ้นบนมอล
    • พยายามดึง/ลาก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามออกจากมอล
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
    • การกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่ามอลสิ้นสุดลง ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  5. เมื่อผู้เล่นของทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอลเจตนาที่จะออกจากมอลดังกล่าว จนกระทั่งไม่มีผู้เล่น ของทีมเหลืออยู่ในมอล มอลยังคงดำเนินต่อไป
  6. เมื่อผู้เล่นทุกคนของทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอลเจตนาที่จะออกจากมอล พวกเขาอาจกลับเข้าร่วม มอลแล้วผู้เล่นคนแรกจะต้องจับ/มัด กับผู้เล่นคนหน้าสุดของทีมที่ครอบครองบอล
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  7. เมื่อมอลได้หยุดเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัยมากกว่า 5 วินาที แต่ลูกบอลยังมีการเคลื่อนที่และผู้ตัดสินสามารถเห็นบอลได้ ผู้ตัดสินสั่งให้ผู้เล่นนำลูกบอลออกไปเล่น ทีมที่ครอบครองบอลต้องนำบอลออกไปเล่นภายในเวลาที่เหมาะสม
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก)
  8. เมื่อมอลได้หยุดเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัย มอลอาจเริ่มเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัยได้อีกครั้งภายในเวลา 5 วินาที หากมอลหยุดเคลื่อนที่เป็นครั้งที่สอง แต่ลูกบอลยังมีการเคลื่อนที่และผู้ตัดสินสามารถเห็นบอลได้ ผู้ตัดสินสั่งให้ผู้เล่นนำลูกบอลออกไปเล่น ทีมที่ครอบครองบอลต้องนำลูกบอลออกไปเล่นภายในเวลาที่เหมาะสม
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก)

การสิ้นสุดของมอล

  1. มอลสิ้นสุดลง และการเล่นดำเนินต่อไป เมื่อ :
    • ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล ออกจากมอล
    • ลูกบอลอยู่บนพื้นสนาม
    • ลูกบอลอยู่บนหรือเหนือเส้นทรัย
  2. มอลสิ้นสุดลงแบบไม่สำเร็จเมื่อ :
    • ไม่สามารถนำลูกบอลออกมาเล่นได้
    • มอลถูกยุบ (ไม่ใช่ผลเกิดจากการ Foul Play)
    • เมื่อมอลไม่เคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัย โดยนานกว่า 5 วินาที และไม่สามารถนำลูกบอลออกมาเล่นได้
    • ผู้ถือบอลล้มลงสู่พื้นและไม่สามารถนำลูกบอลออกมาเล่นได้ทันที
    • ลูกบอลสามารถนำมาเล่นได้แล้ว ผู้ตัดสินใช้คำสั่ง “Use it” แล้วให้นำลูกบอลออกมาเล่น ภายในเวลา 5 วินาที
      บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก)
  3. ผู้เล่นที่อยู่ หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งในมอล ห้ามขัดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ใกล้มอล (ภายใน 1 เมตร) และกำลังพยายามเล่นบอลออกจากมอล
  4. ถ้ามอลถูกสร้างขึ้นโดยทันทีทันใดหลังจากผู้เล่นรับบอลโดยตรงจากการเตะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเล่นทั่วไป (Open play) สกรัมจะถูกสั่งให้เกิดขึ้นจากเหตุผลใดก็ตามข้างต้นที่กล่าวมา ทีมผู้รับบอลจะได้สิทธิ์ใส่ลูกในการทำสกรัม

กติกาข้อ 17 การร้องมาร์ค หรือการรับยัน (Mark)

หลักการ

หมายถึง การหยุดการเล่นของผู้เล่นที่อยู่ในเขตเส้น 22 เมตรของฝ่ายตนเอง โดยการรับลูกจากการเตะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามโดยตรง

การร้องมาร์ค

  1. การร้องมาร์ค ผู้เล่นจะต้อง :
    • มีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่บนเส้นหรือหลังเส้น 22 เมตร ของฝ่ายตนเอง เมื่อรับลูกบอล หรือ เมื่อลงสู่พื้นจากการรับลูกบอลในอากาศได้ และ
    • รับลูกบอลที่ข้ามผ่านเหนือแนวเส้น 22 เมตร โดยตรงจากการเตะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่บอลจะสัมผัสพื้น หรือ ผู้เล่นคนอื่น และ
    • ร้องคำว่า “มาร์ค” พร้อมกันขณะรับลูกบอล
  2. ผู้เล่นอาจร้องมาร์ค แม้ว่าลูกบอลจะกระทบเสาประตูหรือคานประตูก่อนที่จะรับลูกบอลได้
  3. เมื่อมีการร้องมาร์คอย่างถูกต้อง ผู้ตัดสินจะหยุดเกมการแข่งขันโดยทันที และให้ทีมที่ครอบครองบอลได้ลูกฟรีคิก (Free – kick)
  4. การร้องมาร์ค ไม่สามารถใช้ได้จากการเตะเริ่มการแข่งขัน หรือการเตะเริ่มเล่นใหม่ หลังจากทำคะแนน

การเริ่มเล่นใหม่หลังจากการมาร์ค

  1. ผู้เล่นที่เป็นผู้ร้องมาร์ค (Mark) จะเป็นผู้เล่นลูกฟรีคิก free – kick (ตามกติกาข้อที่ 20)
  2. หากผู้เล่นที่เป็นผู้ร้องมาร์ค ไม่สามารถเล่นลูกฟรีคิกได้ ภายในเวลา 1 นาที เพื่อนร่วมทีมอาจเล่นลูกฟรีคิก free – kick
  3. ลูกฟรีคิกจะเกิดขึ้นตามตำแหน่ง :
ตำแหน่งที่มีการมาร์ค จุดที่ได้ลูกฟรีคิก
การมาร์คเกิดขึ้นภายในเขตเส้น 22 เมตร จะเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งของการมาร์ค แต่มีระยะห่างอย่างน้อยที่สุด 5 เมตรจากเส้นทรัย แนวเดียวกับตำแหน่งของการมาร์ค
การมาร์คเกิดขึ้นภายในเขตประตู in – goal จะเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งบนเส้น 5 เมตร แนวเดียวกับตำแหน่งของการมาร์ค

กติกาข้อ 18 ลูกบอลออกนอกสนาม, การทุ่มบอลเร็ว และการทำแถวทุ่ม (Touch, quick throw and lineout)

หลักการ

สนามเล่น (Field of play) มีขอบเขตด้านข้างที่รู้จักกันว่า เส้นออก (Touchline) เมื่อการเล่นเคลื่อนที่มาถึงเส้นออก ลูกบอลก็จะออกนอกสนามและกลายเป็นลูกบอลตาย

การทุ่มบอลเร็วและการทำแถวทุ่ม คือวิธีการเริ่มเล่นใหม่ในการแข่งขันด้วยการโยนลูกบอล หลังจากที่ลูกบอลหรือผู้ถือบอลพาลูกบอลออกนอกสนาม

ลูกออกนอกสนาม หรือ ลูกออกในเขตประตู

  1. ลูกบอลออกนอกสนาม หรือ ลูกบอลออกในเขตประตู เมื่อ :
    • ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล ได้สัมผัสกับเส้นออก, เส้นออกในเขตประตู หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ด้านนอกสนาม
    • ผู้เล่น ที่กำลังสัมผัสกับเส้นออก, เส้นออกในเขตประตู หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ด้านนอกสนามอยู่แล้ว ได้รับ หรือ ครอบครองลูกบอล
      • ถ้าลูกบอลข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกไปแล้ว เมื่อลูกบอลถูกรับได้ ผู้ที่รับลูกบอลนี้ ไม่ถือว่าเป็นคนทำลูกบอลออกจากสนาม
      • ถ้าลูกบอลยังไม่ข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกแล้ว เมื่อลูกบอลถูกรับได้ หรือ เก็บลูกบอลขึ้นมา ผู้ที่รับลูกบอลนี้ให้ถือว่าเป็นคนทำลูกบอลออกจากสนาม ไม่ว่าลูกบอลจะเคลื่อนไหวหรือหยุดนิ่งก็ตาม
  2. ลูกบอลไม่ออก หรือ ลูกบอลไม่ออกในเขตประตู เมื่อ :
    • ลูกบอล ได้ข้ามแนวเหนือเส้นออกแล้ว แต่มีการรับ ปัด หรือ เตะ โดยผู้เล่นที่อยู่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
    • ผู้เล่นกระโดดจากภายในและภายนอกของพื้นที่การเล่น (Playing area) และจับลูกบอล จากนั้นตกลงมาสู่พื้นที่การเล่น ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกก็ตาม
    • ผู้เล่นกระโดดจากพื้นที่การเล่น (Playing area) และปัดบอล (หรือจับและปล่อยลูกบอล) กลับไปยังพื้นที่การเล่น ก่อนผู้เล่นตกลงที่เส้นออก หรือ เส้นออกในเขตประตู ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกก็ตาม (ลักษณะคล้ายกีฬาบาสเกตบอล)
    • ผู้เล่นที่ออกไปแล้ว (อยู่นอกสนาม) เตะ หรือ ปัดลูกบอลได้ แต่ต้องไม่ใช่การครอบครองบอล แล้วให้ลูกบอลต้องยังไม่ข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออก

การทุ่มบอลเร็ว (Quick Throw)

  1. ผู้เล่นที่ถือบอลออกจากสนามแล้ว ต้องปล่อยลูกบอลโดยทันที เพื่อให้การทุ่มบอลเร็ว (Quick Throw) เกิดขึ้นได้
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  2. ณ จุดที่ทุ่มบอลเร็ว ลูกบอลจะถูกโยนในตำแหน่ง :
    • ระหว่าง ณ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก และ เส้นทรัยของผู้โยนบอล และ
    • โยนขนานหรือเข้าหาเส้นทรัยของผู้โยนบอล และ
    • แล้วลูกบอลต้องข้ามเส้น 5 เมตร ก่อนที่ลูกบอลจะสัมผัสพื้นสนามหรือกระทบผู้เล่น และ
    • โดยที่เท้าทั้งสองของผู้เล่น (ผู้โยนบอล) ต้องอยู่ข้างนอกสนามเล่น
      บทลงโทษ : ได้เลือกระหว่าง การทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม (โดยฝ่ายที่ไม่ได้โยนบอล)
  3. การทุ่มบอลเร็ว จะไม่ถูกอนุญาตให้เล่น และให้ทำแถวทุ่มโดยทีมเดิม (ทีมที่จะทุ่มบอลเร็ว) เมื่อ :
    • มีการจัดรูปแบบในการทำแถวทุ่มได้เกิดขึ้นแล้ว หรือ
    • ลูกบอลได้ถูกสัมผัสผู้เล่นคนอื่น หลังจากที่ลูกบอลได้ออกไปแล้ว เว้นแต่ผู้เล่นที่โยนบอล หรือ ผู้เล่นที่ถือบอลพาลูกบอลออกนอกสนาม หรือ
    • ใช้ลูกบอลใหม่ในการทุ่ม ต้องใช้บอลลูกเดิมที่ออกนอกสนาม
  4. ลูกบอลต้องลอยข้ามเส้น 5 เมตร ก่อนที่ลูกบอลจะถูกเล่น และ ผู้เล่นจะต้องไม่ป้องกันลูกบอลที่กำลังเคลื่อนที่ข้ามเส้น 5 เมตร
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  5. หาก ณ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก อยู่ข้างนอกเส้น 22 เมตร ผู้เล่นฝ่ายรับอาจทำการทุ่มบอลเร็วในเส้น 22 เมตรได้ แต่ให้ถือว่าเป็นการนำลูกบอลเข้ามาสู่เส้น 22 เมตร

    การทุ่มลูกเร็ว (Quick throw – in)

  6. การเริ่มเกมการแข่งขันใหม่ด้วยการทำแถวทุ่ม และทีมที่จะได้โยนบอล ถูกกำหนดไว้ตามนี้ :
  1. การเล่นทั่วไป
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
ผู้เล่นที่อยู่ในแดนครึ่งสนามของฝั่งตัวเอง เตะลูกบอลออกนอกสนามแบบไม่โดยตรง เข้าไปในพื้นที่เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายตรงข้าม (การเตะ 50/22) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทีมที่เตะลูกบอลยังไม่เคยพาบอลเข้าไปในแดนของตนเอง หรือมีการแท็คเกิ้ล รัค หรือมอล เกิดขึ้นในแดนของตนเองก่อนที่จะทำการเตะลูกบอล หรือ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้สัมผัสลูกบอลขณะลูกบอลอยู่ในแดนของพวกเขา ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่เตะลูกบอล
ผู้ถือบอลไปยังเส้นออก หรือ เตะลูกบอลออกแบบไม่โดยตรง (ยกเว้นกรณีการเตะบอลในแดนครึ่งสนามของฝั่งตนเอง แล้วลูกบอลไปออกในพื้นที่เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายตรงข้าม) ณ จุดที่ผู้เล่นหรือลูกบอล สัมผัสเส้นออก หรือ พื้นที่อยู่นอกสนาม ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ผู้เล่นไม่ได้เจตนา ปัดลูกบอล, ส่งบอล หรือ โยนลูกบอลไปที่เส้นออก ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ลูกบอลกระทบถูกตัวผู้เล่นและลูกบอลออกโดยตรง ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ ณ จุดบนเส้นออกที่ใกล้ที่สุดที่ลูกบอลกระทบถูกตัวผู้เล่น ซึ่งใกล้กับเส้นทรัยของผู้เล่น ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ลูกบอลกระทบถูกตัวผู้เล่นและกระดอนในสนามก่อนไปที่เส้นออก ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว จับ หรือ เก็บลูกบอล ซึ่งข้ามเหนือแนวเส้นออกไปแล้ว ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเหนือแนวเส้นออกไปแล้ว ทีมของผู้เล่นที่จับหรือเก็บลูกบอล
ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว จับ หรือ เก็บลูกบอล ซึ่งยังไม่ข้ามเหนือแนวเส้นออก ณ จุดที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
  1. ลูกบอลถูกเตะออกโดยตรง จากการเตะเริ่มการแข่งขัน หรือ การเตะเริ่มเล่นใหม่
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
ผู้เล่นที่เตะบอลไปที่เส้นออก (ไม่ว่าจะเป็นการออกโดยตรง หรือ กระดอนพื้นสนามเล่นก่อนออก หรือ กระทบผู้เล่น หรือ ผู้ตัดสินออก) ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่เตะ
ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามเส้นออกไปแล้วหรือไม่ ณ จุดที่บอลข้ามเส้นออก หรือ หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้นออก ให้ใช้ ณ จุดที่ผู้เล่นรับ/จับ ลูกบอล ตรงที่ยืนอยู่บนเส้นออก ฝ่ายทีมที่เตะ
ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว เก็บลูกบอลที่ยังไม่ข้ามเหนือแนวเส้นออก ณ จุดที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ ฝ่ายทีมที่เตะ
  1. ลูกบอลถูกเตะจากลูกโทษ
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
ผู้เล่นที่เตะบอลไปที่เส้นออก (ไม่ว่าจะเป็นการออกโดยตรง หรือ กระดอนพื้นสนามเล่นก่อนออก หรือ กระทบผู้เล่น หรือ ผู้ตัดสินออก) ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่เตะ
ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามเส้นออกไปแล้วหรือไม่ ณ จุดที่บอลข้ามเส้นออก หรือ หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้นออก ให้ใช้ ณ จุดที่ผู้เล่นรับ/จับ ลูกบอล ตรงที่ยืนอยู่บนเส้นออก ฝ่ายทีมที่เตะ
ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว เก็บลูกบอลที่ยังไม่ข้ามเหนือแนวเส้นออก ณ จุดที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ ฝ่ายทีมที่เตะ
  1. ลูกบอลถูกเตะออกโดยตรง จากภายในเส้น 22 เมตร หรือ ในเขตประตูของตัวเอง
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
ไม่ได้พื้นที่การเล่น
การที่ผู้เล่นฝ่ายรับพาบอลเข้ามาในเขตเส้น 22 เมตร ของพวกเขาเอง โดยไม่มีการแท็คเกิล, รัค หรือ มอล เกิดขึ้น และไม่มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสัมผัสบอลในเขตเส้น 22 เมตร หากผู้เล่นอยู่ในเส้น 22 เมตรของตัวเอง เก็บลูกบอลที่อยู่ข้างนอกเส้น 22 เมตร หรือรับลูกบอลก่อนที่ลูกบอลจะข้ามผ่านแนวเส้น 22 เมตร และเตะบอลออกโดยตรงจากภายในเส้น 22 เมตร ให้ถือว่าผู้เล่นคนนั้นเป็นคนพาบอลเข้ามาในเส้น 22 เมตร
ผู้เล่นเตะบอลออกโดยตรง ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ บนเส้นออกที่อยู่แนวเดียวกับจุดที่เตะบอล แล้วแต่ว่าจุดใดอยู่ใกล้กว่ากันกับเส้นทรัยของผู้เตะบอล ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ บนเส้นออกที่อยู่แนวเดียวกับจุดที่เตะบอล แล้วแต่ว่าจุดใดอยู่ใกล้กว่ากันกับเส้นทรัยของผู้เตะบอล ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ
ได้พื้นที่การเล่น
ไม่ว่า..ทีมผู้เล่นฝ่ายรับไม่ได้พาบอลเข้ามาในเขตเส้น 22 เมตร ของพวกเขาเอง หรือ โดยมีการแท็คเกิล, รัค หรือ มอล เกิดขึ้นภายในเขตเส้น 22 เมตร หรือ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามถูกสัมผัสบอล ในเขตเส้น 22 เมตร
ผู้เล่นเตะบอลออกโดยตรง ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ
ผู้เล่นเตะบอลจากลูกฟรีคิกที่ได้ภายในเส้น 22 เมตร ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ
  1. ลูกบอลถูกเตะออกโดยตรง จากด้านนอกเส้น 22 เมตร
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
ผู้เล่นเตะบอลออกโดยตรงจากการเล่นทั่วไป (Open play) หรือ จากลูกฟรีคิก ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ บนเส้นออกที่อยู่แนวเดียวกับจุดที่เตะบอล แล้วแต่ว่าจุดใดอยู่ใกล้กว่ากันกับเส้นทรัยของผู้เตะบอล ไม่ได้พื้นที่การเล่น ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ
  1. ตัวเลือกในการทำแถวทุ่ม
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
เป็นไปตามกติกาการโยนลูกผิดวิธี ณ จุดที่ทำแถวทุ่มเดิม ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ไม่ได้อนุญาตให้ทุ่มลูกเร็ว (Quick throw) ณ จุดที่มีการทำแถวทุ่มเดิม หากการทุ่มลูกเร็วยังไม่เกิดขึ้น ฝ่ายทีมที่ได้ทำแถวทุ่มเดิม
เป็นไปตามกติกาการทุ่มลูกเร็ว (Quick throw) ผิดวิธี ณ จุดที่ทุ่มลูกเร็วผิดวิธี ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
จากการที่ลูกบอลออก เนื่องจากการทำลูกตกไปข้างหน้า หรือโยนบอลไปข้างหน้า ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
จากการได้ลูกโทษ หรือ ลูกฟรีคิก ที่มีการกระทำผิดกติกาในแถวทุ่ม ณ จุดที่ทำแถวทุ่มเดิม ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

ไม่ได้พื้นที่การเล่น (No gain in ground)

ได้พื้นที่การเล่น (Gain in ground)

รูปแบบของแถวทุ่ม (Forming a Lineout)

  1. การทำแถวทุ่มถูกสร้างขึ้นบนจุดมาร์คที่ลูกบอลออก
  2. ในแต่ละทีม ให้ตั้งแถวเป็นแนวเดียวและมีระยะห่างครึ่งเมตรทั้ง 2 ข้างจากจุดมาร์คที่ลูกบอลออก และอยู่ระหว่างเส้น 5 เมตร และเส้น 15 เมตร ต้องรักษาระยะห่างช่องว่างระหว่างแถวทุ่มนี้ไว้จนกว่าลูกบอลจะถูกโยนเข้ามา
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  3. แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 2 คน ในการสร้างแถวทุ่ม

    การทำแถวทุ่ม (The lineout)

  4. ทีมผู้เล่นต้องสร้างแถวทุ่มให้เสร็จภายใน 30 วินาที
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  5. ทีมผู้เล่นที่ได้โยนบอลเข้าในแถวทุ่ม เป็นผู้กำหนดจำนวนของผู้เล่นสูงสุดของแต่ละทีมในแถวทุ่มได้
  6. หากไม่มีการโยนบอลในทันทีขณะแถวทุ่มถูกสร้างขึ้น ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล ห้ามมีผู้เล่นในแถวทุ่มมากกว่า (แต่อาจมีผู้เล่นน้อยกว่าได้) ทีมที่ได้โยนบอล
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  7. ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล ต้องมีผู้เล่น 1 คน อยู่ระหว่างเส้นออกและเส้น 5 เมตร ผู้เล่นจะยืนห่าง 2 เมตร จากเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออกตรงด้านข้างของแถวทุ่มฝ่ายตนเอง และห่าง 2 เมตร จากเส้น 5 เมตร
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  8. หากทีมเลือกใช้มีตัวรับลูกบอล (สกรัมฮาร์ฟ) ตัวรับลูกบอลจะยืนระหว่างเส้น 5 เมตร และเส้น 15 เมตร และยืนห่าง 2 เมตร ออกจากผู้เล่นฝ่ายเดียวกันในแถวทุ่ม แต่ละทีมอาจมีตัวรับลูกบอลได้ 1 คน เท่านั้น
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  9. เมื่อแถวทุ่มถูกสร้างขึ้นแล้ว ผู้เล่น :
    • จากฝ่ายผู้เล่นที่ได้โยนบอล ไม่สามารถออกจากแถวทุ่มได้ นอกเหนือจากการเปลี่ยนตำแหน่งกับผู้เล่นอื่นๆ ในแถวทุ่มได้
    • จากทีมผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล สามารถออกจากแถวทุ่มได้ เพื่อให้แน่ใจว่ามีจำนวนผู้เล่นในแถวทุ่มไม่มากกว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  10. ผู้เล่นที่อยู่ในแถวทุ่ม สามารถสลับตำแหน่งกันได้ภายในแถวทุ่ม ก่อนที่ลูกบอลจะถูกโยนออกมา
  11. ผู้เล่นในแถวทุ่มที่กำลังจะทำการยกหรือซับพอร์ตผู้เล่นฝ่ายเดียวที่กระโดดรับบอล อาจใช้ การรอจับ (Pre – grip) ผู้เล่นที่กระโดดนั้นได้ แต่ไม่ให้รอจับต่ำกว่ากางเกงจากด้านหลัง หรือ จับต่ำกว่าต้นขาจากด้านหน้า
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  12. ผู้เล่นต้องไม่กระโดด หรือ ถูกยก หรือ ซับพอร์ต ก่อนที่ลูกบอลจะออกจากมือผู้เล่นที่โยนบอล
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  13. ผู้เล่นต้องไม่ทำการปะทะใดๆ กับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่ลูกบอลจะถูกโยนเข้ามาในแถวทุ่ม
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

การโยนบอลไปสู่แถวทุ่ม

  1. ผู้เล่นที่โยนบอลยืนบนจุดมาร์คที่ลูกบอลออก โดยเท้าทั้งสองข้างอยู่ด้านนอกของสนามเล่น (Field of play) ผู้ที่โยนบอลต้องไม่ก้าวเข้าไปในสนามเล่น จนกว่าบอลจะถูกโยนออกมา
    บทลงโทษ : มีสิทธิ์ได้เลือกระหว่าง การทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม (โดยฝ่ายที่ไม่ได้ทุ่มบอล)
  2. ลูกบอลต้อง :
    • ถูกโยนเข้ามาให้ตรงตามแนวเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) ไปยังผู้เล่นในแถวทุ่ม และ
      บทลงโทษ : หากทีมผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล ไม่กระทำการยกผู้เล่นเพื่อแย่งชิงลูกบอล การเล่นจะดำเนินต่อไป หากทีมผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล กระทำการยกผู้เล่นเพื่อแย่งชิง ลูกบอล ทีมนั้นจะได้รับสิทธิ์เลือกบทลงโทษตามข้อ b.
    • ถูกข้ามเส้น 5 เมตร ก่อนที่ลูกบอลกระทบพื้นสนาม หรือ ก่อนถูกเล่น
      บทลงโทษ : บทลงโทษ : มีสิทธิ์ได้เลือกระหว่าง การทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม (โดยฝ่ายที่ไม่ได้ทุ่มบอล) หากเลือกทำแถวทุ่มและลูกบอลถูกโยนไม่ตรงอีก การทำสกรัมจะถูกให้กับทีมเดิมที่โยนลูกบอลในครั้งแรก
    • ถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่ม โดยปราศจากการรีรอ หรือ ถ่วงเวลา เมื่อแถวทุ่มถูกสร้างขึ้นแล้ว
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  3. ผู้ที่โยนบอลต้องไม่แกล้งทำเป็นโยนบอล (โยนหลอก)
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  4. ผู้เล่นห้ามกีดกันการโยนบอล หรือป้องกันไม่ให้ลูกบอลเคลื่อนที่ถึงเส้น 5 เมตร
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

ในระหว่างที่เกิดแถวทุ่ม

  1. แถวทุ่มจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อลูกบอลหลุดออกจากมือของผู้ที่โยนบอล
  2. เมื่อแถวทุ่มเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ที่โยนบอลและผู้ที่โยนบอลของทีมฝ่ายตรงข้าม อาจจะ :
    • เข้าร่วมในแถวทุ่ม
    • ถอนตัวออกจากไปยังเส้นล้ำหน้าของผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมของทีมตัวเอง
    • อยู่ภายในเส้น 5 เมตร ระหว่างเส้นออก
    • เคลื่อนไปยังที่ตำแหน่ง ผู้รับลูกบอล (สกรัมฮาร์ฟ) หากตำแหน่งนั้นว่าง
  3. หากผู้เล่นเหล่านั้น (ผู้เล่นที่อยู่ในแถวทุ่ม) เคลื่อนที่ไปตำแหน่งใดก็ตาม ถือว่าพวกเขาล้ำหน้า
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  4. เมื่อแถวทุ่มเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้เล่นใดๆ ในแถวทุ่มอาจจะ :
    • แย่งชิงการครอบครองบอล
    • รับลูกบอล หรือ ปัดหันเหลูกบอล ผู้เล่นที่กระโดดอาจจะรับลูกบอล หรือ ปัดหันเหลูกบอลด้วยมือด้านนอกได้ เมื่อมือทั้งสองข้างของพวกเขาอยู่บนเหนือศีรษะเท่านั้น
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
    • ยกหรือซับพอร์ตผู้เล่นจากทีมเดียวกัน ผู้เล่นที่ซับพอร์ต หรือ ยก ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันต้องลดระดับผู้เล่นลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยโดยทันที ไม่ว่าทีมใดชนะการครอบครองบอล
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
    • ออกจากแถวทุ่ม ไปอยู่ในตำแหน่งเพื่อเตรียมรับบอล โดยให้พวกเขายังคงอยู่ภายในระยะ 10 เมตร ของเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) และต้องเคลื่อนที่ต่อเนื่องจนกว่าแถวทุ่มจะสิ้นสุดลง
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
    • คว้า และ การนำผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ครอบครองบอลล้มลงสู่พื้น โดยต้องไม่ทำขณะผู้เล่นคนนั้นอยู่ในอากาศ
      บทลงโทษ : ลูกโทษ

การล้ำหน้าที่แถวทุ่ม

  1. ผู้เล่นทั้งหมดในแถวทุ่มจะไม่ล้ำหน้า (onside) หากพวกเขายังยืนอยู่ข้างแนวของเส้นสมมติ (Mark of touch) จนกว่าลูกบอลจะถูกโยนเข้ามาและถูกสัมผัสกับผู้เล่น หรือ พื้นสนาม
  2. ผู้เล่นที่กระโดดเพื่อแย่งชิงลูกบอล แล้วล้ำเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) และรับบอลไม่ได้ ต้องกลับไปฝั่งของตนเองโดยทันที
  3. ก่อนที่ลูกบอลจะถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่ม และถูกสัมผัสผู้เล่น หรือพื้นสนาม เส้นล้ำหน้าสำหรับผู้เล่นในแถวทุ่ม คือ เส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) หลังจากนั้นเส้นล้ำหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นเส้นสมมติที่ลากผ่านตำแหน่งลูกบอล
  4. เมื่อ รัค หรือ มอล เกิดขึ้นที่เส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) ผู้เล่นที่เข้าร่วม อาจทำได้หนึ่งในสองอย่างนี้ :
    • เข้าร่วม รัค หรือ มอล หรือ
    • ถอนตัวไปที่เส้นล้ำหน้า ซึ่งอยู่ที่เท้าสุดท้ายของผู้เล่นในกลุ่ม รัค หรือ มอล ของแต่ละทีม
  5. เมื่อลูกบอลถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่มแล้ว ผู้เล่นในแถวทุ่มอาจเคลื่อนที่ออกไปเกินเส้น 15 เมตรได้ หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้น 15 เมตร ผู้เล่นต้องกลับเข้ามาในแนวแถวทุ่มโดยทันที
  6. ผู้เล่นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในแถวทุ่ม ต้องอยู่ในระยะอย่างน้อย 10 เมตร จากเส้นสมมติ (Mark of touch) ด้านฝั่งของทีมตนเอง หรือหลังเส้นทรัยหากอยู่ใกล้กว่า หากลูกบอลถูกโยนออกไป ก่อนที่ผู้เล่นไม่ล้ำหน้า (onside) ผู้เล่นจะไม่ถูกลงโทษ หากผู้เล่นรีบถอนตัวออกไปยังตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) ทันที ผู้เล่นไม่สามารถทำให้ตัวเองไม่ล้ำหน้า (onside) โดยการกระทำใดๆ ของผู้เล่นคนอื่นๆ
  7. เมื่อลูกบอลถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่มโดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน ผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมในแถวทุ่ม อาจจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากนั่นเกิดขึ้นแล้ว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอาจจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้น 15 เมตร ผู้เล่นจะไม่ถูกลงโทษ หากพวกเขาถอนตัวกลับไปยังเส้นล้ำหน้าของตนเองโดยทันที
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

การสิ้นสุดของแถวทุ่ม

  1. การทำแถวทุ่มสิ้นสุดลง เมื่อ :
    • ลูกบอล หรือ ผู้เล่นที่ครอบครองบอล :
      • ออกจากแถวทุ่ม หรือ
      • เข้าไปในพื้นที่ระหว่างเส้นออก กับเส้น 5 เมตร หรือ
      • ข้ามเส้น 15 เมตร
    • รัค หรือ มอล เกิดขึ้น และเท้าของผู้เล่นทุกคนที่อยู่ใน รัค หรือ มอล เคลื่อนที่ข้ามเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch)
    • ลูกบอลไม่สามารถเล่นได้
  2. นอกเหนือจากการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งผู้รับลูกบอลในแถวทุ่ม หากตำแหน่งนั้นว่างอยู่ ผู้เล่นในแถวทุ่มต้องไม่ออกจากแนวแถวทุ่ม จนกว่าแถวทุ่มจะสิ้นสุดลง
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

กติกาข้อ 19 การทำสกรัม (Scrum)

หลักการ

วัตถุประสงค์ของการทำสกรัม คือ เพื่อเริ่มการเล่นใหม่อีกครั้ง ด้วยการแย่งชิงเพื่อการครอบครองบอล หลังจากมีการกระทำผิดกติกาเล็กน้อย หรือมีการหยุดการเล่น

  1. เกมการแข่งขันถูกเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยการทำสกรัม และทีมใดเป็นฝ่ายโยนลูกบอลเข้าในสกรัมจะถูกกำหนดตามหัวข้อดังต่อไปนี้ :
การกระทำผิดกติกา/การหยุดการเล่น ตำแหน่งของสกรัม ผู้ที่ได้ ใส่/โยน บอลในสกรัม
การทำลูกบอลตก หรือ ส่งบอลไปข้างหน้า นอกเหนือจากกรณีที่เกิดขึ้นในแถวทุ่ม ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่การกระทำผิดกติกา ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด
การทำลูกบอลตก หรือ ส่งบอลไปข้างหน้า ในการทำแถวทุ่ม ; โยนบอลในแถวทุ่มผิดวิธี และการทุ่มลูกเร็ว (quick throw) ผิดวิธี ที่เส้น 15 เมตร จากเส้นออก ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด
การล้ำหน้าในการเล่นทั่วไป (Open play) (เลือกการทำสกรัม) ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่ทีมกระทำผิดกติกา เล่นบอลครั้งสุดท้าย ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด
ลูกโทษ(เลือกการทำสกรัม) ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่การกระทำผิดกติกาเกิดขึ้น ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด
ผู้เล่นทีมฝ่ายรับพาลูกบอลเข้าไปในเขตประตู และทำให้ลูกบอลเป็นลูกตาย ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่ลูกบอลถูกทำให้เป็น ลูกตาย ผู้เล่นทีมฝ่ายรุก
การแท็คเกิ้ลและรัค ที่ไม่สามารถเล่นต่อได้ ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่การแท็คเกิ้ลและรัคเกิดขึ้น ทีมที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าครั้งสุดท้าย หากทั้งสองทีมไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ให้สิทธิ์ทีม ผู้เล่นฝ่ายรุกเป็นผู้ ใส่/โยน บอล
มอลที่สิ้นสุดลงแบบไม่สำเร็จ ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มอลสิ้นสุด ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอล ณ จุดที่มอลเริ่มต้น หากผู้ตัดสินไม่สามารถระบุได้ว่าทีมใดที่ได้ครอบครองบอล ให้สิทธิ์ทีมที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนที่มอล หยุด หากทั้งสองทีมไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ผู้เล่นฝ่ายรุกมีสิทธิ์เป็นผู้ใส่/โยน บอล
มอลที่ไม่สามารถเล่นต่อได้ หลังจากการเตะในการเล่นทั่วไป ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งมอล ทีมที่ได้การครอบครองบอล ณ จุดที่มอลเริ่มต้น
การเตะเริ่มเล่น และการเตะเริ่มเล่นใหม่ ที่ไม่ถูกวิธี (เลือกการทำสกรัม) ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้เคียงกับจุดตรงกลางของเส้นที่ใช้เตะเริ่มเล่น หรือการเตะเริ่มเล่นใหม่เกิดขึ้น ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอล
ไม่ปฏิบัติตามกติกา “การนำลูกออกมาเล่น” (“Use it”) ณ จุดการเข้าสกรัม รัค หรือ มอล ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มีการเข้าสกรัม รัค มอลเกิดขึ้น ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอล
ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสกับผู้ตัดสิน แล้วทีมใดทีมหนึ่งได้เปรียบการเล่น ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับเหตุการณ์ ฝ่ายที่เล่นบอลเป็นครั้งสุดท้าย
การหยุดการเล่นเนื่องจากผู้เล่นได้รับการบาดเจ็บ ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่ทีมกระทำผิดกติกา เล่นบอลครั้งสุดท้าย ทีมสุดท้ายที่ได้ครอบครองบอล
การจัดสกรัมใหม่ – กรณีไม่มีการกระทำผิดกติกา ณ ตำแหน่งที่การทำสกรัม เริ่มต้นขึ้น ฝ่ายเดิมที่ได้โยนบอลเข้าสกรัม
การเตะลูกโทษทำคะแนน เกินเวลาที่กำหนดไว้ ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มีการเตะลูกโทษ ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด
ผู้ตัดสินสั่งให้ทำสกรัม สำหรับทุกๆเหตุผลอื่นที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกติกา ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มีการหยุดการเล่น ทีมที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าครั้งสุดท้าย หรือหากไม่มีทีมใดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ผู้เล่นฝ่ายรุกมีสิทธิ์เป็นผู้ใส่/โยน บอล

การทำสกรัม (Scrum)

รูปแบบของสกรัม (Forming Scrum)

  1. สกรัม เกิดขึ้นในโซนสกรัม (scrum zone) ณ จุดมาร์คที่ถูกกำนดโดยผู้ตัดสิน
  2. ผู้ตัดสินทำการมาร์คจุดเพื่อสร้างเส้นกึ่งกลางของสกรัม ซึ่งลากผ่านขนานกับเส้นทรัย
  3. ทีมผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องเตรียมพร้อมในการเข้าสกรัมภายใน 30 วินาที หลังจากมีการมาร์คจุด
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  4. เมื่อทั้งสองทีมมีผู้เล่น 15 คน, ผู้เล่น 8 คน ของแต่ละทีม จับ/มัด ซึ่งกันและกันในรูปแบบตามที่ระบุไว้ในแผนภาพ ในแต่ละทีมต้องมีตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน ในแถวหนึ่ง และตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ในแถวสอง ผู้เล่นแถวหลัง 3 คน ในแต่ละทีม ถือว่าสกรัมสมบูรณ์
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  5. เมื่อทีมใดทีมหนึ่งมีผู้เล่นน้อยกว่า 15 คน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำนวนของผู้เล่นในแต่ละทีมในการทำสกรัมอาจถูกลดลงตามกันได้ ในกรณีการลดจำนวนผู้เล่นถูกได้รับอนุญาตให้โดยอีกทีมหนึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะลดจำนวนผู้เล่นลงตามด้วย อย่างไรก็ตามทีมผู้เล่นต้องไม่มีผู้เล่น น้อยกว่า 5 คน ในการทำสกรัม
  6. ผู้เล่นในสกรัมต้อง จับ/มัด ตามวิธีต่อไปนี้ :
    • พร็อป (Prop) ต้องจับ/มัด กับฮุกเกอร์ (Hooker)
    • ฮุกเกอร์ (Hooker) ต้องจับ/มัด ด้วยแขนทั้งสองข้าง. ทั้งนี้สามารถจับ/มัด อยู่เหนือหรือใต้แขนของ พร็อป (Prop)
    • ล็อค (Lock) ต้องจับ/มัด กับพร็อป (Prop) ที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาโดยทันที และต้อง จับ/มัด ผู้เล่นล็อค (Lock) กันเองด้วย
    • ผู้เล่นอื่นๆ ในสกรัม ต้องจับ/มัด บนลำตัวของล็อค (Lock) ด้วยแขนอย่างน้อยหนึ่งข้าง
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  7. ผู้เล่นทั้ง 2 กลุ่มหันหน้าเข้าหากัน โดยอยู่ด้านใดด้านหนึ่งที่ขนานกับเส้นกึ่งกลางสนาม
  8. ผู้เล่นแถวหนึ่งทั้ง 2 ทีม ต้องยืนห่างกันไม่เกินหนึ่งช่วงแขน โดยให้เหนือฮุกเกอร์ (Hooker) อยู่ตรง ณ จุดมาร์คพอดี

การเข้าสกรัม

  1. เมื่อผู้เล่นทั้งสองข้างเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่ง ผู้ตัดสินจะออกคำสั่ง “Crouch” (ย่อตัว)
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งให้อยู่ในท่าย่อตัว หากยังไม่ได้อยู่ในท่านี้มาก่อน โดยต้องรักษาระดับศีรษะและหัวไหล่ไม่ให้ต่ำกว่าสะโพกของพวกเขา ซึ่งเป็นท่าที่ใช้ตลอดระยะเวลาในการทำสกรัม
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งให้ย่อตัว โดยให้ศีรษะของผู้เล่นอยู่ทางด้านซ้ายของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยต้องไม่มีผู้เล่นใดใช้ศีรษะสัมผัสคอหรือหัวไหล่ของฝ่ายตรงข้าม
    • ฮุกเกอร์ต้องวางเท้า ‘เบรก’ เพื่อช่วยเสริมความมั่นคง และหลีกเลี่ยงการรับน้ำหนักตามแนวแกน
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  2. เมื่อผู้เล่นทั้งสองข้างเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่ง ผู้ตัดสินจะออกคำสั่ง “bind” (จับ/มัด)
    • ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปซ้าย แต่ละต้อง จับ/มัด โดยการสอดแขนซ้ายเข้าไปด้านในแขนขวาของผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปขวา ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปขวา แต่ละฝ่ายต้อง จับ/มัด โดยการสอดแขนขวาเข้าไปด้านนอกแขนซ้ายด้านบนของผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปซ้าย ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อป แต่ละฝ่ายต้อง จับ/มัด โดยการ กำ/คว้า ด้านหลังหรือด้านข้างของเสื้อแข่งขันของฝ่ายตรงข้าม
    • ผู้เล่นทุกคนต้องยังคงรักษาการจับ/มัด ไว้ตลอดระยะเวลาในการทำสกรัม
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  3. เมื่อผู้เล่นทั้งสองข้างเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่ง โดยที่ฮุกเกอร์ยังคงใช้เท้าเบรก ผู้ตัดสินจะออกคำสั่ง “set” (เข้า)
    • เมื่อได้ยินเสียงคำสั่ง “set” เท่านั้น ฮุกเกอร์จึงขยับเท้าเบรกขึ้น และผู้เล่นทั้งสองทีมดำเนินการเข้าสกรัมในรูปแบบที่สมบูรณ์ และการสร้างอุโมงค์ช่องว่างสำหรับใส่/โยนบอล เข้าไป
    • ผู้เล่นทุกคนต้องอยู่ในตำแหน่งและพร้อมที่จะดันไปข้างหน้า
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งแต่ละคน ต้องยืนด้วยเท้าทั้งของข้างของพวกเค้าบนพื้นสนาม โดยกระจายน้ำหนักของพวกเขาอย่างน้อยหนึ่งเท้าอย่างมั่นคง/li>
    • เท้าของฮุกเกอร์ (Hooker) แต่ละคน ต้องอยู่ในแนวเดียวกันกับ หรืออยู่หลังเท้าที่อยู่ด้านหน้าสุดของพร็อป (Prop) ทีมของตัวเอง
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การใส่/โยน บอลเข้าในสกรัม

  1. ผู้เล่นตำแหน่ง “สกรัมฮาร์ฟ” เป็นผู้เลือกด้านของสกรัมเพื่อที่จะ ใส่/โยน บอลเข้าในสกรัม
  2. สกรัมฮาร์ฟ ถือ/จับ ลูกบอลที่แสดงไว้ในแผนภาพ
  3. เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่งแล้ว สกรัมฮาร์ฟจึง ใส่/โยน ลูกบอลเข้าในสกรัม :
    • จากด้านที่เลือกไว้
    • จากด้านนอกอุโมงค์
    • ปราศจากการรีรอ หรือถ่วงเวลา
    • ด้วยการเคลือนไหวไปข้างหน้าเพียงครั้งเดียว (ห้ามดึงจังหวะกลับหรือสะบัดข้อมือ)
    • ด้วยความรวดเร็ว
    • ใส่/โยน ลูกบอลให้ตรง สกรัมฮาร์ฟอาจจัดแนวหัวไหล่ของตนให้ตรงกับแนวเส้นกึ่งกลางของสกรัม โดยยืนตามความกว้างของหัวไหล่ใกล้กับด้านข้างของสกรัม
    • เพื่อให้ลูกบอลตกถึงพื้นภายในช่องอุโมงค์ของสกรัมเป็นครั้งแรก
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การใส่/โยน ลูกบอลในการทำสกรัม

ระหว่างที่สกรัมเกิดขึ้น

  1. สกรัม จะเริ่มขึ้นเมื่อบอลหลุดจากมือของสกรัมฮาร์ฟ
  2. ทีมอาจจะดันสกรัมได้ ก็ต่อเมื่อสกรัมเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  3. การครอบครองบอลอาจทำได้โดยการดันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไปข้างหลังและหลุดจากลูกบอล
  4. ผู้เล่นอาจดันได้ แต่ต้องดันในแนวตรงและขนานกับพื้นสนามเท่านั้น
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  5. ผู้เล่นแถวหนึ่งอาจได้การครอบครองบอลโดยการฮุกแย่งบอล แต่ต้องทำหลังจากลูกบอลกระทบพื้นในช่องสกรัม (อุโมงค์)
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  6. เล่นแถวหนึ่งที่ฮุกแย่งบอล อาจทำด้วยการใช้เท้าใดเท้าหนึ่ง แต่ไม่ให้ใช้เท้าทั้งสองข้างพร้อมกัน
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  7. ฮุกเกอร์จากทีมที่ได้ ใส่/โยนบอลในสกรัม ต้องฮุกบอล
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  8. ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่มีเจตนาเตะบอลให้ออกจากช่องสกรัม ในทิศทางที่บอลถูกใส่/โยน
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  9. ผู้เล่นทุกคนในสกรัมอาจเล่นบอลได้ แต่ต้องใช้เท้าหรือขาส่วนล่างของพวกเขาเท่านั้น และต้องห้ามใช้เท้ายกบอลขึ้น
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  10. ถ้าสกรัมยุบลง หรือ หากมีผู้เล่นในสกรัมถูกยกขึ้น หรือ ถูกงัดขึ้นให้ออกจากสกรัม, ผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดในทันที เพื่อให้ผู้เล่นคนนั้นหยุดการดัน
  11. เมื่อสกรัมหยุดนิ่ง และลูกบอลสามารถเห็นได้อยู่ที่ด้านหลังของสกรัม ผู้ตัดสินจะสั่ง“นำลูกออกมาเล่น” (“Use it”) จะมีเวลา 3 – 5 วินาที. ผู้เล่นต้องเล่นลูกบอลออกจากสกรัมโดยทันที บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอลเป็นผู้ใส่บอล)

การล้ำหน้าในการทำสกรัม

  1. ผู้เล่นยังคงรักษาตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) ตลอดระยะเวลาในการทำสกรัม
  2. ก่อนจะเริ่มการเล่นในการทำสกรัม สกรัมฮาร์ฟของทีมที่ไม่ได้ใส่บอล จะต้องยืน :
    • อยู่ด้านฝั่งของตนเองข้างเส้นกึ่งกลางของสกรัม ถัดจากสกรัมฮาร์ฟของทีมฝ่ายตรงข้าม หรือ
    • ห่างจากหลังแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่นคนสุดท้ายในสกรัมของพวกเขา อย่างน้อย 5 เมตร และ ยังคงรักษาตำแหน่งนี้ไว้จนกว่าการทำสกรัมจะสิ้นสุด
  3. เมื่อการเล่นในสกรัมเริ่มขึ้น สกรัมฮาร์ฟของทีมที่ได้ครอบครองบอล ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่ในระดับเดียวกันหรืออยู่หลังลูกบอล
  4. มื่อการเล่นในสกรัมเริ่มขึ้น สกรัมฮาร์ฟของทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอล :
    • ยืนอยู่ใกล้สกรัม โดยเท้าทั้งสองข้างต้องไม่ล้ำเกินเส้นกึ่งกลางของช่องสกรัม หรือ
    • ถอนตัวถาวรออกไปยืนบนเส้นล้ำหน้าที่อยู่หลังแนวเท้าสุดท้ายของทีมนั้น, หรือ
    • ถอนตัวถาวรออกไปยืนหลังแนวเท้าสุดท้ายของผู้ล่นในกรัม อย่างน้อย 5 เมตร
  5. ผู้เล่นทุกคนที่ไม่มีส่วนร่วมในการทำสกรัม ยังคงรักษาระยะห่างอย่างน้อย 5 เมตร จากหลังแนวเท้าสุดท้ายของทีมตนเอง
  6. เมื่อแนวเท้าสุดท้ายของทีมอยู่ในเขตประตู หรือ อยู่ภายในเส้น 5 เมตรของเส้นเขตประตูของทีมนั้น เส้นล้ำหน้าของผู้เล่นที่ไม่มีส่วนร่วมสำหรับทีมนั้นคือ เส้นเขตประตู
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  7. ทันทีที่การทำสกรัมสิ้นสุดลง เส้นล้ำหน้าจะไม่นำมาใช้บังคับอีกต่อไป

เส้นล้ำหน้าในการทำสกรัม

การรีเซทสกรัมใหม่

  1. เมื่อไม่มีผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา ผู้ตัดสินจะให้หยุดการเล่น และให้รีเซทสกรัมใหม่ หาก :
    • สกรัมฮาร์ฟ ใส่/โยนบอล และ ลูกบอลออกจากช่องสกรัม
    • สกรัมยุบลง หรือ แตก ก่อนที่สกรัมสิ้นสุด
    • สกรัมถูกหมุนเกินกว่า 90 องศา จนเส้นกึ่งกลางสกรัมถูกหมุนไปยังตำแหน่งที่ขนานกับเส้นออก
    • ไม่มีทีมใดชนะการครอบครองบอล
    • ลูกบอลถูกเตะออกมาจากช่องสกรัมโดยไม่เจตนา ยกเว้น หากลูกบอลถูกเตะออกมาซ้ำอีกครั้ง ผู้ตัดสินต้องถือว่ากระทำโดยเจตนา
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  2. เมื่อรีเซทสกรัมใหม่ ลูกบอลจะถูก ใส่/โยนบอล โดยทีมที่ได้ใส่บอลก่อนหน้านี้

การสิ้นสุดการทำสกรัม

  1. สกรัมสิ้นสุด :
    • เมื่อลูกบอลออกจากสกรัมทางด้านใดด้านหนึ่ง ยกเว้น ออกทางช่องสกรัม
    • เมื่อลูกบอลมาถึงแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่น และบอลถูกเก็บขึ้นโดยผู้เล่นนั้น หรือ ถูกเล่นโดย สกรัมฮาร์ฟของทีมนั้น
    • เมื่อผู้เล่นตำแหน่ง “หมายเลข 8” เก็บลูกบอลจากเท้าของผู้เล่นแถวสอง (second-row)
    • เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดเนื่องจากมีการกระทำผิดกติกา
    • เมื่อลูกบอลในสกรัม อยู่บน หรือ อยู่เหนือ เส้นทรัย

การเล่นอันตรายและข้อปฏิบัติที่ถูกจำกัดในการทำสกรัม

  1. การเล่นอันตรายในสกรัม รวมถึง :
    • ผู้เล่นแถวหนึ่งเข้าชาร์จ/โจมตี ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
    • ดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามลง
    • เจตนา ยกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจนยืนด้วยเท้าทั้งสองไม่ได้ หรือ งัดขึ้นให้ออกจากสกรัม
    • เจตนายุบสกรัม
    • เจตนาล้มตัวลงหรือคุกเข่า
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
  2. ข้อปฏิบัติอื่น ๆ ที่ถูกจำกัดในการทำสกรัม รวมถึง :
    • การล้มตัว ทับ หรือ ข้าม ลูกบอลโดยทันที หลังจากลูกบอลออกจากสกรัม
    • สกรัมฮาร์ฟเตะลูกบอล ขณะที่ลูกบอลอยู่ในสกรัม
    • ผู้เล่นที่ไม่ใช่แถวหนึ่ง จับ หรือ ดัน ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
      บทลงโทษ : ลูกโทษ
    • การนำลูกบอลกลับเข้าไปในสกรัม เมื่อลูกบอลออกจากสกรัมมาแล้ว
    • ผู้เล่นที่ไม่ใช่แถวหนึ่ง เล่นลูกบอลในช่องสกรัม
    • สกรัมฮาร์ฟพยายามที่จะทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เชื่อว่าลูกบอลได้ออกจากสกรัมแล้ว ทั้งที่ลูกบอลยังไม่ออกจากสกรัม
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

การเปลี่ยนแปลงกติกาเกี่ยวกับการทำสกรัม

  1. สหพันธ์อาจเปลี่ยนแปลงกติกาเกี่ยวกับการทำสกรัม ในรุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปี มาใช้ในระดับเกมการแข่งขันที่กำหนดภายในเขตอำนาจ

กติกาข้อ 20 ลูกโทษและลูกฟรีคิก (Penalty or Free-kick)

หลักการ

ลูกโทษและลูกฟรีคิกจะถูกให้เพื่อเป็นการเริ่มเล่นใหม่หลังมีการกระทำผิดกติกา

ตำแหน่งของลูกโทษและลูกฟรีคิก

  1. การมาร์คจุดสำหรับลูกโทษและลูกฟรีคิก ต้องอยู่ในสนามเล่น (Field of play) และต้องไม่อยู่ใกล้ไปกว่า 5 เมตร จากเส้นทรัย ตามตารางต่อไปนี้ :
การกระทำความผิด ตำแหน่งของลูกโทษและลูกฟรีคิก
ขณะที่ลูกบอลยังอยู่ในการเล่น ไม่รวมถึงการเข้าชาร์จล่าช้า หลังจากการเตะ ณ จุดที่กระทำผิดกติกา
ขณะที่ลูกบอลเป็นลูกตายแล้ว ณ จุดที่จะมีการเริ่มต้นการเล่นใหม่ หรือ หากจุดนั้นอยู่บนเส้นออก หรือ อยู่ภายในเส้น 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับจุดนั้น
หากการเล่นถูกเริ่มต้นเล่นใหม่ด้วยการเตะ Drop – out จุดมาร์คจะอยู่ที่ใดก็ตามบนเส้นบทลงโทษของการเตะ Drop – out (ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดกติกาเป็นผู้เลือก)
การกระทำผิดกติกาใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกพื้นที่การเล่น (Playing area) ขณะที่บอลยังอยู่ในการเล่น บนเส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับจุดที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น หรือ หากจุดที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอยู่บนเส้นออกในเขตประตู หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ให้เริ่มที่เส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกับจุดที่มีการกระทำผิด แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง
การกระทำผิดกติกาใด ๆ ในการทำแถวทุ่ม 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง บนเส้นสมมติ (Mark of touch)
การล้ำหน้าในจังหวะการเล่น ที่เส้นล้ำหน้าของฝ่ายที่กระทำผิด
การกระทำผิดกติกาใด ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำโดยฝ่ายที่กระทำผิดทีมเดิม หลังจากได้รับลูกโทษและลูกฟรีคิกแล้ว แต่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเตะ ปรับระยะเพิ่มอีก 10 เมตร จากจุดที่กระทำผิดในครั้งแรก
การเข้าชาร์จผู้เตะบอลล่าช้า ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม มีสิทธิ์เลือกได้ทั้ง จุดที่กระทำความผิด หรือ จุดที่ลูกบอลตก หรือ จุดที่ลูกบอลถูกเล่นครั้งสุดท้าย
หากการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตประตูของผู้เตะบอลให้ลูกโทษจะเกิดขึ้นที่เส้น 5 เมตร จากเส้นทรัย ในแนวเดียวกับจุดที่มีการกระทำผิด แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง
ฝ่ายที่ไม่ได้กระทำผิดอาจเลือกลูกโทษ ณ จุดที่ลูกบอลตก หรือ จุดที่ลูกบอลถูกเล่นครั้งสุดท้ายก่อนลูกบอลตก แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง
หากลูกบอลตกนอกสนาม ให้เลือกเล่นลูกโทษได้ที่เส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับจุดที่ลูกบอลตัดกับเส้นออก
หากลูกบอลตก หรือ จุดที่ลูกบอลถูกเล่นครั้งสุดท้ายก่อนลูกบอลตกภายในเส้น 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 15 ตรงกับแนวที่ลูกบอลตก หรือ บอลถูกเล่นนั้น
หากลูกบอลตกในเขตประตู หรือ เส้นออกในเขตประตูหรือ บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ให้เลือกเล่นลูกโทษได้บนเส้น 5 เมตร จากเส้นทรัย ในแนวเดียวกับจุดลูกบอลตัดกับเส้นทรัย แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง
หากลูกบอลกระทบกับเสาประตู หรือ คานประตู ให้เลือกเล่นลูกโทษได้ ณ จุดที่ลูกบอลตก
เจตนาโยนบอล หรือปัดบอล ออกนอกสนาม ถ้าลูกบอลถูกโยน หรือ ถูกปัด :
ไปที่เส้นออกด้านข้างหรือเส้นออกในเขตประตู หรือ ข้ามเส้นลูกตาย จากพื้นที่การเล่น จุดมาร์คจะอยู่ที่จุดที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น แต่ไม่ใกล้เส้นออกด้านข้าง เกิน 15 เมตร และต้องไม่ใกล้เส้นทรัย เกิน 5 เมตร
เจตนาโยนบอล หรือปัดบอล ออกนอกสนาม ถ้าลูกบอลถูกโยน หรือ ถูกปัด :
ไปที่เส้นออกด้านข้าง หรือเส้นออกในเขตประตู จากในเขตประตู จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 5 เมตร และห่างอย่างน้อยที่สุด 15 เมตร จากเส้นออกด้านข้าง
ข้ามเส้นลูกตาย จากในเขตประตู จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกับที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น
การกระทำผิดกติกาใด ๆ ในเขตประตู หรือ ภายในเส้น 5 เมตร จากเส้นทรัย จุดมาร์คอยู่ในสนามเล่น (field of play) ระยะ 5 เมตร จากเส้นทรัย ในแนวเดียวกับที่มีการกระทำผิด
  1. ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก จะเกิดขึ้น ณ จุดที่มาร์ค หรือที่ใดก็ตามที่อยู่ด้านหลังจุดมาร์ค บนแนวลากผ่านจุดมาร์คขนานไปกับเส้นออกข้างสนาม เมื่อลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก เกิดขึ้นผิดตำแหน่ง ก็ต้องถูกนำกลับมาเล่นใหม่

ทางเลือกของลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก

  1. ทีมผู้เล่นที่ได้ ลูกโทษ สามารถเลือกการทำสกรัมแทนได้
  2. ทีมผู้เล่นที่ได้ :
    • ลูกโทษ จากแถวทุ่ม สามารถเลือกการทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม แทนได้ที่จุดมาร์คเดิม
    • ลูกฟรีคิก จากแถวทุ่ม สามารถเลือกการทำแถวทุ่ม แทนได้ที่จุดมาร์คเดิม

การดำเนินการได้ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก

  1. ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก ต้องดำเนินการโดยปราศจากถ่วงเวลา หรือรีรอ
  2. ผู้เล่นใด ๆ จากฝ่ายที่ไม่ได้ทำผิดกติกาสามารถเล่นลูกโทษ หรือลูกฟรีคิกได้ ยกเว้นกรณีได้ ลูกฟรีคิก จากการมาร์ค หรือการรับยัน (Mark)
  3. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) ต้องใช้ลูกบอลที่อยู่ในการเล่น จนกว่าผู้ตัดสินจะพิจารณาว่าลูกบอลมีข้อบกพร่อง จึงจะเปลี่ยนได้
  4. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) หรือ การตั้งเตะ (Place – kick)
  5. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเตะบอลไปในทุกทิศทางก็ได้
  6. ยกเว้นผู้ตั้งลูกบอล (placer) กรณีทีมีการตั้งเตะ (Place – kick) ผู้เล่นทีมของผู้เตะบอลต้องยังคงอยู่หลังแนวลูกบอลจนกว่าลูกบอลจะถูกเตะออกไป
  7. ลูกบอลต้องถูกเตะไปในระยะทางที่มองเห็นได้ชัดเจน หากผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) ถือบอล อยู่ ลูกบอลต้องออกจากมืออย่างชัดเจน หากบอลอยู่บนพื้น ลูกบอลต้องเคลื่อนที่ออกจาก จุดมาร์คอย่างชัดเจน เมื่อการเตะสำเร็จแล้ว ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเล่นลูกนั้นอีกครั้งได้
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอลเป็นผู้ใส่บอล)

ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ที่จุดลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก

  1. เมื่อมีการให้ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องรีบถอยโดยทันทีเป็นระยะ 10 เมตร ไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง หรือ ถอยจนกระทั่งมาถึงเส้นทรัยของพวกเขา หากลูกโทษหรือ ลูกฟรีคิกอยู่ใกล้กว่า
  2. แม้ว่าการเล่นลูกโทษหรือลูกฟรีคิกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วทีมของผู้เตะบอลกำลังเล่นบอล ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามยังคงต้องถอยหลังออกมาตามระยะที่กำหนด (10 เมตร) และห้ามมีส่วนร่วมในเกมการแข่งขันจนกว่าจะถอยครบระยะ
  3. หากลูกโทษหรือลูกฟรีคิกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่มีโอกาสที่จะถอยหลังออกมาทัน พวกเขาจะไม่ถูกลงโทษ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาห้ามมีส่วนร่วมในเกมการแข่งขันจนกว่าพวกเขาจะถอยหลังออกมาครบระยะ 10 เมตร จากจุดมาร์ค หรือ จนกว่าเล่นฝ่ายเดียวกันอยู่ที่ระยะ 10 เมตร จากจุดมาร์ค แล้วเคลื่อนที่มาข้างหน้าผ่านพวกเขา
  4. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องไม่กระทำการใด ๆ ในการถ่วงเวลาการเตะ หรือกีดขวางผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) รวมถึงการเจตนาโยนบอล หรือ เตะบอลให้พ้นจากทีมที่ได้ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก
    บทลงโทษ : ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก ครั้งที่ 2 ให้ปรับระยะเพิ่มไปอีก 10 เมตรจากจุดเดิม ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก ครั้งที่ 2 ต้องไม่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้ตัดสินจะกำหนดจุดมาร์คใหม่

ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ที่จุดลูกฟรีคิก

  1. ทันทีที่ผู้เตะ (ลูกฟรีคิก) เริ่มเคลื่อนไหวในการเตะ ทีมฝ่ายตรงข้ามสามารถเข้าชาร์จและพยายามป้องกันการเตะลูกฟรีคิกที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการเข้าจับ/แท็คเกิ้ล หรือ บล็อกการเตะ
  2. หากทีมฝ่ายตรงข้ามเข้าชาร์จอย่างเป็นธรรมและพยายามป้องกันการเตะลูกฟรีคิกที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ถือว่าการเตะ (ลูกฟรีคิก) ไม่นับว่าเกิดขึ้น การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสกรัม ณ จุดมาร์ค โดยที่ทีมฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ใส่บอล

การเตะลูกโทษเพื่อทำประตู

กติกาข้อ 21 ในเขตประตู (In-Goal)

การกด/วาง ลูกบอลลงสู่พื้นในเขตประตู (Grounding the Ball)

  1. ลูกบอลสามารถถูกกด/วาง ในเขตประตู เมื่อ :
    • โดยการจับ/ถือ ลูกบอลและสัมผัสพื้นพร้อมกับบอล หรือ
    • โดยการกด/วาง ลูกบอลด้วยมือหนึ่งหรือทั้งสองมือ ด้วยแขนหนึ่งหรือทั้งสองแขน หรือด้วยลำตัวด้านหน้าของผู้เล่นตั้งแต่เอวถึงคอ

การวางบอล (Grounding the ball)

  1. การเก็บลูกบอลขึ้นจากพื้นไม่ถือเป็นวาง/กด ลูกบอล ผู้เล่นอาจเก็บบอลขึ้นในเขตประตู และวาง/กด ลูกบอลในพื้นที่อื่นในเขตประตูได้
  2. ผู้เล่นฝ่ายรุก วาง/กด ลูกบอลในเขตประตูนับคะแนนเป็นทรัย
  3. เมื่อผู้เล่นฝ่ายรุกที่กำลังจับ/ถือ ลูกบอลแล้ววาง/กด ลูกบอลในเขตประตู และในเวลาเดียวกันนั้น ได้สัมผัสกับเส้นออกในเขตประตู หรือเส้นลูกตาย (หรือที่ใดก็ตามที่อยู่นอกเส้นดังกล่าว) ทีมฝ่ายรับจะได้เตะลูก Drop – out ออกจากเส้น 22 เมตรของตนเอง
  4. เมื่อผู้ถือบอลวาง/กด ลูกบอลในเขตประตู และในเวลาเดียวกันนั้น ได้สัมผัสกับเส้นออกด้านข้าง (หรือพื้นที่ด้านนอกเส้น) ให้ถือว่าลูกบอลออกจากสนามเล่น (field of play) ไปแล้ว และฝ่ายตรงข้ามจะได้ทำแถวทุ่ม
  5. ผู้เล่นฝ่ายรับวาง/กด ลูกบอลในเขตประตู ถือว่าเป็นการทำ Touch down (วาง/กด ลูกบอลในเขตประตูของตนเอง)
  6. หากผู้เล่นที่ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) มีโมเมนตั้ม (แรงเฉื่อย) จนพาเข้าไปในพื้นที่เขตประตูของตนเอง พวกเขาสามารถทำ Touch down ได้
  7. ผู้เล่นที่ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) บริเวณใกล้เส้นทรัยของฝ่ายตนเอง อาจจะเอื้อมมือและวาง/กด ลูกบอลลงในเขตประตูของตนเอง เพื่อทำการ Touch down แต่ต้องทำโดยทันที
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
  8. หากผู้เล่นสัมผัสเส้นออกข้างสนามหรือออกในเขตประตู เขาสามารถทำการกด Touch down หรือทำคะแนนเป็นทรัยได้ โดยการกดลูกบอลที่อยู่ในเขตประตู โดยต้องไม่ถือครองลูกบอล
  9. หากผู้เล่นที่ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) อยู่ในท่าทางกำลังเอื้อมมือไปวาง/กด ลูกบอลเพื่อทำทรัย หรือทำการ Touch down ผู้เล่นฝ่ายรับคนอื่นอาจจะปัดลูกบอลไปด้านหลัง หรือ ดึง/แย่ง ลูกบอลจากผู้เล่นที่ครอบครองบอลได้ แต่ต้องไม่มีการเตะหรือจะพยายามเตะบอล
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

ลูกบอลถูกเตะทำให้เป็นลูกตายผ่านในเขตประตู

  1. หากทีมผู้เล่นเตะบอลจากสนามเล่น (field of play) ผ่านเข้าไปในเขตประตูของฝ่ายตรงข้ามไปถึงเส้นออกในเขตประตู หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายรับสามารถเลือก :
    • ให้เตะ Drop – out ออก ณ ที่ใดก็ตามที่อยู่บน หรือ หลังเส้น 22 เมตร หรือ
    • ให้ทำสกรัม ณ จุดที่ลูกบอลถูกเตะ

ข้อยกเว้น :การเตะลูกโทษทำคะแนน (kick at goal) หรือ การเตะลูกพร้อมทำคะแนน (Dropped goal) ที่ไม่เป็นผลสำเร็จ ในกรณีนี้ ทีมผู้เล่นฝ่ายรับจะเริ่มเล่นใหม่ด้วยการเตะ Drop – out ออกจากเส้น 22 เมตร

ผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ในเขตประตู

  1. หากส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ในเขตประตู ผู้เล่นคนนั้นถูกพิจารณาว่าอยู่ในเขตประตู โดยพวกเขาไม่ได้สัมผัสเส้นออก หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย
  2. หากผู้เล่นที่อยู่ในเขตประตู รับ/จับบอล หรือเก็บบอลที่ยังคงอยู่ในสนามเล่น (field of play) ผู้เล่นคนนั้นจะถือว่าเป็นคนนำลูกบอลเข้าในเขตประตู
  3. หากผู้เล่นที่ อยู่บน หรือ อยู่นอกเส้นลูกตาย หรืออยู่บนเส้นออกในเขตประตู รับ/จับบอล หรือเก็บลูกบอลภายในเขตประตู ผู้เล่นคนนั้นจะถือว่าเป็นคนทำให้ลูกบอลตาย

เสาธงมุมสนาม

  1. หากลูกบอลหรือผู้ถือลูกสัมผัสธงมุมสนาม หรือเสาธงมุมสนาม โดยปราศจากการสัมผัสเส้นออกหรือเส้นออกในเขตประตู การเล่นยังคงดำเนินต่อไป เว้นแต่ลูกบอลจะถูกวาง/กด ที่เสาธงมุมสนาม

ผู้เล่นสัมผัสเสาธงมุมสนามก่อนวางบอล

ลูกบอลถูกอุ้ม/จับ ไว้ในเขตประตู

  1. เมื่อผู้เล่นที่ถือบอลถูกอุ้ม/จับ ในเขตประตู จนไม่สามารถวาง/กด ลูกบอลหรือเล่นลูกบอลต่อไปได้ ลูกบอลจะถือว่าเป็นลูกตาย การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ try line drop-out หรือ ทำสกรัมบนเส้น 5 เมตร โดยขึ้นอยู่กับว่าลูกบอลเข้าไปในเขตประตูอย่างไร (ตามกติกาข้อ 12.12a, และกติกา ข้อ 19.1 แถวที่ 5)

สงสัยเกี่ยวกับการวาง/กด ลูกบอล

  1. หากมีการสงสัยเกี่ยวกับการวาง/กด ลูกบอลเป็นทีมแรกในเขตประตู การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ที่สกรัมบนเส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกับตำแหน่งที่ลุกบอลถูกวาง/กด โดยที่ทีมฝ่ายรุกเป็นผู้โยน/ใส่ ลูกบอลในกรัม

ข้อกติกาที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับการแข่งขันเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปี

กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น

เพิ่มเติม :
  1. หากทีมเสนอชื่อผู้เล่น 22 คน จะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 6 คน ที่สามารถเล่นในตำแหน่งแถวหนึ่งได้ เพื่อให้มีผู้เล่นสำรองครอบคลุมสำหรับตำแหน่งพร็อปซ้าย, ฮุกเกอร์ และพร็อปขวา
เพิ่มเติม :
  1. ถ้าผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวทางเทคนิคแล้ว สามารถกลับเข้ามาแทนที่ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บได้

กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน

  1. การแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มีการต่อเวลาพิเศษในเกมการแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เกมการแข่งขันจะใช้เวลาไม่เกิน 70 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 35 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไป ไม่อนุญาตให้ต่อเวลาพิเศษ

กติกาข้อ 19 การทำสกรัม

  1. เมื่อทีมใดทีมหนึ่งมีผู้เล่นน้อยกว่า 15 คน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำนวนของผู้เล่นในแต่ละทีม ในการทำสกรัมอาจถูกลดลงตามกันได้ ในกรณีการลดจำนวนผู้เล่นถูกได้รับอนุญาตให้โดยอีก ทีมหนึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะลดจำนวนผู้เล่นลงตามด้วย อย่างไรก็ตามทีมผู้เล่นต้องไม่มีผู้เล่น น้อยกว่า 5 คน ในการทำสกรัม
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เล่นทุกคนในตำแหน่งแถวหนึ่งทั้งสามคน และตำแหน่งล็อคทั้ง 2 คน ต้องได้รับฝึกฝนมาเป็น อย่างดีสำหรับตำแหน่งเหล่านี้ หากทีมไม่สามารถส่งผู้เล่นที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีลง สนามได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้ตัดสินต้องสั่งไม่ให้มีการดันสกรัม (Uncontested scrums)
    • ในการทำสกรัม 8 คน รูปแบบการเข้าสกรัมต้องเป็น 3-4-1 โดยผู้เล่นคนเดียว (ผู้เล่นหมายเลข 8) จะต้องดันไปที่ล็อคทั้งสองคน ส่วนผู้เล่นล็อคต้องแพ็คด้วยศีรษะของพวกเขาโดยให้ศีรษะอยู่คนละด้านของฮุกเกอร์
    • เมื่อทีมใดทีมหนึ่งถูกลดจำนวนผู้เล่นให้เหลือน้อยกว่า 15 คน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำนวน ผู้เล่นในแต่ละทีมในการทำสกรัมจะต้องลดลงตามสัดส่วนที่เท่ากันด้วย
    • ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ลดผู้เล่นในการทำสกรัมโดยทีมหนึ่ง ทีมอื่นจะต้องลดผู้เล่นในการทำสกรัมของพวกเขาตามไปด้วย โดยลดได้อย่างต่ำสุดสกรัมต้องมีฝ่ายละ 5 คน
    • ในกรณีที่มีการทำสกรัมที่ไม่สมบูรณ์, ต้องจัดรูปแบบการเข้าสกรัม ดังนี้ :
      • ผู้เล่น 7 คน – รูปแบบการเข้าสกรัม 3-4 (ไม่มีตำแหน่งหมายเลข 8)
      • ผู้เล่น 6 คน – รูปแบบการเข้าสกรัม 3-2-1 (ไม่มีตำแหน่งแฟรงเกอร์)
      • ผู้เล่น 5 คน – รูปแบบการเข้าสกรัม 3-2 (ไม่มีตำแหน่งแฟรงเกอร์และหมายเลข 8)
        บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ : 34
  1. เมื่อไม่มีผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา ผู้ตัดสินจะให้หยุดการเล่น และให้รีเซทสกรัมใหม่ หาก :
    1. สกรัมถูกหมุนเกินกว่า 90 องศา จนเส้นกึ่งกลางสกรัมถูกหมุนไปยังตำแหน่งที่ขนานกับเส้นออก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. สกรัมถูกหมุนโดยไม่ได้เจตนาเกิน 45 องศา.
ข้อ : 38
  1. ข้อปฏิบัติอื่น ๆ ที่ถูกจำกัดในการทำสกรัม รวมถึง :
เพิ่มเติม :
  1. การดันสกรัมไปข้างหน้าเกิน 1.5 เมตร ไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตรงข้าม
  2. การเก็บบอลไว้ในสกรัม เมื่อบอลถูกส้นเท้าเกี่ยวและถูกควบคุมไว้ที่ฐานของสกรัมแล้ว (ต้องเอาลูกบอลออกมาเล่น)
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
  3. การเจตนาหมุนสกรัม
    บทลงโทษ : ลูกโทษ

ข้อกติกาที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ประเภท 7 คน

กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น

ข้อ 1 :
  1. แต่ละทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 15 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ในแต่ละทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 7 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ข้อ 2 ถูกลบออก
ข้อ 4 :
  1. สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ สหพันธ์/สมาคมสามารถระบุชื่อผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทีมผู้เล่นสามารถระบุชื่อและใช้ผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 5 คน
ข้อ 5 :
  1. สำหรับการแข่งขันอื่น ๆ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่สามารถลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คนลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ฝ่ายจัดการแข่งขันจะพิจารณาจำนวนการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 5 คน
ข้อ 8 – 13 ถูกลบออก
ข้อ 16 – 20 ถูกลบออก
ข้อ 31 :
  1. หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับใบเหลือง ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับ อนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนาม จนกว่าหลังหมดช่วงเวลาระงับการเล่น ยกเว้นเพื่อปฏิบัติตาม กติกาข้อ 3.19 หรือ 3.20 และเฉพาะในกรณีที่ผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับใบเหลือง ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนามการเล่น จนกว่าหลังหมดช่วงเวลาระงับการเล่น และเฉพาะในกรณีที่ผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
ข้อ 33a ถูกลบออก
ข้อ 33e ถูกลบออก

กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน

ข้อ 1 :
  1. เกมการแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่ง ไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มี การต่อเวลาพิเศษในเกมส์การแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เกมการแข่งขันจะใช้เวลา 14 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 7 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไป เมื่อการแข่งขันเสมอกันต้องมีการใช้การต่อเวลาพิเศษ โดยให้เล่นใหม่หลังจากหยุดพัก 1 นาที โดยแต่ละช่วงการต่อเวลาพิเศษมีระยะเวลาครึ่งละไม่เกิน 5 นาที หลังจบแต่ละช่วงการต่อเวลา ทีมจะสลับฝั่งโดยไม่มีการพัก การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอาจใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 10 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไปและการต่อเวลาพิเศษ
ข้อ 2 :
  1. ช่วงพักครึ่งเวลา มีระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ระหว่างช่วงเวลานี้ ทีมผู้เล่นและผู้ตัดสิน อาจออกจากบริเวณสนามแข่งขันได้
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. การพักครึ่งเวลา ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที

กติกาข้อ 6 ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน

ข้อ 3 :
  1. ผู้ตัดสินเป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงเหรียญ โดยหัวหน้าทีมของฝ่ายหนึ่งจะทำการโยนเหรียญ และหัวหน้าทีมของอีกฝ่ายจะเป็นผู้เลือก ผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญจะตัดสินใจว่าเป็นฝ่ายที่เลือก เตะเริ่มเกม หรือ เลือกทิศทาง (เลือกแดน) และในทางกลับกัน ถ้าผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญ ตัดสินใจเลือกทิศทาง (เลือกแดน) ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเตะเริ่มเกม
เพิ่มเติม :
  1. ก่อนการต่อเวลาพิเศษจะเริ่มขึ้น ผู้ตัดสินจะจัดการเสี่ยงเหรียญในลักษณะเดียวกันกับก่อนการแข่งขัน
เพิ่มเติม :
ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู (IN-GOAL JUDGES)
  1. มีผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู 2 คน สำหรับแต่ละการแข่งขัน คนหนึ่งจะอยู่ในพื้นที่ในเขตประตูแต่ละด้าน
  2. ผู้ตัดสินมีอำนาจในการควบคุมผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู เช่นเดียวกับผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น
  3. ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตูจะส่งสัญญาณถึงผลการเตะเปลี่ยนประตู หรือการเตะลูกโทษทำประตู
  4. ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตูจะส่งสัญญาณเมื่อลูกบอลหรือผู้ถือบอล ได้ออกสนามจากเส้นออก ในเขตประตู
  5. หากจำเป็น ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตูจะช่วยผู้ตัดสินในการตัดสินใจในการทำ touch down และการวางทรัย
  6. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจให้อำนาจให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู ในการส่งสัญญาการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) ในเขตประตูได้
  7. ผู้ตัดสินในเขตประตูไม่จำเป็นต้องมี ในกรณีที่มี TMO อยู่แล้ว

กติกาข้อ 8 การทำคะแนน

ข้อ 7 :
  1. เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick) ซึ่งอาจใช้เป็นการวางเตะ หรือ เตะ Drop-kick
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน, จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู, ซึ่งอาจเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
ข้อ 8 :
ข้อ b. ถูกลบออก
ข้อ c.
    1. ดำเนินการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) นับจากเวลาที่ได้ทรัย กรณีที่ลูกบอลกลิ้งล้มลง ให้สามารถทำการตั้งเตะใหม่ได้อีกครั้ง
      บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
    ถูกแทนที่ด้วย :
    1. ทำการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 30 วินาที นับจากเวลาที่ได้ทรัย
      บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเตะเปลี่ยนประตู
ข้อ 14 :
  1. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ถอยไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง และไม่ก้าวข้ามเส้นทรัยนั้นได้ จนกว่าผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ เมื่อผู้เตะลูกบอลทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาอาจทำการชาร์จ หรือกระโดดเพื่อป้องกันการเตะ แต่ต้องไม่กระทำการ ยก/อุ้ม โดยผู้เล่นคนอื่นๆ
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ต้องรวมตัวขึ้นมาใกล้กับเส้น 10 เมตรของฝ่ายตัวเองทันที
บทลงโทษ
  • หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, ผู้เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จอีก เมื่อวิธีการเตะอื่นๆ ถูกได้รับอนุญาต ผู้เตะลูกบอลอาจใช้วิธีการเตะซ้ำแบบเดิม ผู้เตะลูกบอลอาจเปลี่ยนวิธีการเตะได้ (เป็นการเตะ Drop-kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
  • หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จ
ข้อ 16. ถูกลบออก
ข้อ 21 :
  1. ผู้เตะลูกบอลต้องดำเนินการเตะภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน เว้นแต่ลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง และให้ทำการตั้งเตะใหม่อีกครั้ง
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เตะบอลต้องทำการเตะภายใน 30 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ข้อ 24 :
  1. ผู้เตะลูกบอลได้วางลูกบอลที่พื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย, ขี้เลื่อย, หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจถูกช่วยโดยผู้จับตั้งบอล ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. การเตะเปลี่ยน ต้องเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
เพิ่มเติม
การต่อเวลาพิเศษ (EXTRA TIME)
ข้อ 30 :
  1. ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมที่ทำคะแนนได้ก่อนจะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะในทันที โดยไม่ต้องเล่นต่อ

กติกาข้อ 9 การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul Play)

ข้อ 29 :
  1. เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่นชั่วคราว 10 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน (ใบแดง)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่น 2 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนาม แข่งขัน (ใบแดง)

กติกาข้อ 12 การเตะเริ่มเกมและการเตะเริ่มเล่นใหม่

ข้อ 4 :
  1. หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาจะเริ่มต้นการเล่นใหม่ บน หรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้งครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมเดิมจะเล่นเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-kick บน หรือ หลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม การเตะเริ่มเล่นใหม่ต้องเกิดขึ้นภายใน 30 วินาที นับจากการเตะเปลี่ยนประตูเป็นผลหรือถูกปฏิเสธ หรือนับจากเวลาการเตะลูกโทษ หรือการเตะ Dropped goal
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 5 :
  1. เมื่อบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
    ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)
    • บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 6 :
  1. ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 8 :
  1. หากลูกบอลออกสนามโดยตรง ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
    • ให้เตะใหม่อีกครั้ง
    • ทำสกรัม (Scrum)
    • ทำแถวทุ่ม (Lineout)
    • การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ลูกบอลต้องไม่ออกนอกสนามโดยตรง
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 9 :
  1. หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะจะได้รับ ลูกฟรีคิก
ข้อ 11 :
  1. การเล่นถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร เมื่อการเตะลูกโทษทำคะแนน (Penalty Goal) หรือการเตะ Dropped Goal เพื่อทำคะแนนไม่สำเร็จ แล้วลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตายในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลูกบอลเป็นลูกตายทะลุออกไปใน เขตประตู จากการเตะอย่างใดอย่างหนึ่ง
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. นอกเหนือจาการเตะเริ่มเล่น หรือการเตะเริ่มเล่นใหม่ หากลูกบอลถูกเล่น หรือนำพาเข้าไปในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรุก และผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกบอลตาย การเล่นจะถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร
ข้อ 12 ถูกลบออก

กติกาข้อ 18 บอลออกจากสนาม, การทุ่มบอลเร็ว และการทำแถวทุ่ม

ข้อ 8 :
  1. การเริ่มเกมการแข่งขันใหม่ด้วยการทำแถวทุ่ม และทีมที่จะได้โยนบอล ถูกกำหนดไว้ตามนี้ :
  1. การเล่นทั่วไป
สถานการณ์ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล
ผู้เล่นที่อยู่ในแดนครึ่งสนามของฝั่งตัวเอง เตะลูกบอลออกนอกสนามแบบไม่โดยตรง เข้าไปในพื้นที่เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายตรงข้าม (การเตะ 50/22) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทีมที่เตะลูกบอลยังไม่เคยพาบอลเข้าไปในแดนของตนเอง หรือมีการแท็คเกิ้ล รัค หรือมอล เกิดขึ้นในแดนของตนเองก่อนที่จะทำการเตะลูกบอล หรือ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้สัมผัสลูกบอลขณะลูกบอลอยู่ในแดนของพวกเขา ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก ฝ่ายทีมที่เตะลูกบอล
ผู้ถือบอลไปยังเส้นออก หรือ เตะลูกบอลออกแบบไม่โดยตรง (ยกเว้นกรณีการเตะบอลในแดนครึ่งสนามของฝั่งตนเอง แล้วลูกบอลไปออกในพื้นที่เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายตรงข้าม) ณ ตำแหน่งที่ผู้เล่นหรือบอล สัมผัสเส้นออก หรือ ที่บอลตกแล้วข้ามเส้นออกไกลออกไป ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
ข้อ 12 :
  1. ทีมผู้เล่นต้องสร้างแถวทุ่มให้เสร็จภายใน 30 วินาที
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทีมผู้เล่นต้องสร้างแถวทุ่ม ภายใน 15 วินาที จากการที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ได้ระบุจุดมาร์คบนเส้นออก
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก

กติกาข้อ 19 การทำสกรัม (Scrum)

ข้อ 4 :
  1. ทีมผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องเตรียมพร้อมในการเข้าสกรัมภายใน 30 วินาที หลังจากมีการมาร์คจุด
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทีมผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องเตรียมพร้อมในการเข้าสกรัมภายใน 30 วินาที หลังจากมีการมาร์คจุด
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 5 :
  1. เมื่อทั้งสองทีมมีผู้เล่น 15 คน, ผู้เล่น 8 คน ของแต่ละทีม จับ/มัด ซึ่งกันและกันในรูปแบบตามที่ระบุไว้ในแผนภาพ ในแต่ละทีมต้องมีตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน ในแถวหนึ่ง และตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ในแถวสอง ผู้เล่นแถวหลัง 3 คน ในแต่ละทีม ถือว่าสกรัมสมบูรณ์
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. การเข้าสกรัมจะต้องมีผู้เล่น 3 คน จากแต่ละทีม ทั้ง 3 คนจะต้องมัดซึ่งกันและกันจนกว่าสกรัมสิ้นสุด
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 6 ถูกลบออก
ข้อ 7c ถูกลบออก
ข้อ 7d ถูกลบออก
ข้อ 23 :
  1. ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่มีเจตนาเตะบอลให้ออกจากช่องสกรัม ในทิศทางที่บอลถูกใส่/โยน
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่มีเจตนาเตะบอลให้ออกจากช่องสกรัม (อุโมงค์) หรือออกจากสกรัมในทิศทางไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตรงข้าม
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 36 :
  1. สกรัมจะสิ้นสุดลง :
    1. เมื่อลูกบอลมาถึงแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่น และบอลถูกเก็บขึ้นโดยผู้เล่นนั้น หรือ ถูกเล่นโดยสกรัมฮาร์ฟของทีมนั้น
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. สกรัมจะสิ้นสุดลง :
    1. เมื่อลูกบอลถูกเล่นโดยผู้เล่นตำแหน่งสกรัมฮาร์ฟทีมนั้น

กติกาข้อ 20 ลูกโทษและลูกฟรีคิก (Penalty or Free–kick)

ข้อ 8 :
  1. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) หรือ การตั้งเตะ (Place – kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) แต่ไม่อาจใช้การวางเตะ (Place – kick) ได้

กติกาข้อ 21 ในเขตประตู (In-Goal)

ลูกบอลถูกเตะทำให้ลูกตายผ่านในเขตประตู
เพิ่มเติม :

การเตะเริ่มเล่นใหม่จะต้องเตะภายใน 30 วินาที หลังจากเวลาที่เตะลูกโทษทำคะแนนไม่เป็นผลสำเร็จ

ข้อ 16 :
  1. เมื่อผู้เล่นที่ถือบอลถูกอุ้ม/จับ ในเขตประตู จนไม่สามารถวาง/กด ลูกบอลหรือเล่นลูกบอลต่อไปได้ ลูกบอลจะถือว่าเป็นลูกตาย การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ try line drop-out หรือทำสกรัมบนเส้น 5 เมตร โดยขึ้นอยู่กับว่าลูกบอลเข้าไปในเขตประตูอย่างไร (ตามกติกาข้อ 12.12a, และกติกา ข้อ 19.1 แถวที่ 5)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เมื่อผู้เล่นที่ถือบอลถูกอุ้ม/จับ ในเขตประตู จนไม่สามารถวาง/กด ลูกบอลหรือเล่นลูกบอลต่อไปได้ ลูกบอลจะถือว่าเป็นลูกตาย การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสกรัมที่เส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกัน ณ ตำแหน่งที่ถูกอุ้ม/จับ ผู้เล่นทีมฝ่ายรุกเป็นผู้โยนบอลเข้าสกรัม

ข้อกติกาที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ประเภท 10 คน

กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น

ข้อ 1 :
  1. แต่ทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 15 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 7 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ข้อ 2 ถูกลบออก
ข้อ 4 :
  1. สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ สหพันธ์/สมาคมสามารถระบุชื่อผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทีมผู้เล่นสามารถระบุชื่อและใช้ผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 5 คน
ข้อ 5 :
  1. สำหรับการแข่งขันอื่น ๆ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่สามารถลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คนลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจกำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่แต่ละทีมสามารถลงทะเบียนและ/หรือใช้เปลี่ยนตัวได้
ข้อ 6 :
  1. การเปลี่ยนตัวผู้เล่นสามารถทำได้เฉพาะเมื่อมีลูกบอลตาย และได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินเท่านั้น
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทีมผู้เล่นอาจเปลี่ยนตัวของจำนวนผู้เล่นระหว่างการแข่งขันได้ตลอดเวลา ผู้เล่นที่กำลังเข้าสู่สนามต้องมากระทำการเปลี่ยนตัว ณ เส้นกึ่งกลางสนาม หลังจากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเล่น
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 34 ถูกลบออก

กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน

ข้อ 1 :
  1. เกมการแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่ง ไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มีการต่อเวลาพิเศษในเกมส์การแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เกมการแข่งขันจะใช้เวลา 20 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 10 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไป เมื่อการแข่งขันเสมอกันต้องมีการใช้การต่อเวลาพิเศษ โดยให้เล่นใหม่หลังจากหยุดพัก 1 นาที โดยแต่ละช่วงการต่อเวลาพิเศษมีระยะเวลาครึ่งละไม่เกิน 5 นาที หลังจบแต่ละช่วงการต่อเวลา ทีมจะสลับฝั่งโดยไม่มีการพัก
ข้อ 2 :
  1. ช่วงพักครึ่งเวลา มีระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ระหว่างช่วงเวลานี้ ทีมผู้เล่นและผู้ตัดสิน อาจออกจากบริเวณสนามแข่งขันได้
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. การพักครึ่งเวลา ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที

กติกาข้อ 6 ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน

ข้อ 3 :
  1. ผู้ตัดสินเป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงเหรียญ โดยหัวหน้าทีมของฝ่ายหนึ่งจะทำการโยนเหรียญ และหัวหน้าทีมของอีกฝ่ายจะเป็นผู้เลือก ผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญจะตัดสินใจว่าเป็นฝ่ายที่เลือกเตะเริ่มเกม หรือ เลือกทิศทาง (เลือกแดน) และในทางกลับกัน ถ้าผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญตัดสินใจเลือกทิศทาง (เลือกแดน) ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเตะเริ่มเกม
เพิ่มเติม :
  1. ก่อนการต่อเวลาพิเศษจะเริ่มขึ้น ผู้ตัดสินจะจัดการเสี่ยงเหรียญในลักษณะเดียวกันกับก่อนการแข่งขัน

กติกาข้อ 8 การทำคะแนน

ข้อ 7 :
  1. เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick) ซึ่งอาจใช้เป็นการวางเตะ หรือ เตะ Drop-kick
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน, จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู, ซึ่งอาจเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
ข้อ 8 ผู้เตะบอล :
ข้อ b. ถูกลบออก
  1. ดำเนินการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) นับจากเวลาที่ได้ทรัย กรณีที่ลูกบอลกลิ้งล้มลง ให้สามารถทำการตั้งเตะใหม่ได้อีกครั้ง
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ทำการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 30 วินาที นับจากเวลาที่ได้ทรัย
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเตะเปลี่ยนประตู
ข้อ 14 :
  1. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ถอยไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง และไม่ก้าวข้ามเส้นทรัยนั้นได้ จนกว่าผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ เมื่อผู้เตะลูกบอลทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาอาจทำการชาร์จ หรือกระโดดเพื่อป้องกันการเตะ แต่ต้องไม่กระทำการ ยก/อุ้ม โดยผู้เล่นคนอื่นๆ
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ต้องรวมตัวขึ้นมาใกล้กับเส้น 10 เมตรของฝ่ายตัวเองทันที
  • บทลงโทษ : หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, ผู้เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จอีก เมื่อวิธีการเตะอื่นๆ ถูกได้รับอนุญาต ผู้เตะลูกบอลอาจใช้วิธีการเตะซ้ำแบบเดิม ผู้เตะลูกบอลอาจเปลี่ยนวิธีการเตะได้ (เป็นการเตะ Drop-kick)

ถูกแทนที่ด้วย :
  • บทลงโทษ :หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จ

ข้อ 16. ถูกลบออก
ข้อ 21 :
  1. ผู้เตะลูกบอลต้องดำเนินการเตะภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน เว้นแต่ลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง และให้ทำการตั้งเตะใหม่อีกครั้ง
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เตะบอลต้องทำการเตะภายใน 30 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน
    บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ข้อ 24 :
  • ผู้เตะลูกบอลได้วางลูกบอลที่พื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย, ขี้เลื่อย, หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจถูกช่วยโดยผู้จับตั้งบอล ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)

ถูกแทนที่ด้วย :
  • การเตะเปลี่ยน ต้องเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
    บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)

การต่อเวลาพิเศษ (EXTRA TIME)
ข้อ 30 :
เพิ่มเติม
  1. ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมที่ทำคะแนนได้ก่อนจะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะในทันที โดยไม่ต้องเล่นต่อ

กติกาข้อ 9 การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul Play)

ข้อ 29 :
  1. เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่นชั่วคราว 10 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน (ใบแดง)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่น 2 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนาม แข่งขัน (ใบแดง)

กติกาข้อ 12 การเตะเริ่มเกมส์และการเตะเริ่มเล่นใหม่

ข้อ 4 :
  1. หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาจะเริ่มต้นการเล่นใหม่ บน หรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมเดิมจะเล่นเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-kick บน หรือ หลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 5 :
  1. เมื่อลูกบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
    • ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
      บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. เมื่อลูกบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
    • ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
      บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 6 :
  1. ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
    บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 8 :
  1. หากลูกบอลออกสนามโดยตรง ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
    • ให้เตะใหม่อีกครั้ง
    • ทำสกรัม (Scrum)
    • ทำแถวทุ่ม (Lineout)
    • การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ลูกบอลต้องไม่ออกนอกสนามโดยตรง
    บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 9 :
  1. หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีก
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะจะได้รับ ลูกฟรีคิก

กติกาข้อ 19 การทำสกรัม (Scrum)

ข้อ 5 :
  1. เมื่อทั้งสองทีมมีผู้เล่น 15 คน, ผู้เล่น 8 คน ของแต่ละทีม จับ/มัด ซึ่งกันและกันในรูปแบบตามที่ระบุไว้ในแผนภาพ ในแต่ละทีมต้องมีตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน ในแถวหนึ่ง และตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ในแถวสอง ผู้เล่นแถวหลัง 3 คน ในแต่ละทีม ถือว่าสกรัมสมบูรณ์
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. การเข้าสกรัมจะต้องมีผู้เล่น 5 คน จัดเป็น 2 แถวจากแต่ละทีม แถวหนึ่งประกอบด้วย ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน และแถวสองประกอบด้วยผู้เล่นตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ทั้ง 5 คน จะต้องมัดซึ่งกันและกันจนกว่าสกรัมสิ้นสุด และห้ามทำการไม่มัดเพื่อเล่นบอล
    บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 6 ถูกลบออก
ข้อ 7d ถูกลบออก
ข้อ 36 :
  1. สกรัมจะสิ้นสุดลง :
    1. เมื่อลูกบอลมาถึงแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่น และบอลถูกเก็บขึ้นโดยผู้เล่นนั้น หรือ ถูกเล่นโดยสกรัมฮาร์ฟของทีมนั้น
ถูกแทนที่ด้วย :
    1. เมื่อลูกบอลถูกเล่นโดยผู้เล่นตำแหน่งสกรัมฮาร์ฟทีมนั้น

กติกาข้อ 20 ลูกโทษและลูกฟรีคิก (Penalty or Free–kick)

ข้อ 8 :
  1. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) หรือ การตั้งเตะ (Place – kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
  1. ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) แต่ไม่อาจใช้การวางเตะ (Place – kick) ได้