กฏและกติกา
กติกาการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล ปี 2025 (ฉบับแก้ไขกติกาบังคับใช้ 1 ม.ค. 68) Download PDF
- 1. สนามแข่งขัน
- 2. ลูกรักบี้
- 3. ทีมผู้เล่น
- 4. การแต่งกายของผู้เล่น
- 5. เวลาการแข่งขัน
- 6. ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน
- 7. การให้การได้เปรียบ
- 8. การทำคะแนน
- 9. การทำผิดกติการ้ายแรง Foul Plays
- 10. การล้ำหน้าและไม่ล้ำหน้าจากการเล่น
- 11. การทำลูกตกหรือการโยนไปข้างหน้า
- 12. การเตะเริ่มการแข่งและการเตะเริ่มใหม่
- 13. ผู้เล่นอยู่บนพื้นในการเล่นทั่วไป
- 14. การแท็คเกิ้ล/การเข้าจับ
- 15. รัค (Ruck)
- 16. มอล (Maul)
- 17. การร้องมาร์ค หรือการรับยัน (Mark)
- 18. ลูกออกนอกสนาม|ทุ่มเร็ว|ทำแถวทุ่ม
- 19. การทำสกรัม (Scrum)
- 20. ลูกโทษและลูกฟรีคิก
- 21. ในเขตประตู
กติกาข้อ 1 สนามการแข่งขัน (The Ground)
- พื้นผิวสนามเล่นต้องปลอดภัย
- ประเภทพื้นผิวสนามที่อนุญาต คือ หญ้า, ทราย, ดิน หิมะ หรือ หญ้าเทียม
(เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหพันธ์รักบี้โลก ข้อ 22) - ขนาดของพื้นที่การเล่น แสดงในแผนภาพสนาม
| ขนาด | ความยาวพื้นที่เล่น | ความยาวเขตในประตู | ความกว้าง |
|---|---|---|---|
| สูงสุด (เมตร) | 100 | 22 | 70 |
| ต่ำสุด (เมตร) | 94 | 6 | 68 |
- พื้นที่การเล่นมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
- การเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับขนาดของสนาม ต้องถูกรับรองโดยสหพันธ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับการแข่งขันภายในประเทศ หรือสหพันธ์รักบี้โลก (World Rugby) สำหรับการแข่งขันระหว่างประเทศ
- ในกรณีที่ความยาวของสนามเล่นน้อยกว่า 100 เมตร, ระยะห่างระหว่างเส้น 10 เมตร และเส้น 22 เมตร จะลดลงตามสัดส่วนที่เหมาะสม
- ในกรณีที่ที่ความกว้างของพื้นที่การเล่นน้อยกว่า 70 เมตร, ระยะห่างระหว่างเส้น 15 เมตรจะลดลงตามสัดส่วนที่เหมาะสม
- พื้นที่รอบพื้นที่การเล่น (รอบสนาม) ควรมีความกว้างไม่ร้อยกว่า 5 เมตร ในกรณีที่ทำได้
เส้นต่างๆ
- มีเส้นทึบที่กำหนดไว้ตามที่แสดงในแผนภาพสนาม โดยเส้นทึบเหล่านี้อยู่บน :
- เส้นลูกตายในเขตประตู และ เส้นออกในเขตประตู
- เส้นเขตประตู
- เส้น 22 เมตร
- เส้นกึ่งกลางสนาม
- เส้นออกข้างสนาม
- มีเส้นประที่กำหนดไว้ตามที่แสดงในแผนภาพสนาม โดยเส้นประแต่ละเส้นมีความยาว 5 เมตร โดยเส้นประเหล่านี้อยู่บน :
- ขนานและห่างจากเส้นออกข้างสนาม 5 เมตร
- ขนานและห่างจากเส้นออกข้างสนาม 15 เมตร
- ห่างจากเส้นกึ่งกลางสนาม 10 เมตร และขนานกับเส้นกึ่งกลางสนามทั้ง 2 ด้าน
- ห่างจากเส้นเขตประตู 5 เมตร และขนานกับเส้นเขตประตู
- มีเส้นหนึ่งยาวขนาด 0.5 เมตร ซึ่งตัดอยู่ตรงกลางกับเส้นกึ่งกลางสนาม
เสาประตูและคานประตู
- เมื่อมีการติดตั้งเบาะหุ้มที่เสาประตู ระยะห่างจากเส้นเขตประตูถึงขอบนอกของเบาะหุ้มเสาต้องไม่เกิน 0.3 เมตร
เสาประตู Goal Posts
เสาธง
- มีเสาธงทั้งหมด 14 เสาพร้อมธง, เสาธงแต่ละเสามีความสูงอย่างน้อย 1.2 เมตร
- เสาธงหนึ่งเสาอยู่ที่ตำแหน่งแต่ละจุดตัดของเส้นออกในเขตประตูกับเส้นประตู และอีกเสาธงหนึ่งอยู่ที่ตำแหน่งแต่ละจุดตัดของเส้นออกในเขตประตูกับเส้นลูกตายในเขตประตู (จึงมีเสาธงทั้งหมด 8 เสา)
- เสาธงอยู่ที่ตำแหน่งแนวเดียวกับเส้น 22 เมตร และเส้นกึ่งกลางสนามในแต่ละข้างของสนาม ห่างจากเส้นออกข้างสนามด้านนอก 2 เมตร และอยู่ในพื้นที่บริเวณข้างสนามเล่น (Playing enclosure) (จึงมีเสาธงทั้งหมด 6 เสา)
การคัดค้านเกี่ยวกับสนามแข่งขัน
- ทีมจะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบถึงข้อคัดค้านใด ๆ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น
- ผู้ตัดสินจะพยายามแก้ไขปัญหา และจะไม่เริ่มการแข่งขัน หากส่วนใดส่วนหนึ่งของสนามแข่งขันถูกพิจารณาว่าไม่ปลอดภัย
กติกาข้อ 2 ลูกรักบี้ (Ball)
- ลูกบอลมีรูปทรงรี และถูกทำเป็น 4 ส่วน
- ลูกบอลมีขนาดที่แสดงในรูปนี้ :

- ลูกบอลมีน้ำหนัก 410 – 460 กรัม
- ลูกบอลที่มีขนาดเล็กกว่าอาจจะใช้ในการแข่งขันระหว่างผู้เล่นที่เป็นเยาวชน
- ลูกบอลทำจากหนัง หรือวัสดุสังเคราะห์ที่เหมาะสม มันอาจถูกปรับปรุงให้ป้องกันน้ำและง่ายต่อการจับ
- ความดันอากาศของลูกบอล เมื่อเร่ิมต้นของการเล่น คือ 65.71 – 68.75 กิโลปาสคาล, 0.67 – 0.70 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือ 9.5 – 10.0 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
- อาจมีลูกบอลสำรองไว้ใช้ในระหว่างการแข่งขัน
กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น (Team)
จำนวนผู้เล่น
- แต่ละทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 15 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจสั่งให้แต่ละทีมที่ผู้เล่นน้อยกว่า 15 คนในการแข่งขันได้
- ทีมผู้เล่นอาจทำให้การคัดค้านต่อผู้ตัดสินเกี่ยวกับจำนวนของผู้เล่นในทีมฝ่ายตรงข้ามได้ หากทีมใดมีผู้เล่นเกินจำนวน ผู้ตัดสินจะสั่งให้กัปตันของทีมนั้นลดจำนวนผู้เล่นลงตามความเหมาะสม ส่วนผลคะแนน ณ เวลาที่มีการคัดค้านยังคงคะแนนไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
บทลงโทษ : ลูกโทษ - สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ สหพันธ์/สมาคมสามารถระบุชื่อผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 8 คน
- สำหรับการแข่งขันอื่นๆ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่สามารถลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คน
- การเปลี่ยนตัวผู้เล่นสามารถทำได้เฉพาะเมื่อมีลูกบอลตาย และได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินเท่านั้น
- หากผู้เล่นกลับเข้าสู่สนามหรือผู้เล่นสำรองเข้าไปร่วมการแข่งขันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสิน และผู้ตัดสินเชื่อว่าผู้เล่นทำเช่นนั้น เพื่อให้ได้เปรียบการเล่น ผู้เล่นคนนั้นมีความผิดฐานประพฤติมิชอบ บทลงโทษ : ลูกโทษ
- ตารางดังกล่าวระบุจำนวนผู้เล่นแถวหนึ่งขั้นต่ำตามขนาดทีม และข้อกำหนดในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นขั้นต่ำ ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจพิจารณาแก้ไขจำนวนผู้เล่นแถวหนึ่งขั้นต่ำในทีมและข้อกำหนดในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นขั้นต่ำได้ โดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของผู้เล่นเป็นหลัก และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระดับการแข่งขันที่กำหนดไว้
| ขนาดทีม | จำนวนผู้เล่นแถวหน้าขั้นต่ำในทีม | สามารถเปลี่ยนตัวได้ทันที |
|---|---|---|
| 15 คนหรือน้อยกว่า | 3 | – |
| 16, 17 หรือ 18 | 4 | เปลี่ยนได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างพร็อพ (Prop) หรือฮุคเกอร์ (Hooker |
| 19, 20, 21 หรือ 22 | 5 | ต้องเปลี่ยนได้ทั้งพร็อพ (Prop) และฮุคเกอร์ (Hooker) |
| 23 | 6 | ต้องเปลี่ยนได้ทั้ง พร็อพด้านหลวม (Loose-head prop), พร็อพด้านแน่น (Tight-head prop) และฮุคเกอร์ (Hooker) |
- ในกรณีที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดขนาดของบัญชีรายชื่อผู้เล่นไว้ 23 คน และทีมสามารถเสนอชื่อผู้เล่นสำรองสำหรับแถวหนึ่งได้เพียง 2 คน, แล้วทีมนั้นสามารถเสนอบัญชีรายชื่อผู้เล่นในทีมได้เพียง 22 คนเท่านั้น
- ก่อนการแข่งขัน, แต่ละทีมต้องแจ้งผู้ตัดสินที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อผู้เล่นแถวหนึ่ง และผู้เล่นสำรองแถวหนึ่ง และตำแหน่งอื่น ๆ ในแถวหนึ่งที่พวกเขาสามารถเล่นได้ให้แก่ผู้ตัดสินตามความเหมาะสม เฉพาะผู้เล่นเหล่านี้เท่านั้นที่สามารถเล่นในแถวหนึ่งเมื่อมีการเข้าสกรัม และอยู่ในตำแหน่งที่พวกเขากำหนดไว้เท่านั้น
- ผู้เล่นสำรองแถวหนึ่งอาจเริ่มต้นการแข่งขันในตำแหน่งอื่นๆ ได้
- เป็นความรับผิดชอบของทีมเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เล่นแถวหนึ่งและผู้เล่นสำรองแถวหนึ่งทั้งหมด ได้รับการฝึกที่เหมาะสมและมีประสบการณ์
การไม่ดันสกรัม (Uncontested Scrums)
- สกรัมจะเปลี่ยนเป็นแบบไม่มีการดัน หากทีมใดทีมหนึ่งไม่สามารถส่งผู้เล่นแถวหนึ่งที่ได้รับฝึกฝนมาเป็นอย่างดีลงสนามได้ หรือหากผู้ตัดสินมีคำสั่งให้ทำเช่นนั้น
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจกำหนดเงื่อนไข ซึ่งเกมส์อาจเริ่มต้นด้วยการไม่ดันสกรัม
- การไม่ดันสกรัมเป็นผลมาจากผู้เล่นถูกให้ออกจากสนาม (ใบแดง), การระงับการเล่นชั่วคราว (ใบเหลือง) หรือ การได้รับบาดเจ็บ ต้องถูกเล่นด้วยผู้เล่นฝ่ายละ 8 คน ในการเข้าสกรัมแบบไม่ดัน
- เมื่อผู้เล่นแถวหนึ่งออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) ไม่ว่าจะเกิดจากอาการบาดเจ็บ หรือ ได้รับใบเหลืองหรือใบแดง ผู้ตัดสินจะสอบถามทีมในการเข้าสกรัมในครั้งต่อไปว่ายังสามารถเข้าสกรัมแบบดันต่อได้หรือไม่ หากผู้ตัดสินได้รับแจ้งว่าทีมไม่สามารถเข้าสกรัมแบบดันได้ แล้วผู้ตัดสินจะสั่งไม่ให้มีการดันสกรัม หากผู้เล่นกลับมาหรือผู้เล่นแถวหนึ่งคนอื่นเข้าสู่สนาม แล้วเข้าสกรัมแบบดันจะกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง
- ในบัญชีรายชื่อผู้เล่น 23 คน หรือขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้เล่นที่ออกจากสนามเป็นเหตุทำให้ผู้ตัดสินสั่งไม่ให้มีการดันสกรัม จะไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นคนอื่นได้
- ในกรณีที่ไม่มีผู้เล่นสำรองแถวหนึ่งเหลืออยู่ จึงจะอนุญาตให้ผู้เล่นคนอื่นลงเล่นในตำแหน่งแถวหนึ่งได้
- หากผู้เล่นแถวหนึ่งถูกได้รับใบเหลือง และทีมไม่สามารถดันสกรัมได้ด้วยผู้เล่นที่มีอยู่ในสนาม แล้วทีมจะเสนอชื่อผู้เล่นคนอื่นให้ออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) เพื่อให้ผู้เล่นแถวหนึ่งที่สามารถลงเล่นได้เข้ามาแทนที่ ผู้เล่นที่ถูกเสนอชื่อให้ออกจากสนามจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้จนกว่าช่วงเวลาการลงโทษจะสิ้นสุดลง หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนตัว
- หากผู้เล่นแถวหนึ่งถูกไล่ออกจากสนาม (ใบแดง) และทีมไม่สามารถดันสกรัมได้ด้วยผู้เล่นที่มีอยู่ในสนาม แล้วทีมจะเสนอชื่อผู้เล่นคนอื่นให้ออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) เพื่อให้ผู้เล่นแถวหนึ่งที่สามารถลงเล่นได้เข้ามาแทนที่ ผู้เล่นที่ถูกเสนอชื่ออาจเปลี่ยนตัวได้
การเปลี่ยนตัวทดแทนถาวร (Permanent Replacement)
- ผู้เล่นอาจถูกเปลี่ยนตัวหากได้รับการบาดเจ็บ ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวเนื่องจากบาดเจ็บไม่สามารถกลับมาอีกครั้ง
- ผู้เล่นจะถือว่าได้รับการบาดเจ็บ หาก :
- ในระดับตัวแทนระดับชาติ เป็นความเห็นของแพทย์ที่ไม่แนะนำให้ผู้เล่นเล่นต่อไปได้
- ในระดับการแข่งขันอื่นๆ ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้อนุญาตอย่างชัดเจนไว้แล้ว หากผู้ที่ได้รับการฝึกทางการแพทย์เห็นว่าไม่ควรให้ผู้เล่นคนนั้นลงเล่นต่อไปได้ หากไม่มีบุคลากรดังกล่าว ผู้เล่นคนนั้นอาจถูกเปลี่ยนตัวได้ ถ้าผู้ตัดสินเห็นพ้องด้วย
- ผู้ตัดสินจะเป็นผู้พิจารณา (ไม่ว่าจะได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือไม่ก็ตาม) หากเห็นว่าไม่ควรให้ผู้เล่นคนนั้นลงเล่นต่อไปได้ ผู้ตัดสินจะสั่งให้ผู้เล่นคนนั้นออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น)
- ผู้ตัดสินอาจสั่งให้ผู้เล่นที่ได้รับการบาดเจ็บออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) เพื่อรับการตรวจสอบทางการแพทย์ได้
การเปลี่ยนตัวแบบถาวร – กระบวนการ Recognise and Remove
- หากช่วงเวลาใดก็ตามระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือสงสัยว่าอาจถูกกระทบกระเทือนทางสมอง (Concussion) ผู้เล่นคนนั้นจะต้องถูกนำออกจากสนาม (พื้นที่การเล่น) โดยทันทีและเป็นการถาวร กระบวนการนี้เรียกว่า “Recognise and Remove”
การเปลี่ยนตัวแบบชั่วคราว – กรณีมีแผลเลือดออก
- เมื่อผู้เล่นได้รับบาดเจ็บมีแผลเลือดออก ผู้เล่นคนนั้นต้องออกจากสนาม และอาจมีการเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้ ผู้เล่นที่ได้รับการบาดเจ็บกลับมาเล่นได้ทันทีที่สามารถหยุดการไหลออกของเลือดได้ และ/หรือ ถูกปิดบาดแผล หากผู้เล่นไม่สามารถกลับมาสู่สนามแข่งขันได้ภายใน 15 นาที (เวลาปกติ) หลังจากออกจากพื้นที่การเล่น, การเปลี่ยนตัวจะกลายเป็นแบบถาวร
- ในการแข่งขันระดับนานาชาติ แพทย์ประจำการแข่งขันจะตัดสินใจว่าอาการบาดเจ็บนั้นเป็นอาการบาดเจ็บที่มีแผลเลือดออก ซึ่งจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนตัวชั่วคราว ในการแข่งขันที่ได้รับการรับรองล่วงหน้าจากสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลโลก (World Rugby) ให้ใช้กระบวนการ HIA (ประเมินการบาดเจ็บที่ศีรษะ) การแข่งขันจะเริ่มใหม่ไม่ได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนตัวชั่วคราวผู้เล่นที่มีบาดแผลเลือดออกเรียบร้อยแล้ว
การเปลี่ยนตัวชั่วคราว – กรณีการประเมินอาการบาดเจ็บทางศีรษะ (HIA)
- ในการแข่งขันที่ได้รับการรับรองล่วงหน้าจากสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลโลก (World Rugby) เพื่อใช้กระบวนการ HIA ผู้เล่นที่ต้องเข้ารับการประเมินอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ (HIA) จะต้อง :
- ออกจากสนามสนามแข่งขัน (สนามเล่น) ; และ
- ถูกเปลี่ยนตัวทดแทนชั่วคราว (แม้ว่าจะใช้การเปลี่ยนตัวทั้งหมดแล้วก็ตาม) เกมส์การแข่งขันไม่สามารถเริ่มได้จนกว่าผู้เล่นที่ต้องการทำ HIA จะถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราว หากผู้เล่นไม่สามารถกลับมาสู่สนามการเล่นได้ภายใน 12 นาที (เวลาปกติ) ของการออกจากพื้นที่การเล่นการเปลี่ยนจะกลายเป็นแบบถาวร
การเปลี่ยนตัวทดแทนชั่วคราว – กรณีอื่นๆ
- ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวสามารถถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้อีก (แม้ว่าจะใช้การเปลี่ยนตัวทั้งหมดแล้วก็ตาม)
- ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับการบาดเจ็บ ผู้เล่นคนนั้นอาจจะถูกเปลี่ยนตัวได้
- หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวถูกให้ออกจากสนาม (ใบแดง) ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนามการเล่น ยกเว้นเพื่อปฏิบัติตามกติกาข้อ 3.19 หรือ 3.20 และเฉพาะในกรณีหากผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
- หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับใบเหลือง ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนาม จนกว่าหลังหมดช่วงเวลาระงับการเล่น ยกเว้นเพื่อปฏิบัติตามกติกา ข้อ 3.19 หรือ 3.20 และเฉพาะในกรณีที่ผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
- หากเวลาที่อนุญาตสำหรับการเปลี่ยนชั่วคราวสิ้นสุดลงในช่วงพักครึ่งเวลา การเปลี่ยนตัวจะถือเป็นการถาวร เว้นแต่ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวเดิมกลับคืนสู่สนามทันทีเมื่อเริ่มต้นครึ่งเวลาหลัง
การเปลี่ยนตัวด้านแท็คติกคัล เพื่อกลับเข้าร่วมเกมส์การแข่งขันอีกครั้ง
- ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวทางด้านแท็คติกคัล สามารถกลับลงเล่นได้อีกครั้ง ก็ต่อเมื่อเป็นการเปลี่ยนตัวแทนผู้เล่นในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น :
- ผู้เล่นแถวหนึ่งได้รับการบาดเจ็บ
- ผู้เล่นได้รับการบาดเจ็บมีแผลเลือดออก
- ผู้เล่นที่กำลังทำการทดสอบกระบวนการ HIA
- ผู้เล่นที่ได้รับการบาดเจ็บอันเป็นผลมาจากการเล่นผิดกติกาของข้อ foul play (จะถูกยืนยันโดยผู้ตัดสิน)
- ผู้เล่นที่ได้รับการเสนอชื่อที่ได้อธิบายไว้ในกติกาข้อ 3.19 หรือ 3.20
การเปลี่ยนตัวแบบหมุนเวียน
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจจะดำเนินการใช้การเปลี่ยนตัวแบบหมุนเวียนที่ถูกกำหนดไว้ในระดับการแข่งขันภายใต้เขตอำนาจของตน จำนวนของการเปลี่ยนตัวต้องไม่เกิน 12 ครั้ง การบริหารจัดการและระเบียบการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตัวแบบหมุนเวียนเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายจัดการแข่งขัน
กติกาข้อ 4 การแต่งกายของผู้เล่น (Players clothing)
- อุปกรณ์เสริมทั้งหมดของการแต่งกายต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ข้อที่ 12 ของสหพันธ์รักฟุตบอลโลก (World Rugby Regulation 12)
- ผู้เล่นต้องสวมเสื้อแข่งขัน,กางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นใน ถุงเท้าและรองเท้า โดยแขนเสื้อของเสื้อแข่งขันต้องยาวออกไปอย่างน้อยที่สุดครึ่งหนึ่งจากแนวไหล่ถึงข้อศอก
- อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม ที่ได้รับอนุญาต มีดังต่อไปนี้ :
- สามารถทำความสะอาด ทำมาจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นและอัดได้
- สนับแข้ง
- อุปกรณ์พยุงข้อเท้าที่สวมอยู่ใต้ถุงเท้า จะต้องมีความสูงไม่เกิน 1 ใน 3 ของความยาวหน้าแข้ง และถ้าวัสดุมีความแข็ง จะต้องไม่เป็นโลหะ
- ถุงมือ (ชนิดที่ไม่หุ้มนิ้ว)
- แผ่นรองไหล่หรือแผ่นรองหน้าอกที่ได้รับรอง
- ฟันยาง หรือ อุปกรณ์ป้องกันฟัน
- อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ
- ผ้าพันแผล, ผ้าคลุมแผล, เทปบางหรือวัสดุอื่นที่คล้ายคลึงกัน
- แว่นตากีฬา
- ปุ่มสตั๊ด รวมทั้งยางขึ้นรูปบนพื้นรองเท้า
- กางเกงรัดรูปผ้าฝ้ายผสมแบบยาวหรือเลกกิ้ง โดยมีตะเข็บเดียวอยู่ตรงขาด้านใน สวมใต้กางเกงขาสั้นและถุงเท้าสวมทับ
- ผ้าคลุมศีรษะหรือผ้าคลุม โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สวมใส่หรือผู้เล่นคนอื่น
- อุปกรณ์ติดตามประสิทธิภาพผู้เล่น
- ผู้เล่นห้ามสวมใส่สิ่งต่อไปนี้ :
- สิ่งของใด ๆ ที่ปนเปื้อนเลือด
- สิ่งของใด ๆ ที่มีคม หรือ แหลม
- สิ่งของใด ๆ ที่มี หัวเข็มขัด, ตะขอ, แหวน, บานพับ, ซิป, ตะปูควง, สลักเกลียว หรือวัสดุแข็ง,หรือส่วนยื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกติกานี้
- เครื่องอัญมณี
- ถุงมือ (ที่หุ้มทั้งมือ)
- กางเกงขาสั้น หรือกางเกงรัดรูปที่มีการเย็บแผ่นเสริมเข้าไป
- สิ่งของใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายโดยปกติ,แต่ในความเห็นของผู้ตัดสิน, มีแนวโน้มอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
- อุปกรณ์สื่อสาร
- ผู้ตัดสินมีอำนาจในการวินิจฉัยได้ตลอดเวลา หากเห็นว่าอุปกรณ์หรือเครื่องแต่งกายของผู้เล่นเป็น ส่วนหนึ่งทำให้เกิดอันตรายหรือผิดกติกา ในกรณีนี้ ผู้ตัดสินต้องสั่งให้ผู้เล่นถอดอุปกรณ์ดังกล่าวออกทันที ผู้เล่นจะกลับมาเล่นได้ต่อเมื่อนำอุปกรณ์นั้นออก หรือทำให้ปลอดภัยแล้ว
- หากมีการตรวจสอบก่อนการแข่งขัน ผู้ตัดสินแจ้งให้ผู้เล่นทราบว่ามีสวมใส่อุปกรณ์ต้องห้ามภายใต้
กติกานี้ แต่ภายหลังพบว่าผู้เล่นนั้นสวมใส่อุปกรณ์ดังกล่าวลงในพื้นที่การเล่น จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นมี
ประพฤติกรรมที่ไม่ดีจะถูกไล่ออกจากสนาม
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ผู้ตัดสินต้องไม่อนุญาตให้ผู้เล่นออกจากพื้นที่การเล่น เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องแต่งกาย, เว้นแต่เครื่องแต่งกายนั้นเปื้อนเลือด
กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน (Time)
- การแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มีการต่อเวลาพิเศษในเกมส์การแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
- ช่วงพักครึ่งเวลา มีระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ระหว่างช่วงเวลานี้ ทีมผู้เล่นและผู้ตัดสิน อาจออกจากบริเวณสนามแข่งขันได้
- ในการแข่งขันที่ไม่ใช่การแข่งขันระดับนานาชาติ ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจจะพิจารณาลดเวลาในการแข่งขันลงได้ หากฝ่ายจัดการแข่งขันไม่ได้พิจารณา ให้ทีมผู้เล่นตกลงเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการแข่งขัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ผู้ตัดสินเป็นผู้ตัดสินใจ
- ผู้ตัดสินจะเป็นผู้ควบคุมเวลาในการแข่งขัน แต่อาจมอบหมายหน้าที่ให้กับผู้ช่วยผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคนก็ได้ และ/หรือ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในการจับเวลาได้ ซึ่งในกรณีนี้ผู้ตัดสินจะแสดงสัญลักษณ์ในการหยุดเวลาให้กับทางเจ้าหน้าที่ ส่วนในการแข่งขันที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ในการจับเวลา ถ้าผู้ตัดสินมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเวลาที่ถูกต้อง ผู้ตัดสินจะสามารถปรึกษาหารือกับผู้ช่วย ผู้ตัดสินคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนก็ได้ และอาจปรึกษาคนอื่นได้เฉพาะในกรณีที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินไม่สามารถช่วยเหลือได้
- ผู้ตัดสินอาจจะหยุดการเล่น และอนุญาตให้เวลาสำหรับ :
- ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บเกินเวลา 1 นาที ถ้าผู้เล่นมีอาการบาดเจ็บรุนแรง ผู้ตัดสินมีดุลยพินิจที่อนุญาตให้ใช้เวลามากกว่า 1 นาที สำหรับผู้เล่นคนนั้นในการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่การเล่น
- การปรึกษาหารือกับผู้ช่วยผู้ตัดสิน
- ในกรณีที่ลูกบอลเป็นลูกตายแล้ว ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้เวลาสำหรับ :
- การเปลี่ยนตัวผู้เล่น
- การเปลี่ยน หรือ ซ่อมแซมเครื่องแต่งกายของผู้เล่น
- ผูกเชือกรองเท้าใหม่
- การนำลูกบอลกลับมาเล่น
- การแข่งขันครึ่งเวลาสิ้นสุดลงเมื่อลูกบอลกลายเป็นลูกตาย หลังจากเวลาการแข่งขันหมดไปแล้ว ยกเว้น :
- การทำสกรัม การทำแถวทุ่ม หรือ การเตะเริ่มเล่นใหม่ ภายหลังจากการวางทรัย หรือ การกด Touch down ที่เกิดขึ้นก่อนที่เวลาการแข่งขันจะหมดลง ซึ่งยังไม่เสร็จ/จบสมบูรณ์ และบอลยังไม่ได้กลับไปสู่การเล่นทั่วไป นี้รวมถึงการทำสกรัม การทำแถวทุ่ม และการเตะเริ่มเล่นใหม่ที่ผิดวิธีอีกด้วย
- ผู้ตัดสินให้ลูกโทษและลูกฟรีคิก
- ลูกโทษถูกเตะออกโดยตรง โดยที่ลูกบอลปราศจากการถูกแท็ปในครั้งแรก และปราศจากการสัมผัสกับผู้เล่นคนอื่นๆ
- การวางทรัยทำคะแนน ในกรณีนี้ผู้ตัดสินจะอนุญาตให้เวลาในการเตะเปลี่ยนประตูเพื่อทำคะแนนได้
- ทีมผู้เล่นที่วางทรัยทำคะแนนได้ อาจมีการเตะเปลี่ยนประตูเพื่อทำคะแนนหรือไม่ก็ได้
- การตัดสินใจที่จะปฏิเสธการเตะเปลี่ยนประตูเพื่อทำคะแนน โดยผู้วางทรัยต้องแจ้งกับ ผู้ตัดสินว่า “ไม่เตะ” ภายหลังจากการวางทรัย
- เมื่อการเตะเปลี่ยนประตูเสร็จสิ้น หรือ ปฏิเสธการเตะ ก่อนที่จะหมดเวลา ผู้ตัดสินจะให้นำบอลไปเตะเริ่มเล่นใหม่
- หากการเตะเปลี่ยนประตูเสร็จ เวลาในการแข่งขันจะถูกนับจากเท้าปะทะที่บอล
- ในกรณีที่สภาพอากาศร้อนจัด และ/หรือ มีความชื้นสูง ผู้ตัดสินมีดุลยพินิจในการอนุญาตให้หยุดพักดื่มน้ำได้ การหยุดพักดื่มน้ำใช้เวลา 1 นาที ควรเกิดขึ้นบริเวณกลางเส้นกึ่งกลางสนาม หรือภายหลังจากการทำคะแนน หรือ เมื่อบอลเป็นลูกตายใกล้กับเส้นกึ่งกลางสนาม
- ผู้ตัดสินมีอำนาจที่ให้ยุติหรือหยุดการแข่งขันชั่วคราวได้ทุกเมื่อ ถ้าผู้ตัดสินเชื่อว่าหากให้แข่งขันดำเนินต่อไปจะทำให้ไม่ปลอดภัย
กติกาข้อ 6 ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน (Match officials)
หลักการ
ทุกการแข่งขันอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ซึ่งประกอบด้วยผู้ตัดสินและ ผู้กำกับเส้นหรือผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 คน บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติมจากฝ่ายจัดการแข่งขันอาจรวมถึง ผู้ตัดสินสำรอง และ/หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง, ผู้ตัดสินจากภาพทางโทรทัศน์ (TMO), ผู้ควบคุมเวลา, แพทย์ประจำการแข่งขัน, แพทย์ประจำทีม, สมาชิกของทีมที่ไม่ได้ลงเล่น และเด็กเก็บบอล
ผู้ช่วยผู้ตัดสิน และ ผู้กำกับเส้น มีความรับผิดชอบในการให้สัญญาณบอลออกข้างสนาม, บอลออกในเขตประตู และให้สัญญาณเมื่อการเตะเปลี่ยนประตูสำเร็จ นอกจากนี้ผู้ช่วยผู้ตัดสินยังให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้ตัดสินสั่ง, รวมถึงการรายงานการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play)
การแต่งตั้งผู้ตัดสิน
- ผู้ตัดสินถูกได้รับการแต่งตั้งโดยฝ่ายจัดการแข่งขัน หากไม่มีการแต่งตั้งผู้ตัดสิน ให้ทั้งสองทีมลงความเห็นหาผู้ตัดสิน หากพวกเขาไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ทีมที่เป็นเจ้าบ้านแต่งตั้งผู้ตัดสิน
- หากผู้ตัดสินไม่สามารถดำเนินการแข่งขันให้เสร็จสิ้นได้ จะมีการแต่งตั้งผู้ตัดสินทดแทนตามคำแนะนำของฝ่ายจัดการแข่งขัน หากฝ่ายจัดการแข่งขันไม่มีคำแนะนำ ผู้ตัดสินจะแต่งตั้ง ผู้ตัดสินมาปฏิบัติหน้าที่แทน หากผู้ตัดสินไม่สามารถทำได้ ให้ทีมที่เป็นเจ้าบ้านแต่งตั้งผู้ตัดสินมาปฏิบัติหน้าที่แทน
หน้าที่ของผู้ตัดสินก่อนการแข่งขัน
- ผู้ตัดสินเป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงเหรียญ โดยหัวหน้าทีมของฝ่ายหนึ่งจะทำการโยนเหรียญ และหัวหน้าทีมของอีกฝ่ายจะเป็นผู้เลือก ผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญจะตัดสินใจว่าเป็นฝ่ายที่เลือกเตะเริ่มเกมส์ หรือ เลือกทิศทาง (เลือกแดน) และในทางกลับกัน ถ้าผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญตัดสินใจเลือกทิศทาง (เลือกแดน) ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเตะเริ่มเกมส์
- เจ้าหน้าที่การแข่งขันต้องตรวจสอบชุดแข่งขันของผู้เล่น และปุ่มรองเท้าเพื่อให้เป็นไปตามกติกาข้อ 4.
หน้าที่ของผู้ตัดสินระหว่างการแข่งขัน
- ภายในพื้นที่บริเวณสนามแข่งขัน (Playing enclosure) :
- ผู้ตัดสินเป็นผู้ชี้ขาดพียงผู้เดียวตามข้อเท็จจริงและตามกติกาในระหว่างการแข่งขัน ผู้ตัดสินต้องนำข้อกติกามาใช้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ในทุกๆ การแข่งขัน
- ผู้ตัดสินเป็นผู้ควบคุมเวลาการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจแต่งตั้ง ผู้จับเวลาเพื่อเป็นผู้ส่งสัญญาณหมดเวลาในแต่ละครึ่งเวลา
- ผู้ตัดสินเป็นผู้บันทึกคะแนนในการแข่งขัน
- ผู้ตัดสินอนุญาตให้ผู้เล่นและผู้เล่นสำรองเข้าพื้นที่การเล่น เมื่อเห็นว่ามีความปลอดภัย
- ผู้ตัดสินเป็นผู้อนุญาตให้ผู้เล่นออกจากพื้นที่การเล่นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นอาจเข้าถึงน้ำดื่มในพื้นที่เทคนิค (Technical Area) ของทีมตนเอง หรือจากด้านหลังเส้นลูกตายหลังจากการวางทรัย โดยไม่ต้องขออนุญาต
นกหวีด
- ผู้ตัดสินถือนกหวีด และเป่านกหวีด :
- เพื่อบ่งบอกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของแต่ละครึ่งเวลาการแข่งขัน
- เพื่อหยุดการเล่น ผู้ตัดสินมีอำนาจที่จะหยุดการเล่นได้ทุกเวลา
- เพื่อบ่งบอกการทำคะแนน หรือ การทำ touch down
- เพื่อตักเตือน หรือ ให้ออกจากการแข่งขัน กับผู้ที่ฝ่าฝืนกติกาและกระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อมีการให้ลูกโทษ หรือ ทรัยโทษ
- เมื่อลูกบอลกลายเป็นลูกตาย ยกเว้น หลังจากการเตะเปลี่ยนประตูไม่สำเร็จ
- เมื่อลูกบอลไม่สามารถเล่นได้
- เมื่อมีการให้ลูกโทษ, ลูกฟรีคิก หรือ การเข้าสกรัม
- เมื่อเห็นว่าหากปล่อยให้การเล่นดำเนินต่อไปแล้วเกิดอันตราย หรือ เมื่อสงสัยว่าผู้เล่นได้รับการบาดเจ็บที่รุนแรง
ลูกบอลกลายเป็นลูกตาย
- ผู้ตัดสินจะถือว่าลูกบอลกลายเป็นลูกตาย เมื่อ :
- ลูกบอลออกข้างสนาม หรือ ออกในเส้นออกในเขตประตู
- ลูกบอลถูก กด/วางบอล ในเขตประตู
- ได้มีการเตะเปลี่ยนประตูแล้ว
- เป็นทรัย, การเตะลูกโทษ หรือ การเตะ Dropped Goal ที่เป็นคะแนน
- ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสเส้นลูกตาย หรือ สิ่งใดๆ ที่อยู่เหนือเส้นลูกตาย
- ลูกบอล กระทบสิ่งใดๆ ที่อยู่เหนือพื้นที่การเล่น (Playing area)
ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสผู้ตัดสิน หรือ ไม่ใช่ผู้เล่น
- หากลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสผู้ตัดสิน หรือ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น และไม่มีทีมหนึ่งทีมใดได้เปรียบการเล่น ให้การเล่นดำเนินต่อไป ถ้ามีทีมหนึ่งทีมใดได้รับได้เปรียบการเล่นในสนามเล่น สกรัมจะถูกให้กับทีมที่ได้เล่นบอลครั้งสุดท้าย
- หากผู้ถือบอล สัมผัสผู้ตัดสิน หรือ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น ในเขตประตู และมีทีมหนึ่งทีมใดได้เปรียบการเล่น :
- ถ้าบอลอยู่ในการครอบครองของผู้เล่นฝ่ายรุก ผู้ตัดสินจะให้ทรัย ณ ตำแหน่งที่สัมผัสกัน
- ถ้าบอลอยู่ในการครอบครองของผู้เล่นฝ่ายรับ ผู้ตัดสินจะให้เป็นการทำ touch down ณ ตำแหน่งที่สัมผัสกัน
- ถ้าลูกบอล ถูกสัมผัสโดยผู้ตัดสิน หรือ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เล่น ในเขตประตู ผู้ตัดสินจะพิจารณาสถานการณ์ที่ควรเกิดขึ้นตามปกติ และให้ทรัย หรือ ให้เป็นการทำ touch down ณ ตำแหน่งที่สัมผัสกัน
การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ตัดสิน กับ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน/ผู้กำกับเส้น
- ผู้ตัดสินอาจปรึกษาหารือกับผู้ช่วยผู้ตัดสินเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของพวกเขา ข้อกติกาที่เกี่ยวข้องการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) และเรื่องการจับเวลา, หรืออาจร้องขอความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของผู้ตัดสิน
- ผู้ตัดสินอาจจะเปลี่ยนแปลงคำตัดสินได้ หลังจากผู้กำกับเส้น หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน มีการยกธงส่งสัญญาณบอลออกข้างสนาม หรือ ออกในเส้นออกในเขตประตู หรือ ผู้ช่วยผู้ตัดสินมีการส่งสัญญาณการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play)
ผู้ตัดสินจากภาพทางโทรทัศน์ (TMO)
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจแต่งตั้ง ผู้ตัดสินจากภาพทางโทรทัศน์ (TMO), ซึ่งใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ :
- การ กด/วางบอล ในเขตประตู
- ลูกบอลออกนอกสนาม หรือ ออกในเส้นออกในเขตประตู ในขณะที่ กด/วางบอล หรือทำ ลูกบอลให้เป็นลูกตาย
- ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าการเตะเปลี่ยนประตู สำเร็จหรือไม่
- ในกรณีที่ผู้ตัดสินเชื่อว่าการฝ่าฝืนกติกาอาจเกิดขึ้นในพื้นที่การเล่นนำไปสู่การวางทรัย หรือการป้องกันการวางทรัย
- การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) รวมถึงการลงโทษ
- ผู้ตัดสินทุกคน รวมถึง TMO อาจแนะนำให้มีการตรวจสอบโดย TMO การตรวจสอบจะดำเนินตามขั้นตอนปฏิบัติ TMO โปรโตคอล ซึ่งสามารถศึกษาได้ที่ www.world.rugby
หน้าที่ของผู้ตัดสินระหว่างการแข่งขัน
- ผู้ตัดสินมีหน้าที่แจ้งผลคะแนนให้กับทีมผู้เล่น และฝ่ายจัดการแข่งขัน
- หากผู้เล่นถูกให้ออกจากสนาม (ใบแดง) ผู้ตัดสินจะให้ฝ่ายจัดการแข่งขันเขียนรายงานการฝ่าฝืนกติกาการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) โดยเร็วที่สุด
การแต่งตั้งและการควบคุม ผู้ช่วยผู้ตัดสินและผู้กำกับเส้น
- ในทุกการแข่งขัน จะมีผู้ช่วยผู้ตัดสิน 2 คน หรือ ผู้กำกับเส้น 2 คน เว้นแต่พวกเขาไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยหรือภายใต้อำนาจของฝ่ายจัดการแข่งขัน แต่ละทีมต้องจัดหาผู้กำกับเส้น
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจเสนอชื่อบุคคลเพื่อทำหน้าที่แทนผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือผู้กำกับเส้น บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ช่วยผู้ตัดสินสำรอง หรือผู้กำกับเส้นสำรอง และจะประจำอยู่ในบริเวณพื้นที่ข้างสนาม
- ผู้ตัดสินมีอำนาจควบคุมผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ผู้ตัดสินอาจบอกพวกเขาว่าหน้าที่ของพวกเขาคือและอาจยกเลิกการตัดสินใจของเขาได้ หากผู้กำกับเส้นไม่เป็นที่น่าพอใจ ผู้ตัดสินอาจขอให้เปลี่ยนผู้กำกับเส้นนั้นได้ หากผู้ตัดสินเชื่อว่าผู้กำกับเส้นมีความประพฤติไม่ดี ผู้ตัดสินมีอำนาจในการให้ผู้กำกับเส้นออกจากสนามและทำรายงานไปยังฝ่ายจัดการแข่งขัน
ระหว่างเกมการแข่งขัน
- มีผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือ ผู้กำกับเส้น 1 คน อยู่ด้านข้างของสนามแต่ละข้าง ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือ ผู้กำกับเส้น ยังคงอยู่ที่เส้นออกข้างสนาม ยกเว้นเมื่อมีการวินิจฉัยการเตะไปที่ประตู เมื่อมีการวินิจฉัยการเตะไปที่ประตู พวกเขาจะยืนในเขตประตู ด้านหลังเสาประตู
- ผู้ช่วยผู้ตัดสิน อาจจะเข้าสู่พื้นที่การเล่นเพื่อรายงานการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) ทั้งนี้อาจทำได้เฉพาะการหยุดการเล่นครั้งต่อไป และเมื่อผู้ตัดสินอนุญาต
การส่งสัญญาณ
- ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้นแต่ละคน ต้องถือธง หรือ สิ่งที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งใช้ส่งสัญญาณ
- การส่งสัญญาณผลการเตะเปลี่ยนเข้าประตู : ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น 1 คน จะยืนอยู่ตรง หรือด้านหลังของแต่ละเสาประตู ถ้าลูกบอลข้ามคานประตู และอยู่ระหว่างเสาทั้งสอง พวกเขาจะยกธงขึ้น เพื่อระบุว่าเป็นการทำประตูสำเร็จ (เป็นคะแนน)
- การส่งสัญญาณลูกออกจากสนาม :
- เมื่อลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล ได้สัมผัสกับเส้นออกข้างสนาม หรือเส้นออกในเขตประตู ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น จะยกธงขึ้น
- ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ยืนตรงจุดของการโยนบอล และชี้ไปยังทีมผู้เล่นที่มีสิทธิ์ในการโยนบอลในแถวทุ่ม
- เมื่อลูกบอลถูกโยนออกไปแล้ว ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้นจะลดธงต่ำลง โดยมีข้อยกเว้นดังต่อไปนี้
- เมื่อผู้เล่นที่โยนบอล นำส่วนใดส่วนหนึ่งของเท้าหรือทั้งสองข้าง เข้าในสนาม (field of play)
- เมื่อทีมผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์ในการโยนบอล ทำการโยนบอล
- ที่จุดโยนลูกเร็ว (Quick throw) เมื่อลูกบอลออกจากสนามไปแล้วถูกเปลี่ยนลูกบอลลูกอื่นมา หรือ หลังจากลูกบอลออกจากสนามไปแล้ว ลูกบอลถูกสัมผัสโดยผู้เล่นคนอื่น ยกเว้น ผู้ถือบอลที่พาบอลออกจากสนาม หรือ ผู้เล่นที่ทำการโยนบอล
- ผู้ตัดสินหลักเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินใจว่าการโยนบอลในแถวทุ่มนั้น กระทำจากตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ และไม่ใช่หน้าที่ของผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น
- การส่งสัญญาณการทำผิดกติกา Foul Play :
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจให้อำนาจให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินส่งสัญญาณการทำผิดกติกา Foul Play ได้
- ผู้ช่วยผู้ตัดสินส่งสัญญาณเมื่อเห็นการเล่นที่ผิดกติกา Foul Play หรือมีประพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยการถือธงในแนวนอนและการชี้เข้าไปในสนามในมุมฉากกับเส้นออกด้านข้าง
- หากผู้ช่วยผู้ตัดสินส่งสัญญาณการทำผิดกติกา Foul Play ผู้ช่วยผู้ตัดสินยังคงอยู่ที่เส้นออกด้านข้างและยังคงทำหน้าที่อื่นๆ ต่อไป จนกว่าการเล่นจะหยุดในครั้งต่อไป
- เมื่อผู้ตัดสินเรียก ผู้ช่วยผู้ตัดสินอาจเข้าสู่พื้นที่การเล่น เพื่อรายงานการกระทำผิดต่อผู้ตัดสิน จากนั้นผู้ตัดสินจะดำเนินการตามความเหมาะสม
- หากผู้ช่วยผู้ตัดสินรายงานด้วยวาจาต่อผู้ตัดสินส่งผลทำให้ผู้เล่นออกจากจากการแข่งขัน (ใบแดง) ผู้ช่วยผู้ตัดสินจะต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ผู้ตัดสินโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจบการแข่งขัน จากนั้นผู้ตัดสินจะส่งรายงานต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน
บุคคลเพิ่มเติม
บุคคลอื่นใดที่ไม่ปฏิบัติตามกติกาอาจถูกตักเตือนหรือไล่ออกจากสนาม และฝ่ายจัดการแข่งขันอาจออกข้อหาด้านประพฤติไม่เหมาะสมเพิ่มเติมได้
-
บุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมและได้รับอนุญาต (ทีมปฐมพยาบาลข้างสนาม) สามารถเข้าสู่พื้นที่การเล่นเพื่อดูแลผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บได้ทันทีที่เห็นว่าปลอดภัย
- อาจมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้สูงสุด 2 คน โดยอยู่คนละข้างสนาม และสามารถเคลื่อนที่ตามเกมได้
- เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เหล่านี้สามารถถือและให้น้ำได้เฉพาะกับผู้เล่นที่กำลังรับการรักษาเท่านั้น
- เจ้าหน้าที่การแพทย์ไม่สามารถลงสนามได้ หรือสัมผัสลูกบอลในขณะที่การเล่นยังดำเนินการอยู่
บทลงโทษ : ลูกโทษ
-
บุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่อไปนี้ สามารถเข้าสู่พื้นที่การเล่นได้ หากไม่รบกวนการเล่น :
- ผู้ให้น้ำที่ได้รับการเสนอชื่อสองคน สามารถเข้าสนามได้ในช่วงหยุดการเล่นเมื่อมีผู้เล่นบาดเจ็บหรือเมื่อมีการวางทรัยทำคะแนนเกิดขึ้น (หมายเหตุ: ในสภาพอากาศร้อนอาจอนุญาตให้หยุดพัก 1 นาทีต่อครึ่งเวลา)
- ในการแข่งขันที่มีขนาดทีม 23 คน ผู้ให้น้ำดื่มสามารถเข้าสนามได้เฉพาะเมื่อมีการวางทรัยทำคะแนนเท่านั้น – ฝ่ายที่ทำคะแนนเข้าไปยังพื้นที่ บน/ใกล้ เส้น 10 เมตรในแดนของตนเอง ฝ่ายที่ไม่ได้ทำคะแนนสามารถนำน้ำดื่มเข้าไปในเขตประตู หรือปลีกตัวออกมาจากหลังเส้นลูกตายได้ ผู้ให้น้ำดื่มจะต้องออกไปเมื่อมีการเตะทำคะแนนหลังจากการวางทรัยเสร็จ
- ในกรณีที่ให้ทรัยโทษ (penalty try) ห้ามไม่ให้ผู้ให้น้ำดื่มเข้าสู่สนามได้
- การหยุดเกมเพื่อให้น้ำจะทำได้เมื่อไม่มีการวางทรัยทำคะแนนเกิดขึ้นเท่านั้น โดยหยุดในจุดที่เป็นกลางบนสนาม หากมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้ให้น้ำดื่มต้องออกจากสนาม ทันทีที่เจ้าหน้าที่การแพทย์ออก
- ผู้เล่นสามารถเข้าถึงน้ำดื่มได้ในโซนเทคนิค (Technical zone) และจากด้านหลังของเส้นลูกตายของตัวเอง หากน้ำดื่มได้ออกจากเขตประตูไปแล้ว สิทธิ์นี้จะถูกยกเลิก
- ผู้ให้น้ำดื่มจะต้องไม่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนหรือผู้อำนวยการของทีมรักบี้
- บุคคลที่ถือที่ตั้งเตะและขวดน้ำหนึ่งขวด (สำหรับให้ผู้เตะ) สามารถเข้าสนามได้ หลังจากที่ทีมผู้เล่นได้ระบุว่าพวกเขาเจตนาที่จะเตะลูกโทษทำคะแนน หรือมีการวางทรัยทำคะแนน
- ผู้ฝึกสอนสามารถเข้าหาลูกทีมของเขาในช่วงพักครึ่งเวลา
- บุคคลเพิ่มเติมเหล่านี้จะต้องอยู่ในพื้นที่ทางเทคนิคตลอดเวลา ก่อนที่จะเข้าสู่สนามตามที่ได้รับอนุญาตข้างต้น พวกเขาจะต้องไม่ลงในสนาม หรือสัมผัสลูกบอลในขณะที่การเล่นยังดำเนินการอยู่ รวมถึงในขณะที่อยู่ในพื้นที่เทคนิค
บทลงโทษ : ลูกโทษ ณ การเล่นจะเริ่มขึ้นใหม่
- ผู้ให้น้ำที่ได้รับการเสนอชื่อสองคน สามารถเข้าสนามได้ในช่วงหยุดการเล่นเมื่อมีผู้เล่นบาดเจ็บหรือเมื่อมีการวางทรัยทำคะแนนเกิดขึ้น (หมายเหตุ: ในสภาพอากาศร้อนอาจอนุญาตให้หยุดพัก 1 นาทีต่อครึ่งเวลา)
- ห้ามบุคคลเพิ่มเติม เข้าใกล้ ตำหนิ หรือแสดงความคิดเห็นต่อผู้ตัดสิน ยกเว้นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ต้องดูแลรักษาผู้เล่น
- การจัดการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรอง อาจถูกมอบหมายให้ผู้จัดการด้านข้างสนาม โดยได้รับการแต่งตั้งจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับการจัดการด้านข้างสนามสามารถดูได้ที่ :worldrugby.org
กติกาข้อ 7 การได้เปรียบการเล่น (Advantage)
หลักการ
หากทีมผู้เล่นได้เปรียบการเล่น หลังจากการกระทำผิดกติกาของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ผู้ตัดสินอาจอนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไป เพื่อให้เกมส์การแข่งขันดำเนินต่อไปได้
- การได้เปรียบการเล่น :
- อาจเป็นแท็คติกการเล่น ทีมฝ่ายที่ไม่ได้กระทำผิดกติกาจะมีอิสระในการเล่นได้ตามที่ต้องการ
- อาจเป็นเรื่องแดน/พื้นที่ การเล่นมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าสู่เส้นลูกตายของทีมฝ่ายที่กระทำผิดกติกา
- อาจเป็นการผสมผสานของ แท็คติกการเล่น และ แดน/พื้นที่
- จะต้องชัดเจนและเป็นจริง โอกาสที่จะได้เปรียบการเล่นเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ
-
การได้เปรียบการเล่น สิ้นสุดลง เมื่อ :
- ผู้ตัดสินเห็นว่า ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดได้รับการได้เปรียบการเล่นแล้ว ผู้ตัดสินอนุญาตให้การเล่นดำเนินต่อไป ; หรือ
- ผู้ตัดสินเห็นว่า ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด ไม่น่าจะได้รับประโยชน์จากการได้เปรียบในการเล่น ผู้ตัดสินจะหยุดเกมส์การแข่งขันและนำบทลงโทษให้สำหรับทีมที่กระทำผิดจากการได้เปรียบการเล่นที่ถูกเล่นไปแล้ว ; หรือ
- ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด ได้กระทำผิดกติกาก่อนที่พวกเขาได้รับการได้เปรียบการเล่น ผู้ตัดสินจะหยุดเกมส์การแข่งขันและนำบทลงโทษให้สำหรับทีมที่กระทำผิดในครั้งแรก ถ้าทีมหนึ่งทีมใดหรือทั้งสองทีม กระทำผิดกติกา Foul Play, ผู้ตัดสินจะนำบทลงโทษมาใช้ให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด ; หรือ
- ทีมที่กระทำผิด ได้กระทำผิดกติกาเป็นครั้งที่ 2 หรือกระทำผิดกติกาหลายครั้งตามมา ซึ่งทีมไม่สามารถได้รับการได้เปรียบการเล่นได้ ผู้ตัดสินจะหยุดการเล่นและอนุญาตให้หัวหน้าทีมของทีมที่ไม่ได้กระทำผิด เพื่อเลือกการลงโทษที่ได้เปรียบการเล่นมากที่สุด
- การได้เปรียบการเล่นต้องไม่ถูกนำมาใช้ และผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดหยุดเกมส์การแข่งขันโดยทันที เมื่อ :
- ลูกบอล หรือ ผู้เล่นที่ได้ครอบครองบอล สัมผัสผู้ตัดสินและมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้การได้เปรียบการเล่น
- ลูกบอลหลุดออกจากอุโมงค์การทำสกรัม
- สกรัมหมุนมากกว่า 90 องศา
- ผู้เล่นที่อยู่ในสกรัม ถูกยก หรือ ถูกงัดขึ้น แล้วผู้เล่นคนนั้นไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดที่สัมผัสพื้นสนาม
- การทุ่มบอลเร็ว (quick throw), ลูกฟรีคิก หรือ ลูกโทษ ที่เล่นผิดวิธี
- ลูกบอลถูกทำให้ลูกตาย
- หากปล่อยให้การเล่นดำเนินต่อไป ทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้
- มีเหตุสงสัยว่าผู้เล่นได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง
กติกาข้อ 8 การทำคะแนน (Scoring)
- วิธีการและค่าคะแนนของการทำคะแนน :
- ทรัย (Try) 5 คะแนน
- การเตะเปลี่ยนประตู (Conversion) 2 คะแนน
- ทรัยโทษ (Penalty try) 7 คะแนน
- เตะลูกโทษ (Penalty goal) 3 คะแนน
- Dropped goal (Dropped goal) 3 คะแนน
การวางทรัย (Try)
- การวางทรัยจะถูกนับเป็นคะแนน เมื่อผู้เล่นฝ่ายรุก :
- เป็นคนแรกที่ กด/วางลูกบอล ในเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- เป็นคนแรกที่ กด/วางลูกบอล เมื่อสกรัม, รัค หรือ มอล เคลื่อนข้ามเส้นทรัย
- ถูกแท็คเกิ้ลก่อนถึงเส้นทรัย และโมเมนตั้มของผู้เล่นได้พาเค้าเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องไปตามพื้นสนามไปสู่เขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และเป็นคนแรกที่ กด/วางลูกบอล
- ถูกแท็คเกิ้ลใกล้เส้นทรัยของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และผู้เล่นเอื้อมมือ และ กด/วางลูกบอล โดยทันทีใด
- ที่ออกจากสนามแล้ว กดลูกบอล ในเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ ทั้งนี้ผู้เล่นไม่ให้ ยก/ถือ ลูกบอลขึ้นมา
การ กดวางบอล (Grounding the ball)
ทรัย – เมื่อสกรัมข้ามเส้นเขตประตู
ทรัย – ผู้เล่นอยู่นอกสนามแล้วกดบอลไม่ให้ ยก/ถือ บอลขึ้นมา
ทรัยโทษ (Penalty try)
- ทรัยโทษ (Penalty try) จะถูกให้ระหว่างเสาประตู หากมีการกระทำผิดกติกา Foul play โดย ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้มีการป้องกันการวางทรัยที่สามารถเป็นคะแนนได้ หรือ ทำคะแนนในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากกว่า ผู้เล่นที่กระทำผิดในข้อนี้ จะต้องถูกเตือน และ ถูกให้พักการเล่นชั่วคราว หรือ ให้ออกจากสนามแข่งขัน และไม่มีการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick)
การเตะเปลี่ยนประตู, การเตะลูกโทษ และการเตะ Dropped goal
- สำหรับการเตะทำประตูที่เป็นคะแนนสำเร็จนั้น ลูกบอลต้องถูกเตะให้ข้ามคานและอยู่ระหว่างเสาประตูทั้งสอง โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน หรือสัมผัสพื้นก่อน
- ในกรณีที่ลูกบอลถูกเตะข้ามคาน และลอยสูงเกินความสูงของเสาประตู การเตะจะสำเร็จ หากดูเหมือนว่าวิถีของลูกบอลไปยังระหว่างเสาประตูที่มีความสูงขึ้น
- หากลูกบอลข้ามคานไปแล้ว และลมกระโชกกลับเข้าไปยังสนามเล่น (Field of play) ยังนับว่าเป็นคะแนน (เป็นการเตะประตูที่สมบูรณ์)
การเตะเปลี่ยนประตู
- เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick) ซึ่งอาจใช้เป็นการวางเตะ หรือ เตะ Drop-kick
- ผู้เตะลูกบอล :
- ต้องดำเนินการเตะเปลี่ยนประตูมาในสนามเล่น (Field of play) บนแนวเส้นตำแหน่งที่ วางทรัย ขนานกับเส้นออกข้างสนามทั้งสองข้าง
- วางลูกบอลกับพื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย หรือขี้เลื่อย หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจ ถูกช่วยโดยผู้จับลูกบอลประคอง ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
- ดำเนินการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) นับจากเวลาที่ได้ทรัย กรณีที่ลูกบอลกลิ้งล้มลง ให้สามารถทำการตั้งเตะใหม่ได้อีกครั้ง
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
- ทีมของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่ด้านหลังของลูกบอล เมื่อบอลถูกเตะออกไปแล้ว และต้องไม่ทำสิ่งใดจนทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาเข้าใจผิดในการเข้าชาร์จการเตะ
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต - หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง ก่อนที่ผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ ผู้ตัดสินจะอนุญาตให้ ผู้เตะบอลทำการตั้งบอลใหม่ ในขณะที่บอลถูกตั้งแล้ว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก็ยังคงอยู่หลังเส้นเขตประตูของพวกเขา
- หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง หลังจากผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจเตะลูกบอลที่ล้ม/กลิ้ง หรือเปลี่ยนมาเตะ Dropped goal
- หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง แล้วออกจากแนวเส้นตำแหน่งที่ได้ทรัย และผู้เตะลูกบอลยังคงทำการเตะบอลข้ามคาน ให้ถือว่าการเตะเปลี่ยนประตูสำเร็จ
- หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง แล้วออกไปนอกสนาม หลังจากผู้เตะบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเตะเปลี่ยนประตู
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ถอยไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง และไม่ก้าวข้ามเส้นทรัยนั้นได้ จนกว่าผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ เมื่อผู้เตะลูกบอลทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาอาจทำการชาร์จ หรือกระโดดเพื่อป้องกันการเตะ แต่ต้องไม่กระทำการ ยก/อุ้ม โดยผู้เล่นคนอื่นๆ
- ทีมผู้เล่นต้องไม่ส่งเสียงดังในระหว่างการเตะเปลี่ยนประตู
บทลงโทษ : หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ ให้ยืนคะแนนไว้ แต่หากการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ ผู้เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จอีก เมื่อวิธีการเตะอื่นๆ ถูกได้รับอนุญาต ผู้เตะลูกบอลอาจใช้วิธีการเตะซ้ำแบบเดิม ผู้เตะลูกบอลอาจเปลี่ยนวิธีการเตะได้ (เป็นการเตะ Drop-kick)
- หากลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง ก่อนที่ผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอาจทำการชาร์จได้ต่อ
- หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสัมผัสลูกบอล และการเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ ให้ยังคงยืนคะแนนไว้
การเตะลูกโทษ Penalty Goal
- การเตะลูกโทษ (Penalty Goal) สามารถเป็นคะแนนได้จากลูกโทษเท่านั้น
- ทีมที่ได้เตะ ต้องแจ้งถึงเจตนาของพวกเขาในการเตะลูกโทษ โดยปราศจากการรีรอ หรือถ่วงเวลา
- หากทีมผู้เล่นแจ้งกับผู้ตัดสินถึงเจตนาในการเตะลูกโทษ พวกเขาต้องทำการเตะ การแสดงเจตนาในการเตะลูกโทษ สามารถใช้วาจากับผู้ตัดสินให้ทราบ หรือ ส่งสัญญาณการเตะโดยการมาถึงของที่ตั้งเตะ หรือ ทราย, หรือ ผู้เล่นได้ทำการมาร์คบนพื้นสนาม
- ผู้เตะลูกบอลต้องดำเนินการเตะภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน เว้นแต่ลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง และให้ทำการตั้งเตะใหม่อีกครั้ง
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม(ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล) - หากผู้เตะลูกบอลแจ้งกับผู้ตัดสินถึงเจตนาในการเตะลูกโทษ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องยืนนิ่งโดยมือของพวกเขาอยู่ด้านข้างของพวกเขา ตั้งแต่เวลาที่ผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ จนกระทั่งบอลถูกเตะออกไปแล้ว
- หากผู้เตะลูกบอลไม่ได้แจ้งถึงเจตนาในการเตะลูกโทษ (Penalty Goal) แต่ได้ทำการการเตะ Drop-kick แล้วเป็นคะแนน ให้คงยืนคะแนนไว้
- ผู้เตะลูกบอลได้วางลูกบอลที่พื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย, ขี้เลื่อย, หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจถูกช่วยโดยผู้จับตั้งบอล ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล) - ผู้เล่นใดก็ตามที่จงใจสัมผัสลูกบอล ในลักษณะที่พยายามป้องกันการทำคะแนนจากการเตะลูกโทษ ถือว่าการสัมผัสลูกบอลนั้นผิดกติกา
- ผู้เล่นฝ่ายรับต้องไม่ส่งเสียงดังในระหว่างการเตะลูกโทษ
- หากทีมฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะกำลังเตะลูกโทษ แต่ถ้าการเตะนั้นสำเร็จ ให้คงยืนคะแนนไว้ และไม่มีบทลงโทษ แต่ถ้าการเตะไม่สำเร็จ ทีมที่ไม่ได้ทำผิดจะได้ลูกโทษไปข้างหน้าอีก 10 เมตร จากจุดเดิม
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การเตะ Dropped Goal
- ผู้เล่นที่ทำคะแนนด้วยการเตะ Dropped Goal นั้น โดยการเตะ Drop-kick นี้ต้องมาจากการเล่นทั่วไป (Open Play)
- ทีมผู้เล่นที่ได้ลูกฟรีคิก (รวมถึงที่พวกเขาเลือกสำหรับสกรัม หรือ แถวทุ่ม แทน) ไม่สามารถทำการเตะ Dropped Goal ได้ จนกว่าลูกบอลถูกทำให้ตายในครั้งต่อไป หรือ จนกว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้เล่นบอลแล้ว หรือสัมผัสลูกบอล หรือผู้ถือบอลถูกแท็คเกิ้ล การเตะดังกล่าวถือว่ายังไม่สำเร็จและการเล่นยังคงดำเนินต่อไป
กติกาข้อ 9 การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul Play)
หลักการ
ผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา Foul Play ต้องได้รับการตักเตือน หรือได้รับใบเหลือง หรือให้ไล่ออกจากสนาม (ใบแดง)
การกีดขวางการเล่น
- เมื่อผู้เล่นและผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามกำลังวิ่งไล่ไปที่บอล ผู้เล่นห้ามใช้การชนหรือผลักโดยวิธีอื่นๆ ยกเว้น การใช้ไหล่ต่อไหล่วิ่งเบียดพิงกัน
- ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าต้องไม่มีเจตนากีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือรบกวนกับการเล่น
- ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการแท็คเกิ้ลหรือพยายามเข้าแท็คเกิ้ลผู้ถือบอล
- ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่มีโอกาสในการเล่นที่บอล นอกเหนือจากการแย่งชิงเพื่อการครอบครองบอล
- ผู้ถือลูกบอลต้องไม่มีเจตนาวิ่งเข้าไปหาเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่ เพื่อกีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- ผู้เล่นต้องไม่กีดขวาง หรือรบกวนกับการเล่นของฝ่ายตรงข้ามด้วยวิธีใดๆ ในขณะที่ลูกบอลเป็นลูกตาย
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การเล่นไม่ยุติธรรม
- ผู้เล่นต้องไม่กระทำ :
- เจตนา ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาข้อใดข้อหนึ่งของเกมการแข่งขัน
- เจตนา ปัด วาง ผลักดัน หรือโยน ลูกบอลด้วยแขนหรือมือออกจากพื้นที่การเล่น (Playing area)
- กระทำการใดๆ ที่อาจชักจูงผู้ตัดสินเข้าใจว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้กระทำผิดกติกา
บทลงโทษ : ลูกโทษ - การถ่วงเวลา บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การกระทำผิดซ้ำซาก
- ทีมต้องไม่กระทำผิดกติกาซ้ำซากในลักษณะเดียวกัน
- ผู้เล่นต้องไม่ ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาซ้ำซาก
บทลงโทษ : ลูกโทษ - เมื่อผู้เล่นต่างคนในทีมเดียวกันทำการ ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาแบบเดียวกันซ้ำซาก ผู้ตัดสินจะทำการตักเตือนทั้งทีมเป็นการทั่วไป และหากพวกเขา ละเมิด/ฝ่าฝืน กติกาซ้ำซากอีก ผู้ตัดสินจะลงโทษผู้เล่นที่กระทำผิดด้วยการให้ใบเหลือง
การเล่นอันตราย
- ผู้เล่นจะต้องไม่กระทำการใดๆ ที่ประมาทหรืออันตรายต่อผู้อื่น รวมทั้งการใช้ศอกนำหรือ ท่อนแขนนำ หรือกระโดดเข้าหา หรือ ล้มทับบนตัวผู้แท็คเกิ้ล
- ผู้เล่นต้องไม่ทำร้ายร่างกายหรือวาจาในทางที่ผิดกับทุกคน การทำร้ายร่างกายในทางที่ผิดรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแค่ การกัด การชกต่อย การปะทะที่ดวงตาหรือบริเวณดวงตา การจู่โจมด้วยส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อนแขน หัวไหล่ ศีรษะ หรือ หัวเข่า การกระทืบ การเหยียบย่ำ การสะดุด หรือ การเตะ
- ผู้เล่นต้องไม่แท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามก่อน ล่าช้า (เลท) หรือที่เป็นอันตราย การแท็คเกิ้ลที่เป็นอันตราย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงแค่ การแท็คเกิ้ลหรือพยายามแท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเหนือแนวหัวไหล่ แม้ว่าการแท็คเกิ้ลเริ่มจากใต้แนวหัวไหล่
- ผู้เล่นต้องไม่แท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ได้ครอบครองบอล
- นอกเหนือจากการเข้าสกรัม, รัค หรือ มอล, ผู้เล่นที่ยังไม่ได้ครอบครองบอลต้องไม่จับ ไม่ดัน ไม่เข้าชาร์จ หรือ กีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ได้ครอบครองบอล
- ผู้เล่นต้องไม่พุ่งเข้าหา หรือทำการกระแทกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ถือบอลล้มลง โดยปราศจากการความพยายามโอบคว้าผู้เล่นคนนั้น
- ผู้เล่นต้องไม่แท็คเกิ้ล พุ่งเข้าหา ดึง ผลัก หรือโอบคว้า ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้ยืนอยู่กับพื้น
- ผู้เล่นต้องไม่ยกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามขึ้นจากพื้นแล้วปล่อย หรือไดร์ฟผู้เล่น จนกระทั่งศีรษะ และ/หรือลำตัวส่วนบนของพวกกระแทกที่พื้นสนาม
- การเล่นอันตรายในการเข้าสกรัม.
- แถวหนึ่งของสกรัมต้องไม่สร้างระยะห่างจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และพุ่งเข้าหาพวกเขา
- ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่ดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่เจตนา ยก/งัด ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามขึ้นจนเท้าลอยจากพื้น หรือบังคับให้ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามดันขึ้นออกจากสกรัม
- ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่เจตนา ยุบสกรัม
- การเล่นอันตรายใน รัค หรือ มอล.
- ผู้เล่นต้องไม่พุ่งเข้าไปที่ รัค หรือ มอล การพุ่งเข้าหา รวมถึงการปะทะใดๆ ที่ทำโดยปราศจากการมัด/จับ บนตัวผู้เล่นคนอื่นที่อยู่ใน รัค หรือ มอล
- ผู้เล่นต้องไม่ทำการเข้าปะทะกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเหนือแนวหัวไหล่
- ผู้เล่นต้องไม่เจตนายุบ รัค หรือ มอล
- ผู้เล่นอาจดันผู้แจ็คเกิ้ลเลอร์ (Jackler) ออกจากพื้นที่การแท็คเกิ้ล โดยการผลัก/ไดร์ฟกลับ พวกเขาออกไปด้านหลัง (รวมถึงการคว้าเข่า/ขา) แต่ต้องไม่ม้วน ดึง หรือ บิด ตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- ผู้เล่นจะต้องไม่ทิ้งน้ำหนักของตนลงบนผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือพุ่งเป้าไปที่ร่างกายส่วนต่ำกว่าสะโพก
- ผู้เล่นต้องไม่ตอบโต้/แก้แค้น
- ทีมต้องไม่ใช้วิธีการเล่นแบบลิ่ม (Flying Wedge)
- ผู้เล่นต้องไม่พยายามเตะบอลจากมือของผู้ถือลูกบอล
- ผู้ถือลูกถูกอนุญาตให้ใช้มือผลัก (Hand off) ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้ โดยห้ามใช้แรงจนเกินไป
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การเข้าจับผู้เตะบอลล่าช้า
- ผู้เล่นต้องไม่เจตนาพุ่งเข้าหาหรือกีดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เพิ่งเตะลูกบอลออกไป
บทลงโทษ : ลูกโทษ ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดจะเลือกจุดโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้- ณ ตำแหน่งที่มีกระทำผิด/การฝ่าฝืนกติกา หรือ
- ณ ที่ลูกบอลตก หรือ ถูกเล่นครั้งต่อไป แต่ไม่ใกล้ไปกว่าระหว่างเส้น 15 เมตร จากเส้นออกข้างสนาม หรือ
- ถ้าลูกบอลถูกเตะออกโดยตรงไปที่เส้นออกข้างสนาม **จุดโทษจะอยู่บนเส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับที่ลูกบอลข้ามเส้นออกข้างสนาม หรือ
- ถ้าลูกบอลตกในเขตประตู เส้นออกในเขตประตู หรือ อยู่บนหรืออยู่เหนือเส้นลูกตาย **จุดโทษจะอยู่บนเส้น 5 เมตร จากเส้นเขตประตูในแนวเดียวกับที่บอลข้ามเส้นเขตประตูและอย่างน้อยที่สุดของเส้น 15 เมตร จากเส้นออกข้างสนาม หรือ
- ถ้าลูกบอลกระทบเสาประตู หรือ คานประตู **จุดโทษจะอยู่ตรง ณ ที่ลูกบอลตก
- ในการเล่นทั่วไป (Open play) ผู้เล่นใดๆ อาจจะยกหรือซับพอร์ตเพื่อนร่วมทีมได้ แต่ต้องประคองผู้เล่นนั้นลงมายังที่พื้นอย่างปลอดภัยโดยทันทีที่แย่งบอลชนะ
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การประพฤติตนไม่เหมาะสม
- ผู้เล่นต้องไม่กระทำการใดๆ ที่ขัดต่อจิตวิญญาณของนักกีฬาที่ดี
- ผู้เล่นทุกคนต้องเคารพอำนาจหน้าที่ของผู้ตัดสิน ผู้เล่นต้องไม่โต้แย้งการตัดสินใจของผู้ตัดสิน ผู้เล่นต้องหยุดเล่นในทันทีทันใดเมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดเพื่อหยุดการเล่น
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ใบเหลืองและใบแดง
- เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่นชั่วคราว 10 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน (ใบแดง)
- เมื่อผู้เล่นถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน ผู้ตัดสินจะแสดงใบแดงให้ผู้เล่นคนนั้นและผู้เล่นจะไม่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน ผู้เล่นคนนั้นต้องไม่ถูกแทนที่ด้วยผู้เล่นคนอื่น
กติกาข้อ 10 การล้ำหน้าและการไม่ล้ำหน้าจากการเล่นทั่วไป (Offside and onside in open play)
หลักการ
เกมการแข่งขันเล่นได้เฉพาะผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เท่านั้น
การล้ำหน้าและการไม่ล้ำหน้าจากการเล่นทั่วไป
- ถ้าผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) จากการเล่นทั่วไป หากผู้เล่นคนนั้นอยู่ข้างหน้าของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ถือลูก หรือ เล่นบอลเป็นคนสุดท้าย ผู้เล่นที่ล้ำหน้าจะต้องไม่รบกวนการเล่น รวมถึงห้ามสิ่งเหล่านี้ :
- การเล่นบอล
- การแท็คเกิ้ลผู้ถือบอล
- การป้องกันฝ่ายตรงข้ามจากการเล่นบอล
- การเดินเตร่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
- ผู้เล่นสามารถล้ำหน้า (offside) ทุกๆ ที่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
- ผู้เล่นที่รับบอลจากการไม่เจตนาส่งลูกไปข้างหน้า ผู้เล่นคนนั้นถือว่าไม่ล้ำหน้า
- ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) อาจได้รับโทษ, ถ้าผู้เล่นคนนั้น :
- ไม่พยายามปลีกตัวถอยกลับ และ รบกวนการเล่น ; หรือ
- เคลื่อนที่ไปที่ลูกบอล ; หรือ
- อยู่ข้างหน้าของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่เตะลูกบอล และไม่รีบปลีกตัวถอยกลับทันทีไปด้านหลัง ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ไม่ล้ำหน้า (onside) หรือไปที่ด้านหลังเส้นสมมติที่ที่ลากผ่านสนามระยะทาง 10 เมตร จากจุดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรับบอลได้ หรือ ณ จุดลูกบอลตก และหากลูกบอลกระทบกับเสาประตูหรือคานก่อน ถ้าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับผู้เล่นที่มากกว่าหนึ่งคน แล้วผู้เล่นที่อยู่ใกล้ที่สุด ณ จุดผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรับลูกบอลได้ หรือ ณ จุดลูกบอลตก จะถูกลงโทษ สิ่งนี้เรียกว่า “กฎ 10 เมตร” และยังถูกบังคับใช้ หากลูกบอลสัมผัสหรือถูกเล่นโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ถูกบังคับใช้ในกรณี ที่มีการเตะแล้วถูกการบล็อก (charged down)
บทลงโทษ : ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดกติกาสามารถเลือกได้ทั้ง :- ลูกโทษ ณ ตำแหน่งที่ผู้เล่นกระทำความผิด
- ให้สกรัม ณ ตำแหน่งที่ทีมที่ฝ่าฝืนกติกา เล่นบอลเป็นครั้งสุดท้าย
- ผู้เล่นที่ล้ำหน้าโดยบังเอิญ หากผู้เล่นไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนลูกบอล หรือ โดนผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ถือบอล หากทีมที่ฝ่าฝืนกติกาได้ประโยชน์จากการได้เปรียบควรให้หยุดเล่น
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ทีมที่ไม่ได้ฝ่าฝืนกติกาได้ใส่บอล) - ผู้เล่นใดๆ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เมื่อผู้เล่นคนนั้น :
- เคลื่อนที่ไปด้านหลังของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่เล่นบอลบอลเป็นครั้งสุดท้าย หรือ
- เคลื่อนที่ไปด้านหลังของผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ไม่ล้ำหน้า (onside)
ผู้เล่นถูกทำให้ไม่ล้ำหน้า (onside) โดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
- นอกเหนือจากรณีที่กำหนดภายใต้กติกาข้อ 10.4c ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เมื่อ :
- ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันที่ไม่ล้ำหน้าของผู้เล่นคนนั้น เคลื่อนที่ผ่านผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) และที่อยู่ใน หรือ ได้กลับเข้ามาสู่พื้นที่การเล่นใหม่อีกครั้ง
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามของผู้เล่นคนนั้น :
- เตะบอล ; หรือ
- เจตนาสัมผัสบอลโดยปราศจากการได้ครอบครองบอล
- ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) ภายใต้กติกาข้อ 10.4c ไม่สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) โดยการกระทำใดๆ ของฝ่ายตรงข้าม ยกเว้นกรณีจากการบล็อก (charged down)
การถอนตัวออกจาก รัค, มอล, สกรัม หรือ แถวทุ่ม
- ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) ที่ รัค, มอล, สกรัม หรือ แถวทุ่ม ยังคงล้ำหน้า แม้ว่าหลังจาก รัค, มอล, สกรัม หรือ แถวทุ่ม สิ้นสุดไปแล้ว
- ผู้เล่นสามารถกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) เพียงถ้า :
- ผู้เล่นคนนั้นถอนตัวกลับไปหลังเส้นล้ำหน้าโดยทันทีทันใด หรือ
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามวิ่งถือบอลไป 5 เมตร ในทุกทิศทาง หรือ
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะลูกบอล
- ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า (offside) อาจถูกลงโทษถ้าผู้เล่นนั้น :
- มิได้ปลีกตัวถอยกลับ โดยชักช้าเกินควร และได้ประโยชน์จากการกลับมาสู่ตำแหน่งไม่ ล้ำหน้า (onside) ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่า หรือ
- รบกวนการเล่น หรือ
- เคลื่อนที่เข้าหาลูกบอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ
กติกาข้อ 11 การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า หรือ การโยนบอลไปข้างหน้า (Knock – on or throw forward)
การทำบอลตกไปข้างหน้า (Knock – on)
- การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า (Knock – on) อาจเกิดขึ้นทุกๆ ที่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
- การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า (Knock – on) เมื่อผู้เล่นกำลังแท็คเกิ้ลหรือพยายามที่จะแท็คเกิ้ล ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม, ทำให้ปะทะ/โดน ลูกบอล และลูกบอลตกไปข้างหน้า
บทลงโทษ : ลูทำสกรัมกโทษ (ฝ่ายที่ไม่ได้ทำบอลตกไปข้างหน้า) - ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาปัดลูกบอลไปข้างหน้าด้วยการใช้มือหรือแขน
บทลงโทษ : ลูกโทษ - กรณีที่ไม่ใช่เป็นการเจตนาทำลูกบอลตกไปข้างหน้า หากเป็นการกระทำที่พยายามจะรับลูกบอล แล้วทำลูกตกไปข้างหน้า โดยมีเหตุผลที่เชื่อว่าผู้เล่นคนนั้นอาจจะครอบครองบอลได้
- ไม่มีการลงโทษ และการเล่นดำเนินต่อไป หาก :
- ผู้เล่นปัด (knock) ลูกบอลไปข้างหน้าโดยทันทีทันใด หลังจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเตะบอลออกมาแล้ว (การบล็อก : charge down)
- ผู้เล่นกระชากหรือปัดลูกบอลจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม และลูกบอลหลุดข้างหน้าจากมือหรือแขนของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
การทำลูกบอลตกไปข้างหน้า (Knock forward)
การบล็อก (charge down)
การโยนบอลไปข้างหน้า (Throw Forward)
- การโยนบอลไปข้างหน้า (Throw forward) อาจเกิดขึ้นทุกๆ ที่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ส่งบอลไปข้างหน้า) - ผู้เล่นต้องไม่มีเจตนาโยนบอลและส่งบอลไปข้างหน้า
บทลงโทษ : ลูกโทษ
กติกาข้อ 12 การเตะเริ่มการแข่งขันและการเตะเริ่มเล่นใหม่ (Kick-off and restart kicks)
หลักการ
การเตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off) ถูกใช้เริ่มในแต่ละครึ่งเวลาของการแข่งขัน หรือ ช่วงของการต่อเวลาพิเศษ การเตะเริ่มเล่นใหม่ (Restart kicks) ถูกใช้เพื่อเริ่มเกมใหม่หลังจากหยุดเล่น
- ทุกๆ การเตะเริ่มการแข่งขันและการเตะเริ่มเล่นใหม่ คือ การเตะลูกพร้อม (Drop kicks) เท่านั้น
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
การเตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off)
การเตะเริ่มการแข่งขันและการเตะเริ่มเล่นใหม่ หลังจากการทำคะแนน
- การเตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off) ต้องดำเนินการบนหรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง - ทีมฝ่ายตรงข้าม ของทีมที่ได้เตะเริ่มเกมส์ในครึ่งเวลาแรก จะได้เตะเริ่มการแข่งขัน (Kick-off) ในครึ่งเวลาหลัง
-
หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาจะเริ่มต้นการเล่นใหม่ บนหรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง - เมื่อลูกบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
- ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก) - ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องอยู่ บน หรือ หลัง เส้น 10 เมตร
บทลงโทษ : ให้เตะใหม่อีกครั้ง
- ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
- ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง - หากลูกบอลข้ามเส้น 10 เมตรแล้ว แต่มีลมพัดกลับ หรือ ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเล่นบอลก่อนบอลถึงเส้น 10 เมตร ให้เล่นต่อไป
- หากลูกบอลออกนอกสนามโดยตรง ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
- ให้เตะใหม่อีกครั้ง
- ทำสกรัม (Scrum)
- ทำแถวทุ่ม (Lineout)
- การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
- หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
- หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของฝ่ายที่ได้เตะลูกบอลเอง และถูกทำให้ลูกบอลเป็นลูกตาย โดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลูกบอลเป็นลูกตายทะลุออกไปในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ จะได้ทำ สกรัมที่เส้น 5 เมตร
การเตะเริ่มเล่นใหม่อื่นๆ (การเตะ Drop-out)
- การเล่นถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร เมื่อการเตะลูกโทษทำคะแนน (Penalty Goal) หรือการเตะ Dropped Goal เพื่อทำคะแนนไม่สำเร็จ แล้วลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตายในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลูกบอลเป็นลูกตายทะลุออกไปในเขตประตู จากการเตะอย่างใดอย่างหนึ่ง
- การเล่นถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้นทรัย เมื่อ :
- ลูกบอลถูกเล่น หรือถูกพาเข้าไปในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรุก และถูกรองบอล (ถูกอุ้ม), ลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตาย หรือทำอย่างอื่นให้ลูกบอลตายที่ถูกต้องตามกติกาโดยทีมฝ่ายตรงข้าม (ฝ่ายรับ)
- การเตะของผู้เล่นฝ่ายรุก แล้วลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตายในเขตประตูของทีมฝ่ายรับนอกเหนือจากการเตะเริ่มเกมส์, การเตะเริ่มเล่นใหม่จากการทำคะแนน, การเตะ Dropped Goal เพื่อทำคะแนน, การเตะเริ่มเล่นใหม่ หรือ การเตะลูกโทษทำคะแนน (Penalty Goal)
- ผู้เล่นฝ่ายรุกทำลูกตกไปข้างหน้า (Knock on) ใขเขตประตูของทีมฝ่ายตรงข้าม (ฝ่ายรับ)
| ประเภทการเตะเริ่มเล่น | ตำแหน่งของการเตะ | เส้นบทลงโทษ |
|---|---|---|
| การเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร | บน หรือ หลัง เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายรับ | เส้น 22 เมตร |
| การเตะ Drop-out จากเส้นทรัย | บน หรือ หลัง เส้นทรัยของทีมฝ่ายรับ | เส้น 5 เมตร |
- การเตะ Drop-out :
- ณ ตำแหน่งที่ระบุในตาราง (ด้านบน)
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก) - ต้องดำเนินการโดยไม่รีรอ หรือ ถ่วงเวลา
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ต้องข้ามเส้นบทลงโทษที่ระบุในตาราง (ด้านบน)
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง - บอลต้องไม่ออกโดยตรง
บทลงโทษ : ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามมีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :- ให้เตะ Drop-out ใหม่อีกครั้ง
- ทำสกรัม (Scrum)
- ทำแถวทุ่ม (Lineout)
- การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
- ณ ตำแหน่งที่ระบุในตาราง (ด้านบน)
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องไม่ก้าวล้ำเข้าไปหน้าเส้นบทลงโทษก่อนที่บอลจะถูกเตะออกมา
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่หน้าเส้นบทลงโทษ ต้องไม่ถ่วงเวลาและกีดขวางการเตะ Drop-out
บทลงโทษ : ลูกโทษ - หากลูกบอลข้ามเส้นบทลงโทษไปแล้ว แต่ถูกลมพัดกลับ ให้เล่นต่อไป
- หากลูกบอลไม่ข้ามเส้นบทลงโทษแล้ว การให้การได้เปรียบ (Advantage) อาจนำมาใช้
- หากการเตะ Drop-out ข้ามไปในเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่น คนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือลูกบอลออกไปโดยตรง หรือ อยู่บน หรือเหนือเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิม เตะ Drop-out ใหม่อีกครั้ง
- ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอลเมื่อลูกบอลถูกเตะออกมา ผู้เล่นเหล่านั้นที่อยู่หน้าลูกบอล เมื่อลูกบอลถูกเตะออกมาแล้ว อาจถูกลงโทษเว้นแต่พวกเขาจะปลีกตัวและไม่รบกวนการเล่น จนกว่าพวกเขาอยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) โดยการกระทำของผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)
การเตะ Drop-out จากเส้นทรัย
กติกาข้อ 13 ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นในการเล่นทั่วไป (Players on the ground in open play)
หลักการ
เกมการแข่งขันเล่นได้เฉพาะผู้เล่นที่ยืนด้วยขาทั้งสองข้างของตัวเองเท่านั้น
- ผู้เล่นที่ลงไปเก็บลูกบอลที่พื้น หรือ ลงสู่พื้นไปกับลูกบอล ต้องทำสิ่งต่อไปนี้โดยทันทีทันใด :
- ลุกขึ้นด้วยเท้าทั้งสองพร้องกับลูกบอล หรือ
- เล่นลูกบอล (แต่ห้ามเตะ) หรือ
- ปล่อยลูกบอลออกมา
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- เมื่อลูกบอลถูกเล่น หรือ ถูกปล่อยออกมา ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นต้องเคลื่อนตัวออกจากลูกลูก หรือลุกขึ้นโดยทันที
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นในสนามแข่งขัน โดยปราศจากลูกบอล อยู่ในสถานะถูกออกจากเกมการแข่งขัน และต้องปฏิบัติดังนี้ :
- อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ได้อยู่บนพื้น เล่นลูกบอลได้ หรือ ได้ครอบครองบอล
- ไม่เล่นลูกบอล
- ไม่ทำการแท็คเกิ้ล หรือ พยายามแท็คเกิ้ล ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- ผู้เล่นที่ยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างและปราศจากลูกบอล ต้องไม่ล้มทับบนหรือเหนือตัวผู้เล่นที่อยู่กับพื้นที่มีลูกบอล หรือผู้เล่นที่อยู่ใกล้ลูกบอล
จะไม่มีผู้เล่นล้มทับบนหรือเหนือตัวผู้ถูกแท็คเกิ้ล
กติกาข้อ 14 การแท็คเกิ้ล/การเข้าจับ (Tackle)
หลักการ
การแท็คเกิ้ลสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในสนามเล่น (field of play) การกระทำของผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในการแท็คเกิ้ล ต้องให้แน่ใจว่าการยื้อแย่งเป็นไปอย่างยุติธรรม และเปิดโอกาสให้ลูกบอลสามารถนำออกมาเล่นได้ทันที
การแท็คเกิ้ล/การเข้าจับ (Tackle)
ข้อกำหนดสำหรับการแท็คเกิ้ล
- สำหรับการแท็คเกิ้ลที่เกิดขึ้น ผู้ถือบอลต้องถูกจับ/รวบ และถูกทำให้ล้มลงสู่พื้นโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม 1 คน หรือมากกว่า
- ถูกทำให้ล้มลงสู่พื้น หมายความว่า ผู้ถือบอลอยู่ในท่านอนราบ นั่ง หรือมีหัวเข่าอย่างน้อย 1 ข้าง อยู่บนพื้น หรือ อยู่บนผู้เล่นคนอื่นที่ล้มอยู่กับพื้น
- การถูกจับ/รวบ หมายความว่า ผู้แท็คเกิ้ลต้องจับ/รวบ ผู้ถือลูกอย่างต่อเนื่อง จนกว่าผู้ถือบอลอยู่บนพื้น
ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการแท็คเกิ้ล
- ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับการแท็คเกิ้ล คือ :
- ผู้ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player)
- ผู้แท็คเกิ้ล (Tackler)
- ผู้เล่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (Others) :
- ผู้เล่นที่จับ/รวบ ผู้ถือบอลระหว่างการแท็คเกิ้ล แต่ไม่ได้ล้มลงไปด้วย
- ผู้เล่นที่เข้ามาแย่งชิงการครอบครองบอล หลังจากเกิดการแท็คเกิ้ลแล้ว
- ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นก่อนหน้าแล้ว ขณะเกิดการแท็คเกิ้ล
ความรับผิดชอบของผู้เล่นในการแท็คเกิ้ล
- ผู้แท็คเกิ้ล ต้อง :
- ปล่อยตัวผู้ถือบอลและลูกบอล โดยทันทีทันใด หลังจากผู้เล่นทั้ง 2 คนล้มลงสู่พื้น
- เคลื่อนตัว/ม้วนตัว ออกจากผู้ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) และลูกบอล โดยทันทีทันใดหรือ ลุกขึ้นยืน
- ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง ก่อนที่จะเล่นบอล
- เปิดโอกาสให้ผู้ถูกแท็คเกิ้ล ปล่อย/ยื่นบอล หรือ เล่นบอลได้
- เปิดโอกาสให้ผู้ถูกแท็คเกิ้ล เคลื่อนตัว/ม้วนตัว ออกจากลูกบอลได้
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- ผู้แท็คเกิ้ลอาจเล่นบอลได้จากทิศทางด้านเส้นทรัยของพวกเขาเองได้ โดยให้ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบด้านบน (ที่กล่าวไว้ใน 5 ข้อ) และในขณะนั้นกลุ่มรัคยังไม่ได้เกิดขึ้น
- ผู้ถูกแท็คเกิ้ล ต้องทำโดยทันที :
- ทำให้ลูกบอลสามารถเล่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยการปล่อย/ยื่นลูกบอล (release), จ่ายบอล หรือ วางลูกบอลในทุกทิศทุกทาง ให้ยกเว้นด้านหน้า พวกเขาอาจวางลูกบอลได้ในทุกทิศทุกทาง
- เคลื่อนตัว/ม้วนตัว ออกจากลูกบอล หรือ ลุกขึ้นยืน
- ทำให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้นอนทับ นอนขวาง หรือ นอนใกล้ลูกบอล เพื่อป้องกันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจากการแย่งชิงครอบครองบอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ผู้ถูกแท็คเกิ้ลต้องยื่นบอลโดยทันทีทันใด
- ผู้เล่นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้อง :
- ยังคงยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง และปล่อยลูกบอล และผู้ถือบอล โดยทันทีทันใด
- ยังคงยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง เมื่อพวกเขาจะเล่นบอล
- มาถึงที่จุดแท็คเกิ้ล จากทิศทางของเส้นทรัยของตัวเอง ก่อนการเล่นบอล
- ไม่เล่นลูกบอล และพยายามแท็คเกิ้ลผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ขณะที่อยู่บนพื้นใกล้จุดแท็คเกิ้ล
- ม่ม้วน ดึง หรือ บิดตัว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่เกี่ยวข้องในบริเวณจุดแท็คเกิ้ลให้ล้มลงสู่พื้น
บทลงโทษ : ลูกโทษ
หลังจากการแท็คเกิ้ล ผู้เล่นทั้งหมดต้องยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง เมื่อพวกเขาเล่นบอล
ผู้เล่นไม่ได้ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง และกำลังเล่นบอลที่จุดแท็คเกิ้ล
ผู้ถูกแท็คเกิ้ลต้องยื่นบอลโดยทันทีทันใด
- ผู้เล่นใดก็ตามที่ได้การครอบครองบอล :
- ต้องเล่นบอลโดยทันที โดยเคลื่อนที่ออกมา หรือ โดยการส่งบอล หรือ การเตะบอล
- ยังคงต้องยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้าง และห้ามล้มลงไปสู่พื้น หรือ ใกล้ ณ จุดแท็คเกิ้ล เว้นแต่ถูกแท็คเกิ้ลโดยผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- อาจถูกแท็คเกิ้ลได้ หากผู้แท็คเกิ้ลกระทำจากทิศทางของเส้นทรัยของตัวเอง
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- เส้นล้ำหน้าถูกสร้างขึ้น ณ จุดการแท็คเกิ้ล เมื่อผู้เล่นอย่างน้อยหนึ่งคนยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างและอยู่เหนือบอลซึ่งอยู่บนพื้น เส้นล้ำหน้าของแต่ละทีมจะวิ่งขนานกับเส้นทรัยผ่านไปยังจุดปลายสุดของผู้เล่นใดก็ตาม ในการแท็คเกิ้ล หรือ ยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างของพวกเขาเหนือบอล ถ้าจุดนั้น อยู่บน หรือ อยู่หลัง เส้นเขตประตู, เส้นล้ำหน้าสำหรับทีมนั้นคือเส้นทรัย
เส้นล้ำหน้าถูกสร้างขึ้นโดยผู้เล่นยืนด้วยเท้าทั้งสองข้างเหนือบอล
- การแท็คเกิ้ลสิ้นสุดลง เมื่อ :
- รัคเกิดขึ้นแล้ว
- ผู้เล่นที่ยืนอยู่บนเท้าทั้งสองข้างจากทีมใดทีมหนึ่งได้ครอบครองบอล เคลื่อนที่ออกมา หรือ ส่งบอล หรือ เตะบอล
- ลูกบอลได้ออกจากพื้นที่การแท็คเกิ้ล
- ลูกบอลไม่สามารถเล่นได้ หากมีข้อสงสัยที่ไม่สามารถระบุผู้กระทำผิดกติกาได้ ผู้ตัดสินจะสั่งให้ทำสกรัม ฝ่ายที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนการหยุดเล่น จะเป็นทีมที่ใส่ลูกบอลในสกรัม หรือ ถ้าไม่มีฝ่ายใดที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ ให้ใส่ลูกบอลโดยผู้เล่นฝ่ายรุก
กติกาข้อ 15 รัค (Ruck)
หลักการ
วัตถุประสงค์ของรัค (Ruck) คือ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เล่นแย่งชิงลูกบอล ซึ่งอยู่ที่พื้นสนาม
รัค (Ruck)
รูปแบบของรัค (Forming a Ruck)
- รัค สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะใน สนามการเล่น (Field of play) เท่านั้น
- รัค เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นอย่างน้อยทีมละ 1 คน เข้าปะทะลำตัวประสานกัน มีการยืนด้วยเท้าทั้งสองและอยู่เหนือบอลที่อยู่บนพื้น
- ผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนในการเกิดรัค ต้องรักษาระดับหัวและหัวไหล่ไม่ให้ต่ำกว่าสะโพกของพวกเขา บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การล้ำหน้าที่รัค
- แต่ละทีมมีเส้นล้ำหน้าที่ลากขนานไปกับเส้นทรัย โดยลากผ่านแนวเท้าสุดท้ายของผู้เข้าร่วมรัค หากตรงจุดเท้าสุดท้ายนั้นอยู่บนหรือหลังเส้นเขตประตู เส้นล้ำหน้าของทีมนั้นคือ เส้นทรัย
ที่ รัค หรือ มอล, เส้นล้ำหน้าที่ลากผ่านไปยังเท้าสุดท้ายของของทีมเดียวกัน
ผู้เล่นทีมเสื้อสีเหลืองทางด้านขวามืออยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
การเข้าร่วมรัค
- ผู้เล่นที่มาถึงรัคต้องยืนด้วยเท้าทั้งสองและเข้าร่วมจากหลังเส้นล้ำหน้าของฝ่ายตัวเองเท่านั้น
- ผู้เล่นอาจเข้าร่วมรัคเลียบทางด้านข้าง แต่ไม่ใช่ด้านหน้าของผู้เล่นที่ยืนเท้าสุดท้ายที่เข้าร่วมรัค
- ผู้เล่นต้อง จับ/มัด ไปยังผู้เล่นฝ่ายเดียวกันหรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม การจับ/มัด ต้องเกิดขึ้นก่อน หรือพร้อมกันกับการประสานด้วยส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
- ผู้เล่นต้องเข้าร่วมรัค หรือถอนตัวออกมาอยู่หลังแนวเส้นล้ำหน้าของตนโดยทันทีทันใด
- ผู้เล่นที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัคแล้ว อาจกลับเข้ามาร่วมรัคได้อีก หากพวกเขามาจากตำแหน่งที่ถูกต้อง (onside)
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ระหว่างที่รัคเกิดขึ้น
- การครอบครองบอลอาจชนะด้วยการทำรัคกิ้ง หรือการดันทีมผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามออกจากลูกบอล
- เมื่อรัคเกิดขึ้น ห้ามผู้เล่นใช้มือกับลูกบอล เว้นแต่พวกเขาใช้มือเล่นไปที่ลูกบอลก่อนที่รัคจะเกิดขึ้นและยืนด้วยเท้าทั้งสอง
- ผู้เล่นต้องพยายามที่จะยืนด้วยเท้าทั้งสองโดยตลอดเวลาที่ยังเป็นรัค
- ผู้เล่นทุกคนในรัคจะต้อง จับ/มัด หรือ โอบเกาะ อยู่ในรัค ไม่ใช่แค่ยืนประกบอยู่ข้างๆ รัค
- ผู้เล่นอาจใช้เท้าเล่นบอลได้ แต่ต้องทำอย่างปลอดภัย
- ผู้เล่นที่อยู่บนพื้นจะต้องพยายามเคลื่อนที่ออกจากบอล และจะต้องไม่เล่นบอลในรัค หรือจังหวะตอนที่ลูกบอลกำลังออก
- ผู้เล่นต้องห้ามกระทำ :
- เก็บบอลขึ้นด้วยขา
- เจตนาทำให้รัคล้ม หรือ กระโดดขึ้นทับบนรัค
- เจตนาเหยียบบนผู้เล่นคนอื่น
- ล้มทับ หรือ ล้มข้าม ลูกบอลที่กำลังจะออกจากรัค
- การเตะ หรือพยายามเตะลูกบอลให้ออกจากรัค (เตะไปในทางทิศทางของฝ่ายตรงข้าม)
บทลงโทษ : ลูกโทษ - นำลูกบอลกลับเข้าไปในรัค
- กระทำการใดๆ ที่ทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่ารัคสิ้นสุดลง ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การสิ้นสุดของรัค
- เมื่อทีมใดทีมหนึ่งชนะในการทำรัค และพร้อมจะเล่นบอลอย่างชัดเจน ผู้ตัดสินใช้คำสั่ง “Use it” หลังจากนั้นต้องนำลูกบอลออกมาจากรัคเพื่อมาเล่น ภายในเวลา 5 วินาที
การลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอลได้ใส่ลูก) - ผู้เล่นที่อยู่ หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งในรัค ห้ามขัดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ใกล้รัค (ภายใน 1 เมตร) และกำลังพยายามเล่นบอลออกจากรัค
- รัคสิ้นสุดลงและการเล่นดำเนินต่อไป เมื่อลูกบอลได้ออกจากรัค หรือ เมื่อบอลในรัคที่อยู่บนหรือเหนือเส้นทรัย
- รัคสิ้นสุดลงเมื่อลูกบอลไม่สามารถนำออกมาเล่นได้ หากผู้ตัดสินเห็นว่าลูกบอลมีโอกาสที่จะ ออกมาไม่ได้ภายในเวลาที่เหมาะสม สกรัมจะถูกให้กับฝ่ายที่ได้ครอบครองบอล
กติกาข้อ 16 มอล (Maul)
หลักการ
วัตถุประสงค์ของมอล คือ เพื่อเปิดโอกาสผู้เล่นแย่งชิงลูกบอล ซึ่งถูกอุ้ม/ถือไว้อยู่เหนือพื้นสนาม
มอล (Maul)
รูปแบบของมอล (Forming a Maul)
- มอล สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะใน สนามการเล่น (Field of play) เท่านั้น
- มอล ประกอบไปด้วย ผู้ที่ถือบอล และผู้เล่นอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคน ยืนมัด/โอบเกาะ ประสานซึ่งกันและกัน และยืนด้วยเท้าทั้งสอง ผู้เล่นที่กระชากบอลจากผู้ที่ถือบอลจะต้องประสานกับ ผู้เล่นนั้น จนกว่าพวกเขาจะส่งบอลออกไปแล้ว
บทลงโทษ : ลูกโทษ - เมื่อมอลเกิดขี้นแล้ว มอลต้องเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัย
มอลยังไม่เกิดขึ้น (Maul not formed)
การล้ำหน้าที่มอล
- แต่ละทีมมีเส้นล้ำหน้าที่ลากขนานไปกับเส้นทรัย โดยลากผ่านแนวเท้าสุดท้ายของผู้เข้าร่วมมอลที่อยู่ใกล้ที่สุดกับเส้นทรัยของทีมนั้น หากเท้านั้นอยู่บนหรือหลังเส้นทรัย เส้นล้ำหน้าของทีมนั้นคือเส้นทรัย
- ผู้เล่นต้องเข้าร่วมมอลจากตำแหน่งที่ไม่ล้ำหน้า หรือถอนตัวออกมาอยู่หลังแนวเส้นล้ำหน้าของตนโดยทันทีทันใด
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ผู้เล่นที่ออกจากมอลต้องถอนตัวมาหลังแนวเส้นล้ำหน้าโดยทันทีทันใด ผู้เล่นเหล่านั้นอาจจะกลับเข้าร่วมมอลใหม่ได้อีก
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การเข้าร่วมมอล
- ผู้เล่นจะเข้าร่วมมอลต้อง :
- เข้าร่วมจากตำแหน่งที่ไม่ล้ำหน้า
- มัด/โอบเกาะ กับผู้เล่นที่อยู่หลังสุดในมอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ต้องรักษาระดับหัวและหัวไหล่ไม่ให้ต่ำกว่าสะโพก
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ระหว่างที่มอลเกิดขึ้น
- ผู้ถือบอลในมอลอาจล้มลงสู่พื้นได้ แล้วผู้เล่นต้องรับนำบอลออกมาเล่นได้ทันที
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก) - ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในมอลต้องพยายามยืนด้วยเท้าทั้งสองตลอดเวลา
- ผู้เล่นทุกคนในมอลจะต้อง จับ/มัด หรือ โอบเกาะ อยู่ในมอล ไม่ใช่แค่ยืนประกบอยู่ข้างๆ มอล ผู้เล่นที่ครอบครองลูกบอลอยู่ในมอล ห้ามล้มตัวหรือเคลื่อนที่ถอยหลังโดยเด็ดขาด
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ผู้เล่นต้องไม่กระทำ :
- เจตนายุบมอล หรือ กระโดดขึ้นบนมอล
- พยายามดึง/ลาก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามออกจากมอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ - การกระทำใดๆ ที่ทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่ามอลสิ้นสุดลง ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นจริง
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
- เมื่อผู้เล่นของทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอลเจตนาที่จะออกจากมอลดังกล่าว จนกระทั่งไม่มีผู้เล่น ของทีมเหลืออยู่ในมอล มอลยังคงดำเนินต่อไป
- เมื่อผู้เล่นทุกคนของทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอลเจตนาที่จะออกจากมอล พวกเขาอาจกลับเข้าร่วม มอลแล้วผู้เล่นคนแรกจะต้องจับ/มัด กับผู้เล่นคนหน้าสุดของทีมที่ครอบครองบอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ - เมื่อมอลได้หยุดเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัยมากกว่า 5 วินาที แต่ลูกบอลยังมีการเคลื่อนที่และผู้ตัดสินสามารถเห็นบอลได้ ผู้ตัดสินสั่งให้ผู้เล่นนำลูกบอลออกไปเล่น ทีมที่ครอบครองบอลต้องนำบอลออกไปเล่นภายในเวลาที่เหมาะสม
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก) -
เมื่อมอลได้หยุดเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัย มอลอาจเริ่มเคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัยได้อีกครั้งภายในเวลา 5 วินาที หากมอลหยุดเคลื่อนที่เป็นครั้งที่สอง แต่ลูกบอลยังมีการเคลื่อนที่และผู้ตัดสินสามารถเห็นบอลได้ ผู้ตัดสินสั่งให้ผู้เล่นนำลูกบอลออกไปเล่น ทีมที่ครอบครองบอลต้องนำลูกบอลออกไปเล่นภายในเวลาที่เหมาะสม
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก)
การสิ้นสุดของมอล
- มอลสิ้นสุดลง และการเล่นดำเนินต่อไป เมื่อ :
- ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล ออกจากมอล
- ลูกบอลอยู่บนพื้นสนาม
- ลูกบอลอยู่บนหรือเหนือเส้นทรัย
- มอลสิ้นสุดลงแบบไม่สำเร็จเมื่อ :
- ไม่สามารถนำลูกบอลออกมาเล่นได้
- มอลถูกยุบ (ไม่ใช่ผลเกิดจากการ Foul Play)
- เมื่อมอลไม่เคลื่อนที่ไปยังเส้นทรัย โดยนานกว่า 5 วินาที และไม่สามารถนำลูกบอลออกมาเล่นได้
- ผู้ถือบอลล้มลงสู่พื้นและไม่สามารถนำลูกบอลออกมาเล่นได้ทันที
- ลูกบอลสามารถนำมาเล่นได้แล้ว ผู้ตัดสินใช้คำสั่ง “Use it” แล้วให้นำลูกบอลออกมาเล่น ภายในเวลา 5 วินาที
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้สร้างมอลได้ใส่ลูก)
- ผู้เล่นที่อยู่ หรือเคยเป็นส่วนหนึ่งในมอล ห้ามขัดขวางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ใกล้มอล (ภายใน 1 เมตร) และกำลังพยายามเล่นบอลออกจากมอล
- ถ้ามอลถูกสร้างขึ้นโดยทันทีทันใดหลังจากผู้เล่นรับบอลโดยตรงจากการเตะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเล่นทั่วไป (Open play) สกรัมจะถูกสั่งให้เกิดขึ้นจากเหตุผลใดก็ตามข้างต้นที่กล่าวมา ทีมผู้รับบอลจะได้สิทธิ์ใส่ลูกในการทำสกรัม
กติกาข้อ 17 การร้องมาร์ค หรือการรับยัน (Mark)
หลักการ
หมายถึง การหยุดการเล่นของผู้เล่นที่อยู่ในเขตเส้น 22 เมตรของฝ่ายตนเอง โดยการรับลูกจากการเตะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามโดยตรง
การร้องมาร์ค
- การร้องมาร์ค ผู้เล่นจะต้อง :
- มีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่บนเส้นหรือหลังเส้น 22 เมตร ของฝ่ายตนเอง เมื่อรับลูกบอล หรือ เมื่อลงสู่พื้นจากการรับลูกบอลในอากาศได้ และ
- รับลูกบอลที่ข้ามผ่านเหนือแนวเส้น 22 เมตร โดยตรงจากการเตะของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่บอลจะสัมผัสพื้น หรือ ผู้เล่นคนอื่น และ
- ร้องคำว่า “มาร์ค” พร้อมกันขณะรับลูกบอล
- ผู้เล่นอาจร้องมาร์ค แม้ว่าลูกบอลจะกระทบเสาประตูหรือคานประตูก่อนที่จะรับลูกบอลได้
- เมื่อมีการร้องมาร์คอย่างถูกต้อง ผู้ตัดสินจะหยุดเกมการแข่งขันโดยทันที และให้ทีมที่ครอบครองบอลได้ลูกฟรีคิก (Free – kick)
- การร้องมาร์ค ไม่สามารถใช้ได้จากการเตะเริ่มการแข่งขัน หรือการเตะเริ่มเล่นใหม่ หลังจากทำคะแนน
การเริ่มเล่นใหม่หลังจากการมาร์ค
- ผู้เล่นที่เป็นผู้ร้องมาร์ค (Mark) จะเป็นผู้เล่นลูกฟรีคิก free – kick (ตามกติกาข้อที่ 20)
- หากผู้เล่นที่เป็นผู้ร้องมาร์ค ไม่สามารถเล่นลูกฟรีคิกได้ ภายในเวลา 1 นาที เพื่อนร่วมทีมอาจเล่นลูกฟรีคิก free – kick
- ลูกฟรีคิกจะเกิดขึ้นตามตำแหน่ง :
| ตำแหน่งที่มีการมาร์ค | จุดที่ได้ลูกฟรีคิก |
|---|---|
| การมาร์คเกิดขึ้นภายในเขตเส้น 22 เมตร | จะเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งของการมาร์ค แต่มีระยะห่างอย่างน้อยที่สุด 5 เมตรจากเส้นทรัย แนวเดียวกับตำแหน่งของการมาร์ค |
| การมาร์คเกิดขึ้นภายในเขตประตู in – goal | จะเกิดขึ้น ณ ตำแหน่งบนเส้น 5 เมตร แนวเดียวกับตำแหน่งของการมาร์ค |
กติกาข้อ 18 ลูกบอลออกนอกสนาม, การทุ่มบอลเร็ว และการทำแถวทุ่ม (Touch, quick throw and lineout)
หลักการ
สนามเล่น (Field of play) มีขอบเขตด้านข้างที่รู้จักกันว่า เส้นออก (Touchline) เมื่อการเล่นเคลื่อนที่มาถึงเส้นออก ลูกบอลก็จะออกนอกสนามและกลายเป็นลูกบอลตาย
การทุ่มบอลเร็วและการทำแถวทุ่ม คือวิธีการเริ่มเล่นใหม่ในการแข่งขันด้วยการโยนลูกบอล หลังจากที่ลูกบอลหรือผู้ถือบอลพาลูกบอลออกนอกสนาม
ลูกออกนอกสนาม หรือ ลูกออกในเขตประตู
- ลูกบอลออกนอกสนาม หรือ ลูกบอลออกในเขตประตู เมื่อ :
- ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล ได้สัมผัสกับเส้นออก, เส้นออกในเขตประตู หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ด้านนอกสนาม
- ผู้เล่น ที่กำลังสัมผัสกับเส้นออก, เส้นออกในเขตประตู หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ด้านนอกสนามอยู่แล้ว ได้รับ หรือ ครอบครองลูกบอล
- ถ้าลูกบอลข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกไปแล้ว เมื่อลูกบอลถูกรับได้ ผู้ที่รับลูกบอลนี้ ไม่ถือว่าเป็นคนทำลูกบอลออกจากสนาม
- ถ้าลูกบอลยังไม่ข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกแล้ว เมื่อลูกบอลถูกรับได้ หรือ เก็บลูกบอลขึ้นมา ผู้ที่รับลูกบอลนี้ให้ถือว่าเป็นคนทำลูกบอลออกจากสนาม ไม่ว่าลูกบอลจะเคลื่อนไหวหรือหยุดนิ่งก็ตาม
- ลูกบอลไม่ออก หรือ ลูกบอลไม่ออกในเขตประตู เมื่อ :
- ลูกบอล ได้ข้ามแนวเหนือเส้นออกแล้ว แต่มีการรับ ปัด หรือ เตะ โดยผู้เล่นที่อยู่ในพื้นที่การเล่น (Playing area)
- ผู้เล่นกระโดดจากภายในและภายนอกของพื้นที่การเล่น (Playing area) และจับลูกบอล จากนั้นตกลงมาสู่พื้นที่การเล่น ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกก็ตาม
- ผู้เล่นกระโดดจากพื้นที่การเล่น (Playing area) และปัดบอล (หรือจับและปล่อยลูกบอล) กลับไปยังพื้นที่การเล่น ก่อนผู้เล่นตกลงที่เส้นออก หรือ เส้นออกในเขตประตู ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออกก็ตาม (ลักษณะคล้ายกีฬาบาสเกตบอล)
- ผู้เล่นที่ออกไปแล้ว (อยู่นอกสนาม) เตะ หรือ ปัดลูกบอลได้ แต่ต้องไม่ใช่การครอบครองบอล แล้วให้ลูกบอลต้องยังไม่ข้ามผ่านเหนือแนวเส้นออก
การทุ่มบอลเร็ว (Quick Throw)
- ผู้เล่นที่ถือบอลออกจากสนามแล้ว ต้องปล่อยลูกบอลโดยทันที เพื่อให้การทุ่มบอลเร็ว (Quick Throw) เกิดขึ้นได้
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ณ จุดที่ทุ่มบอลเร็ว ลูกบอลจะถูกโยนในตำแหน่ง :
- ระหว่าง ณ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก และ เส้นทรัยของผู้โยนบอล และ
- โยนขนานหรือเข้าหาเส้นทรัยของผู้โยนบอล และ
- แล้วลูกบอลต้องข้ามเส้น 5 เมตร ก่อนที่ลูกบอลจะสัมผัสพื้นสนามหรือกระทบผู้เล่น และ
- โดยที่เท้าทั้งสองของผู้เล่น (ผู้โยนบอล) ต้องอยู่ข้างนอกสนามเล่น
บทลงโทษ : ได้เลือกระหว่าง การทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม (โดยฝ่ายที่ไม่ได้โยนบอล)
- การทุ่มบอลเร็ว จะไม่ถูกอนุญาตให้เล่น และให้ทำแถวทุ่มโดยทีมเดิม (ทีมที่จะทุ่มบอลเร็ว) เมื่อ :
- มีการจัดรูปแบบในการทำแถวทุ่มได้เกิดขึ้นแล้ว หรือ
- ลูกบอลได้ถูกสัมผัสผู้เล่นคนอื่น หลังจากที่ลูกบอลได้ออกไปแล้ว เว้นแต่ผู้เล่นที่โยนบอล หรือ ผู้เล่นที่ถือบอลพาลูกบอลออกนอกสนาม หรือ
- ใช้ลูกบอลใหม่ในการทุ่ม ต้องใช้บอลลูกเดิมที่ออกนอกสนาม
- ลูกบอลต้องลอยข้ามเส้น 5 เมตร ก่อนที่ลูกบอลจะถูกเล่น และ ผู้เล่นจะต้องไม่ป้องกันลูกบอลที่กำลังเคลื่อนที่ข้ามเส้น 5 เมตร
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - หาก ณ จุดมาร์คที่ลูกบอลออก อยู่ข้างนอกเส้น 22 เมตร ผู้เล่นฝ่ายรับอาจทำการทุ่มบอลเร็วในเส้น 22 เมตรได้ แต่ให้ถือว่าเป็นการนำลูกบอลเข้ามาสู่เส้น 22 เมตร
การทุ่มลูกเร็ว (Quick throw – in)
- การเริ่มเกมการแข่งขันใหม่ด้วยการทำแถวทุ่ม และทีมที่จะได้โยนบอล ถูกกำหนดไว้ตามนี้ :
- การเล่นทั่วไป
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| ผู้เล่นที่อยู่ในแดนครึ่งสนามของฝั่งตัวเอง เตะลูกบอลออกนอกสนามแบบไม่โดยตรง เข้าไปในพื้นที่เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายตรงข้าม (การเตะ 50/22) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ทีมที่เตะลูกบอลยังไม่เคยพาบอลเข้าไปในแดนของตนเอง หรือมีการแท็คเกิ้ล รัค หรือมอล เกิดขึ้นในแดนของตนเองก่อนที่จะทำการเตะลูกบอล หรือ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้สัมผัสลูกบอลขณะลูกบอลอยู่ในแดนของพวกเขา | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ฝ่ายทีมที่เตะลูกบอล |
| ผู้ถือบอลไปยังเส้นออก หรือ เตะลูกบอลออกแบบไม่โดยตรง (ยกเว้นกรณีการเตะบอลในแดนครึ่งสนามของฝั่งตนเอง แล้วลูกบอลไปออกในพื้นที่เส้น 22 เมตรของทีมฝ่ายตรงข้าม) | ณ จุดที่ผู้เล่นหรือลูกบอล สัมผัสเส้นออก หรือ พื้นที่อยู่นอกสนาม | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| ผู้เล่นไม่ได้เจตนา ปัดลูกบอล, ส่งบอล หรือ โยนลูกบอลไปที่เส้นออก | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| ลูกบอลกระทบถูกตัวผู้เล่นและลูกบอลออกโดยตรง | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ ณ จุดบนเส้นออกที่ใกล้ที่สุดที่ลูกบอลกระทบถูกตัวผู้เล่น ซึ่งใกล้กับเส้นทรัยของผู้เล่น | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| ลูกบอลกระทบถูกตัวผู้เล่นและกระดอนในสนามก่อนไปที่เส้นออก | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว จับ หรือ เก็บลูกบอล ซึ่งข้ามเหนือแนวเส้นออกไปแล้ว | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเหนือแนวเส้นออกไปแล้ว | ทีมของผู้เล่นที่จับหรือเก็บลูกบอล |
| ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว จับ หรือ เก็บลูกบอล ซึ่งยังไม่ข้ามเหนือแนวเส้นออก | ณ จุดที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
- ลูกบอลถูกเตะออกโดยตรง จากการเตะเริ่มการแข่งขัน หรือ การเตะเริ่มเล่นใหม่
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| ผู้เล่นที่เตะบอลไปที่เส้นออก (ไม่ว่าจะเป็นการออกโดยตรง หรือ กระดอนพื้นสนามเล่นก่อนออก หรือ กระทบผู้เล่น หรือ ผู้ตัดสินออก) | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ฝ่ายทีมที่เตะ |
| ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามเส้นออกไปแล้วหรือไม่ | ณ จุดที่บอลข้ามเส้นออก หรือ หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้นออก ให้ใช้ ณ จุดที่ผู้เล่นรับ/จับ ลูกบอล ตรงที่ยืนอยู่บนเส้นออก | ฝ่ายทีมที่เตะ |
| ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว เก็บลูกบอลที่ยังไม่ข้ามเหนือแนวเส้นออก | ณ จุดที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ | ฝ่ายทีมที่เตะ |
- ลูกบอลถูกเตะจากลูกโทษ
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| ผู้เล่นที่เตะบอลไปที่เส้นออก (ไม่ว่าจะเป็นการออกโดยตรง หรือ กระดอนพื้นสนามเล่นก่อนออก หรือ กระทบผู้เล่น หรือ ผู้ตัดสินออก) | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ฝ่ายทีมที่เตะ |
| ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล ไม่ว่าลูกบอลจะข้ามเส้นออกไปแล้วหรือไม่ | ณ จุดที่บอลข้ามเส้นออก หรือ หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้นออก ให้ใช้ ณ จุดที่ผู้เล่นรับ/จับ ลูกบอล ตรงที่ยืนอยู่บนเส้นออก | ฝ่ายทีมที่เตะ |
| ผู้เล่นที่อยู่นอกสนามแล้ว เก็บลูกบอลที่ยังไม่ข้ามเหนือแนวเส้นออก | ณ จุดที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ | ฝ่ายทีมที่เตะ |
- ลูกบอลถูกเตะออกโดยตรง จากภายในเส้น 22 เมตร หรือ ในเขตประตูของตัวเอง
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| ไม่ได้พื้นที่การเล่น | ||
| การที่ผู้เล่นฝ่ายรับพาบอลเข้ามาในเขตเส้น 22 เมตร ของพวกเขาเอง โดยไม่มีการแท็คเกิล, รัค หรือ มอล เกิดขึ้น และไม่มีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสัมผัสบอลในเขตเส้น 22 เมตร หากผู้เล่นอยู่ในเส้น 22 เมตรของตัวเอง เก็บลูกบอลที่อยู่ข้างนอกเส้น 22 เมตร หรือรับลูกบอลก่อนที่ลูกบอลจะข้ามผ่านแนวเส้น 22 เมตร และเตะบอลออกโดยตรงจากภายในเส้น 22 เมตร ให้ถือว่าผู้เล่นคนนั้นเป็นคนพาบอลเข้ามาในเส้น 22 เมตร | ||
| ผู้เล่นเตะบอลออกโดยตรง | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ บนเส้นออกที่อยู่แนวเดียวกับจุดที่เตะบอล แล้วแต่ว่าจุดใดอยู่ใกล้กว่ากันกับเส้นทรัยของผู้เตะบอล | ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ |
| ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ บนเส้นออกที่อยู่แนวเดียวกับจุดที่เตะบอล แล้วแต่ว่าจุดใดอยู่ใกล้กว่ากันกับเส้นทรัยของผู้เตะบอล | ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ |
| ได้พื้นที่การเล่น | ||
| ไม่ว่า..ทีมผู้เล่นฝ่ายรับไม่ได้พาบอลเข้ามาในเขตเส้น 22 เมตร ของพวกเขาเอง หรือ โดยมีการแท็คเกิล, รัค หรือ มอล เกิดขึ้นภายในเขตเส้น 22 เมตร หรือ ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามถูกสัมผัสบอล ในเขตเส้น 22 เมตร | ||
| ผู้เล่นเตะบอลออกโดยตรง | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ |
| ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่อยู่นอกสนามแล้ว รับ/จับ ลูกบอล | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ |
| ผู้เล่นเตะบอลจากลูกฟรีคิกที่ได้ภายในเส้น 22 เมตร | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ |
- ลูกบอลถูกเตะออกโดยตรง จากด้านนอกเส้น 22 เมตร
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| ผู้เล่นเตะบอลออกโดยตรงจากการเล่นทั่วไป (Open play) หรือ จากลูกฟรีคิก | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก หรือ บนเส้นออกที่อยู่แนวเดียวกับจุดที่เตะบอล แล้วแต่ว่าจุดใดอยู่ใกล้กว่ากันกับเส้นทรัยของผู้เตะบอล ไม่ได้พื้นที่การเล่น | ฝ่ายทีมที่ไม่ได้เตะ |
- ตัวเลือกในการทำแถวทุ่ม
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| เป็นไปตามกติกาการโยนลูกผิดวิธี | ณ จุดที่ทำแถวทุ่มเดิม | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| ไม่ได้อนุญาตให้ทุ่มลูกเร็ว (Quick throw) | ณ จุดที่มีการทำแถวทุ่มเดิม หากการทุ่มลูกเร็วยังไม่เกิดขึ้น | ฝ่ายทีมที่ได้ทำแถวทุ่มเดิม |
| เป็นไปตามกติกาการทุ่มลูกเร็ว (Quick throw) ผิดวิธี | ณ จุดที่ทุ่มลูกเร็วผิดวิธี | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| จากการที่ลูกบอลออก เนื่องจากการทำลูกตกไปข้างหน้า หรือโยนบอลไปข้างหน้า | ณ จุดที่ลูกบอลข้ามเส้นออก | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
| จากการได้ลูกโทษ หรือ ลูกฟรีคิก ที่มีการกระทำผิดกติกาในแถวทุ่ม | ณ จุดที่ทำแถวทุ่มเดิม | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
ไม่ได้พื้นที่การเล่น (No gain in ground)
ได้พื้นที่การเล่น (Gain in ground)
รูปแบบของแถวทุ่ม (Forming a Lineout)
- การทำแถวทุ่มถูกสร้างขึ้นบนจุดมาร์คที่ลูกบอลออก
- ในแต่ละทีม ให้ตั้งแถวเป็นแนวเดียวและมีระยะห่างครึ่งเมตรทั้ง 2 ข้างจากจุดมาร์คที่ลูกบอลออก และอยู่ระหว่างเส้น 5 เมตร และเส้น 15 เมตร ต้องรักษาระยะห่างช่องว่างระหว่างแถวทุ่มนี้ไว้จนกว่าลูกบอลจะถูกโยนเข้ามา
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - แต่ละทีมต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 2 คน ในการสร้างแถวทุ่ม
การทำแถวทุ่ม (The lineout)
- ทีมผู้เล่นต้องสร้างแถวทุ่มให้เสร็จภายใน 30 วินาที
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ทีมผู้เล่นที่ได้โยนบอลเข้าในแถวทุ่ม เป็นผู้กำหนดจำนวนของผู้เล่นสูงสุดของแต่ละทีมในแถวทุ่มได้
- หากไม่มีการโยนบอลในทันทีขณะแถวทุ่มถูกสร้างขึ้น ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล ห้ามมีผู้เล่นในแถวทุ่มมากกว่า (แต่อาจมีผู้เล่นน้อยกว่าได้) ทีมที่ได้โยนบอล
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล ต้องมีผู้เล่น 1 คน อยู่ระหว่างเส้นออกและเส้น 5 เมตร ผู้เล่นจะยืนห่าง 2 เมตร จากเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออกตรงด้านข้างของแถวทุ่มฝ่ายตนเอง และห่าง 2 เมตร จากเส้น 5 เมตร
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก -
หากทีมเลือกใช้มีตัวรับลูกบอล (สกรัมฮาร์ฟ) ตัวรับลูกบอลจะยืนระหว่างเส้น 5 เมตร และเส้น 15 เมตร และยืนห่าง 2 เมตร ออกจากผู้เล่นฝ่ายเดียวกันในแถวทุ่ม แต่ละทีมอาจมีตัวรับลูกบอลได้ 1 คน เท่านั้น
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - เมื่อแถวทุ่มถูกสร้างขึ้นแล้ว ผู้เล่น :
- จากฝ่ายผู้เล่นที่ได้โยนบอล ไม่สามารถออกจากแถวทุ่มได้ นอกเหนือจากการเปลี่ยนตำแหน่งกับผู้เล่นอื่นๆ ในแถวทุ่มได้
- จากทีมผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล สามารถออกจากแถวทุ่มได้ เพื่อให้แน่ใจว่ามีจำนวนผู้เล่นในแถวทุ่มไม่มากกว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
- ผู้เล่นที่อยู่ในแถวทุ่ม สามารถสลับตำแหน่งกันได้ภายในแถวทุ่ม ก่อนที่ลูกบอลจะถูกโยนออกมา
- ผู้เล่นในแถวทุ่มที่กำลังจะทำการยกหรือซับพอร์ตผู้เล่นฝ่ายเดียวที่กระโดดรับบอล อาจใช้ การรอจับ (Pre – grip) ผู้เล่นที่กระโดดนั้นได้ แต่ไม่ให้รอจับต่ำกว่ากางเกงจากด้านหลัง หรือ จับต่ำกว่าต้นขาจากด้านหน้า
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ผู้เล่นต้องไม่กระโดด หรือ ถูกยก หรือ ซับพอร์ต ก่อนที่ลูกบอลจะออกจากมือผู้เล่นที่โยนบอล
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ผู้เล่นต้องไม่ทำการปะทะใดๆ กับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่ลูกบอลจะถูกโยนเข้ามาในแถวทุ่ม
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การโยนบอลไปสู่แถวทุ่ม
- ผู้เล่นที่โยนบอลยืนบนจุดมาร์คที่ลูกบอลออก โดยเท้าทั้งสองข้างอยู่ด้านนอกของสนามเล่น (Field of play) ผู้ที่โยนบอลต้องไม่ก้าวเข้าไปในสนามเล่น จนกว่าบอลจะถูกโยนออกมา
บทลงโทษ : มีสิทธิ์ได้เลือกระหว่าง การทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม (โดยฝ่ายที่ไม่ได้ทุ่มบอล) - ลูกบอลต้อง :
- ถูกโยนเข้ามาให้ตรงตามแนวเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) ไปยังผู้เล่นในแถวทุ่ม และ
บทลงโทษ : หากทีมผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล ไม่กระทำการยกผู้เล่นเพื่อแย่งชิงลูกบอล การเล่นจะดำเนินต่อไป หากทีมผู้เล่นที่ไม่ได้โยนบอล กระทำการยกผู้เล่นเพื่อแย่งชิง ลูกบอล ทีมนั้นจะได้รับสิทธิ์เลือกบทลงโทษตามข้อ b. - ถูกข้ามเส้น 5 เมตร ก่อนที่ลูกบอลกระทบพื้นสนาม หรือ ก่อนถูกเล่น
บทลงโทษ : บทลงโทษ : มีสิทธิ์ได้เลือกระหว่าง การทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม (โดยฝ่ายที่ไม่ได้ทุ่มบอล) หากเลือกทำแถวทุ่มและลูกบอลถูกโยนไม่ตรงอีก การทำสกรัมจะถูกให้กับทีมเดิมที่โยนลูกบอลในครั้งแรก - ถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่ม โดยปราศจากการรีรอ หรือ ถ่วงเวลา เมื่อแถวทุ่มถูกสร้างขึ้นแล้ว
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
- ถูกโยนเข้ามาให้ตรงตามแนวเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) ไปยังผู้เล่นในแถวทุ่ม และ
- ผู้ที่โยนบอลต้องไม่แกล้งทำเป็นโยนบอล (โยนหลอก)
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ผู้เล่นห้ามกีดกันการโยนบอล หรือป้องกันไม่ให้ลูกบอลเคลื่อนที่ถึงเส้น 5 เมตร
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ในระหว่างที่เกิดแถวทุ่ม
- แถวทุ่มจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อลูกบอลหลุดออกจากมือของผู้ที่โยนบอล
- เมื่อแถวทุ่มเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้ที่โยนบอลและผู้ที่โยนบอลของทีมฝ่ายตรงข้าม อาจจะ :
- เข้าร่วมในแถวทุ่ม
- ถอนตัวออกจากไปยังเส้นล้ำหน้าของผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมของทีมตัวเอง
- อยู่ภายในเส้น 5 เมตร ระหว่างเส้นออก
- เคลื่อนไปยังที่ตำแหน่ง ผู้รับลูกบอล (สกรัมฮาร์ฟ) หากตำแหน่งนั้นว่าง
- หากผู้เล่นเหล่านั้น (ผู้เล่นที่อยู่ในแถวทุ่ม) เคลื่อนที่ไปตำแหน่งใดก็ตาม ถือว่าพวกเขาล้ำหน้า
บทลงโทษ : ลูกโทษ - เมื่อแถวทุ่มเริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้เล่นใดๆ ในแถวทุ่มอาจจะ :
- แย่งชิงการครอบครองบอล
- รับลูกบอล หรือ ปัดหันเหลูกบอล ผู้เล่นที่กระโดดอาจจะรับลูกบอล หรือ ปัดหันเหลูกบอลด้วยมือด้านนอกได้ เมื่อมือทั้งสองข้างของพวกเขาอยู่บนเหนือศีรษะเท่านั้น
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ยกหรือซับพอร์ตผู้เล่นจากทีมเดียวกัน ผู้เล่นที่ซับพอร์ต หรือ ยก ผู้เล่นฝ่ายเดียวกันต้องลดระดับผู้เล่นลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยโดยทันที ไม่ว่าทีมใดชนะการครอบครองบอล
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ออกจากแถวทุ่ม ไปอยู่ในตำแหน่งเพื่อเตรียมรับบอล โดยให้พวกเขายังคงอยู่ภายในระยะ 10 เมตร ของเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) และต้องเคลื่อนที่ต่อเนื่องจนกว่าแถวทุ่มจะสิ้นสุดลง
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - คว้า และ การนำผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ครอบครองบอลล้มลงสู่พื้น โดยต้องไม่ทำขณะผู้เล่นคนนั้นอยู่ในอากาศ
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การล้ำหน้าที่แถวทุ่ม
- ผู้เล่นทั้งหมดในแถวทุ่มจะไม่ล้ำหน้า (onside) หากพวกเขายังยืนอยู่ข้างแนวของเส้นสมมติ (Mark of touch) จนกว่าลูกบอลจะถูกโยนเข้ามาและถูกสัมผัสกับผู้เล่น หรือ พื้นสนาม
- ผู้เล่นที่กระโดดเพื่อแย่งชิงลูกบอล แล้วล้ำเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) และรับบอลไม่ได้ ต้องกลับไปฝั่งของตนเองโดยทันที
- ก่อนที่ลูกบอลจะถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่ม และถูกสัมผัสผู้เล่น หรือพื้นสนาม เส้นล้ำหน้าสำหรับผู้เล่นในแถวทุ่ม คือ เส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) หลังจากนั้นเส้นล้ำหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นเส้นสมมติที่ลากผ่านตำแหน่งลูกบอล
- เมื่อ รัค หรือ มอล เกิดขึ้นที่เส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch) ผู้เล่นที่เข้าร่วม อาจทำได้หนึ่งในสองอย่างนี้ :
- เข้าร่วม รัค หรือ มอล หรือ
- ถอนตัวไปที่เส้นล้ำหน้า ซึ่งอยู่ที่เท้าสุดท้ายของผู้เล่นในกลุ่ม รัค หรือ มอล ของแต่ละทีม
- เมื่อลูกบอลถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่มแล้ว ผู้เล่นในแถวทุ่มอาจเคลื่อนที่ออกไปเกินเส้น 15 เมตรได้ หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้น 15 เมตร ผู้เล่นต้องกลับเข้ามาในแนวแถวทุ่มโดยทันที
- ผู้เล่นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในแถวทุ่ม ต้องอยู่ในระยะอย่างน้อย 10 เมตร จากเส้นสมมติ (Mark of touch) ด้านฝั่งของทีมตนเอง หรือหลังเส้นทรัยหากอยู่ใกล้กว่า หากลูกบอลถูกโยนออกไป ก่อนที่ผู้เล่นไม่ล้ำหน้า (onside) ผู้เล่นจะไม่ถูกลงโทษ หากผู้เล่นรีบถอนตัวออกไปยังตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) ทันที ผู้เล่นไม่สามารถทำให้ตัวเองไม่ล้ำหน้า (onside) โดยการกระทำใดๆ ของผู้เล่นคนอื่นๆ
- เมื่อลูกบอลถูกโยนเข้าไปในแถวทุ่มโดยผู้เล่นฝ่ายเดียวกัน ผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมในแถวทุ่ม อาจจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากนั่นเกิดขึ้นแล้ว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอาจจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากลูกบอลยังไม่ข้ามเส้น 15 เมตร ผู้เล่นจะไม่ถูกลงโทษ หากพวกเขาถอนตัวกลับไปยังเส้นล้ำหน้าของตนเองโดยทันที
บทลงโทษ : ลูกโทษ
การสิ้นสุดของแถวทุ่ม
- การทำแถวทุ่มสิ้นสุดลง เมื่อ :
- ลูกบอล หรือ ผู้เล่นที่ครอบครองบอล :
- ออกจากแถวทุ่ม หรือ
- เข้าไปในพื้นที่ระหว่างเส้นออก กับเส้น 5 เมตร หรือ
- ข้ามเส้น 15 เมตร
- รัค หรือ มอล เกิดขึ้น และเท้าของผู้เล่นทุกคนที่อยู่ใน รัค หรือ มอล เคลื่อนที่ข้ามเส้นสมมติจุดมาร์คที่ลูกบอลออก (Mark of touch)
- ลูกบอลไม่สามารถเล่นได้
- ลูกบอล หรือ ผู้เล่นที่ครอบครองบอล :
- นอกเหนือจากการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งผู้รับลูกบอลในแถวทุ่ม หากตำแหน่งนั้นว่างอยู่ ผู้เล่นในแถวทุ่มต้องไม่ออกจากแนวแถวทุ่ม จนกว่าแถวทุ่มจะสิ้นสุดลง
บทลงโทษ : ลูกโทษ
กติกาข้อ 19 การทำสกรัม (Scrum)
หลักการ
วัตถุประสงค์ของการทำสกรัม คือ เพื่อเริ่มการเล่นใหม่อีกครั้ง ด้วยการแย่งชิงเพื่อการครอบครองบอล หลังจากมีการกระทำผิดกติกาเล็กน้อย หรือมีการหยุดการเล่น
- เกมการแข่งขันถูกเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยการทำสกรัม และทีมใดเป็นฝ่ายโยนลูกบอลเข้าในสกรัมจะถูกกำหนดตามหัวข้อดังต่อไปนี้ :
| การกระทำผิดกติกา/การหยุดการเล่น | ตำแหน่งของสกรัม | ผู้ที่ได้ ใส่/โยน บอลในสกรัม |
|---|---|---|
| การทำลูกบอลตก หรือ ส่งบอลไปข้างหน้า นอกเหนือจากกรณีที่เกิดขึ้นในแถวทุ่ม | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่การกระทำผิดกติกา | ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด |
| การทำลูกบอลตก หรือ ส่งบอลไปข้างหน้า ในการทำแถวทุ่ม ; โยนบอลในแถวทุ่มผิดวิธี และการทุ่มลูกเร็ว (quick throw) ผิดวิธี | ที่เส้น 15 เมตร จากเส้นออก | ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด |
| การล้ำหน้าในการเล่นทั่วไป (Open play) (เลือกการทำสกรัม) | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่ทีมกระทำผิดกติกา เล่นบอลครั้งสุดท้าย | ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด |
| ลูกโทษ(เลือกการทำสกรัม) | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่การกระทำผิดกติกาเกิดขึ้น | ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด |
| ผู้เล่นทีมฝ่ายรับพาลูกบอลเข้าไปในเขตประตู และทำให้ลูกบอลเป็นลูกตาย | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่ลูกบอลถูกทำให้เป็น ลูกตาย | ผู้เล่นทีมฝ่ายรุก |
| การแท็คเกิ้ลและรัค ที่ไม่สามารถเล่นต่อได้ | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่การแท็คเกิ้ลและรัคเกิดขึ้น | ทีมที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าครั้งสุดท้าย หากทั้งสองทีมไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ให้สิทธิ์ทีม ผู้เล่นฝ่ายรุกเป็นผู้ ใส่/โยน บอล |
| มอลที่สิ้นสุดลงแบบไม่สำเร็จ | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มอลสิ้นสุด | ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอล ณ จุดที่มอลเริ่มต้น หากผู้ตัดสินไม่สามารถระบุได้ว่าทีมใดที่ได้ครอบครองบอล ให้สิทธิ์ทีมที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าก่อนที่มอล หยุด หากทั้งสองทีมไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ผู้เล่นฝ่ายรุกมีสิทธิ์เป็นผู้ใส่/โยน บอล |
| มอลที่ไม่สามารถเล่นต่อได้ หลังจากการเตะในการเล่นทั่วไป | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งมอล | ทีมที่ได้การครอบครองบอล ณ จุดที่มอลเริ่มต้น |
| การเตะเริ่มเล่น และการเตะเริ่มเล่นใหม่ ที่ไม่ถูกวิธี (เลือกการทำสกรัม) | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้เคียงกับจุดตรงกลางของเส้นที่ใช้เตะเริ่มเล่น หรือการเตะเริ่มเล่นใหม่เกิดขึ้น | ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอล |
| ไม่ปฏิบัติตามกติกา “การนำลูกออกมาเล่น” (“Use it”) ณ จุดการเข้าสกรัม รัค หรือ มอล | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มีการเข้าสกรัม รัค มอลเกิดขึ้น | ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอล |
| ลูกบอล หรือ ผู้ถือบอล สัมผัสกับผู้ตัดสิน แล้วทีมใดทีมหนึ่งได้เปรียบการเล่น | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับเหตุการณ์ | ฝ่ายที่เล่นบอลเป็นครั้งสุดท้าย |
| การหยุดการเล่นเนื่องจากผู้เล่นได้รับการบาดเจ็บ | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่ทีมกระทำผิดกติกา เล่นบอลครั้งสุดท้าย | ทีมสุดท้ายที่ได้ครอบครองบอล |
| การจัดสกรัมใหม่ – กรณีไม่มีการกระทำผิดกติกา | ณ ตำแหน่งที่การทำสกรัม เริ่มต้นขึ้น | ฝ่ายเดิมที่ได้โยนบอลเข้าสกรัม |
| การเตะลูกโทษทำคะแนน เกินเวลาที่กำหนดไว้ | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มีการเตะลูกโทษ | ทีมที่ไม่ได้กระทำผิด |
| ผู้ตัดสินสั่งให้ทำสกรัม สำหรับทุกๆเหตุผลอื่นที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกติกา | ในสกรัมโซน ณ จุดที่ใกล้ที่สุดกับตำแหน่งที่มีการหยุดการเล่น | ทีมที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าครั้งสุดท้าย หรือหากไม่มีทีมใดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ผู้เล่นฝ่ายรุกมีสิทธิ์เป็นผู้ใส่/โยน บอล |
การทำสกรัม (Scrum)
รูปแบบของสกรัม (Forming Scrum)
- สกรัม เกิดขึ้นในโซนสกรัม (scrum zone) ณ จุดมาร์คที่ถูกกำนดโดยผู้ตัดสิน
- ผู้ตัดสินทำการมาร์คจุดเพื่อสร้างเส้นกึ่งกลางของสกรัม ซึ่งลากผ่านขนานกับเส้นทรัย
- ทีมผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องเตรียมพร้อมในการเข้าสกรัมภายใน 30 วินาที หลังจากมีการมาร์คจุด
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - เมื่อทั้งสองทีมมีผู้เล่น 15 คน, ผู้เล่น 8 คน ของแต่ละทีม จับ/มัด ซึ่งกันและกันในรูปแบบตามที่ระบุไว้ในแผนภาพ ในแต่ละทีมต้องมีตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน ในแถวหนึ่ง และตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ในแถวสอง ผู้เล่นแถวหลัง 3 คน ในแต่ละทีม ถือว่าสกรัมสมบูรณ์
บทลงโทษ : ลูกโทษ - เมื่อทีมใดทีมหนึ่งมีผู้เล่นน้อยกว่า 15 คน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำนวนของผู้เล่นในแต่ละทีมในการทำสกรัมอาจถูกลดลงตามกันได้ ในกรณีการลดจำนวนผู้เล่นถูกได้รับอนุญาตให้โดยอีกทีมหนึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะลดจำนวนผู้เล่นลงตามด้วย อย่างไรก็ตามทีมผู้เล่นต้องไม่มีผู้เล่น น้อยกว่า 5 คน ในการทำสกรัม
- ผู้เล่นในสกรัมต้อง จับ/มัด ตามวิธีต่อไปนี้ :
- พร็อป (Prop) ต้องจับ/มัด กับฮุกเกอร์ (Hooker)
- ฮุกเกอร์ (Hooker) ต้องจับ/มัด ด้วยแขนทั้งสองข้าง. ทั้งนี้สามารถจับ/มัด อยู่เหนือหรือใต้แขนของ พร็อป (Prop)
- ล็อค (Lock) ต้องจับ/มัด กับพร็อป (Prop) ที่อยู่ด้านหน้าของพวกเขาโดยทันที และต้อง จับ/มัด ผู้เล่นล็อค (Lock) กันเองด้วย
- ผู้เล่นอื่นๆ ในสกรัม ต้องจับ/มัด บนลำตัวของล็อค (Lock) ด้วยแขนอย่างน้อยหนึ่งข้าง
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- ผู้เล่นทั้ง 2 กลุ่มหันหน้าเข้าหากัน โดยอยู่ด้านใดด้านหนึ่งที่ขนานกับเส้นกึ่งกลางสนาม
- ผู้เล่นแถวหนึ่งทั้ง 2 ทีม ต้องยืนห่างกันไม่เกินหนึ่งช่วงแขน โดยให้เหนือฮุกเกอร์ (Hooker) อยู่ตรง ณ จุดมาร์คพอดี
การเข้าสกรัม
- เมื่อผู้เล่นทั้งสองข้างเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่ง ผู้ตัดสินจะออกคำสั่ง “Crouch” (ย่อตัว)
- ผู้เล่นแถวหนึ่งให้อยู่ในท่าย่อตัว หากยังไม่ได้อยู่ในท่านี้มาก่อน โดยต้องรักษาระดับศีรษะและหัวไหล่ไม่ให้ต่ำกว่าสะโพกของพวกเขา ซึ่งเป็นท่าที่ใช้ตลอดระยะเวลาในการทำสกรัม
- ผู้เล่นแถวหนึ่งให้ย่อตัว โดยให้ศีรษะของผู้เล่นอยู่ทางด้านซ้ายของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยต้องไม่มีผู้เล่นใดใช้ศีรษะสัมผัสคอหรือหัวไหล่ของฝ่ายตรงข้าม
- ฮุกเกอร์ต้องวางเท้า ‘เบรก’ เพื่อช่วยเสริมความมั่นคง และหลีกเลี่ยงการรับน้ำหนักตามแนวแกน
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
- เมื่อผู้เล่นทั้งสองข้างเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่ง ผู้ตัดสินจะออกคำสั่ง “bind” (จับ/มัด)
- ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปซ้าย แต่ละต้อง จับ/มัด โดยการสอดแขนซ้ายเข้าไปด้านในแขนขวาของผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปขวา ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปขวา แต่ละฝ่ายต้อง จับ/มัด โดยการสอดแขนขวาเข้าไปด้านนอกแขนซ้ายด้านบนของผู้เล่นตำแหน่ง พร็อปซ้าย ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อป แต่ละฝ่ายต้อง จับ/มัด โดยการ กำ/คว้า ด้านหลังหรือด้านข้างของเสื้อแข่งขันของฝ่ายตรงข้าม
- ผู้เล่นทุกคนต้องยังคงรักษาการจับ/มัด ไว้ตลอดระยะเวลาในการทำสกรัม
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- เมื่อผู้เล่นทั้งสองข้างเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่ง โดยที่ฮุกเกอร์ยังคงใช้เท้าเบรก ผู้ตัดสินจะออกคำสั่ง “set” (เข้า)
- เมื่อได้ยินเสียงคำสั่ง “set” เท่านั้น ฮุกเกอร์จึงขยับเท้าเบรกขึ้น และผู้เล่นทั้งสองทีมดำเนินการเข้าสกรัมในรูปแบบที่สมบูรณ์ และการสร้างอุโมงค์ช่องว่างสำหรับใส่/โยนบอล เข้าไป
- ผู้เล่นทุกคนต้องอยู่ในตำแหน่งและพร้อมที่จะดันไปข้างหน้า
- ผู้เล่นแถวหนึ่งแต่ละคน ต้องยืนด้วยเท้าทั้งของข้างของพวกเค้าบนพื้นสนาม โดยกระจายน้ำหนักของพวกเขาอย่างน้อยหนึ่งเท้าอย่างมั่นคง/li>
- เท้าของฮุกเกอร์ (Hooker) แต่ละคน ต้องอยู่ในแนวเดียวกันกับ หรืออยู่หลังเท้าที่อยู่ด้านหน้าสุดของพร็อป (Prop) ทีมของตัวเอง
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การใส่/โยน บอลเข้าในสกรัม
- ผู้เล่นตำแหน่ง “สกรัมฮาร์ฟ” เป็นผู้เลือกด้านของสกรัมเพื่อที่จะ ใส่/โยน บอลเข้าในสกรัม
- สกรัมฮาร์ฟ ถือ/จับ ลูกบอลที่แสดงไว้ในแผนภาพ
- เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเซทสกรัมมีลักษณะเป็นสีเหลี่ยม, มั่นคง และหยุดนิ่งแล้ว สกรัมฮาร์ฟจึง ใส่/โยน ลูกบอลเข้าในสกรัม :
- จากด้านที่เลือกไว้
- จากด้านนอกอุโมงค์
- ปราศจากการรีรอ หรือถ่วงเวลา
- ด้วยการเคลือนไหวไปข้างหน้าเพียงครั้งเดียว (ห้ามดึงจังหวะกลับหรือสะบัดข้อมือ)
- ด้วยความรวดเร็ว
- ใส่/โยน ลูกบอลให้ตรง สกรัมฮาร์ฟอาจจัดแนวหัวไหล่ของตนให้ตรงกับแนวเส้นกึ่งกลางของสกรัม โดยยืนตามความกว้างของหัวไหล่ใกล้กับด้านข้างของสกรัม
- เพื่อให้ลูกบอลตกถึงพื้นภายในช่องอุโมงค์ของสกรัมเป็นครั้งแรก
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การใส่/โยน ลูกบอลในการทำสกรัม
ระหว่างที่สกรัมเกิดขึ้น
- สกรัม จะเริ่มขึ้นเมื่อบอลหลุดจากมือของสกรัมฮาร์ฟ
- ทีมอาจจะดันสกรัมได้ ก็ต่อเมื่อสกรัมเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - การครอบครองบอลอาจทำได้โดยการดันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไปข้างหลังและหลุดจากลูกบอล
- ผู้เล่นอาจดันได้ แต่ต้องดันในแนวตรงและขนานกับพื้นสนามเท่านั้น
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ผู้เล่นแถวหนึ่งอาจได้การครอบครองบอลโดยการฮุกแย่งบอล แต่ต้องทำหลังจากลูกบอลกระทบพื้นในช่องสกรัม (อุโมงค์)
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - เล่นแถวหนึ่งที่ฮุกแย่งบอล อาจทำด้วยการใช้เท้าใดเท้าหนึ่ง แต่ไม่ให้ใช้เท้าทั้งสองข้างพร้อมกัน
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ฮุกเกอร์จากทีมที่ได้ ใส่/โยนบอลในสกรัม ต้องฮุกบอล
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่มีเจตนาเตะบอลให้ออกจากช่องสกรัม ในทิศทางที่บอลถูกใส่/โยน
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - ผู้เล่นทุกคนในสกรัมอาจเล่นบอลได้ แต่ต้องใช้เท้าหรือขาส่วนล่างของพวกเขาเท่านั้น และต้องห้ามใช้เท้ายกบอลขึ้น
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ถ้าสกรัมยุบลง หรือ หากมีผู้เล่นในสกรัมถูกยกขึ้น หรือ ถูกงัดขึ้นให้ออกจากสกรัม, ผู้ตัดสินต้องเป่านกหวีดในทันที เพื่อให้ผู้เล่นคนนั้นหยุดการดัน
- เมื่อสกรัมหยุดนิ่ง และลูกบอลสามารถเห็นได้อยู่ที่ด้านหลังของสกรัม ผู้ตัดสินจะสั่ง“นำลูกออกมาเล่น” (“Use it”) จะมีเวลา 3 – 5 วินาที. ผู้เล่นต้องเล่นลูกบอลออกจากสกรัมโดยทันที บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอลเป็นผู้ใส่บอล)
การล้ำหน้าในการทำสกรัม
- ผู้เล่นยังคงรักษาตำแหน่งไม่ล้ำหน้า (onside) ตลอดระยะเวลาในการทำสกรัม
- ก่อนจะเริ่มการเล่นในการทำสกรัม สกรัมฮาร์ฟของทีมที่ไม่ได้ใส่บอล จะต้องยืน :
- อยู่ด้านฝั่งของตนเองข้างเส้นกึ่งกลางของสกรัม ถัดจากสกรัมฮาร์ฟของทีมฝ่ายตรงข้าม หรือ
- ห่างจากหลังแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่นคนสุดท้ายในสกรัมของพวกเขา อย่างน้อย 5 เมตร และ ยังคงรักษาตำแหน่งนี้ไว้จนกว่าการทำสกรัมจะสิ้นสุด
- เมื่อการเล่นในสกรัมเริ่มขึ้น สกรัมฮาร์ฟของทีมที่ได้ครอบครองบอล ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่ในระดับเดียวกันหรืออยู่หลังลูกบอล
- มื่อการเล่นในสกรัมเริ่มขึ้น สกรัมฮาร์ฟของทีมที่ไม่ได้ครอบครองบอล :
- ยืนอยู่ใกล้สกรัม โดยเท้าทั้งสองข้างต้องไม่ล้ำเกินเส้นกึ่งกลางของช่องสกรัม หรือ
- ถอนตัวถาวรออกไปยืนบนเส้นล้ำหน้าที่อยู่หลังแนวเท้าสุดท้ายของทีมนั้น, หรือ
- ถอนตัวถาวรออกไปยืนหลังแนวเท้าสุดท้ายของผู้ล่นในกรัม อย่างน้อย 5 เมตร
- ผู้เล่นทุกคนที่ไม่มีส่วนร่วมในการทำสกรัม ยังคงรักษาระยะห่างอย่างน้อย 5 เมตร จากหลังแนวเท้าสุดท้ายของทีมตนเอง
- เมื่อแนวเท้าสุดท้ายของทีมอยู่ในเขตประตู หรือ อยู่ภายในเส้น 5 เมตรของเส้นเขตประตูของทีมนั้น เส้นล้ำหน้าของผู้เล่นที่ไม่มีส่วนร่วมสำหรับทีมนั้นคือ เส้นเขตประตู
บทลงโทษ : ลูกโทษ - ทันทีที่การทำสกรัมสิ้นสุดลง เส้นล้ำหน้าจะไม่นำมาใช้บังคับอีกต่อไป
เส้นล้ำหน้าในการทำสกรัม
การรีเซทสกรัมใหม่
- เมื่อไม่มีผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา ผู้ตัดสินจะให้หยุดการเล่น และให้รีเซทสกรัมใหม่ หาก :
- สกรัมฮาร์ฟ ใส่/โยนบอล และ ลูกบอลออกจากช่องสกรัม
- สกรัมยุบลง หรือ แตก ก่อนที่สกรัมสิ้นสุด
- สกรัมถูกหมุนเกินกว่า 90 องศา จนเส้นกึ่งกลางสกรัมถูกหมุนไปยังตำแหน่งที่ขนานกับเส้นออก
- ไม่มีทีมใดชนะการครอบครองบอล
- ลูกบอลถูกเตะออกมาจากช่องสกรัมโดยไม่เจตนา ยกเว้น หากลูกบอลถูกเตะออกมาซ้ำอีกครั้ง ผู้ตัดสินต้องถือว่ากระทำโดยเจตนา
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- เมื่อรีเซทสกรัมใหม่ ลูกบอลจะถูก ใส่/โยนบอล โดยทีมที่ได้ใส่บอลก่อนหน้านี้
การสิ้นสุดการทำสกรัม
- สกรัมสิ้นสุด :
- เมื่อลูกบอลออกจากสกรัมทางด้านใดด้านหนึ่ง ยกเว้น ออกทางช่องสกรัม
- เมื่อลูกบอลมาถึงแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่น และบอลถูกเก็บขึ้นโดยผู้เล่นนั้น หรือ ถูกเล่นโดย สกรัมฮาร์ฟของทีมนั้น
- เมื่อผู้เล่นตำแหน่ง “หมายเลข 8” เก็บลูกบอลจากเท้าของผู้เล่นแถวสอง (second-row)
- เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดเนื่องจากมีการกระทำผิดกติกา
- เมื่อลูกบอลในสกรัม อยู่บน หรือ อยู่เหนือ เส้นทรัย
การเล่นอันตรายและข้อปฏิบัติที่ถูกจำกัดในการทำสกรัม
- การเล่นอันตรายในสกรัม รวมถึง :
- ผู้เล่นแถวหนึ่งเข้าชาร์จ/โจมตี ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- ดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามลง
- เจตนา ยกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจนยืนด้วยเท้าทั้งสองไม่ได้ หรือ งัดขึ้นให้ออกจากสกรัม
- เจตนายุบสกรัม
- เจตนาล้มตัวลงหรือคุกเข่า
บทลงโทษ : ลูกโทษ
- ข้อปฏิบัติอื่น ๆ ที่ถูกจำกัดในการทำสกรัม รวมถึง :
- การล้มตัว ทับ หรือ ข้าม ลูกบอลโดยทันที หลังจากลูกบอลออกจากสกรัม
- สกรัมฮาร์ฟเตะลูกบอล ขณะที่ลูกบอลอยู่ในสกรัม
- ผู้เล่นที่ไม่ใช่แถวหนึ่ง จับ หรือ ดัน ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
บทลงโทษ : ลูกโทษ - การนำลูกบอลกลับเข้าไปในสกรัม เมื่อลูกบอลออกจากสกรัมมาแล้ว
- ผู้เล่นที่ไม่ใช่แถวหนึ่ง เล่นลูกบอลในช่องสกรัม
- สกรัมฮาร์ฟพยายามที่จะทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เชื่อว่าลูกบอลได้ออกจากสกรัมแล้ว ทั้งที่ลูกบอลยังไม่ออกจากสกรัม
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
การเปลี่ยนแปลงกติกาเกี่ยวกับการทำสกรัม
- สหพันธ์อาจเปลี่ยนแปลงกติกาเกี่ยวกับการทำสกรัม ในรุ่นเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปี มาใช้ในระดับเกมการแข่งขันที่กำหนดภายในเขตอำนาจ
กติกาข้อ 20 ลูกโทษและลูกฟรีคิก (Penalty or Free-kick)
หลักการ
ลูกโทษและลูกฟรีคิกจะถูกให้เพื่อเป็นการเริ่มเล่นใหม่หลังมีการกระทำผิดกติกา
ตำแหน่งของลูกโทษและลูกฟรีคิก
- การมาร์คจุดสำหรับลูกโทษและลูกฟรีคิก ต้องอยู่ในสนามเล่น (Field of play) และต้องไม่อยู่ใกล้ไปกว่า 5 เมตร จากเส้นทรัย ตามตารางต่อไปนี้ :
| การกระทำความผิด | ตำแหน่งของลูกโทษและลูกฟรีคิก |
|---|---|
| ขณะที่ลูกบอลยังอยู่ในการเล่น ไม่รวมถึงการเข้าชาร์จล่าช้า หลังจากการเตะ | ณ จุดที่กระทำผิดกติกา |
| ขณะที่ลูกบอลเป็นลูกตายแล้ว | ณ จุดที่จะมีการเริ่มต้นการเล่นใหม่ หรือ หากจุดนั้นอยู่บนเส้นออก หรือ อยู่ภายในเส้น 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับจุดนั้น |
| หากการเล่นถูกเริ่มต้นเล่นใหม่ด้วยการเตะ Drop – out จุดมาร์คจะอยู่ที่ใดก็ตามบนเส้นบทลงโทษของการเตะ Drop – out (ทีมที่ไม่ได้กระทำผิดกติกาเป็นผู้เลือก) | |
| การกระทำผิดกติกาใด ๆ ที่เกิดขึ้นนอกพื้นที่การเล่น (Playing area) ขณะที่บอลยังอยู่ในการเล่น | บนเส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับจุดที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น หรือ หากจุดที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอยู่บนเส้นออกในเขตประตู หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ให้เริ่มที่เส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกับจุดที่มีการกระทำผิด แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง |
| การกระทำผิดกติกาใด ๆ ในการทำแถวทุ่ม | 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง บนเส้นสมมติ (Mark of touch) |
| การล้ำหน้าในจังหวะการเล่น | ที่เส้นล้ำหน้าของฝ่ายที่กระทำผิด |
| การกระทำผิดกติกาใด ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำโดยฝ่ายที่กระทำผิดทีมเดิม หลังจากได้รับลูกโทษและลูกฟรีคิกแล้ว แต่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเตะ | ปรับระยะเพิ่มอีก 10 เมตร จากจุดที่กระทำผิดในครั้งแรก |
| การเข้าชาร์จผู้เตะบอลล่าช้า | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม มีสิทธิ์เลือกได้ทั้ง จุดที่กระทำความผิด หรือ จุดที่ลูกบอลตก หรือ จุดที่ลูกบอลถูกเล่นครั้งสุดท้าย |
| หากการกระทำผิดเกิดขึ้นในเขตประตูของผู้เตะบอลให้ลูกโทษจะเกิดขึ้นที่เส้น 5 เมตร จากเส้นทรัย ในแนวเดียวกับจุดที่มีการกระทำผิด แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง | |
| ฝ่ายที่ไม่ได้กระทำผิดอาจเลือกลูกโทษ ณ จุดที่ลูกบอลตก หรือ จุดที่ลูกบอลถูกเล่นครั้งสุดท้ายก่อนลูกบอลตก แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง | |
| หากลูกบอลตกนอกสนาม ให้เลือกเล่นลูกโทษได้ที่เส้น 15 เมตร ในแนวเดียวกับจุดที่ลูกบอลตัดกับเส้นออก | |
| หากลูกบอลตก หรือ จุดที่ลูกบอลถูกเล่นครั้งสุดท้ายก่อนลูกบอลตกภายในเส้น 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 15 ตรงกับแนวที่ลูกบอลตก หรือ บอลถูกเล่นนั้น | |
| หากลูกบอลตกในเขตประตู หรือ เส้นออกในเขตประตูหรือ บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ให้เลือกเล่นลูกโทษได้บนเส้น 5 เมตร จากเส้นทรัย ในแนวเดียวกับจุดลูกบอลตัดกับเส้นทรัย แต่ไม่น้อยกว่า 15 เมตรจากเส้นออกด้านข้าง | |
| หากลูกบอลกระทบกับเสาประตู หรือ คานประตู ให้เลือกเล่นลูกโทษได้ ณ จุดที่ลูกบอลตก | |
| เจตนาโยนบอล หรือปัดบอล ออกนอกสนาม | ถ้าลูกบอลถูกโยน หรือ ถูกปัด : ไปที่เส้นออกด้านข้างหรือเส้นออกในเขตประตู หรือ ข้ามเส้นลูกตาย จากพื้นที่การเล่น จุดมาร์คจะอยู่ที่จุดที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น แต่ไม่ใกล้เส้นออกด้านข้าง เกิน 15 เมตร และต้องไม่ใกล้เส้นทรัย เกิน 5 เมตร |
| เจตนาโยนบอล หรือปัดบอล ออกนอกสนาม | ถ้าลูกบอลถูกโยน หรือ ถูกปัด : ไปที่เส้นออกด้านข้าง หรือเส้นออกในเขตประตู จากในเขตประตู จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 5 เมตร และห่างอย่างน้อยที่สุด 15 เมตร จากเส้นออกด้านข้าง |
| ข้ามเส้นลูกตาย จากในเขตประตู จุดมาร์คจะอยู่บนเส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกับที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น | |
| การกระทำผิดกติกาใด ๆ ในเขตประตู หรือ ภายในเส้น 5 เมตร จากเส้นทรัย | จุดมาร์คอยู่ในสนามเล่น (field of play) ระยะ 5 เมตร จากเส้นทรัย ในแนวเดียวกับที่มีการกระทำผิด |
- ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก จะเกิดขึ้น ณ จุดที่มาร์ค หรือที่ใดก็ตามที่อยู่ด้านหลังจุดมาร์ค บนแนวลากผ่านจุดมาร์คขนานไปกับเส้นออกข้างสนาม เมื่อลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก เกิดขึ้นผิดตำแหน่ง ก็ต้องถูกนำกลับมาเล่นใหม่
ทางเลือกของลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก
- ทีมผู้เล่นที่ได้ ลูกโทษ สามารถเลือกการทำสกรัมแทนได้
- ทีมผู้เล่นที่ได้ :
- ลูกโทษ จากแถวทุ่ม สามารถเลือกการทำแถวทุ่ม หรือ การทำสกรัม แทนได้ที่จุดมาร์คเดิม
- ลูกฟรีคิก จากแถวทุ่ม สามารถเลือกการทำแถวทุ่ม แทนได้ที่จุดมาร์คเดิม
การดำเนินการได้ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก
- ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก ต้องดำเนินการโดยปราศจากถ่วงเวลา หรือรีรอ
- ผู้เล่นใด ๆ จากฝ่ายที่ไม่ได้ทำผิดกติกาสามารถเล่นลูกโทษ หรือลูกฟรีคิกได้ ยกเว้นกรณีได้ ลูกฟรีคิก จากการมาร์ค หรือการรับยัน (Mark)
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) ต้องใช้ลูกบอลที่อยู่ในการเล่น จนกว่าผู้ตัดสินจะพิจารณาว่าลูกบอลมีข้อบกพร่อง จึงจะเปลี่ยนได้
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) หรือ การตั้งเตะ (Place – kick)
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเตะบอลไปในทุกทิศทางก็ได้
- ยกเว้นผู้ตั้งลูกบอล (placer) กรณีทีมีการตั้งเตะ (Place – kick) ผู้เล่นทีมของผู้เตะบอลต้องยังคงอยู่หลังแนวลูกบอลจนกว่าลูกบอลจะถูกเตะออกไป
- ลูกบอลต้องถูกเตะไปในระยะทางที่มองเห็นได้ชัดเจน หากผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) ถือบอล อยู่ ลูกบอลต้องออกจากมืออย่างชัดเจน หากบอลอยู่บนพื้น ลูกบอลต้องเคลื่อนที่ออกจาก จุดมาร์คอย่างชัดเจน เมื่อการเตะสำเร็จแล้ว ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเล่นลูกนั้นอีกครั้งได้
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้ครอบครองบอลเป็นผู้ใส่บอล)
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ที่จุดลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก
- เมื่อมีการให้ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องรีบถอยโดยทันทีเป็นระยะ 10 เมตร ไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง หรือ ถอยจนกระทั่งมาถึงเส้นทรัยของพวกเขา หากลูกโทษหรือ ลูกฟรีคิกอยู่ใกล้กว่า
- แม้ว่าการเล่นลูกโทษหรือลูกฟรีคิกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วทีมของผู้เตะบอลกำลังเล่นบอล ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามยังคงต้องถอยหลังออกมาตามระยะที่กำหนด (10 เมตร) และห้ามมีส่วนร่วมในเกมการแข่งขันจนกว่าจะถอยครบระยะ
- หากลูกโทษหรือลูกฟรีคิกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่มีโอกาสที่จะถอยหลังออกมาทัน พวกเขาจะไม่ถูกลงโทษ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาห้ามมีส่วนร่วมในเกมการแข่งขันจนกว่าพวกเขาจะถอยหลังออกมาครบระยะ 10 เมตร จากจุดมาร์ค หรือ จนกว่าเล่นฝ่ายเดียวกันอยู่ที่ระยะ 10 เมตร จากจุดมาร์ค แล้วเคลื่อนที่มาข้างหน้าผ่านพวกเขา
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามต้องไม่กระทำการใด ๆ ในการถ่วงเวลาการเตะ หรือกีดขวางผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) รวมถึงการเจตนาโยนบอล หรือ เตะบอลให้พ้นจากทีมที่ได้ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก
บทลงโทษ : ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก ครั้งที่ 2 ให้ปรับระยะเพิ่มไปอีก 10 เมตรจากจุดเดิม ลูกโทษ หรือลูกฟรีคิก ครั้งที่ 2 ต้องไม่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้ตัดสินจะกำหนดจุดมาร์คใหม่
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ที่จุดลูกฟรีคิก
- ทันทีที่ผู้เตะ (ลูกฟรีคิก) เริ่มเคลื่อนไหวในการเตะ ทีมฝ่ายตรงข้ามสามารถเข้าชาร์จและพยายามป้องกันการเตะลูกฟรีคิกที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการเข้าจับ/แท็คเกิ้ล หรือ บล็อกการเตะ
- หากทีมฝ่ายตรงข้ามเข้าชาร์จอย่างเป็นธรรมและพยายามป้องกันการเตะลูกฟรีคิกที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ถือว่าการเตะ (ลูกฟรีคิก) ไม่นับว่าเกิดขึ้น การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสกรัม ณ จุดมาร์ค โดยที่ทีมฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ใส่บอล
การเตะลูกโทษเพื่อทำประตู
กติกาข้อ 21 ในเขตประตู (In-Goal)
การกด/วาง ลูกบอลลงสู่พื้นในเขตประตู (Grounding the Ball)
- ลูกบอลสามารถถูกกด/วาง ในเขตประตู เมื่อ :
- โดยการจับ/ถือ ลูกบอลและสัมผัสพื้นพร้อมกับบอล หรือ
- โดยการกด/วาง ลูกบอลด้วยมือหนึ่งหรือทั้งสองมือ ด้วยแขนหนึ่งหรือทั้งสองแขน หรือด้วยลำตัวด้านหน้าของผู้เล่นตั้งแต่เอวถึงคอ
การวางบอล (Grounding the ball)
- การเก็บลูกบอลขึ้นจากพื้นไม่ถือเป็นวาง/กด ลูกบอล ผู้เล่นอาจเก็บบอลขึ้นในเขตประตู และวาง/กด ลูกบอลในพื้นที่อื่นในเขตประตูได้
- ผู้เล่นฝ่ายรุก วาง/กด ลูกบอลในเขตประตูนับคะแนนเป็นทรัย
- เมื่อผู้เล่นฝ่ายรุกที่กำลังจับ/ถือ ลูกบอลแล้ววาง/กด ลูกบอลในเขตประตู และในเวลาเดียวกันนั้น ได้สัมผัสกับเส้นออกในเขตประตู หรือเส้นลูกตาย (หรือที่ใดก็ตามที่อยู่นอกเส้นดังกล่าว) ทีมฝ่ายรับจะได้เตะลูก Drop – out ออกจากเส้น 22 เมตรของตนเอง
- เมื่อผู้ถือบอลวาง/กด ลูกบอลในเขตประตู และในเวลาเดียวกันนั้น ได้สัมผัสกับเส้นออกด้านข้าง (หรือพื้นที่ด้านนอกเส้น) ให้ถือว่าลูกบอลออกจากสนามเล่น (field of play) ไปแล้ว และฝ่ายตรงข้ามจะได้ทำแถวทุ่ม
- ผู้เล่นฝ่ายรับวาง/กด ลูกบอลในเขตประตู ถือว่าเป็นการทำ Touch down (วาง/กด ลูกบอลในเขตประตูของตนเอง)
- หากผู้เล่นที่ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) มีโมเมนตั้ม (แรงเฉื่อย) จนพาเข้าไปในพื้นที่เขตประตูของตนเอง พวกเขาสามารถทำ Touch down ได้
- ผู้เล่นที่ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) บริเวณใกล้เส้นทรัยของฝ่ายตนเอง อาจจะเอื้อมมือและวาง/กด ลูกบอลลงในเขตประตูของตนเอง เพื่อทำการ Touch down แต่ต้องทำโดยทันที
บทลงโทษ : ลูกโทษ - หากผู้เล่นสัมผัสเส้นออกข้างสนามหรือออกในเขตประตู เขาสามารถทำการกด Touch down หรือทำคะแนนเป็นทรัยได้ โดยการกดลูกบอลที่อยู่ในเขตประตู โดยต้องไม่ถือครองลูกบอล
- หากผู้เล่นที่ถูกแท็คเกิ้ล (Tackled player) อยู่ในท่าทางกำลังเอื้อมมือไปวาง/กด ลูกบอลเพื่อทำทรัย หรือทำการ Touch down ผู้เล่นฝ่ายรับคนอื่นอาจจะปัดลูกบอลไปด้านหลัง หรือ ดึง/แย่ง ลูกบอลจากผู้เล่นที่ครอบครองบอลได้ แต่ต้องไม่มีการเตะหรือจะพยายามเตะบอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ลูกบอลถูกเตะทำให้เป็นลูกตายผ่านในเขตประตู
- หากทีมผู้เล่นเตะบอลจากสนามเล่น (field of play) ผ่านเข้าไปในเขตประตูของฝ่ายตรงข้ามไปถึงเส้นออกในเขตประตู หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายรับสามารถเลือก :
- ให้เตะ Drop – out ออก ณ ที่ใดก็ตามที่อยู่บน หรือ หลังเส้น 22 เมตร หรือ
- ให้ทำสกรัม ณ จุดที่ลูกบอลถูกเตะ
ข้อยกเว้น :การเตะลูกโทษทำคะแนน (kick at goal) หรือ การเตะลูกพร้อมทำคะแนน (Dropped goal) ที่ไม่เป็นผลสำเร็จ ในกรณีนี้ ทีมผู้เล่นฝ่ายรับจะเริ่มเล่นใหม่ด้วยการเตะ Drop – out ออกจากเส้น 22 เมตร
ผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ในเขตประตู
- หากส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้เล่นฝ่ายรับอยู่ในเขตประตู ผู้เล่นคนนั้นถูกพิจารณาว่าอยู่ในเขตประตู โดยพวกเขาไม่ได้สัมผัสเส้นออก หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย
- หากผู้เล่นที่อยู่ในเขตประตู รับ/จับบอล หรือเก็บบอลที่ยังคงอยู่ในสนามเล่น (field of play) ผู้เล่นคนนั้นจะถือว่าเป็นคนนำลูกบอลเข้าในเขตประตู
- หากผู้เล่นที่ อยู่บน หรือ อยู่นอกเส้นลูกตาย หรืออยู่บนเส้นออกในเขตประตู รับ/จับบอล หรือเก็บลูกบอลภายในเขตประตู ผู้เล่นคนนั้นจะถือว่าเป็นคนทำให้ลูกบอลตาย
เสาธงมุมสนาม
- หากลูกบอลหรือผู้ถือลูกสัมผัสธงมุมสนาม หรือเสาธงมุมสนาม โดยปราศจากการสัมผัสเส้นออกหรือเส้นออกในเขตประตู การเล่นยังคงดำเนินต่อไป เว้นแต่ลูกบอลจะถูกวาง/กด ที่เสาธงมุมสนาม
ผู้เล่นสัมผัสเสาธงมุมสนามก่อนวางบอล
ลูกบอลถูกอุ้ม/จับ ไว้ในเขตประตู
- เมื่อผู้เล่นที่ถือบอลถูกอุ้ม/จับ ในเขตประตู จนไม่สามารถวาง/กด ลูกบอลหรือเล่นลูกบอลต่อไปได้ ลูกบอลจะถือว่าเป็นลูกตาย การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ try line drop-out หรือ ทำสกรัมบนเส้น 5 เมตร โดยขึ้นอยู่กับว่าลูกบอลเข้าไปในเขตประตูอย่างไร (ตามกติกาข้อ 12.12a, และกติกา ข้อ 19.1 แถวที่ 5)
สงสัยเกี่ยวกับการวาง/กด ลูกบอล
- หากมีการสงสัยเกี่ยวกับการวาง/กด ลูกบอลเป็นทีมแรกในเขตประตู การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ที่สกรัมบนเส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกับตำแหน่งที่ลุกบอลถูกวาง/กด โดยที่ทีมฝ่ายรุกเป็นผู้โยน/ใส่ ลูกบอลในกรัม
ข้อกติกาที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับการแข่งขันเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปี
กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น
เพิ่มเติม :
- หากทีมเสนอชื่อผู้เล่น 22 คน จะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 6 คน ที่สามารถเล่นในตำแหน่งแถวหนึ่งได้ เพื่อให้มีผู้เล่นสำรองครอบคลุมสำหรับตำแหน่งพร็อปซ้าย, ฮุกเกอร์ และพร็อปขวา
เพิ่มเติม :
- ถ้าผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวทางเทคนิคแล้ว สามารถกลับเข้ามาแทนที่ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บได้
กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน
- การแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มีการต่อเวลาพิเศษในเกมการแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
ถูกแทนที่ด้วย :
- เกมการแข่งขันจะใช้เวลาไม่เกิน 70 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 35 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไป ไม่อนุญาตให้ต่อเวลาพิเศษ
กติกาข้อ 19 การทำสกรัม
- เมื่อทีมใดทีมหนึ่งมีผู้เล่นน้อยกว่า 15 คน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำนวนของผู้เล่นในแต่ละทีม ในการทำสกรัมอาจถูกลดลงตามกันได้ ในกรณีการลดจำนวนผู้เล่นถูกได้รับอนุญาตให้โดยอีก ทีมหนึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะลดจำนวนผู้เล่นลงตามด้วย อย่างไรก็ตามทีมผู้เล่นต้องไม่มีผู้เล่น น้อยกว่า 5 คน ในการทำสกรัม
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เล่นทุกคนในตำแหน่งแถวหนึ่งทั้งสามคน และตำแหน่งล็อคทั้ง 2 คน ต้องได้รับฝึกฝนมาเป็น
อย่างดีสำหรับตำแหน่งเหล่านี้ หากทีมไม่สามารถส่งผู้เล่นที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีลง
สนามได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผู้ตัดสินต้องสั่งไม่ให้มีการดันสกรัม (Uncontested scrums)
- ในการทำสกรัม 8 คน รูปแบบการเข้าสกรัมต้องเป็น 3-4-1 โดยผู้เล่นคนเดียว (ผู้เล่นหมายเลข 8) จะต้องดันไปที่ล็อคทั้งสองคน ส่วนผู้เล่นล็อคต้องแพ็คด้วยศีรษะของพวกเขาโดยให้ศีรษะอยู่คนละด้านของฮุกเกอร์
- เมื่อทีมใดทีมหนึ่งถูกลดจำนวนผู้เล่นให้เหลือน้อยกว่า 15 คน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จำนวน ผู้เล่นในแต่ละทีมในการทำสกรัมจะต้องลดลงตามสัดส่วนที่เท่ากันด้วย
- ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ลดผู้เล่นในการทำสกรัมโดยทีมหนึ่ง ทีมอื่นจะต้องลดผู้เล่นในการทำสกรัมของพวกเขาตามไปด้วย โดยลดได้อย่างต่ำสุดสกรัมต้องมีฝ่ายละ 5 คน
- ในกรณีที่มีการทำสกรัมที่ไม่สมบูรณ์, ต้องจัดรูปแบบการเข้าสกรัม ดังนี้ :
- ผู้เล่น 7 คน – รูปแบบการเข้าสกรัม 3-4 (ไม่มีตำแหน่งหมายเลข 8)
- ผู้เล่น 6 คน – รูปแบบการเข้าสกรัม 3-2-1 (ไม่มีตำแหน่งแฟรงเกอร์)
- ผู้เล่น 5 คน – รูปแบบการเข้าสกรัม 3-2 (ไม่มีตำแหน่งแฟรงเกอร์และหมายเลข 8)
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ : 34
- เมื่อไม่มีผู้เล่นที่กระทำผิดกติกา ผู้ตัดสินจะให้หยุดการเล่น และให้รีเซทสกรัมใหม่ หาก :
- สกรัมถูกหมุนเกินกว่า 90 องศา จนเส้นกึ่งกลางสกรัมถูกหมุนไปยังตำแหน่งที่ขนานกับเส้นออก
ถูกแทนที่ด้วย :
- สกรัมถูกหมุนโดยไม่ได้เจตนาเกิน 45 องศา.
ข้อ : 38
- ข้อปฏิบัติอื่น ๆ ที่ถูกจำกัดในการทำสกรัม รวมถึง :
เพิ่มเติม :
- การดันสกรัมไปข้างหน้าเกิน 1.5 เมตร ไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตรงข้าม
- การเก็บบอลไว้ในสกรัม เมื่อบอลถูกส้นเท้าเกี่ยวและถูกควบคุมไว้ที่ฐานของสกรัมแล้ว (ต้องเอาลูกบอลออกมาเล่น)
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก - การเจตนาหมุนสกรัม
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อกติกาที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ประเภท 7 คน
กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น
ข้อ 1 :
- แต่ละทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 15 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ถูกแทนที่ด้วย :
- ในแต่ละทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 7 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ข้อ 2 ถูกลบออก
ข้อ 4 :
- สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ สหพันธ์/สมาคมสามารถระบุชื่อผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทีมผู้เล่นสามารถระบุชื่อและใช้ผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 5 คน
ข้อ 5 :
- สำหรับการแข่งขันอื่น ๆ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่สามารถลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คนลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
- ฝ่ายจัดการแข่งขันจะพิจารณาจำนวนการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 5 คน
ข้อ 8 – 13 ถูกลบออก
ข้อ 16 – 20 ถูกลบออก
ข้อ 31 :
- หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับใบเหลือง ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับ อนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนาม จนกว่าหลังหมดช่วงเวลาระงับการเล่น ยกเว้นเพื่อปฏิบัติตาม กติกาข้อ 3.19 หรือ 3.20 และเฉพาะในกรณีที่ผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
ถูกแทนที่ด้วย :
- หากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวชั่วคราวได้รับใบเหลือง ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวคนเดิมจะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าไปยังสนามการเล่น จนกว่าหลังหมดช่วงเวลาระงับการเล่น และเฉพาะในกรณีที่ผู้เล่นผ่านการตรวจทางการแพทย์แล้ว ให้ดำเนินการดังกล่าวภายในกำหนดเวลาของการออกจากสนาม (field of play)
ข้อ 33a ถูกลบออก
ข้อ 33e ถูกลบออก
กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน
ข้อ 1 :
- เกมการแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่ง ไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มี การต่อเวลาพิเศษในเกมส์การแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
ถูกแทนที่ด้วย :
- เกมการแข่งขันจะใช้เวลา 14 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 7 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไป เมื่อการแข่งขันเสมอกันต้องมีการใช้การต่อเวลาพิเศษ โดยให้เล่นใหม่หลังจากหยุดพัก 1 นาที โดยแต่ละช่วงการต่อเวลาพิเศษมีระยะเวลาครึ่งละไม่เกิน 5 นาที หลังจบแต่ละช่วงการต่อเวลา ทีมจะสลับฝั่งโดยไม่มีการพัก การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศอาจใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 10 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไปและการต่อเวลาพิเศษ
ข้อ 2 :
- ช่วงพักครึ่งเวลา มีระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ระหว่างช่วงเวลานี้ ทีมผู้เล่นและผู้ตัดสิน อาจออกจากบริเวณสนามแข่งขันได้
ถูกแทนที่ด้วย :
- การพักครึ่งเวลา ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที
กติกาข้อ 6 ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน
ข้อ 3 :
- ผู้ตัดสินเป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงเหรียญ โดยหัวหน้าทีมของฝ่ายหนึ่งจะทำการโยนเหรียญ และหัวหน้าทีมของอีกฝ่ายจะเป็นผู้เลือก ผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญจะตัดสินใจว่าเป็นฝ่ายที่เลือก เตะเริ่มเกม หรือ เลือกทิศทาง (เลือกแดน) และในทางกลับกัน ถ้าผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญ ตัดสินใจเลือกทิศทาง (เลือกแดน) ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเตะเริ่มเกม
เพิ่มเติม :
- ก่อนการต่อเวลาพิเศษจะเริ่มขึ้น ผู้ตัดสินจะจัดการเสี่ยงเหรียญในลักษณะเดียวกันกับก่อนการแข่งขัน
เพิ่มเติม :
ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู (IN-GOAL JUDGES)
- มีผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู 2 คน สำหรับแต่ละการแข่งขัน คนหนึ่งจะอยู่ในพื้นที่ในเขตประตูแต่ละด้าน
- ผู้ตัดสินมีอำนาจในการควบคุมผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู เช่นเดียวกับผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น
- ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตูจะส่งสัญญาณถึงผลการเตะเปลี่ยนประตู หรือการเตะลูกโทษทำประตู
- ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตูจะส่งสัญญาณเมื่อลูกบอลหรือผู้ถือบอล ได้ออกสนามจากเส้นออก ในเขตประตู
- หากจำเป็น ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตูจะช่วยผู้ตัดสินในการตัดสินใจในการทำ touch down และการวางทรัย
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจให้อำนาจให้ผู้ช่วยผู้ตัดสินในเขตประตู ในการส่งสัญญาการทำผิดกติการ้ายแรง (Foul play) ในเขตประตูได้
- ผู้ตัดสินในเขตประตูไม่จำเป็นต้องมี ในกรณีที่มี TMO อยู่แล้ว
กติกาข้อ 8 การทำคะแนน
ข้อ 7 :
- เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick) ซึ่งอาจใช้เป็นการวางเตะ หรือ เตะ Drop-kick
ถูกแทนที่ด้วย :
- เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน, จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู, ซึ่งอาจเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
ข้อ 8 :
ข้อ b. ถูกลบออก
ข้อ c.
- ดำเนินการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) นับจากเวลาที่ได้ทรัย กรณีที่ลูกบอลกลิ้งล้มลง ให้สามารถทำการตั้งเตะใหม่ได้อีกครั้ง
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต - ทำการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 30 วินาที นับจากเวลาที่ได้ทรัย
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ถูกแทนที่ด้วย :
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเตะเปลี่ยนประตู
ข้อ 14 :
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ถอยไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง และไม่ก้าวข้ามเส้นทรัยนั้นได้ จนกว่าผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ เมื่อผู้เตะลูกบอลทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาอาจทำการชาร์จ หรือกระโดดเพื่อป้องกันการเตะ แต่ต้องไม่กระทำการ ยก/อุ้ม โดยผู้เล่นคนอื่นๆ
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ต้องรวมตัวขึ้นมาใกล้กับเส้น 10 เมตรของฝ่ายตัวเองทันที
บทลงโทษ
- หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, ผู้เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จอีก เมื่อวิธีการเตะอื่นๆ ถูกได้รับอนุญาต ผู้เตะลูกบอลอาจใช้วิธีการเตะซ้ำแบบเดิม ผู้เตะลูกบอลอาจเปลี่ยนวิธีการเตะได้ (เป็นการเตะ Drop-kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
- หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จ
ข้อ 16. ถูกลบออก
ข้อ 21 :
- ผู้เตะลูกบอลต้องดำเนินการเตะภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน เว้นแต่ลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง และให้ทำการตั้งเตะใหม่อีกครั้ง
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เตะบอลต้องทำการเตะภายใน 30 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ข้อ 24 :
- ผู้เตะลูกบอลได้วางลูกบอลที่พื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย, ขี้เลื่อย, หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจถูกช่วยโดยผู้จับตั้งบอล ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
- การเตะเปลี่ยน ต้องเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
เพิ่มเติม
การต่อเวลาพิเศษ (EXTRA TIME)
ข้อ 30 :
- ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมที่ทำคะแนนได้ก่อนจะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะในทันที โดยไม่ต้องเล่นต่อ
กติกาข้อ 9 การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul Play)
ข้อ 29 :
- เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่นชั่วคราว 10 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน (ใบแดง)
ถูกแทนที่ด้วย :
- เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่น 2 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนาม แข่งขัน (ใบแดง)
กติกาข้อ 12 การเตะเริ่มเกมและการเตะเริ่มเล่นใหม่
ข้อ 4 :
- หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาจะเริ่มต้นการเล่นใหม่ บน หรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้งครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
- หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมเดิมจะเล่นเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-kick บน หรือ หลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม การเตะเริ่มเล่นใหม่ต้องเกิดขึ้นภายใน 30 วินาที นับจากการเตะเปลี่ยนประตูเป็นผลหรือถูกปฏิเสธ หรือนับจากเวลาการเตะลูกโทษ หรือการเตะ Dropped goal
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 5 :
- เมื่อบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)- บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 6 :
- ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
- ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 8 :
- หากลูกบอลออกสนามโดยตรง ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
- ให้เตะใหม่อีกครั้ง
- ทำสกรัม (Scrum)
- ทำแถวทุ่ม (Lineout)
- การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
ถูกแทนที่ด้วย :
- ลูกบอลต้องไม่ออกนอกสนามโดยตรง
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 9 :
- หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
- หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะจะได้รับ ลูกฟรีคิก
ข้อ 11 :
- การเล่นถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร เมื่อการเตะลูกโทษทำคะแนน (Penalty Goal) หรือการเตะ Dropped Goal เพื่อทำคะแนนไม่สำเร็จ แล้วลูกบอลถูกกดให้เป็นลูกตายในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลูกบอลเป็นลูกตายทะลุออกไปใน เขตประตู จากการเตะอย่างใดอย่างหนึ่ง
ถูกแทนที่ด้วย :
- นอกเหนือจาการเตะเริ่มเล่น หรือการเตะเริ่มเล่นใหม่ หากลูกบอลถูกเล่น หรือนำพาเข้าไปในเขตประตูโดยผู้เล่นฝ่ายรุก และผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกบอลตาย การเล่นจะถูกเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-out จากเส้น 22 เมตร
ข้อ 12 ถูกลบออก
กติกาข้อ 18 บอลออกจากสนาม, การทุ่มบอลเร็ว และการทำแถวทุ่ม
ข้อ 8 :
- การเริ่มเกมการแข่งขันใหม่ด้วยการทำแถวทุ่ม และทีมที่จะได้โยนบอล ถูกกำหนดไว้ตามนี้ :
- การเล่นทั่วไป
| สถานการณ์ | จุดมาร์คที่ลูกบอลออก | ฝ่ายที่ได้ทุ่มบอล |
|---|---|---|
| ผู้ถือบอลไปยังเส้นออก หรือ เตะลูกบอลออกแบบไม่โดยตรง
|
ณ ตำแหน่งที่ผู้เล่นหรือบอล สัมผัสเส้นออก หรือ ที่บอลตกแล้วข้ามเส้นออกไกลออกไป | ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม |
ข้อ 12 :
- ทีมผู้เล่นต้องสร้างแถวทุ่มให้เสร็จภายใน 30 วินาที
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทีมผู้เล่นต้องสร้างแถวทุ่ม ภายใน 15 วินาที จากการที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินหรือผู้กำกับเส้น ได้ระบุจุดมาร์คบนเส้นออก
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
กติกาข้อ 19 การทำสกรัม (Scrum)
ข้อ 4 :
- ทีมผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องเตรียมพร้อมในการเข้าสกรัมภายใน 30 วินาที หลังจากมีการมาร์คจุด
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทีมผู้เล่นทั้งสองทีม ต้องเตรียมพร้อมในการเข้าสกรัมภายใน 30 วินาที หลังจากมีการมาร์คจุด
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 5 :
- เมื่อทั้งสองทีมมีผู้เล่น 15 คน, ผู้เล่น 8 คน ของแต่ละทีม จับ/มัด ซึ่งกันและกันในรูปแบบตามที่ระบุไว้ในแผนภาพ ในแต่ละทีมต้องมีตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน ในแถวหนึ่ง และตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ในแถวสอง ผู้เล่นแถวหลัง 3 คน ในแต่ละทีม ถือว่าสกรัมสมบูรณ์
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ถูกแทนที่ด้วย :
- การเข้าสกรัมจะต้องมีผู้เล่น 3 คน จากแต่ละทีม ทั้ง 3 คนจะต้องมัดซึ่งกันและกันจนกว่าสกรัมสิ้นสุด
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 6 ถูกลบออก
ข้อ 7c ถูกลบออก
ข้อ 7d ถูกลบออก
ข้อ 23 :
- ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่มีเจตนาเตะบอลให้ออกจากช่องสกรัม ในทิศทางที่บอลถูกใส่/โยน
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เล่นแถวหนึ่งต้องไม่มีเจตนาเตะบอลให้ออกจากช่องสกรัม (อุโมงค์) หรือออกจากสกรัมในทิศทางไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตรงข้าม
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 36 :
- สกรัมจะสิ้นสุดลง :
- เมื่อลูกบอลมาถึงแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่น และบอลถูกเก็บขึ้นโดยผู้เล่นนั้น หรือ ถูกเล่นโดยสกรัมฮาร์ฟของทีมนั้น
ถูกแทนที่ด้วย :
- สกรัมจะสิ้นสุดลง :
- เมื่อลูกบอลถูกเล่นโดยผู้เล่นตำแหน่งสกรัมฮาร์ฟทีมนั้น
กติกาข้อ 20 ลูกโทษและลูกฟรีคิก (Penalty or Free–kick)
ข้อ 8 :
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) หรือ การตั้งเตะ (Place – kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) แต่ไม่อาจใช้การวางเตะ (Place – kick) ได้
กติกาข้อ 21 ในเขตประตู (In-Goal)
ลูกบอลถูกเตะทำให้ลูกตายผ่านในเขตประตู
เพิ่มเติม :
การเตะเริ่มเล่นใหม่จะต้องเตะภายใน 30 วินาที หลังจากเวลาที่เตะลูกโทษทำคะแนนไม่เป็นผลสำเร็จ
ข้อ 16 :
- เมื่อผู้เล่นที่ถือบอลถูกอุ้ม/จับ ในเขตประตู จนไม่สามารถวาง/กด ลูกบอลหรือเล่นลูกบอลต่อไปได้ ลูกบอลจะถือว่าเป็นลูกตาย การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ try line drop-out หรือทำสกรัมบนเส้น 5 เมตร โดยขึ้นอยู่กับว่าลูกบอลเข้าไปในเขตประตูอย่างไร (ตามกติกาข้อ 12.12a, และกติกา ข้อ 19.1 แถวที่ 5)
ถูกแทนที่ด้วย :
- เมื่อผู้เล่นที่ถือบอลถูกอุ้ม/จับ ในเขตประตู จนไม่สามารถวาง/กด ลูกบอลหรือเล่นลูกบอลต่อไปได้ ลูกบอลจะถือว่าเป็นลูกตาย การเล่นจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการทำสกรัมที่เส้น 5 เมตร ในแนวเดียวกัน ณ ตำแหน่งที่ถูกอุ้ม/จับ ผู้เล่นทีมฝ่ายรุกเป็นผู้โยนบอลเข้าสกรัม
ข้อกติกาที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ประเภท 10 คน
กติกาข้อ 3 ทีมผู้เล่น
ข้อ 1 :
- แต่ทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 15 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทีมมีผู้เล่นได้ไม่เกิน 7 คน ในสนามแข่งขัน (พื้นที่การเล่น) ระหว่างการเล่น
ข้อ 2 ถูกลบออก
ข้อ 4 :
- สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ สหพันธ์/สมาคมสามารถระบุชื่อผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทีมผู้เล่นสามารถระบุชื่อและใช้ผู้เล่นสำรองได้สูงสุด 5 คน
ข้อ 5 :
- สำหรับการแข่งขันอื่น ๆ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะเป็นผู้กำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่สามารถลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คนลงทะเบียนได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 8 คน
ถูกแทนที่ด้วย :
- ฝ่ายจัดการแข่งขันอาจกำหนดจำนวนผู้เล่นสำรองที่แต่ละทีมสามารถลงทะเบียนและ/หรือใช้เปลี่ยนตัวได้
ข้อ 6 :
- การเปลี่ยนตัวผู้เล่นสามารถทำได้เฉพาะเมื่อมีลูกบอลตาย และได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินเท่านั้น
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทีมผู้เล่นอาจเปลี่ยนตัวของจำนวนผู้เล่นระหว่างการแข่งขันได้ตลอดเวลา ผู้เล่นที่กำลังเข้าสู่สนามต้องมากระทำการเปลี่ยนตัว ณ เส้นกึ่งกลางสนาม หลังจากผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเล่น
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 34 ถูกลบออก
กติกาข้อ 5 เวลาการแข่งขัน
ข้อ 1 :
- เกมการแข่งขันปกติจะใช้เวลาไม่เกิน 80 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่ง ไม่เกิน 40 นาที รวมกับเวลาที่เสียไป) เว้นแต่ฝ่ายจัดการแข่งขันมีอำนาจในการกำหนดให้มีการต่อเวลาพิเศษในเกมส์การแข่งขันที่เสมอกัน ในการแข่งขันรอบแพ้คัดออก
ถูกแทนที่ด้วย :
- เกมการแข่งขันจะใช้เวลา 20 นาที (โดยแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งเวลา แต่ละครึ่งไม่เกิน 10 นาที) รวมกับเวลาที่เสียไป เมื่อการแข่งขันเสมอกันต้องมีการใช้การต่อเวลาพิเศษ โดยให้เล่นใหม่หลังจากหยุดพัก 1 นาที โดยแต่ละช่วงการต่อเวลาพิเศษมีระยะเวลาครึ่งละไม่เกิน 5 นาที หลังจบแต่ละช่วงการต่อเวลา ทีมจะสลับฝั่งโดยไม่มีการพัก
ข้อ 2 :
- ช่วงพักครึ่งเวลา มีระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที โดยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ระหว่างช่วงเวลานี้ ทีมผู้เล่นและผู้ตัดสิน อาจออกจากบริเวณสนามแข่งขันได้
ถูกแทนที่ด้วย :
- การพักครึ่งเวลา ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที
กติกาข้อ 6 ผู้ตัดสิน/เจ้าหน้าที่การแข่งขัน
ข้อ 3 :
- ผู้ตัดสินเป็นผู้ดำเนินการเสี่ยงเหรียญ โดยหัวหน้าทีมของฝ่ายหนึ่งจะทำการโยนเหรียญ และหัวหน้าทีมของอีกฝ่ายจะเป็นผู้เลือก ผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญจะตัดสินใจว่าเป็นฝ่ายที่เลือกเตะเริ่มเกม หรือ เลือกทิศทาง (เลือกแดน) และในทางกลับกัน ถ้าผู้ชนะการเสี่ยงเหรียญตัดสินใจเลือกทิศทาง (เลือกแดน) ฝ่ายตรงข้ามต้องเลือกเตะเริ่มเกม
เพิ่มเติม :
- ก่อนการต่อเวลาพิเศษจะเริ่มขึ้น ผู้ตัดสินจะจัดการเสี่ยงเหรียญในลักษณะเดียวกันกับก่อนการแข่งขัน
กติกาข้อ 8 การทำคะแนน
ข้อ 7 :
- เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู (Conversion kick) ซึ่งอาจใช้เป็นการวางเตะ หรือ เตะ Drop-kick
ถูกแทนที่ด้วย :
- เมื่อการวางทรัยเป็นคะแนน, จะทำให้ทีมนั้นมีสิทธิ์ในการเตะเปลี่ยนประตู, ซึ่งอาจเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
ข้อ 8 ผู้เตะบอล :
ข้อ b. ถูกลบออก
- ดำเนินการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) นับจากเวลาที่ได้ทรัย กรณีที่ลูกบอลกลิ้งล้มลง ให้สามารถทำการตั้งเตะใหม่ได้อีกครั้ง
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ถูกแทนที่ด้วย :
- ทำการเตะเปลี่ยนประตู ภายใน 30 วินาที นับจากเวลาที่ได้ทรัย
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต
ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามในการเตะเปลี่ยนประตู
ข้อ 14 :
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ถอยไปยังเส้นทรัยของฝ่ายตนเอง และไม่ก้าวข้ามเส้นทรัยนั้นได้ จนกว่าผู้เตะลูกบอลจะเริ่มเข้าไปทำการเตะ เมื่อผู้เตะลูกบอลทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาอาจทำการชาร์จ หรือกระโดดเพื่อป้องกันการเตะ แต่ต้องไม่กระทำการ ยก/อุ้ม โดยผู้เล่นคนอื่นๆ
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด ต้องรวมตัวขึ้นมาใกล้กับเส้น 10 เมตรของฝ่ายตัวเองทันที
บทลงโทษ : หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, ผู้เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จอีก เมื่อวิธีการเตะอื่นๆ ถูกได้รับอนุญาต ผู้เตะลูกบอลอาจใช้วิธีการเตะซ้ำแบบเดิม ผู้เตะลูกบอลอาจเปลี่ยนวิธีการเตะได้ (เป็นการเตะ Drop-kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
บทลงโทษ :หากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามฝ่าฝืนกติกาในขณะการเตะเปลี่ยนประตู แต่การเตะเปลี่ยนนั้นสำเร็จ, ให้ยืนคะแนนไว้ แต่ถ้าการเตะเปลี่ยนไม่สำเร็จ, เตะลูกบอลจะทำการเตะเปลี่ยนประตูอีกครั้ง และไม่อนุญาตให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำการวิ่งชาร์จ
ข้อ 16. ถูกลบออก
ข้อ 21 :
- ผู้เตะลูกบอลต้องดำเนินการเตะภายใน 60 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน เว้นแต่ลูกบอลที่ตั้งเตะล้ม/กลิ้ง และให้ทำการตั้งเตะใหม่อีกครั้ง
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เตะบอลต้องทำการเตะภายใน 30 วินาที (เวลาการเล่น) ตั้งแต่เวลาที่ทีมผู้เล่นได้แจ้งถึงเจตนาของพวกเขากับผู้ตัดสิน
บทลงโทษ : การเตะไม่ได้รับอนุญาต และ ให้ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ข้อ 24 :
ผู้เตะลูกบอลได้วางลูกบอลที่พื้นสนามโดยตรง หรือบนทราย, ขี้เลื่อย, หรือที่ตั้งเตะ ผู้เตะลูกบอลอาจถูกช่วยโดยผู้จับตั้งบอล ห้ามนำสิ่งอื่นใดในการช่วยผู้เตะบอล
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
ถูกแทนที่ด้วย :
การเตะเปลี่ยน ต้องเป็นการเตะ Drop-kick เท่านั้น
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่บอล)
การต่อเวลาพิเศษ (EXTRA TIME)
ข้อ 30 :
เพิ่มเติม
- ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมที่ทำคะแนนได้ก่อนจะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะในทันที โดยไม่ต้องเล่นต่อ
กติกาข้อ 9 การทำผิดกติการ้ายแรง (Foul Play)
ข้อ 29 :
- เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่นชั่วคราว 10 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนามแข่งขัน (ใบแดง)
ถูกแทนที่ด้วย :
- เมื่อผู้เล่นถูกตักเตือนและถูกสั่งให้พักการเล่น 2 นาที ผู้ตัดสินจะแสดงใบเหลืองให้ผู้เล่นคนนั้น หากผู้เล่นคนนั้นต่อมากระทำผิดอื่นๆ จนได้รับใบเหลืองอีกครั้ง ผู้เล่นคนนั้นต้องถูกให้ออกจากสนาม แข่งขัน (ใบแดง)
กติกาข้อ 12 การเตะเริ่มเกมส์และการเตะเริ่มเล่นใหม่
ข้อ 4 :
- หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาจะเริ่มต้นการเล่นใหม่ บน หรือหลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีก
ถูกแทนที่ด้วย :
- หลังจากที่ทีมทำคะแนนได้ ทีมเดิมจะเล่นเริ่มต้นใหม่ด้วยการเตะ Drop-kick บน หรือ หลัง ตรงจุดกึ่งกลางของเส้นกึ่งกลางสนาม
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 5 :
- เมื่อลูกบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
- ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
บทลงโทษ : ทำสกรัม (ฝ่ายที่ไม่ได้เตะบอลได้ใส่ลูก)
- ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
ถูกแทนที่ด้วย :
- เมื่อลูกบอลถูกเตะออกไปแล้ว :
- ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
- ทีมฝ่ายเดียวกันของผู้เตะลูกบอล ต้องอยู่หลังแนวบอล
ข้อ 6 :
- ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
บทลงโทษ : ฝ่ายผู้เล่นที่ไม่ได้เตะ เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีกครั้ง
ถูกแทนที่ด้วย :
- ลูกบอลต้องข้ามเส้น 10 เมตร
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 8 :
- หากลูกบอลออกสนามโดยตรง ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกทำได้หนึ่งข้อดังต่อไปนี้ :
- ให้เตะใหม่อีกครั้ง
- ทำสกรัม (Scrum)
- ทำแถวทุ่ม (Lineout)
- การทุ่มลูกเร็ว (Quick-throw)
ถูกแทนที่ด้วย :
- ลูกบอลต้องไม่ออกนอกสนามโดยตรง
บทลงโทษ : ลูกฟรีคิก
ข้อ 9 :
- หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะ มีสิทธิ์เลือกระหว่างการทำสกรัม หรือให้ฝ่ายเดิมเตะใหม่อีก
ถูกแทนที่ด้วย :
- หากลูกบอลถูกเตะไปยังเขตประตูของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม โดยปราศจากการสัมผัสผู้เล่นคนอื่นๆ และผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม วาง/กด บอลโดยปราศจากการรีรอ หรือทำให้ลูกบอลเป็นลูกตายในเขตประตู หรือ อยู่บน หรือ ข้ามเส้นลูกตาย ทีมฝ่ายที่ไม่ได้เตะจะได้รับ ลูกฟรีคิก
กติกาข้อ 19 การทำสกรัม (Scrum)
ข้อ 5 :
- เมื่อทั้งสองทีมมีผู้เล่น 15 คน, ผู้เล่น 8 คน ของแต่ละทีม จับ/มัด ซึ่งกันและกันในรูปแบบตามที่ระบุไว้ในแผนภาพ ในแต่ละทีมต้องมีตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน ในแถวหนึ่ง และตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ในแถวสอง ผู้เล่นแถวหลัง 3 คน ในแต่ละทีม ถือว่าสกรัมสมบูรณ์
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ถูกแทนที่ด้วย :
- การเข้าสกรัมจะต้องมีผู้เล่น 5 คน จัดเป็น 2 แถวจากแต่ละทีม แถวหนึ่งประกอบด้วย ผู้เล่นตำแหน่ง พร็อป (Prop) 2 คน และ ฮุกเกอร์ (Hooker) 1 คน และแถวสองประกอบด้วยผู้เล่นตำแหน่ง ล็อค (Lock) 2 คน ทั้ง 5 คน จะต้องมัดซึ่งกันและกันจนกว่าสกรัมสิ้นสุด และห้ามทำการไม่มัดเพื่อเล่นบอล
บทลงโทษ : ลูกโทษ
ข้อ 6 ถูกลบออก
ข้อ 7d ถูกลบออก
ข้อ 36 :
- สกรัมจะสิ้นสุดลง :
- เมื่อลูกบอลมาถึงแนวเท้าสุดท้ายของผู้เล่น และบอลถูกเก็บขึ้นโดยผู้เล่นนั้น หรือ ถูกเล่นโดยสกรัมฮาร์ฟของทีมนั้น
ถูกแทนที่ด้วย :
-
- เมื่อลูกบอลถูกเล่นโดยผู้เล่นตำแหน่งสกรัมฮาร์ฟทีมนั้น
กติกาข้อ 20 ลูกโทษและลูกฟรีคิก (Penalty or Free–kick)
ข้อ 8 :
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) หรือ การตั้งเตะ (Place – kick)
ถูกแทนที่ด้วย :
- ผู้เตะ (ลูกโทษหรือลูกฟรีคิก) สามารถเลือกเตะลูกบอล แบบพันท์ (Punt), เตะลูกพร้อม (Drop – kick) แต่ไม่อาจใช้การวางเตะ (Place – kick) ได้
