- วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2025
- โดย : สมาคมรักบี้
- ผู้ชม : 259 ครั้ง
- แบ่งปัน : Facebook
รักบี้ 7 คนหญิงไทยตั้งธงสร้างประวัติศาสตร์กระชากทองซีเกมส์แบบไม่เสียสกอร์

รักบี้หญิงประกาศสร้างประวัติศาสตร์กระชากทองซีเกมส์แบบไม่เสียสกอร์เดียว สุภรัตน์ อัลภาชน์ ประธานผู้ฝึกสอนนักรักบี้หญิงทีมชาติไทย มั่นใจทีมหญิงไทยเหนือกว่าคู่แข่งเยอะ พร้อมเล็งใช้ซีเกมส์เป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ก่อนเดินทางไปควอลิฟาย เวิลด์ชาลเลนจ์ 2026 ที่กรุงดูไบ เพื่อชิงตั๋วไปเวิลด์คัพเดือนมกราคมนี้
ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อนที่จะส่งทัพนักกีฬาทีมชาติไทยทังทีมชายและทีมหญิงลงสู้ศึกรักบี้ 7 คน ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ สงขลา โดยทัพลูกหนำเลี๊ยบไทยมีโปรแกรมแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)
นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ ประธานผู้ฝึกสอนนักรักบี้หญิงทีมชาติไทย เปิดเผยว่า เราสามารถพูดได้เลยว่า หากเป็นในระดับอาเซียน ฝีมือรักบี้ 7 คนของประเทศไทยนั้นค่อนข้างเหนือกว่าคู่แข่งชาติต่างๆอยู่พอสมควร ก่อนหน้านี้จึงได้มีการพูดคุยกับท่านนายกสมาคมฯ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ว่าเราจะใช้นักกีฬาชุดไหนร่วมซีเกมส์ดี เพราะช่วงวันที่ 13-14 มกราคม 2569 เราก็มีโปรแกรมที่ทีมชาติชุดใหญ่ต้องไปแข่งรายการ “เวิลด์ ชาลเลนจ์ 2026” ที่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมีเรตส์ เพื่อควอลิฟายชิงตั๋วไปรายการใหญ่อย่าง “เวิลด์คัพ” ด้วย อย่างไรก็ดีการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจึงทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดความผิดพลาดประการใดได้ สุดท้ายจึงเป็นข้อสรุปที่ว่างั้นในซีเกมส์ที่จะถึงนี้เราก็ใช้ชุดใหญ่ชุดที่ดีที่สุดไปเลย เพื่อใช้เป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ก่อนบินไปยูเออีด้วย

ประธานโค้ชรักบี้สาวไทย ยังกล่าวต่อถึงความคาดหวังที่อยากให้เกิดขึ้นในซีเกมส์ครั้งนี้อีกด้วยว่า สมาคมฯ มีความมั่นใจและคาดหวังถึงขั้นให้ทีมหญิงทำสถิติคลีนชีท ไม่เสียสกอร์ในบ้านตัวเองสำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ นั่นเท่ากับว่าเราคาดหวังให้ทีมรักบี้หญิงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 โดยไม่เสียแม้แต่สกอร์เดียว เรามั่นใจว่าทีมหญิงไทยแข็งแรงกว่าอีก 4 ชาติที่จะร่วมแข่งดวยกันอย่างมาก ทั้ง สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย รวมทั้งเราจะเซฟเรื่องอาการบาดเจ็บของตัวผู้เล่นเพื่อความพร้อมในการไปแข่งขันเดือนมกราคมด้วย เพราะต้องยอมรับว่ารายการดังกล่าวที่จะชิงตั๋วไปเวิลด์คัพนั้นสำคัญกว่าซีเกมส์มาก


