คำสั่ง สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ ๐๑๓๐๓/๒๕๖๘
เรื่อง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิง ๗ คน
เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ๗ คน รายการ Jahor 7’s ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย

“บิ๊กต้น” ขึ้นประธานสหพันธ์รักบี้อาเซียนคนแรก

พร้อมช่วยเหลือทุกชาติ ชูจุดแข็งการแพทย์กายภาพ

7 ชาติอาเซียนพร้อมใจให้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นั่งตำแหน่งประธานสหพันธ์รักบี้อาเซียนคนแรก โดยมี นายกสมาคมรักบี้ของมาเลเซียเป็นรองประธาน และ นายสหพล พลปัถพี เป็นเลขาธิการสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน โดยตำแหน่งประธานจะเวียนตามเจ้าภาพซีเกมส์ โดย “บิ๊กต้น” ให้คำมั่นว่าพร้อมจะช่วยเหลือทุกชาติในอาเซียน โดยเฉพาะด้านทีมแพทย์และกายภาพที่ได้รับรองจากเวิลด์รักบี้ ทั้งนี้ต้องการให้ทุกชาติมีทีมรักบี้เพื่อบรรจุซีเกมส์ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน

ประเทศไทย โดยสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพการประชุมกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อการจัดตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน ในการร่วมมือกันพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคนี้และช่วยเหลือประเทศที่ไม่มีกีฬารักบี้ให้มีกีฬารักบี้ เพื่อให้สามารถบรรจุกีฬารักบี้ในศึกซีเกมส์ทุกครั้ง

กีฬารักบี้ถือว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในระดับโลก และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีหลายชาติที่เล่นกีฬารักบี้ และก็มีบางชาติที่ยังไม่มีกีฬารักบี้ ส่งผลให้ในศึกซีเกมส์ 2021 ที่เวียดนาม กับ ซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา ไม่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในการแข่งขันเนื่องจากประเทศเจ้าภาพไม่มีทีม จึงเป็นเหตุผลหลักของกลุ่มประเทศที่มีกีฬารักบี้คือ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ลาว และ บรูไน มาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ประเทศไทยในฐานะที่จัดประชุมใหญ่ของสหพันธ์รักบี้แห่งเอเชีย หรือ เอเชียรักบี้ เมื่อปี 2024 จึงได้อาสาเป็นเจ้าภาพการประชุมของกลุ่มผู้นำรักบี้แห่งอาเซียน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2568 ซึ่งตัวแทนของไทยนำโดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส อุปนายกสมาคม, นายสหพล พลปัถพี ประธานฝ่ายต่างประเทศ, นายณัฐพล เหมอยู่ ประธานฝ่ายนายทะเบียน นายโรจน์ พุทธคุณ ประธานฝ่ายสิทธิประโยชน์ และ นายปณิธาน ประจวบเหมาะ อนุกรรมการสมาคม อีกทั้ง สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ลาว และ บรูไน ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมใหญ่ในครั้งนี้ด้วย

ในที่ประชุมได้มีการพูดคุยแนวทางการพัฒนากีฬารักบี้ร่วมกัน และทุกชาติก็รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการที่ไม่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในซีเกมส์ ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ในที่ประชุมจึงได้มีมติให้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ขึ้นเป็นประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียนคนแรก โดยมี นายกสมาคมรักบี้ของมาเลเซียเป็นรองประธาน พร้อมทั้งแต่งตั้ง นายสหพล พลปัถพี เป็นเลขาธิการสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณทุกชาติในอาเซียนที่มาเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือแนวทางการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคของพวกเรา ส่วนการเลือกประธานสหพันธ์นั้นก็มีการพูดคุยกันว่าจะเลือกกันอย่างไร จะมีการเลือกตั้ง หรือ ยกมือสนับสนุนใครหรือไม่ แต่สุดท้ายที่ประชุมทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าตำแหน่งประธานให้เวียนตามเจ้าภาพซีเกมส์ และในปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ก็เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียนคนแรก

พ.ต.ท.กุลธน เผยต่อว่า วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน คือเราพบปัญหาคือไม่มีแข่งขันซีเกมส์ 2 สมัย ทำให้กีฬารักบี้ในภูมิภาคเราตกลงไป เพราะหายไปถึง 4 ปี ซึ่งเราก็มีการพูดคุยกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และวัตถุประสงค์อีก 1 ข้อคือเราต้องการจับมือชาติอาเซียนที่มีความเข้มแข็งในเรื่องกีฬารักบี้ ให้เข้าไปช่วยเหลือบางประเทศที่ยังไม่มีกีฬารักบี้ ช่วยให้เขาได้เรียนรู้และรู้จักกีฬารักบี้ให้มากขึ้น และสุดท้ายเพื่อต้องการสร้างพลังในความเป็นกลุ่มชาติอาเซียน เพื่อประโยชน์สูงที่สุดในเอเชียรักบี้ หรือ เวิลด์รักบี้

“ส่วนนโยบายก็จะต้องเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่ขอความร่วมมือมา โดยเราจะนำจุดแข็งของทีมรักบี้ไทย ที่ผ่านการอบรมของเวิลด์รักบี้เข้าไปช่วยพัฒนา เช่น การแพทย์, กายภาพ ที่มีความพร้อมพอสมควร นอกจากนี้เราก็จะต้องดูเรื่องงบประมาณต่างๆอีกด้วย และทางกลุ่มประเทศในอาเซียนก็ชื่นชมว่าไทยสามารถพัฒนาทีมหญิงก้าวไปสู่ทีมระดับโลกได้แล้ว” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลฯ ที่วชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ได้มีการสรุปงบดุลประจำปี 2567 รายได้ 45,594,082.94 บาท รายจ่าย 48,968,441.63 บาท รายจ่ายมากกว่ารายได้ 3,374,358.69 บาท

นอกจากนี้ พ.ต.ท.กุลธน ยังได้กล่าวในที่ประชุมว่า จากการที่แบ่งศูนย์ให้แต่ละภาคบริหารและร่วมกันพัฒนา 4 ภาคทั่วประเทศ เห็นได้ชัดว่ารักบี้ 7 คน ได้รับความสนใจมากขึ้น มีทีมสมัครแข่งขันหลายร้อยทีม ต้องขอชื่นชมประธานภาคทั้ง 4 คนที่ทำงานกันอย่างมุ่งมั่น สมาคมมีความตั้งใจจะพัฒนาไปพร้อมกันทุกส่วน ไม่ใช่แค่นักกีฬาเท่านั้น แต่ยังมีการจัดอบรมโค้ช ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน โดยใช้หลักสูตรของสหพันธ์รักบี้นานาชาติ(เวิลด์รักบี้) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกติกาที่ถูกต้องมากที่สุดและอัพเดตที่สุดของเวิลด์รักบี้ ในการไปแข่งระดับนานาชาติจะได้เล่นได้ตามกติกาใหม่

นายกสมาคมกีฬารักบี้ฯ ยังกล่าวอีกว่า ปีนี้จะมีการจัดการแข่งขันรักบี้ 15 คน ยูเนียน คัพ โดยมีไทย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ ร่วมแข่งขันที่ไต้หวัน ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งไม่อยากเห็นไทยจบอันดับสุดท้ายในรายการนี้ ต้องทำผลงานให้ดีขึ้นจากที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้จะมี มาเลเซีย และ กวม มาเซ็นสัญญาร่วมแข่งขัน ทำให้เป็นการแข่งขัน “ซิกส์เนชั่น” ในปีหน้า รวมทั้งในปีนี้ไทยไม่รับเป็นเจ้าภาพรักบี้ 7 ชิงแชมป์เอเชีย แต่จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรักบี้ 7 คนนักเรียนเอเชีย โดยจะให้สิทธิ์ของทีมแชมป์และรองแชมป์ ระดับโรงเรียนประเทศไทยไปแข่งขัน นอกจากนั้นยังจะส่งทีมชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ไปอุ่นเครื่อง ที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนการแข่งขันซีเกมส์ ที่ประเทศไทย ในเดือนธันวาคมนี้ด้วย

พ.ต.ท.กลุธน กล่าวทิ้งท้ายว่า ชาติในอาเซียนจะรวมตัวกันก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน เพื่อร่วมกันพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคของเรา โดยเฉพาะซีเกมส์ที่จะต้องมีแข่งให้ได้ทุกครั้ง และจะมีการประชุมที่ประเทศไทย ซึ่งตนก็พร้อมอาสาช่วยพัฒนารักบี้ในภูมิภาคนี้ให้ถึงที่สุด และจะริเริ่มการทำรักบี้ชายหาดให้กับกลุ่มประเทศในอาเซียน โดยจะจดทะเบียนเป็นกีฬากับ กกท.ภายในเดือนนี้

นอกจากนั้นในวันเดียวกันได้มีการจัดโครงการอบรมบุคลากรกีฬารักบี้ฟุตบอลระดับชาติ ซึ่งเป็นการอบรมผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และ ทีมแพทย์ ตามหลักสูตรของเวิลด์รักบี้ โดยบุคลากรของสมาคมที่ได้การรับรองของเวิลด์รักบี้