ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ ประธานการคัดตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกรักบี้ 15 คน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ เพรสซิเดนท์คัพ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 2-8 เมษายน นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอาอากาศ (ธูปะเตมีย์) ชื่นชมทักษะและเทคนิคของนักกีฬารักบี้เยาวชนจากทั่วประเทศไทยที่เดินทางมาทำการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติ เมื่อ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โดยชี้ว่าเยาวชนรุ่นใหม่นอกจากจะมีเทคนิคและทักษะที่ดีแล้ว ยังมีรูปร่างที่ดีด้วย

ประธานคัดเลือกนักกีฬาชุดทำศึก เพรสซิเดนท์คัพ ยังเผยอีกว่า ในการคัดเลือกดังกล่าวมีเยาวชนกว่า 130 คนทั่วประเทศเดินทางมาคัดเลือก ซึ่งก็ทำให้สมาคมได้เห็นถึงเพชรเม็ดงามของวงการรักบี้ไทยว่ายังมีอยู่จริง ซึ่งเด็กๆก็มีหลากหลายทั้งจากทีมดัง ภ.ป.ร., วชิราวุธ รวมไปถึงเด็กๆจากต่างจังหวัด และยังมีต่างชาติอีก 2 คน มาร่วมคัด โดยเวลานี้ได้มีการคัดเลือกนักกีฬาเหลือ 50 คนแล้ว และในวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์นี้ จะมารวมตัวฝึกซ้อมกัน ก่อนในวันที่ 2-3 มีนาคม จะซ้อมทีมและคัดให้เหลือ 35 คนสุดท้ายไปทำการแข่งขัน

”หลังจากนั้นเราจะเริ่มซ้อมกันตามโปรแกรมตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม และจะเก็บตัว กิน นอน ร่วมกันตั้งแต่ 23 มีนาคม เป็นตัวไปครับ ส่วนชาติที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันในศึกเพรสซิเดนท์คัพคราวนี้ ประกอบด้วย มาเลเซีย, กวม และ สิงคโปร์“

“เบน” จ่าอากาศเอก ศรุต จันดา หรือ “จ่าเบน”​ ผู้เล่นคนสำคัญ กัปตันทีมรักบี้ 7 คนชาย ควงคู่ “แนน” รักษิณา นาวาแก้ว นักรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่นชายและหญิง ของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ 9 ก.พ.2569

ทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอในการรับใช้ชาติและมีส่วนสำคัญทำให้ทีมรักบี้ 7 คนชายและหญิง คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปลายปี 2025 ได้สำเร็จ โดยในรายของ ศรุต จันดา ซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นการติดทีมชาติครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย

สำหรับงานวันนักกีฬาแห่งชาติ กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภท โอ.เค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ปัจจุบันเรียกว่า “การแข่งขันกีฬาซีเกมส์“

รวมไปถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา โดยปีนี้ถูกเลื่อนมาจัดในวันที่ 9 ก.พ.2569 เนื่องจากในช่วงปลายปีที่แล้วและต้นปี ประเทศไทยเป็นเจ้ากีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งทั้งสองมหกรรมกีฬาดังกล่าวมีการนำผลงานของนักกีฬามาใช้ในการพิจารณามอบรางวัลในปีนี้ด้วย

“เปาท็อป” เดชดนัย วงษ์ยืน (เปาท็อป) ผู้ตัดสินจากสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและต่อเนื่องในระดับนานาชาติ โดยหลังจากเปิดศักราชใหม่ 2569 เจ้าตัวได้รับคำเชิญจากสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศสิงคโปร์ ให้เข้าร่วมทำหน้าที่ตัดสินการแข่งขันรายการ Singapore Sevens (See Sevens) ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ประเทศสิงคโปร์ 

ขณะที่ล่าสุดนั้น สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศศรีลังกา ได้มีหนังสือเชิญมายังสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อขอตัวผู้ตัดสินชาวไทยไปทำหน้าที่ตัดสินใน คู่ชิงชนะเลิศรายการชิงแชมป์ระดับชาติของประเทศศรีลังกา

ทั้งนี้ ทางประเทศศรีลังกาเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทางและที่พักทั้งหมดให้กับผู้ตัดสินชาวไทย ซึ่งในโอกาสนี้ พันตำรวจโท กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวชื่นชมและให้การสนับสนุนผู้ตัดสินไทยที่ได้รับคำเชิญไปปฏิบัติหน้าที่ในระดับนานาชาติ พร้อมย้ำว่านี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการรักบี้ไทย

“เปาครีม“ ดลยากร ผูกน้อย” ผู้ตัดสินหญิงหนึ่งเดียวของไทย ได้รับเกียรติจากสหพันธ์รักบี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ปฏิบัติให้ทำหน้าที่ในเวทีรักบี้นานาชาติในการแข่งขัน รักบี้ฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 ณ รัฐเซอลาโงร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยเจ้าตัวจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ.นี้ 

สำหรับการแข่งขันรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเภท 15 คน หญิง มีทีมเข้าร่วมจากประเทศ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยนับเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีความสำคัญต่อการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นางสาวดลยากร ผูกน้อย เป็นผู้ตัดสินสังกัดสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯและได้รับรางวัล ผู้ตัดสินยอดเยี่ยมแห่งปี พ.ศ. 2568 (2025) และโดยเป็นผู้ตัดสินหญิงเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในรายการนี้ 

ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยมีผู้ตัดสินหญิงรุ่นพี่อย่าง อ.สุภาภรณ์ โกเมนเอก ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการรักบี้ไทยในระดับนานาชาติมาแล้ว และในครั้งนี้ นางสาวดลยากร ผูกน้อย ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการรักบี้ฟุตบอลไทย

สำหรับบุคคลที่มีรายชื่อผ่านการคัดเลือกรอบแรก ในการคัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติ รุ่นอายุ 17 ปี จะต้องเข้ารายงานตัว ในเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ สนามหลังวชิราวุธวิทยาลัย

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดโอกาสเยาวชนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ในการคัดตัวทีมชาติไทย ยู-17 ที่มี ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ เป็นประธานในการคัดตัวทีมชาติไทย ยู-17 เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันรักบี้ 15 คน อายุไม่เกิน 17 ปี “เพรสซิเดนท์คัพ” ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 2-8 เม.ย.2569 สังเวียนสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

สำหรับบรรยากาศในการคัดตัวนั้นมีเยาวชนจำนวน 130 คนจากทุกภูมิภาคทั่วไทย ตบเท้าเข้ามาทดสอบกันที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยแต่ละคนก็พกเอาความมั่นใจและฝีมือ ฝีเท้า ออกมาโชว์กันอย่างเต็มที่ เนื่องจากทีมชาติไทย ยู-17 เป็นก้าวแรกที่สำคัญของนักกีฬารักบี้ไทย

รอบแรก ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ ประธานการคัดตัวนักกีฬาจะเลือกเพียง 50 คน จาก 130 คน ในการเก็บตัวร่วมกัน จากนั้นก็จะคัดให้เหลือ 35 คนสุดท้ายเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ส่วนผู้ฝึกสอนชุดนี้เป็น อรรถพล ช้างเจริญ, ธาตรี ดีประดวง,พ.ต.ต.ฆฤณ ลักษณสมพงษ์ และพีระณัฐ ปุษปาคมโดยมี ภาณุพงศ์ ศิริรักษ์ เป็นผู้จัดการทีมและวสิฐ ลิ่มไพบูลย์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม

การแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน รายการ SEA 7s โดยประเทศสิงคโปร์รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพใหญ่ทุกปี โดยหนนี้เป็นการจัดควบคู่ไปกับศึกรักบี้ 7 คนเวิลด์ซีรีส์ ซึ่งคู่ชิงชนะเลิศของศึก SEA 7s ได้ลงแข่งขันในสนามเวิลด์ซีรีส์เพื่อให้แฟนๆรักบี้จากทั่วโลกได้รับชมด้วย 

ทั้งนี “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน แต่เป็นทีมชุดผสมเน้นแกนหลักเป็นกลุ่มดาวรุ่ง และมีทีมชาติชุดใหญ่ประคองเพียง 2-3 คน

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทีมรักบี้ไทยดีกรีแชมป์ซีเกมส์ทั้งชายและหญิง ก็เข้ารอบชิงชนะเลิศได้ทั้งคู่ โดยทีมหญิง สามารถล้างตาจากการคว้าอันดับ 3 ปีที่แล้ว ด้วยการเอาชนะ มาเลเซีย ไปแบบขาดลอย 39-0 จุด ทวงบัลลังก์แชมป์กลับมาได้ ส่วนทีมชายแชมป์เก่าครั้งที่แล้ว แต่ปีนี้เน้นดาวรุ่งเป็นหลักทำให้ได้รองแชมป์ หลังพ่าย มาเลเซียเพียง 1 ทรัยเท่านั้น จบลงด้วยสกอร์ 5-10 จุด