สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฯ ขอร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่ได้รับการเข้าบรรจุเป็นข้าราชการ สังกัดกองทัพเรือ ประจำปี 2568 จำนวน 3 นาย ได้แก่

1.นางสาวรักษิณา นาวาแก้ว “น้องแนน”

2.นางสาวนันทัชพร ยอดยา “น้องพิม”

3.นางสาวพรรณพัสษา ใจจริม “น้องเอิน”

สหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARF) ลงนามความร่วมมือ MOU กับ 5 ประเทศเอเชียตะวันออก ที่มี ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฮ่องกง และ กวม เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการรักบี้เอเชียให้แข็งแกร่งและยกระดับให้เทียบชั้นเวทีโลก

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2568 ที่ โรงแรมรอยัลการ์เดน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งฝั่งสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน นำโดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วย ซันนี่ เซ ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลสิงคโปร์, เอด้า มิลบี้ ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลฟิลิปปินส์, ฟาห์มี จาลิล เลขาธิการสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลมาเลเซีย, ยุดา รามอน ผู้แทนสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลอินโดนีเซีย, ชูชัย ปัญญานุวงศ์ กรรมการสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลลาว และ เคน ผู้แทนสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลบรูไน

ส่วน 5 ประเทศจากเอเชียตะวันออก มี เจฟฟรีย์ ชาง ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลจีนไทเป, สตีฟ แกรนแธม เหรัญญิกสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลกวม, คริสโตเฟอร์ บรู๊ค ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลฮ่องกง-จีน, มาซาโตะ ซึชิดะ ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลญี่ปุ่น และ ซอง วอน ซารา พาร์ค รองประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลเกาหลีใต้ โดยมี ผู้แทนจากเวิลด์รักบี้ อย่าง เดวิด คาริกี้ Chief of International Federation World Rugby, แคร์ บาเรล และ ริดซัล ซาอัด พร้อมด้วย พัชรพล เผดิมปราชญ์ ที่ปรึกษา เอกอัครราชทูต ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน และ จิรกานต์ เพชรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายการพาณิชย์) เป็นสักขีพยาน ในครั้งนี้

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฮ่องกง และ กวม ที่เข้ามาร่วมกับประเทศจากอาเซียน เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการรักบี้ของทั้ง 2 โซนเอเชีย และต้องขอขอบคุณ สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ลาว และ บรูไน ที่พวกเราช่วยกันก่อตั้งเป็นสหพันธ์รักบี้อาเซียนขึ้นมา โดยมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือการพัฒนากีฬารักบี้ในแถบกูมิภาคบ้านเรา และ สามารถที่จะสู้กับทีมระดับ เอเชีย และ ระดับโลกได้

ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในการจับมือกันของ 2 ภูมิภาคเอเชีย เพราะทั้ง 2 โซนก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเราเอาข้อดีของแต่ละประเทศมาแลกเปลี่ยนกัน ก็จะช่วยให้แต่ละชาติแข็งแกร่งขึ้น ในอดีตนั้น ฝั่งเอเชียตะวันออก กับ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งเอเชีย ซึ่งวันนี้เราดีใจมาก ที่ได้เห็นความร่วมมือแบบนี้อีกครั้ง

การที่ทั้ง 2 ภูมิภาคเอเชียจับมือกัน ก็เพื่อที่จะบริหาร จัดการกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่นการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากในปัจจุบันมีประเทศที่เป็นสมาชิกของเอเชียรักบี้มากขึ้น ทำให้ไม่สามารถที่จะรอ ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จาก เอเซีย รักบี้ได้ นี่ก็คือแผนในการช่วยเหลือตัวเอง และ พี่น้องในภูมิภาคอาเซียน ที่ผมเป็นประธานอยู่ อีกทั้งฝั่งโซนตะวันออก กับ อาเซียน ก็มีความต้องการที่จะพัฒนาร่วมกัน โตไปด้วยกัน จึงมีแนวความคิดที่ตกผลึกร่วมกันตาม mou มีหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ที่ต้องการสร้างกีฬารักบี้, ต้องการสร้างทีมชาติของตัวเองให้เข้มแข็ง ต้องการสร้างระบบการสร้างตั้งแต่เยาวชน, ต้องการพัฒนาทีมหญิง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก หรือยุทธศาสตร์ ของ เวิลด์รักบี้ จะเห็นได้จากการประชุม 17 World Rugby general Assembly ครั้งนี้

อันนี้ก็สำคัญกับไทยเรา ที่มีทีมหญิง ที่แข็งแกร่ง พอที่จะช่วยซ้อม หรือ ถ่ายทอดเรื่องต่างๆให้ได้ และที่สำคัญ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็มีการพัฒนารักบี้ อย่างรวดเร็ว นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราต้องมาจับมือกันและพัฒนาร่วมกัน ประเทศไหนมีจุดเด่นตรงไหนก็นำมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่าง ญี่ปุ่น มีระบบอะคาเดมี่ ที่ดีเยี่ยม เราต้องเรียนรู้จากญี่ปุ่น หรือ ฮ่องกง กับ สิงคโปร์ มีระบบการจัดการแข่งขันที่ดีระดับเวิลด์ซีรีส์ รวมไปถึงด้านต่างๆ เช่น การเสริมสร้างร่างกาย เทคโนโลยี และ วิทยาศาสตร์การกีฬา ในส่วนนี้ก็จะช่วยกันพัฒนา รวมไปถึงประเทศที่กำลังพัฒนากีฬารักบี้ หรือ อยากจะมีกีฬารักบี้ ทางพวกเราก็จะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะจัดลีกของชาติสมาชิก เป็นแบบประเภท 15 คน หรือ 7 คน ก็ต้องดูความเหมาะสม โดยการแข่งขันนี้อาจจะทำเรื่องไปถึงเวิลด์รักบี้ว่าขอการรับรอง เพราะถ้าเรามีแมตช์แข่งขันก็จะช่วยให้มีการพัฒนาวงการรักบี้เอเชียของทั้ง 2 ภูมิภาคได้ดีมากขึ้น ซึ่งพวกเราจะต้องแข็งแกร่งไปพร้อมกันเพื่อพร้อมสำหรับการแข่งขันในเวทีระดับโลก

“ผมได้พูดคุยกับทั้ง 5 ประเทศของเอเชียตะวันออก ซึ่งพวกเขามีความยินดีมาก ที่จะเข้ามาร่วมกับกลุ่มชาติอาเซียน ให้การช่วยกันพัฒนากีฬารักบี้ของทั้ง 2 ภูมิภาค ผมในฐานะประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARF) มีความภาคภูมิใจ และดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้ทำดิวนี้สำเร็จ เห็นความสามัคคีของทั้ง 2 ภูมิภาคเอเชีย และเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแลกเปลี่ยนความรู้ของแต่ละประเทศซึ่งกันและกันก่อนที่จะมีสเต็ปต่อไป” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน นำทีมเซ็น MOU กับ 5 ประเทศเอเชียตะวันออก ในการลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนากีฬารักบี้ของทั้ง 2 ภูมิภาคของเอเชีย

สหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน (SEARF) โดย “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์ เคลื่อนไหวแล้ว ก้าวแรกก็สะเทือนวงการรักบี้เอเซีย โดยได้เตรียมลงนามความร่วมมือกับ 5 ประเทศจากโซนเอเชียตะวันออก มี ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และ กวม ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีเมื่อ 2 ภูมิภาคจับมือเป็นพันธมิตรกัน โดยการลงนามครั้งสำคัญนี้จะมีขึ้นในวันที่ 25 ก.ย.2568 โรงแรมรอยัลการ์เดน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ได้มีการก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน (SEARF) มี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นั่งประธานคนแรก แล้วได้มีการจัดแข่งรักบี้ 15 คน ยูเนียนคัพของชาติสมาชิก ซึ่งผลตอบรับดีเกินขาด ทำให้อีก 5 ประเทศจากโซนตะวันออกเข้ามาร่วมทำ MOU

การที่สหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน ได้ ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และ กวม มาเป็นพันธมิตร ก็ถือว่าครึ่งหนึ่งของเอเชีย ผนึกกำลังร่วมใจอย่างเหนียวแน่น ญี่ปุ่น ได้ชื่อว่าเบอร์ 1 รักบี้ทวีปเอเชียลงแข่งชิงแชมป์โลกมาแล้ว มีความโดดเด่นระบบเยาวชน และ ลีกอาชีพ ส่วน ฮ่องกง สปอร์ตเอนเตอร์เทนเจ้าภาพเวิลด์ซีรีส์ “ฮ่องกงเซเว่นส์” ที่ดีที่สุด พร้อมสนามแห่งใหม่จุคนได้ครึ่งแสน

นอกจากนี้ เกาหลีใต้, ทีมชาย ก็เคยทะลุเข้าโอลิมปิคมาแล้ว ส่วนไต้หวัน และ กวม ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ทำให้เมื่อนำข้อดีของแต่ละ 5 ประเทศ มาแลกเปลี่ยนกับข้อดีของประเทศในกลุ่มอาเซียน ทำให้ยูนิตี้ของรักบี้เอเชียฝั่งตะวันออกเข้มแข็งมากขึ้น และในอนาคตจะมีโครงการพัฒนาร่วมกันอย่างแน่นอน

ส่วนรายนามในการเซ็น MOU วันที่ 25 ก.ย.2568 มีดังนี้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์รักบี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เจฟฟรีย์ ชาง ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลจีนไทเป, สตีฟ แกรนแธม เหรัญญิก สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลกวม, คริสโตเฟอร์ บรู๊ค ประธาน สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลฮ่องกง-จีน, มาซาโตะ ซึชิดะ ประธาน สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลญี่ปุ่น และ ซอง วอน ซารา พาร์ค รองประธาน สหพันธ์รักบี้เกาหลีใต้

ส่วนจีน กำลังดำเนินการประสานกันอยู่ เนื่องจากพึ่งได้ นายกฯ คนใหม่ ทั้งนี้รวมถึง สมาชิก SEARF คือ SUNNY SEAH ประธานสหพันธ์รักบี้สิงคโปร์, Ada Milby ประธานสหพันธ์รักบี้ฟิลิปปินส์, Fahmy Jalil ตัวแทน สหพันธ์รักบี้มาเลเซีย, Yudha Ramon ผู้แทนสหพันธ์รักบี้อินโดนีเซีย, Xouchai Panyanouvong กรรมการสหพันธ์รักบี้ลาว และ Ken ผู้แทนสหพันธ์รักบี้บรูไน

หลังจากที่สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดึง “โลเต้ ไลคาบูร่า” อดีตทีม “ออลแบล็คส์” นิวซีแลนด์ กลับมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทีมรักบี้สาวไทยอันดับเอเชียขึ้นๆลงๆระหว่าง 3 กับ 4 ซึ่งในปี 2025 ทางเอเชียรักบี้ได้มีการปรับรูปแบบการแข่งขัน Asia Rugby Emirates Sevens Series และทางเวิลด์รักบี้ได้ทำการลดโควต้าทีมจากเอเชียในการเข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์เหลือเพียง 1 ทีมเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมี ญี่ปุ่น กับ จีน เข้าไปเล่นในเวิลด์ซีรีส์ ทำให้ทีมอันดับ 3 เอเชีย จะได้เข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์

โลเต้ ไลคาบูร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ตนกลับมาคุมทีมชาติไทยในรอบเกือบ 2 ปี นักกีฬาหลายคนก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีสต๊าฟทีมเพิ่มมากขึ้น และมีนักกายภาพที่ดูแลเต็มเวลา ทำให้ตนกลับมารอบนี้ทีมรักบี้หญิงไทยมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงแรกก็ต้องมีการปรับจูนบ้าง แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวกันได้แล้ว ส่วนเด็กใหม่ดาวรุ่ง ที่ยังไม่เคยได้ร่วมงานด้วยก็ถือว่าเขาพยายามแสดงศักยภาพออกมาให้เห็น โดยมีกลุ่มพี่ๆ อย่าง ธนัชพร หวานดี, ธนาภรณ์ หวลคิด หรือ รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์ ที่คอยประคองน้องๆดาวรุ่ง เป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากในปีนี้

โลเต้ ยังเผยต่อว่า ช่วงเวลาที่เขาหายไป ทีมหญิงไทยก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางสนามจบอันดับ 4 แต่มาหนนี้ ตนมั่นใจในระบบและแท็กติกใหม่ๆ ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนทีมหญิงไทยอีกครั้ง เพราะจากการวิเคราะห์แล้วคู่แข่งไทยในเอเชียก็พัฒนาขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในการกลับมาคุมทีมรอบนี้กับเป้าหมายพาทีมหญิงไทยรั้งที่ 3 เอเชียแบบไร้คู่ต่อกร ส่วนการทำงานร่วมกับ ฮิโตชิ อิโปนซูกิ ก็มีความรอบรื่นดี เพราะตนเคยทำงานอยุ่ที่ญี่ปุ่นทำให้รู้ถึงวัฒนธรรมและสไตล์การทำงานของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และทีมสต๊าฟที่เก่งอีกหลายๆคน ที่มีส่วนช่วยครั้งนี้ได้เยอะมาก

“สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้ทีมรวมเป็นหนึ่งเดียวคือความมุ่งมั่นตั้งใจของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมรักบี้ ที่ดึงผมกลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง ซึ่งผมก็มีแนวทางใหม่ๆที่จะยกระดับทีมชาติไทยอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณท่านนายกที่ทำงานหนักมากๆ ช่วยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ทั้งทีมหญิงและทีมชาย รวมทั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม และผู้จัดการทีมชาติไทย” โลเต้ กล่าว

บริษัท แอสการ์ด อินฟินิท จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์กีฬาแบรนด์ “Helios” โดย ศศวัตก์ ศิริรัตนคุ้มวงศ์ กับ ณัฏฐพล โศภาวชิราฤทธิ์ สองผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ได้ลงนามเป็นผู้สนับสนุนชุดแข่งขัน รวมทั้งเสื้อผ้าสวมใส่ของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมฯ ร่วมลงนาม ท่ามกลางคณะกรรมการสมาคมเป็นสักขีพยาน

ณัฏฐพล โศภาวชิราฤทธิ์ ได้กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทาง บริษัท แอสการ์ด อินฟินิท จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ “Helios” แบรนด์เสื้อผ้ากีฬา ได้ทำงานร่วมกับ สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย อีกครั้ง ซึ่งผมเคยเป็นอดีตนักกีฬารักบี้ย่อมรู้ดีว่าผ้าแบบไหนที่เหมาะสมกับนักกีฬารักบี้ ทำให้ชุดแข่งทีมชาติไทยนั้นได้ถูกการคัดเลือกเนื้อผ้าเป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดี สวมใส่สบาย อีกทั้งดีไซน์ต่างๆก็เข้าถึงกับสรีระนักกีฬารักบี้ ส่วนลวดลายของชุดทีมชาติไทยนั้นก็แฝงด้วยความเป็นไทยใช้สีของธงชาติไทยเป็นหลัก ส่วนเสื้อสีเหลืองที่เป็นชุดหลักของทีมชาติจะมีการเล่นลวดลายอันสวยงาม

ณัฏฐพล ยังกล่าวว่า ชุดแข่งขัน “Helios” เป็นชุดที่มีคุณภาพสูง เพื่อนักรักบี้โดยเฉพาะ ทุกรายละเอียดได้รับการวิเคราะห์เป็นอย่างดี และ “Helios” พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จของนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทย

สำหรับแฟนคลับรักบี้ไทย

ผู้ใดที่สนใจสินค้า รักบี้ทีมชาติไทย สามารถติดต่อสั่ฃซื้อผ่านช่องทาง Helios ได้ ที่ Line@ : @iwearhelios

Facebook : iwearhelios

รวมถึง website www.heliosxstore.com

โดยสินค้ารักบี้ไทยมีกำหนดเริ่มวางจัดจำหน่ายในวันที่ 25 กันยายน เป็น ต้นไป

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 7 คนทีมชาติไทย ที่เตรียมลงแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชีย รายการ Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 ทั้งหมด 2 เลก โดยเลกแรกที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 20-21 ก.ย.2568 และเลกสองที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.2568

ล่าสุด “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคม ได้เรียกนักกีฬาทั้งทีมชายและทีมหญิง ประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันครั้งสุดท้าย และได้ทำพิธีเข้ารับพระราชทานเสื้อจากพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทย ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า เป็นพิธีอันทรงเกียรติของกีฬารักบี้ทีมชาติไทย เพื่อเป็นขวัญให้แก่นักกีฬายามออกไปสู้ศึกระดับนานาชาติ ส่วน Asia Rugby Emirates Sevens Series ในครั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับรูปแบบการแข่งขันและการเพิ่มทีมมีผลกระทบกับทีมชาติไทยทั้งชายและหญิงพอสมควร โดยเฉพาะทีมหญิงที่จะต้องรักษาอันดับ 3 เอเชียให้ได้ เนื่องจากจะมีผลต่อการเข้าไปแข่งเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ เพราะโควต้าเอเชียเหลือเพียง 1 ทีม ส่วนทีมชายเปิดมาก็อยู่สายแข็งเลย แต่ก็ต้องอยู่รอดให้ได้

ในครั้งนี้ทางเอเชียรักบี้ได้มีการปรับรูปแบบการแข่งขันใหม่ มีการเพิ่มเป็น 12 ทีม จากเดิม 8 ทีม การแข่งขันรอบแรกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่ม 4 ทีม โดยทีมอันดับ 1 ของทุกกลุ่ม กับ ทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 1 ทีม จะเข้าไปแข่งรอบรองชนะเลิศทันที ซึ่งทีมหญิงแรงกิ้งอันดับ 3 เอเชีย ถูกจัดในทีมวาง อยู่กลุ่ม ซี มี ไทย, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์ และ อินเดีย ขณะที่ทีมชาย อยู่กลุ่ม บี มี ไทย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และ ศรีลังกา

สำหรับนักกีฬาทีมชาย มี 13 คนดังนี้ พชร พลปัถพี, จ่าเอกนพสิทธิ์ กลัดกระยาง, จ่าอากาศเอก ศรุต จันดา, ร้อยตำรวจโท อรรณพ อินพรม, เกิดเก้า เวชโชกิตติกร, ร้อยตำรวจเอก อัครินทร์ ฐิติสกุลวิทย์, ร้อยตำรวจเอก พีระพล ชูควร, รัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล, สิบตำรวจโท สดา ธีรเทียนวรกิจ, จ่าอากาศเอก ศิรวัฒน์ วิศิษฐ์กิตติกร, ร้อยตำรวจเอก วุฒิกร แก้วเขียว, ว่าที่ร้อยตำรวจโท ธณวิน ธนธนินทร์, ร้อยตำรวจเอก ยศกร วัชรคงศักดิ์

ส่วนนักกีฬาทีมหญิงมี 13 คนดังนี้ วรรณรี มีโชค, รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณา นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม, นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อาคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา, พันธิตรา รักศิลป์