สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ OR จัดการแข่งขันรักบี้ 15 คน President Cup by OR ซึ่งเป็นแมตช์ระดับนานาชาติรุ่นอายุ 17 ปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มี 3 ชาติร่วมชิงชัยคือ ไทย, มาเลเซีย และ สปป.ลาว ใช้ระบบแข่งแบบพบกันหมด ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)


เมื่อวันที่ 10 เมษายน เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน เป็นทีมชาติไทย พบกับ มาเลเซีย โดยทั้ง 2 ทีมเอาชนะ สปป.ลาว มาด้วยกันทั้งคู่ ทำให้นัดนี้เปรียบเสมือนรอบชิงชนะเลิศ และยังได้รับเกียรติจาก นางพิชาภรณ์ วงศ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)  โออาร์ และ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย มาร่วมชมการแข่งขันและมอบรางวัล


ผลการแข่งขันปรากฏว่าทัพไทยสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมครองเกมได้ดีเอาชนะไป 28-6 จุด คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี


หลังจบเกม พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า รายการนี้ได้รับความร่วมมือจาก OR ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย 1 สมาคมกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ จริงๆ ทัวร์นาเม้นนี้เป็นการจัดการเตรียมการของ ภัครพงษ์ จักษุรักษ์ กรรมการบริหารสมาคมฝ่ายจัดการแข่งขัน ดูจากฟอร์มของเด็กๆเราแล้วต้องชื่นชมว่าทำได้ดีมาก ซึ่งทีมชุดนี้จะเป็นอนาคตของไทยทั้งในประเภท 7 คนและ 15 คน ต้องขอขอบคุณ OR ที่เห็นความสำคัญในการเติมโอกาสพัฒนานักกีฬาเยาวชนของสมาคมรักบี้ และในปีต่อๆไปก็จะมีการแข่งขันแบบนี้อีก

ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ ประธานการคัดตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกรักบี้ 15 คน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ เพรสซิเดนท์คัพ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ที่สนามกีฬากองทัพอาอากาศ (ธูปะเตมีย์) เผยถึงความพร้อมของทีมเยาวชนไทยในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนทำศึกระหว่างวันที่ 2-8 เมษายนนี้ ที่สนามกีฬากองทัพอาอากาศ (ธูปะเตมีย์) ว่า ตอนนี้นักกีฬาเยาวชนของไทยฟิตและพร้อมเกิน 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องตามโปรแกรมตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา

ประธานคัดเลือกตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกเพรสซิเดนท์คัพ เผยว่า ในระหว่างเก็บตัว ทีมยังได้ลงอุ่นเครื่องกับ 2 ทีมแกร่ง อย่าง ทหารบก กับ ม.ธนบุรี ด้วย ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็ใช้ผู้เล่นที่อายุเยอะกว่าทีมเยาวชนของไทย ดังนั้นก็ถือเป็นเกมอุ่นเครื่องที่ช่วยสร้างประสบการณ์และเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลที่ออกมาก็ถือว่าน่าพอใจเลยทีเดียว

“ทีมจะมีการประกาศตัดตัวครั้งสุดท้าย จาก 35 คนที่คัดมา จะถูกตัดให้เหลือ 26 คนสุดท้าย ซึ่งพอได้ทั้ง 26 คนสุดท้ายแล้ว นักกีฬาทุกคนก็จะเข้าสู่โหมดการแข่งขันทันที โดยทีมไทยจะลงสนามเกมแรก วันที่ 4 เมษายน เวลา 16.00 น. จากนั้น วันที่ 7 เมษายน เวลา 16.00 น. ลาว พบกับ มาเลเซีย และวันที่ 10 เมษายน ไทย พบ มาเลเซีย ซึ่งในส่วนมาเลย์ทราบมาว่า จะใช้นักกีฬาจากโรงเรียนกีฬาปาหัง โดยล่าสุดพวกเขาก็ใช้นักกีฬาจากสถาบันแห่งนี้ มาแข่งขันรักบี้นักเรียนเอเชียที่ไทย และได้แชมป์ในรายการดังกล่าวด้วย“

”ส่วนกวม เดิมทีมีโปรแกรมมาแข่งขันรายการนี้ แต่ทว่าจากปัญหาเรื่องสงคราม ทำให้นักกีฬาของพวกเขา ซึ่งหลายคนเป็นลูกครึ่งอเมริกัน ไม่สามารถที่จะเดินทางโดยเครื่องบินเพื่อมาร่วมการแข่งขันที่ไทยได้โดยสะดวกอย่างที่ควรจะเป็น หลังเวลานี้เกิดปัญหาสงคราม มีการสู้รบกันระหว่าง อิหร่าน กับ สหรัฐฯและอิสราเอล ทำให้ทางทีมรักบี้ของกวม ได้แจ้งเรื่องมายังสมาคมกีฬารักบี้ เพื่อชี้แจงและขอโทษที่ไม่สามารถส่งทีมมาเข้าร่วมได้ การแข่งขันครั้งนี้ จึงเหลือ 3 ทีม คือ ไทย, สปป.ลาว และมาเลเซีย“

โปรแกรมการแข่งขัน President Cup U17 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-10 เมษายน 2569 ณ สนามธูปะเตมีย์ โดยการแข่งขันในครั้งนี้จะประกอบด้วย 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว และ มาเลเซีย โดยจะทำการแข่งขันแบบพบกันหมด ทีมใดมีคะแนนสูงสุดก็จะคว้าแชมป์ รายการ Pressident Cup U17 ประจำปี 2026

จากผลงานด้านกีฬารักบี้เข้าตาคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาฯ ทำให้คณะกรรมการสมาคมเลือก “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รับตำแหน่งนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี 2568 หลังทำผลงานชัด ช่วยสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย คว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 พร้อมกับยังช่วยพัฒนาเยาวชน สร้างนักรักบี้ประดับวงการมากมาย และยังจับมืออาเซียนสร้างสหพันธ์ที่เข้มแข็ง

สมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศรายนาม 13 คน ที่ได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2568 โดยมีชื่อของ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีชื่อได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย และยังเป็นบุคคลเดียวใน 13 คนที่ทำงานด้านสายกีฬา ทำคุณประโยชน์และคุณูปการแก่วงการรักบี้

โดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 26 ได้สร้างคุณงามความดีและประโยชน์ต่อวงการกีฬา โดยเฉพาะกีฬารักบี้ฟุตบอล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ของไทย ผลงานล่าสุดคือการพาทีมชาติไทยคว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 และในรอบปีที่เป็นนายกสมาคมรักบี้ไทยได้สร้างทีมหญิงประเภท 7 คนก้าวไปสู่ระดับเวิลด์ซีรีส์ และ รั้งอันดับ 3 เอเชีย รวมไปถึงการพัฒนาในทุกด้านของวงการรักบี้ตั้งแต่รากหญ้าในต่างจังหวัดไปจนถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายกสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการพิจารณาทุกท่านที่ให้เกียรติเลือกตนได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2568 และขอแสดงความยินดีกับอีก 12 ท่านที่ได้รับเลือกเป็นนิสิตดีเด่น ของสถาบันอันทรงเกียรติของพวกเรา ตาม สาขาวิชาชีพที่แต่ละคนถนัด ซึ่งตนก็ให้คำมั่นว่าหลังจากนี้จะยังคงสร้างประโยชน์ให้แก่วงการกีฬารักบี้ของไทยต่อไป โดยในเดือนหน้าก็จะมีการเลือกตั้งนายกสมาคม ฯ ตนก็จะขอลงสมัครรับเลือกตั้ง อีกครั้งเพื่อขอทำหน้าที่ต่อเป็นสมัยที่ 3 และจะทำหน้าที่ ให้สมกับ เกียรติภูมิที่ได้รับ จากสถาบันการศึกษา ที่ได้เคยเล่าเรียนมา

“เบน” จ่าอากาศเอก ศรุต จันดา หรือ “จ่าเบน”​ ผู้เล่นคนสำคัญ กัปตันทีมรักบี้ 7 คนชาย ควงคู่ “แนน” รักษิณา นาวาแก้ว นักรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่นชายและหญิง ของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ 9 ก.พ.2569

ทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอในการรับใช้ชาติและมีส่วนสำคัญทำให้ทีมรักบี้ 7 คนชายและหญิง คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปลายปี 2025 ได้สำเร็จ โดยในรายของ ศรุต จันดา ซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นการติดทีมชาติครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย

สำหรับงานวันนักกีฬาแห่งชาติ กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภท โอ.เค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ปัจจุบันเรียกว่า “การแข่งขันกีฬาซีเกมส์“

รวมไปถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา โดยปีนี้ถูกเลื่อนมาจัดในวันที่ 9 ก.พ.2569 เนื่องจากในช่วงปลายปีที่แล้วและต้นปี ประเทศไทยเป็นเจ้ากีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งทั้งสองมหกรรมกีฬาดังกล่าวมีการนำผลงานของนักกีฬามาใช้ในการพิจารณามอบรางวัลในปีนี้ด้วย

การแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน รายการ SEA 7s โดยประเทศสิงคโปร์รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพใหญ่ทุกปี โดยหนนี้เป็นการจัดควบคู่ไปกับศึกรักบี้ 7 คนเวิลด์ซีรีส์ ซึ่งคู่ชิงชนะเลิศของศึก SEA 7s ได้ลงแข่งขันในสนามเวิลด์ซีรีส์เพื่อให้แฟนๆรักบี้จากทั่วโลกได้รับชมด้วย 

ทั้งนี “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน แต่เป็นทีมชุดผสมเน้นแกนหลักเป็นกลุ่มดาวรุ่ง และมีทีมชาติชุดใหญ่ประคองเพียง 2-3 คน

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทีมรักบี้ไทยดีกรีแชมป์ซีเกมส์ทั้งชายและหญิง ก็เข้ารอบชิงชนะเลิศได้ทั้งคู่ โดยทีมหญิง สามารถล้างตาจากการคว้าอันดับ 3 ปีที่แล้ว ด้วยการเอาชนะ มาเลเซีย ไปแบบขาดลอย 39-0 จุด ทวงบัลลังก์แชมป์กลับมาได้ ส่วนทีมชายแชมป์เก่าครั้งที่แล้ว แต่ปีนี้เน้นดาวรุ่งเป็นหลักทำให้ได้รองแชมป์ หลังพ่าย มาเลเซียเพียง 1 ทรัยเท่านั้น จบลงด้วยสกอร์ 5-10 จุด

ทัพนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทย ชุดคว้า 2 เหรียญทองซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในประเภททีม 7 คน ทั้งทีมชายและทีมหญิง  

เข้าร่วมงานรับมอบเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จากรัฐบาลไทย ที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งงานดังกล่าว นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี 

สำหรับทีมรักบี้ทีมชาติไทย นำโดย”โค้ชหยก“ เรือเอก ชาตรี วรรณดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ประเภททีมหญิง พร้อมด้วยนักกีฬาทีมชาติ อาทิ “กี้” ธนาภรณ์ หวลคิด และ “โฟล์ค” รัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล รวมถึงนักกีฬาคนอื่นๆได้เดินทางเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่อรับมอบเงินรางวัลอัดฉีดด้วย  

ทั้งนี้ทีมรักบี้ไทย ซึ่งคว้า 2 เหรียญทองจากทีมหญิงและทีมชาย 7 คน ได้รับเงินอัดฉีดจากรัฐบาลไทย โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ทั้งในส่วนของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวม 10,920,000 บาท 

สองหนุ่มนักรักบี้ทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองประเภททีม 7 คนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพสดๆ ร้อนๆ ไปล่าสุดอย่าง “ไรซั่ม” เกิดเก้า เวชโชกิตติกร กับ “พัชร” พชร พลปัถพี เปิดเผยความรู้สึกหลังร่วมกัน หลังทั้งคู่เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทัพรักบี้ชายทีมชาติไทยผงาดคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในรอบ 18 ปี ได้สำเร็จ โดยยกเครดิตกองเชียร์มีส่วนสำคัญอย่างมากและเปรียบเป็นเหมือนผู้เล่นในสนามคนที่ 8 ที่ช่วยให้ทีมก้าวไปสู่โพเดี้ยมเหรียญทอง

”ไรซั่ม“ กล่าวว่า กับความสำเร็จครั้งนี้ของทีมชาติไทยเรา รู้สึกดีใจและตอนที่อยู่ในสนามก็ตื่นเต้นมากเพราะกองเชียร์ไทยเรามากันเยอะมาก และจังหวะในเกมก็เต็มไปด้วยความกดดัน เลยดีใจที่ได้เหรียญทองในที่สุด ส่วน พชร กล่าวว่า คุ้มกับที่เหนื่อยมาเป็นปี ทีมชายเราต้องการเหรียญนี้มาก เป็นเหรียญที่เฝ้ารอมานานมาก

หนุ่มไรซั่ม ยังฝากถึงแฟนๆ รักบี้ไทยอีกด้วยว่า ต้องขอขอบคุณแฟนๆ มากๆ สำหรับในวันที่ 13-14 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่รักบี้ทีมชาติไทยลงแข่งขันซีเกมส์ ขอบคุณที่มาเชียร์พวกเรานักกีฬา ไม่ว่าจะในจอถ่ายทอดสดหรือที่มาถึงในสนาม อยากบอกว่าพวกเรานักกีฬาทุกคนได้รับกำลังใจดีมากๆ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์พวกเรา 

ด้าน พชร กล่าวว่า อยากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเชียร์เพราะว่ากำลังใจวันนั้นมันมีผลมากเลยกับนักกีฬา ขอบคุณมากๆ เลยที่ไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ไหน ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ตะวันตก มันทำให้เห็นว่าทุกคนพร้อมใจกันมาเชียร์รักบี้ทีมชาติไทย ขอบคุณมากๆ และจริงๆ เหรียญทองทั้งสองเหรียญนี้ของทีมชายและทีมหญิงที่ได้ในศึกซีเกมส์ 2025 ก็เพื่อคนไทยทุกคนด้วย

“โค้ชเย้” น.อ.ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย ภูมิใจหลังช่วยทีมรักบี้ 7 คนชายไทย คว้าเหรียญทอง รักบี้ 7 คน ในกีฬาซีเกมส์ 2025 มาครองได้สำเร็จ โดยถือเป็นการกลับมาคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในรอบ 18 ปี หลังจากทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2007 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่จังหวัดนครราชสีมา 

“โค้ชเย้” เปิดเผยอีกว่า เป้าหมายเดียวกันของทีมรักบี้ชายไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ คือการกลับมาคว้าเหรียญทองให้ได้ ซึ่งทุกคนมุ่งมั่นอย่างมากที่จะทำให้สำเร็จ ในรอบชิงกับสิงคโปร์ ที่แม้เราจะชนะพวกเขามาได้ในรอบจัดอันดับ 22-0 แต่รอบชิง พวกเขาแก้เกมมาดี สร้างความยากลำบากให้กับเรา อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมนักกีฬาของเราที่รวมแรงรวมใจทำหน้าที่ ก่อนจะเอาชนะไปในแมตช์ชิงชนะเลิศ 

“ชัยชนะและเหรียญทองที่ทีม 7  คนชาย ทำได้ในซีเกมส์ ทำให้พูดได้เต็มปากว่าเราคือเบอร์ 1 อาเซียนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งผลงานจากทั้งในศึกเอเชีย ชาเลนจ์ ซีรีย์ หรือ ซีเกมส์ เอง เราเป็นเบอร์ 1 ทั้งหมด แน่นอนว่าหลังจากนี้ เราก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาทีมต่อไป เพื่อรักษาความเป็น 1 ในอาเซียน หรือกระทั่งพัฒนาทีมขึ้นไปสู้กับทีมหัวแถวของเอเชีย”

สำหรับผลงานของทีมรักบี้ 7 คน ชายไทย ตลอดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นั้น ทำผลงานคว้าแชมป์ชนิดไร้พ่าย โดยรอบจัดอันดับ เอาชนะ สปป.ลาว 39-0, ชนะ สิงโปร์ 22-0, ชนะ มาเลเซีย 17-12 และชนะฟิลิปปินส์ 12-0 ก่อนที่รอบชิงชนะเลิศ จะเอาชนะสิงคโปร์ 10-5 

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน พร้อมด้วยตัวแทนชาติสมาชิก ประกอบด้วย ไทย, ลาว, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, ไต้หวัน และ กวม ได้ร่วมประชุมแผนงานการดำเนินการของสหพันธ์รักบี้เอเชียและอาเซียน ที่โรงแรมมิราเคิล

การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่เซ็น MOU กับชาติเอเชียตะวันออกไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมกันนี้ชาติสมาชิกยังได้ให้การต้อนรับประเทศติมอร์-เลสเต สมาชิกใหม่ ที่ก่อตั้งรักบี้ยูเนี่ยนของตัวเองขึ้นมาแล้ว 

นายสหพล พลปัถพี เลขาธิการสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน เปิดเผยว่า การประชุมหนนี้ มีการหารือถึงความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันพัฒนากีฬารักบี้โซนเอเชียตะวันออกที่เป็นกลุ่มประเทศชั้นนำของทวีปเอเชียคือ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง และ ไต้หวัน กับ ตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ว่าจะมีการพัฒนาในเรื่องใดบ้าง อีกทั้งประเทศติมอร์-เลสเตได้ก่อตั้งสมาคมกีฬารักบี้ขึ้นมา แล้วก็ได้มีตัวแทนเข้ามาประชุมกับสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียนเป็นครั้งแรก ซึ่งทุกชาติยินดีต้อนรับเป็นอย่างมาก

เลขาธิการสหพันธ์รักบี้อาเซียน ยังเผยอีกว่า ประเด็นสำคัญคือการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพรักบี้ 15 คน ยูเนี่ยนคัพในปีหน้า ซึ่งได้มีการพูดคุยว่าจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ตอนนี้ชาติที่จะเข้าแข่งขันมีแล้ว 7 ชาติ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, กวม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน ส่วนอีก 1 ชาติคือ ฮ่องกง จะส่งในนามทีมฮ่องกง ดราก้อน ทำให้เมื่อรวมแล้วก็จะได้ 8 ทีม ส่วนการแข่งขันรอบแรกจะจับสลากแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เอ กับ บี แล้วเอาอันดับ 1 กับ 2 ของกลุ่มเข้ารอบรองชนะเลิศ เพื่อหาผู้ชนะเข้าชิงต่อไป

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ยกเครดิตนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ที่เกี่ยวของทุกฝ่าย มีส่วนสำคัญช่วยรักบี้ไทยคว้า 2 เหรียญทอง รักบี้ 7 คนซีเกมส์​ 2025 ทั้งประเภททีมชายและหญิง พร้อมกันนี้ยังขอมอบ 2 เหรียญทองอันมีค่าให้กับพี่น้องตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละแรงกายแรงใจ และชีวิต จากการปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่ายความใจยาว ผ่านเฟซบุ๊คชื่อชมนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หลังทีมรักบี้ไทย สร้างผลงานชิ้นโบว์แดง คว้า 2 เหรียญทอง ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง ในการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อ 14 ธันวาคม 2568 ทำให้ทัพรักบี้ไทยทำผลงานตรงเป้า 2 เหรียญทอง อย่างที่ประกาศเอาไว้ก่อนการแข่งขัน โดยโพสต์ดังกล่าว ของ พ.ต.ท.กุลธน ระบุว่า

“2 เหรียญทองอันมีค่า และมีความหมายอย่างยิ่ง ในทุกประเด็น สำหรับสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ที่สำคัญและมีความหมาย มากกว่านั้น คือ ผมขอมอบความทรงคุณค่า ทั้ง 2 เหรียญ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และ ทหารหาญ ตามเขตแนวชายแดน ที่กำลังทำหน้าที่รักษาอธิปไตยของประเทศชาติอยู่ในเวลานี้ มีหลายเหตุผล ที่ผมต้องกล่าวอย่างนี้ เพราะเหตุผล ดังนี้คือ 

1. นักกีฬารักบี้ทุกคน ทั้งสองทีมชายและ หญิง ก็เปรียบเสมือนทหารหาญ ที่ลงไปทำหน้าที่ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม และจะต้องนำชัยชนะมาสู่ประเทศ เช่นเดียวกับ  พี่น้องทหารตำรวจทุกเหล่าที่กำลังทำอยู่ ในเวลานี้ เพียงแต่การต่อสู้ในสนามกีฬานั้น ไม่มีความเสี่ยงถึงชีวิต เหมือนกับการต่อสู้ในสนามรบ

2. ผมเห็นความสามัคคี ของพี่น้องคนไทย ในสนามรักบี้เมื่อวานนี้ ไม่ต่ำกว่า 4-5 พันคน ทุ่มเท แรงใจแรงเชียร์ ดังกระหึ่มกึกก้องไป ทั้งสนาม กีฬากองทัพอากาศ ซึ่งผมเชื่อว่า ตลอดชีวิตในวงการรักบี้ ของผม ไม่เคยเห็น การรวมใจ สามัคคี ทุกคน ทั้งสนาม แบบนี้มาก่อน การร่วมกันเปล่งเสียงร้องเพลงชาติไทยที่ ได้ฟัง หลายครั้งมาก และ ขนลุกทุกครั้ง ที่เพลงชาติไทย ดังขึ้นและนั่นแหละคือสิ่งที่ผมบอกตลอดเวลา ว่ากีฬา ต้องนำการเมือง เพราะกีฬาสามารถสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้ เมื่อไหร่ที่ฝ่ายการเมือง สามารถสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้ เหมือนกับกีฬา บ้านเมืองเราเจริญแน่นอนอย่าให้การเมืองมาทำร้ายหรือทำลายความสามัคคีของคนในชาติ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะขอพี่น้องประชาชน ทุกหมู่เหล่า ร่วมกันสามัคคี ส่งกำลังใจให้กับพี่น้อง ทหารตำรวจ แนวชายแดน ของเราทุกคน ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาพื้นแผ่นดินอธิปไตยของเราอยู่ในเวลานี้ เช่นเดียวกับ พี่น้องคนไทย 4000 คนในสนามรักบี้ เมื่อวาน หรือ ทุกคนที่กำลังร่วมใจกันเชียร์ ซีเกมส์อยู่ในเวลานี้

3. การรวมพลัง ของผู้บริหารทุกคน จนถึงเจ้าหน้าที่ สตาฟโค้ช และนักกีฬา ของสมาคมรักบี้ ( unity) จนทุกอย่าง ออกมาประสบความสำเร็จอย่างสวยงามที่สุด นี่คือความปรารถนาดีขององค์กรเล็กๆองค์กรหนึ่ง ที่จะส่ง มอบต่อให้ ชนชั้นนำ คณะรัฐบาล หรือผู้บริหารประเทศชาติ ในทุกมิติทุกบริบท เพื่อให้ประสบความสำเร็จ และส่งมอบต่อ ให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศชาติต่อไป

 สุดท้ายนี้ ผมขอ กลับ มาที่ สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ความสำเร็จอันงดงามนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ถ้าเราไม่มี การบริหาร การร่วมคิดร่วมอ่าน ช่วยกันทำงาน ทุกๆฝ่ายที่ได้รับการมอบหมาย และ ที่สำคัญ คือการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และได้รับความช่วยเหลือ ในทุกกรณี ผมต้องขอขอบคุณ ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ที่ให้ความอนุเคราะห์ สนามซ้อม ของทีมชายและทีมหญิง อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ขอขอบคุณ บรรดาสปอนเซอร์ ที่ให้การสนับสนุน เช่นไทยเบฟเวอร์เรจ ปตท โออาร์ GPP Helios FWD AOT Thai air Asia Thai   Airway กกท กองทุนพัฒนากีฬาชาติ ขอขอบคุณ สนามกีฬากองทัพอากาศ ท่าน ผบ.ทอ ท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารอากาศ น้องๆ ทหารเรือทหารอากาศทุกนาย ซิ้ม ด๋อย 

ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนามสนามกีฬาบุญยะจินดา ขอขอบคุณ พี่แจ๊ส พี่ชายที่น่ารัก นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปทุมธานี ที่มาซ่อมห้องน้ำสนามกีฬากองทัพอากาศให้ ขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ( ผู้ว่าก้อง) ขอบคุณมนตรีซีเกมส์ โดยพี่ (แนท) ชัยภักดิ์ และที่สำคัญที่สุด ขอขอบคุณ กรรมการสมาคมทุกคน ตั้งแต่อุปนายก พี่เจ๋ง พี่แจง พี่หวัด พี่หมู พี่มอด เลขาธิการสมาคมฯ พี่คลื่น กรรมการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่นำโดย รอ ประชาฯ ต้น ภัคพงศ์  กิ้ม หนอง ทู พี่โส หอย แพร  อนุกรรมการ ปุ๋ย ซิ้ม เต้ แก่น รักษ์ ตั้ม และภรรยา เจ้าหน้าที่สมาคมฯ พี่จุ๋ม เส้น สิ เก๋ นา ตุ้ม ติ๊กตอก เคหนุ่ย กรรมการผู้ตัดสิน ทุกคน และที่สำคัญที่สุดของที่สุด คือบรรดาสตาฟโค้ช ตั้งแต่ผู้จัดการทีม ชายและหญิง พี่หมู พี่หนิง พี่เล็ก พี่อ้อม โรเต้ เย้ กล้วย หยก ตุ้ย ฯลฯ และบรรดาลูกหลาน นักรักบี้ ทีมชาติไทย ชายและ หญิงทุกคน ที่สามารถ ส่งมอบความสุข และของขวัญที่มีค่ามากที่สุด ให้กับ แฟนกีฬารักบี้ชาวไทย และคนไทยทั้งประเทศ เป็นของขวัญปีใหม่ ที่งดงามและสวยงามจริงๆครับ 

ทำคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าทำร่วมกัน พร้อมพลังสามัคคี ทุกอย่างจะไปได้ดีอย่างแน่นอน 

“รักประเทศไทยครับ” ผมจะจำวันและคืนอันทรงคุณค่านี้ไว้นานเท่านาน

ขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วม และขอโทษ ถ้า ตกหล่นรายชื่อใครในการบันทึก FB ในครั้งนี้ นะครับ”