การแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2568 เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โดยมี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม , ตัวแทนชาติสมาคมอาเซียนและเอเชีย และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี มาร่วมชมการแข่งขัน

รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมหญิง ไทย แชมป์เก่า 4 สมัย พบกับ มาเลเซีย ซึ่งผลการแข่งขันก็เป็นไปตามคาดเมื่อสาวไทยไล่ถล่มไปแบบขาดลอย 37-0 จุด ป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมรักบี้สาวไทยไม่เสียแต้มในซีเกมส์

ขณะที่ทีมชาย ไทย ที่ปีนี้มุ่งมั่นจะคว้าแชมป์ในบ้านให้ได้ พบกับ สิงคโปร์ ซึ่งรอบแรกไทยชนะแบบขาดลอย 22-0 จุด ในครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างเล่นแบบเกร็งๆผลัดกันครองเกมจนมาในนาทีสุดท้าย พีระพล ชูควร เตะลูกแล้ววิ่งเข้าไปวางทรัยทำให้ไทยนำ 5-0 จุด จากนั้นครึ่งหลัง นพสิทธิ์ กลัดกระยาง มาวางทรัยอีก นำห่าง 10-0 จุด แต่ช่วงใกล้หมดเวลา สิงคโปร์ ไล่มา 5-10 แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน ทำให้ ไทย เอาชนะไป 10-5 จุด คว้าแชมป์ได้ในรอบ 18 ปี หลังจากที่เคยได้ในปี 2007 ที่นครราชสีมา

หลังจบเกม พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า ดีใจแบบสุดๆ น้ำตาไหลเลยที่ไทยกลับมาได้ 2 เหรียญทองซีเกมส์อีกครั้งหลังจากที่เราไม่ได้พร้อมกันนานมาก เป็นไปตามเป้าหมายที่พูดไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะต้องคว้า 2 ทองในบ้านของเรา วันนี้ก็ทำสำเร็จ ส่วนทีมหญิงก็จะต้องเตรียมทีมต่อเพื่อไปแข่งเวิลด์ชาเลนจ์ซีรีส์ในเดือนหน้า

“อยากจะขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาเชียร์ในสนามและที่เชียร์อยู่ทางบ้าน ดีใจที่การแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทยเป็นอย่างมาก และประเทศไทยยังมีโอกาสได้ให้การต้อนรับ สมเด็จพระราชาธิบดีมีซัน ไซนัล อาบีดิน สุลต่านแห่งรัฐตรังกานู ที่เข้ามาชมกีฬารักบี้ด้วย“

ด้าน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง อุปนายกสมาคม ได้กล่าวว่า ดีใจมาเป็น 2 เหรียญทองที่เราไม่ได้มาตั้งแต่ปี 2007 จะเห็นได้ว่านักกีฬาไทยทุกคนตั้งใจมาก ต้องขอบคุณ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมและทีมงาน ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของสมาคมรักบี้ไทย ทั้งเรื่องผลการแข่งขันและการจัดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวว่า ทาง อบจ.ปทุมธานี ได้เข้ามาช่วยสมาคมรักบี้ในเรื่องของสนามแข่งขันมีการปรับปรุงจนสวยงามสมกับการแข่งขันซีเกมส์ และทั้งนี้ก็ดีใจกับสมาคมรักบี้ที่ทำได้ 2 เหรียญทองซีเกมส์ในบ้านของเราเอง เป็นประวัติศาสตร์มาก

การแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2568 เป็นรอบแรกทั้งหมด ประเภททีมชายมี 5 ทีม คือ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, ลาว ส่วนทีมหญิงมี 5 ทีมคือ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย รอบแรกจะแข่งแบบพบกันหมด เพื่อหาทีมที่คะแนนดีที่สุดอับดับ 1-2 เข้าชิงชนะเลิศ ส่วนอันดับ 3-4 ชิงเหรียญทองแดง

วันแรกทัพสาวไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเอาชนะได้ 3 นัดรวดแบบถล่มทลาย เริ่มจาก ชนะ อินโดนีเซีย 34-0 จุด, ชนะ สิงคโปร์ 36-0 จุด และ ชนะ ฟิลิปปินส์ 36-0 จุด โดยนัดสุดท้ายรอบแรกรอพบกับ มาเลเซีย

ขณะที่ ทีมชาย ถือว่างานหินกว่าทีมหญิง แต่ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันเอาชนะได้ 3 นัดรวด เริ่มจาก ชนะ ลาว 39-0 จุด, ชนะ สิงคโปร์ 22-0 จุด และ ชนะ มาเลเซีย 17-12 จุด ส่วนนัดสุดท้ายลงสนามพบกับแชมป์เก่า ฟิลิปปินส์

จากผลการแข่งขันวันแรกที่ทั้ง 2 ทีมชายกับหญิงไทย ชนะรวด 3 นัด ทำให้กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 14 ธ.ค.2568 แน่นอนแล้ว โดยรอบชิงชนะเลิศทีมหญิงเริ่มเวลา 18.20 น. และ รอบชิงชนะเลิศทีมชายเริ่มเวลา 18.45 น. จากนั้นก็จะเข้าสู่พิธีรับเหรียญรางวัล

ความเคลื่อนไหวของกีฬารักบี้ทีมชาติไทยในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซึ่งได้มีการเปิดมหกรรมแข่งขันชนิดกีฬาต่างๆอย่างเป็นทางการมาได้แล้ว 2 วัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกระแสในเชิงลบในด้านการจัดการที่ถาโถมเต็มโลกโซเชียลในขณะนี้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวถึงการเตรียมการจัดการแข่งขันในส่วนของชนิดกีฬารักบี้ 7 คนก่อนที่จะเริ่มชิงชัยจริงในวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ ธูปะเตมีย์ กรุงเทพฯ ว่า แน่นอนว่าตนก็รับรู้ถึงกระแสต่างๆ ในตอนนี้ แต่หากเอาแค่กีฬารักบี้สามารถเรียนทุกฝ่ายได้เลยว่า “ไม่ต้องห่วง” ทีมงานของสมาคมฯ มีความตื่นตัวกันมากๆ

”พวกเราประชุมเข้มกันต่อเนื่อง เตรียมพร้อมทุกสิ่งทั้งเรื่องความปลอดภัย ที่พัก การเดินทาง อาหารรองรับ ทุกอย่างต้องใช้คำว่าเรามีความโปรเฟสชันแนล หรือมืออาชีพสูงมาก เพราะเรามีประสบการณ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดรายการแข่งขันระดับเอเชียมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว เรื่องที่ต้องเป็นห่วงคงเป็นแค่เรื่องป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่เป็นส่วนกลางเขารับผิดชอบเท่านั้น“

“สมาคมกีฬารักบี้แห่งประเทศไทยฯ ให้ความสำคัญเรื่องรายละเอียดข้างต้นที่กล่าวมานี้อย่างมาก เพราะเรามีความต้องการที่อยากจะให้ทุกชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันมีความสบายใจ เพื่อที่จะได้ไปโฟกัสกับเกมการแข่งขันอย่างเต็มที่ โดยนักกีฬารักบี้ของทุกชาตินั้นเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 11 ธ.ค. และได้เข้าพักที่โรงแรมมิราเคิล บางเขน กรุงเทพฯ ทั้งหมด ผมเชื่อว่ากีฬารักบี้ 7 คนในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพปีนี้จะถูกจัดออกมาอย่างดีเยี่ยม มีเกมการแข่งขันที่สนุก เข้มข้นแน่นอน” ประมุขรักบี้ไทยกล่าว

รักบี้ 7 คน ศึกซีเกมส์ 2025 เตรียมเปิดฉากชิงชัยในวันที่ 13 ธันวาคมนี้แล้ว ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยครั้งนี้ไทยในฐานะเจ้าภาพ ตั้งธงคว้า 2 เหรียญทอง จากทั้งประเภททีมหญิง ที่เป็นแชมป์เก่า 4 สมัน และทีมชาย ที่หวังกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในรอบ 18 ปี

ความพร้อมของทีมชาติไทยล่าสุด ซึ่งเรียกว่าเข้าโค้งสุดท้าย สภาพผู้เล่นทั้ง 2 ประเภททีม ฟิตเต็มร้อย หลายคนเตรียมและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้อยู่ในระดับพร้อมลงแข่งได้ทุกคน ที่สำคัญกระหายชัยชนะมากๆ

ประเภททีมหญิงไทย รายการนี้เป้าหมายอย่างเดียวคือเหรียญทอง ซึ่งวิเคราะห์จากฝีมือและฟอร์มการเล่นแล้ว โอกาสคว้าเหรียญทองแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม จะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมกว่าครึ่งติดทีมรายการซีเกมส์เป็นครั้งแรก

ดังนั้นทีมจึงต้องเปลี่ยนแรงกดดันให้เป็นพลัง เป็นสิ่งที่ต้องใช้สมาธิสูง อีกทั้งเป้าหมายเสริมของทางทีมงานกำหนดไว้ว่า อยากสร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียแต้มในรายการนี้ และจะใช้เวทีนี้เป็นการซ้อมใหญ่ก่อนเข้าสู่รายการใหญ่ต้นปีหน้าอีกด้วย

จุดเด่นของทีมหญิงไทย คือ เกมรุก-รับ การเข้าทำทีมเด็ดขาดในตัวบุคคล ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งเข้าถึงตัวได้ไวแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นท็อปสกอร์ของไทย “พิม-นันทชพร“ และ ”แนน-รักษิณา“ รวมไปถึงการคัมแบ็คของ 2 พี่ใหญ่ อุทุพร เลี่ยมรัตน์ กัปตันเฉพาะกิจสั่งลาตราธงชาติ และธนัชพร หวานดี หลังจากเช็คฟิตกับรายการล่าสุดเอเชีย ซีรีย์ ก็พร้อมกลับมาโลดแล่นในเวทีซีเกมส์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 10 ปี ทำให้องค์ประกอบทีมตอนนี้มีครบทั้งรุ่นเก๋ารุ่นใหม่ สด เร็ว แรง

ฟากทีมชาย ใช้คำว่าพร้อมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะได้ทั้ง ”ปลาดุก-วุฒิพงศ์“ ที่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาช่วยทีมชาติอีกครั้ง เกมรุกอันตราย ยิ่งหากวัดจากตัวผู้เล่นอ้างอิงจากรายการล่าสุดเอเชีย ซีรีย์ จะมีการขยับเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งก็ไม่น่ามีผล และน่าจะฟอร์มดีต่อเนื่องแน่นอน

ล่าสุดทีมหนุ่มไทยตบครบทุกทีมแล้ว ทั้งฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ยกเว้นทีมมาเลเซีย เพราะปีนี้ยังไม่มีโอกาสเจอกันในรายการระดับซีรีย์

ทีมชายชุดนี้จัดว่าลงตัวและมีผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีหลัง ทั้งเกมรุกที่ผู้เล่นทุกคนประสานงานและทดแทนกันได้ดี ผสมผสานกับการมี 2 ผู้เล่นเกมรับอย่าง ”ติ๋ม“ พีรพล ชูควร และ ”เต้ย“ อรรณพ อินพรม ก็ทำให้เกมแนวรับของไทยแข็งแกร่งมากๆ รวมไปถึงยังมีแผนลับฟอร์เมชั่นใหม่ และเก็บข้อผิดพลาดได้หมดจดทั้งการเตะประตูและจังหวะการซ้อนในเกมเปิด

ปัญหาใหญ่ของทีมชายหลักๆ หนีไม่พ้นอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า หลายๆคนไม่ได้มีการบาดเจ็บรุนแรงก็จริง แต่การแข่งขันในแต่ละเกมต่อวันมีผลให้ช่วงท้าย ซึ่งส่วนใหญ่ฟอร์มที่เล่นออกมามักจะดร็อปลง โดยเฉพาะเกมแรกของวันที่ 2 ต้องระวังเป็นพิเศษ

รักบี้ 7 คน ซีเกมส์ 2025 โอกาสที่ทีมหญิงจะหลุดเหรียญทองแทบจะเป็นไปไม่ได้ ส่วนที่น่ากังวลคือทีมชาย เนื่องจากทุกทีมมีทีเด็ดเหมือนกันหมด ทว่าหากสามารถคุมจังหวะครองเกมได้ก่อนเหมือนที่ผ่านๆมา เหรียญทองสดใสแน่

ชาวเน็ตชื่นชมเปรียบเทียบ เรื่องสนามรักบี้สวย และ พร้อมสำหรับแข่ง “บิ๊กต้น” ประมุขรักบี้ไทย ขอบคุณทุกคำชม ยันสมาคมฯเตรียมการล่วงหน้าหลายเดือน มีการประชุม กรรมการสมาคมฯ เพื่อแบ่งหน้าที่งานแต่ละฝ่ายล่วงหน้า อะไรที่จำเป็นต้องจ่ายเงินเอง เผยสาเหตุสนามกีฬากองทัพอากาศที่ใช้แข่งซีเกมส์สวยสะดุดตา เพราะสมาคมรักบี้ทุ่มเงินเอง บางส่วน ได้รับความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย และที่สำคัญได้รับความร่วมมือจาก ”บิ๊กแจ๊ส“ พล.ต.ท คำรณวิทย์ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี  และ กองทัพอากาศ 

หลังจากที่มีดราม่าเกี่ยวกับสนามแข่งซีเกมส์ 2025 หลายๆกีฬาไม่สวยงาม ทว่าของกีฬารักบี้นั้นได้สวนกระแส เนรมิตสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ที่จะใช้แข่งกีฬารักบี้ซีเกมส์ได้อย่างสวยงาม พื้นสนามดี หญ้านุ่ม พร้อมแข่ง

”บิ๊กต้น“ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่สนามแข่งรักบี้ซีเกมส์ คือสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) สวยงามแบบนี้ เพราะสมาคมมีการเตรียมความพร้อมหลายเดือน โดยได้ทุ่มงบประมาณของสมาคมในการปรับปรุงสนามเอง และยังมีบางส่วนที่ได้รับความร่วมมือจาก ภาคส่วนต่างๆ เช่น พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ให้การสนับสนุน ซ่อมแซม ห้องนํ้าให้ รวมถึง กองทัพอากาศ ที่ให้กรมสวัสดิการ ทอ. มาร่วมด้วยช่วยกัน เช่นการปรับปรุง ทาสี อัฒจรรย์ให้ใหม่ทั้งหมด จึงทำให้สนามกีฬากองทัพอากาศตรงตามมาตรฐานของกีฬารักบี้และ สวยงาม อย่างที่เห็นและ ยังมีสนามซ้อม ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมรักบี้ฯ โดยสมาคมฯ จ่ายค่าใช้จ่ายปรับปรุงเองด้วยเช่นกัน

พ.ต.ท.กุลธน ยังเผยว่า ในเรื่องการปรับปรุงสนามตนได้มอบหมายให้ ร.อ.ประชา ศรีธวัชพงศ์ ประธานฝ่ายกิจการพิเศษสมาคมรักบี้ เป็นคนดำเนินการดูแลเรื่องนี้ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมและเจ้าหน้าที่สมาคมทุกคน ช่วยเหลือดำเนินการ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ พลตรี อนุมาศ พินิจชอบ อุปนายกสมาคมรักบี้ ที่เป็นคนประสานของใช้สนามกองทัพอากาศ และต้องขอขอบคุณทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สนามกีฬากองทัพอากาศสวยงามและพร้อมกับการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์

นอกจากนี้ “บิ๊กต้น” ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดศึกรักบี้เอเชียซีรีส์ ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุดของเอเชียมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทำให้เรามีประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นอย่างมาก ทั้งเวิลด์รักบี้ และ เอเชียรักบี้ ก็ชื่นชมทุกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของพวกเรา โดยใช้งบประมาณที่จํากัด ซึ่งผมขอยืนยันตรงนี้ว่าศึกรักบี้ซีเกมส์ สมาคมฯ มีความจำเป็นต้องตัดสินใจที่จะจ่ายเงินของสมาคมฯเอง เพื่อหน้าตา ของประเทศชาติและสมาคมฯ

“ผมได้เดินทางไปตรวจสนามด้วยตัวเอง เมื่อ 2 เดือนก่อน และ ร่วมประชุมวางแผน ประสาน กับ ผู้จัดการสนามกีฬากองทัพอากาศ นาวาอากาศเอก ธาตรี ทองประดับ และ นาวาอากาศโท คงเดช เนตรนี ตั้งแต่เตรียมสนาม ขอปิดสนามห้ามใช้ ปรับปรุงสนาม ใช้งบประมาณเท่าไร ห้องนํ้าที่ทรุดโทรมจะทำอย่างไร ของบประมาณไปแล้วก็ไม่ผ่าน จนถึงสนามซ้อม ตามสถานที่ต่างๆ สมาคมต้องเป็นผู้บริหารจัดการเองทั้งสิ้น

รวมถึงระบบการจัดการแข่งขัน ที่สมาคมต้องรับผิดชอบเองอยู่แล้วเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นและเป็นมาตรฐานสากล และเป็นหน้าตาของประเทศชาติ เราแบ่งหน้าที่กับ เทคนิคซีเกมส์อย่างชัดเจน เพราะเราไม่ได้งบประมาณ การดำเนินการมาทั้งหมด จึงจำเป็น ต้องจ่ายเองในบางส่วนดังที่กล่าวมาแล้ว“

“ผมไม่ได้พูด เพื่อจะเอาหน้า แต่ ทุกสิ่งทุกอย่างคือความจริง ของการร่วมมือ และการขอความช่วยเหลือ จากทุกภาคส่วน ดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้าไม่มีหรือไม่ได้รับความร่วมมือการจัดการแข่งขันรักบี้ ในซีเกมส์ในครั้งนี้ ก็คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นครับ ขอขอบคุณ และยก คำชม เหล่านั้น ให้ทุกๆคน และทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมครับ” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

สำหรับการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ซึ่งเป้าหมายของทีมรักบี้ไทย ตั้งเอาไว้ที่ 2 เหรียญทอง

“บิ๊กต้น” ประมุขรักบี้ไทย มั่นใจรักบี้สาวไทยกระชากทองร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนทีมชายต้องขอแรงใจแฟนๆ เข้ามาส่งเสียงเชียร์ในสนามธูปะเตมีย์กันเยอะๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงความพร้อมของทัพรักบี้ 7 คนทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิงล่าสุดก่อนจะมีโปรแกรมแข่งขันในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทีมรักบี้จะลงสนามในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ ธูปะเตมีย์ กรุงเทพฯ

ประมุขรักบี้ไทย กล่าวว่า สำหรับทีมหญิงแม้จะขาด “เนย” จิราวรรณ ชูตระกูล ดาวดังที่มีอาการบาดเจ็บแต่ขุมกำลังคนอื่นๆ ค่อนข้างพร้อม และเชื่อว่านักกีฬาชุดนี้ยังมีศักยภาพเหนือกว่าชาติอื่นๆ ในอาเซียน และก็คงจะไม่พลาดเหรียญทองแน่นอน ส่วนทีมชายที่จะลุยซีเกมส์ชุดนี้จะไม่มี มู จอห์น โดห์ อีกหนึ่งตัวเก่งที่ถือพาสปอร์ตสองสัญชาติ ไทยและออสเตรเลีย ซึ่งเจ้าตัวสามารถลงแข่งขันในเกมระดับเวิลด์ซีรีส์ได้ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ของรายการซีเกมส์ ก็ต้องถือว่าหนักเพราะศักยภาพทีมชายของไทยไม่ได้เหนือกว่าชาติอื่นเหมือนทีมหญิง อย่างไรก็ดีหากมองภาพรวมในปีนี้นักกีฬาทุกคนแข็งแกร่งขึ้นมาก เราเน้นเวตเทรนนิ่งหนักอยู่แล้ว และเราซ้อมร่วมกันมาเป็นปีๆ ไม่มีวันหยุด ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งเรียกมารวมตัวกันเพราะจะแข่งซีเกมส์ โดยเฉพาะทีมหญิงที่สมาคมฯ ให้เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน 21 คนมาก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องทีมเวิร์คไม่ต้องห่วง ในวันแข่งจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นในหลายๆ เรื่อง

สำหรับประเด็นที่หลายคนอยากรู้ว่าสมาคมฯ จะมีการอัดฉีดโบนัสให้นักกีฬาเพิ่มเติมนอกเหนือจากจากที่รัฐบาลจะให้ในฐานะที่ร่วมแข่งมหกรรมซีเกมส์หรือไม่นั้น “บิ๊กต้น” กล่าวว่า ในส่วนของทีมหญิงเราคงไม่ได้มีการอัดฉีด สำหรับทีมหญิงกับเกมในระดับซีเกมส์ ถึงกระนั้นเกมในระดับเอเชียสนามต่างๆ เราก็อัดฉีดให้กับนักกีฬามาตลอด ล่าสุดก็เพิ่งมอบให้ทีมละ 3 แสนบาท หากจะอัดฉีดทีมหญิงก็คิดว่าคงจะไปให้ในรายการเวิลด์ซีรีส์ช่วงเดือนมกราคมมากกว่า ส่วนทีมชายในซีเกมส์ครั้งนี้เรากำลังพิจารณาอยู่ เพราะต้องพูดตรงๆ ว่าหลังจากนี้เรามีรายการที่ใหญ่กว่าซีเกมส์นี้รออยู่อีกเยอะจริงๆ

“อยากเชิญชวนแฟนๆ รักบี้ไทยมาร่วมชมร่วมเชียร์ที่สนามธูปะเตมีย์กันเยอะๆ นะครับ นี่เป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ ในส่วนของทีมหญิงเราได้เหรียญทองแน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนทีมชายนั้นก็อยากให้กองเชียร์มาเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆ เราเป็นเจ้าภาพเราจึงได้เปรียบกันอยู่แล้ว ทางผู้ใหญ่เขาก็ให้ผู้ชมเข้าชมฟรี หากได้กำลังใจเยอะๆ ทีมชายก็จะประสบความสำเร็จได้แน่ มาฟังเพลงชาติไทยร่วมกันในสนามนะครับ” บิ๊กต้น กล่าวทิ้งท้าย

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฯ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้รักบี้ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีแข่งในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก ได้มีถ่ายทอดสดในซีเกมส์ 2025 ด้านสมาคมพร้อมนำนักกีฬาและเยาวชนจากประเทศที่สนใจเข้าชมที่สนามแข่งขันธูปะเตมีย์ เชื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆได้ไม่มากก็น้อย 

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า ในการแข่งขันรักบี้ 7 คน ประเภททีมชายและทีมหญิง ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13 และ 14 ธันวาคม นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) นั้น นอกจากจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อเข้าชมฟรีแล้ว จะยังมีการถ่ายทอดสดให้ได้รับชมกันได้ ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้การถ่ายทอดสดนั้นเกิดขึ้นได้ 

พ.ต.ท.กุลธน เปิดเผยว่า รักบี้เป็นกีฬาที่บรรจุอยู่ในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิกเกมส์ และครั้งนี้เรามีโอกาสคว้าถึง 2 เหรียญทอง ดังนั้นเชื่อว่าการแข่งขันครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยและคนไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งการมีการถ่ายทอดสดออกไปถือเป็นช่องทางที่สำคัญมาก ขณะเดียวกันสมาคมก็จะสนับสนุนเต็มที่ในการจะนำเด็กๆจากทั่วประเทศทุกภูมิภาค เข้ามาชมและเชียร์นักกีฬาไทยที่สนามแข่งขัน  

สำหรับแฟนกีฬาชาวไทยสามารถเข้าไปลงทะเบียนเพื่อจองตั๋วเข้าชมการแข่งขันได้ที่เว็ปไซต์ทางการของการแข่งขัน www.seagames2025.org และทางไลน์ออฟฟิเชียล เพียงกดเพิ่มเพื่อน LINE @SEAGAMES และลงทะเบียน

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับแจ้งจากประธานภูมิภาคทั้ง 4 ท่านในเรื่องการพาเด็กๆและเยาวชน มาชมรักบี้ซีเกมส์ ที่จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

สำหรับรายชื่อโรงเรียนแบ่งตามภูมิภาคมีดังนี้ ภาคตะวันออกในความดูแลของ พิษณุ จันทร์วังโปร่ง ประธานภาค มี โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม, โรงเรียนศรีวิชัยวิทยา และ โรงเรียนปิยชาติพัฒนาฯ, ภาคใต้ในความดูแลของ อ.ยงศักดิ์ ณ สงขลา ประธานภาคใต้ มี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 66 นราธิวาส, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 สงขลา, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 ชุมพร, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 นครศรีธรรมราช, โรงเรียนเทศบาลเมืองป่าตอง ภูเก็ต และ โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี, ภาคเหนือ ในความดูแลของ เกียรติชัย นพตากูล ประธานภาค มี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 น่าน, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 แม่แจ่ม เชียงใหม่, และ วังพิกุลพิทยศึกษา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในความดูแลของ ว่าที่ร้อยตรี สุริยา สมาน ประธานภาค มี โรงเรียน สาธิตฯมหาสารคาม, มรภ.มหาสารคาม, โรงเรียนดอนไทรงาม กาฬสินธุ์, โรงเรียนโนนศิลา ขอนแก่น, โรงเรียนพิมาย นครราชสีมา และ วิทยาลัยอาชีพชุมพวง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโรงเรียนที่เป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมคือ โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ, โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย, โรงเรียนชุมพลทหารเรือ, โรงเรียนสื่อสารทหารเรือ และ โรงเรียนจ่านาวิกโยธิน รวมทั้งหมดแล้วเกือบ 700 คน

สำหรับที่พักของเด็กๆนั้น ก็รับการสนับสนุนจาก สนามธูปะเตมีย์, พล ปตอ.เกียกกาย, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, กรมต่อสู้อากาศยาน และ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน โดยได้รับความร่วมมือในการประสานจาก พลอากาศเอกวงศกร เปาโรหิตย์ และ พลตรี อนุมาศ พินิจชอบ

ขณะที่อาหารกลางวันเด็กๆ ได้รับการสนับสนุนจาก น.ส.ธัญลักษณ์ สุขสอาด และยังมีอาหารว่างขนมขบเคี้ยวจาก พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.ในฐานะอุปนายกสมาคมกีฬารักบี้ที่ให้การสนับสนุน ส่วนสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ดูแลเรื่องค่าเดินทาง และให้เบี้ยเลี้ยงทุกคน คนละ 300 บาท

อนึ่ง การสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเด็กๆและเยาวชน ในกีฬารักบี้ เป็นอีก 1 นโยบายที่ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคม ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และในศึกซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เด็กๆจะได้รับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและได้เห็นการแข่งขันรักบี้ระดับนานาชาติถึงขอบสนาม เพื่อนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้กับตัวเองในกีฬารักบี้

สำหรับการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) อย่าลืมเข้าไปให้กำลังใจทัพนักกีฬารักบี้ไทย เป้าหมายคือ 2 เหรียญทอง

“กัปตันเบน” ศรุต จันดา กัปตันทีมรักบี้ 7 คนชายไทย มองทีมชาติไทยมีโอกาสดีในการเบียด ฟิลิปปินส์ แชมป์เก่า หรือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ กลับมาคว้าเหรียญทองรักบี้ 7 คน หนแรกรอบ 18 ปี ในศึกซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เชื่อบรรยากาศ สภาพแวดล้อม และเสียงเชียร์ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยปลุกทัพรักบี้ชายไทยฮึดสู้แบบสุดหัวใจเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จ

ศรุต จันดา หรือ “กัปตันเบน”​ กัปตันทีมรักบี้ 7 คนทีมชาย ชุดทำศึกซีเกมส์ 2025 ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม นี้ เปิดเผยถึงความพร้อมของทีมรักบี้ชาย 7 คน ชายไทย ว่า ถึงเวลานี้ทีม 7 คนชายไทย มีความพร้อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งก็ต้องบอกว่าทีมมีความพร้อมมากขึ้นกว่าในศึกเอเชีย ซีรีส์​ 2025 เมื่อเดือนกันยายนและตุลาคม ที่ผ่านมา โดยหลังจบทั้งศึกทั้ง 2 เลก ในศึกเอเชีย ซีรีส์ ทีมมีการนำข้อผิดพลาดต่างๆ มาปรับปรุงและฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นในเรื่องของแท็คติก ที่มีการเก็บรายละเอียดต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างความฟิตและทำร่างกายเพื่อให้พร้อมสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการแข่งขัน

“กัปตันเบน” เผยว่า ทุกคนในทีมตอนนี้ ไม่กดดัน ทุกคนในทีมกระตุ้นและให้กำลังใจกันตลอด ซึ่งการที่เราได้ลงแข่งขันในบ้าน เชื่อว่าบรรยากาศกองเชียร์ไทย ซึ่งจะมีครอบครัว ญาติ เพื่อนๆของนักกีฬามาเชียร์ จะมีผลต่อกำลังใจเป็นอย่างมาก และมองว่าจะช่วยกระตุ้นนักกีฬาไทยให้ลงไปสร้างผลงานในแต่ละเกม

“การที่ทีม 7 คนชาย ห่างหายจากการคว้าเหรียญทองไปนาน ครั้งสุดท้ายคือปี 2007 ผมคิดว่ารอบนี้เป็นโอกาสดีของเราแล้ว ที่จะกลับมาคว้าเหรียญทอง ซึ่งผู้เล่นในชุดคว้าเหรียญทองที่โคราช ปัจจุบันไม่มีใครเล่นแล้ว จะมีก็แต่พี่กล้วย วรงค์กรณ์ คำเกิด ที่ไปเป็นโค้ชแล้ว เรียกได้ว่ายังไม่มีใครเคยได้ ดังนั้นทุกคนในทีมพร้อมทุ่มเต็มที่ และพร้อมที่จะลงไปเอาชนะทุกทีม

“ตอนนี้ที่ได้ตามข่าว ฟิลิปินส์ มีการนำเข้าเรื่องผู้เล่นต่างชาติ อย่างไรก็ตามพวกเรา พร้อมชน เพราะที่ผ่านๆมา เมื่อแข่งกันเราก็ชนะมาแล้ว
ส่วนมาเลเซียนี่ชอบเจอ เพราะมีสไตล์คล้ายๆกัน เล่นคล้ายๆกัน ซึ่งจะว่าไปก็ผลัดกันทีใครทีมัน ของแสลงคงเป็นสิงคโปร ไม่รู้ทำไมเจอกันทีไรอึดอัดตลอด ทำสกอร์กันยาก กินกันยากทั้งๆที่ก็ไม่มีอะไร” กัปตันเบน ทิ้งท้าย

สำหรับการแข่งขันรักบี้ 7 คนชายในซีเกมส์ 2025 ถือเป็นการกลับมาแข่งขันอีกคำรบ หลังจัดหนล่าสุดเมื่อปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ หนนี้มี 6 ชาติร่วมชิงชัย ได้แก่ ไทย เหรียญทองแดงครั้งก่อน, ฟิลิปปินส์ (แชมป์เก่า), มาเลเซีย (รองแชมป์ ปี 2019), สิงคโปร์, เวียดนาม และลาว กำหนดแข่งขันที่สนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

(เพิ่มเติม…)

ทัพรักบี้หนุ่มระแวง ฟิลิปปินส์ ที่อิมพอร์ทตัวผู้เล่น ”ออสซี่“ ออสเตรเลีย และ “กีวี่“ นิวซีแลนด์ มาร่วมทีม ”โค้ชเย้“ รับทีมชายไทยสูสีฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ แต่ยังเชื่อพลังจากกองเชียร์จะส่งไทยกระชากเหรียญทองได้  พร้อมขอบคุณ “บิ๊กต้น” อัดฉีดทำนักกีฬาคึกคักพร้อมทุ่มเต็มร้อยเพื่อชัยชนะ 

ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ที่กำลังเตรียมทีมรักบี้ 7 คนชายและหญิง เพื่อเข้าร่วมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ สงขลา โดยทัพลูกหนำเลี๊ยบไทยทั้งชายและหญิง มีโปรแกรมแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) 

ล่าสุด “โค้ชเย้” นาวาอากาศเอก ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ ผู้ฝึกสอนรักบี้คนเก่งทีมชายของไทย เปิดเผยถึงความพร้อมล่าสุดของทีมชายไทย ว่า ตอนนี้สภาพความพร้อมของทีมชายตอนนี้ 100%  ส่วนหนึ่งเพราะได้ “ปลาดุก” วุฒิพงศ์ สกุลเทียนทอง กลับมามีชื่อีกครั้งหลังจากที่พยายามจะเรียกความฟิตอยู่นาน ซึ่งตอนนี้สภาพความฟิตของเจ้าตัว และน่าเสียดายที่ขาดตัวหลักสำคัญไปเพราะอาการบาดเจ็บอีก 1-2 คน อย่างก็ตามคนที่เหลือ ตนยังเชื่อว่าเพียงต่อการลุ้นสร้างผลงานในบ้านครั้งนี้ 

“ทุกคนกำลังตั้งใจซ้อมแบบเข้มข้น ซึ่งในส่วนของการซ้อมก็อยู่ในระดับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงแรกๆ แต่ละคนที่มารวมตัวกันยังดูเกร็งๆ อยู่ แต่พอช่วงหลังๆมานี้ ทีมดูลงตัวขึ้นมาก ซึ่งการซ้อมจะเน้นติวเข้มไปที่การเตะประตู ไลน์เอาท์ และพยายามเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้ภาพรวมดูแข็งแกร่ง ตอนนี้ก็อยากจะไปซ้อมสนามจริงกีฬากองทัพอากาศ ที่จะใช้แข่งขันเพื่อความพร้อม ทุกคนกำลังทำงานหนัก วันหนึ่งซ้อม 2 มื้อ แบ่งเป็นเวทเทรนนิ่งกับลงสนามจริง ต้องชื่นชม “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลฯ ที่ช่วยสนับสนุนเรื่องระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาและอัดฉีดเงินเดือนให้กับนักกีฬา สร้างความคึกคักให้กับทุกคนในทีมเวลานี้อย่างมาก“

”โค้ชเย้“ ยังกล่าวอีกว่า ตามจริงแล้ว ทีมชายเราไม่ได้กลัวชาติใดๆ  แต่ครั้งนี้คงต้องจับตาดูฟิลิปปินส์ เพราะมีข่าวว่าพวเขาอาจอิมพอร์ตผู้เล่นสัญชาติออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาแข่งซีเกมส์ด้วย เรากลัวว่าเขาจะอิมพอร์ตมาแบบผิดระเบียบ จึงอยากให้ผูัที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบให้ตามระเบียบ

“ยอมรับว่าศักยภาพเราตอนนี้ออกเบียดกับฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ สามารถชนะกันได้หมด แล้วแต่จังหวะเกมส์ แต่ด้วยความที่เราเป็นเจ้าบ้าน เรามีกองเชียร์หนุนหลัง ทีมชาติไทยเราอยากให้ทุกคนมาช่วยกันเชียร์ กำลังใจ