ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้แฟนคลับวงการรักบี้ไทยได้มาโฟกัสกับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.นี้ไม่น้อย กับข่าวการคัมแบ็คกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งของตำนานหญิงแกร่ง อย่าง “ทุม” ร้อยเอกหญิง อุทุมพร เลี่ยมรัตน์ เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัย  โดยเจ้าตัวเป็นคนเดียวในทัพรักบี้หญิงทีมชาติไทยชุดนี้ ที่ร่วมแข่งซีเกมส์ทุกครั้งและคว้าเหรียญทองทุกครั้งที่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในซีเกมส์ 

อุทุมพร ในวัย 39 กะรัต เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ที่อำลาทีมชาติไทยไป เพราะอยากให้เวลากับครอบครัว ทว่าเมื่อปีที่แล้ว กลับมาเล่นทีมชาติอีกครั้งในศึก “เอเชียซีรีส์ 2024” ที่ไทย รวมทั้งศึก “ชาลเลนเจอร์ 2025” ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งโชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บหนักมากที่เอ็นไขว้หน้าฝั่งซ้ายอีก

“ก่อนหน้านี้เพิ่งหายมาจากการเจ็บเอ็นไขว้หน้าฝั่งขวาและเอ็นไว้หน้าหมอนรองมา คือเอาจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าคงพอแล้ว แต่สุดท้ายก็คิดว่าอยากเล่นซีเกมส์อีกสักครั้ง ตอนนี้ร่างกายก็ใกล้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่แล้วค่ะ ได้โค้ชชาวญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเทรนด์ในเรื่องการเสริมสร้างสมรรถภาพ เขาช่วยจัดโปรแกรมพิเศษให้ในเรื่องของความแข็งแรง ความคล่องตัว ความเร็ว มีเวทเทรนนิ่งเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และมีฝ่ายที่คอยแนะนำเกี่ยวกับการรักษาก่อนซ้อมจริงอยู่ตลอดเวลาค่ะ”

ตำนานหญิงแกร่งประจำทัพรักบี้หญิงซีเกมส์ ยังได้เล่าถึงการได้กลับมาร่วมงานกับน้องๆ ทีมชาติรุ่นใหม่อีกด้วยว่า “มาเล่นกับน้องๆ ชุดนี้ก็จูนกันได้ดีค่ะ เด็กๆ มีความสามารถกันอยู่แล้ว มีความเป็นทีมกันดี แม้ตนเองจะฟิตสู้น้องๆไม่ได้ แต่ก็หวังใช้ประสบการณ์ช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ซึ่งระบบการเล่นของทีมสไตล์การคุมทัพของ โลเต้ ไลคาบูร่า ที่เคยพาทีมหญิงไทยจบอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย  เน้นการเล่นเกมรับให้แน่นไว้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนนี้เราก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนต่างๆให้ดีกว่าเดิม และจะพยายามเข้ามาช่วยเกมรุกให้มีมิติที่หลากหลายเพิ่มขึ้นด้วย

”ซีเกมส์ปีนี้นั้น แน่นอนว่ากลับมาทั้งๆที่บาดเจ็บหนักไปหลายครั้งก็ต้องอยากคว้าเหรียญทองให้ได้แน่นอนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะสำเร็จได้ก็ต้องเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งทีม แต่ส่วนตัวหนูเต็มที่แน่นอนค่ะ จะทำให้ได้ดีที่สุดตอบแทนที่ทีมชาติเรียกตัวกลับมาติดค่ะ”

จอมเก๋ารักบี้ไทย กล่าวอีกว่า “หลังจบซีเกมส์ครั้งนี้ก็คงจะไม่ได้เล่นทีมชาติแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเป้าหมายการกลับมาจริงๆ ก็คืออยากกลับมาเล่นซีเกมส์สมัยที่ 5 ส่วนจะยังเล่นในระดับสโมสรอยู่ไหมนั้นคงต้องรอดูสภาพร่างกายก่อนค่ะ ใจจริงแล้วตอนนี้มองเรื่องของการเป็นโค้ชไว้ อยากกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดค่ะ โรงเรียนพิมาย ที่จังหวัดนครราชสีมา มีความรู้สึกอยากจะพัฒนากีฬารักบี้ให้กับบ้านเกิดตัวเอง แล้วค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นโค้ชไปเรื่อยๆ เผื่ออนาคตจะสามารถเติบโตไปในทิศทางไหนได้ค่ะ”

“สุดท้ายนี้ก็อยากเป็นตัวแทนทีมรักบี้ไทยฝากให้พ่อแม่พี่น้องคนไทยมาเชียร์นักกีฬารักบี้ไม่ว่าชายหรือหญิงกันเยอะๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เองก็ดี หรือจะดูผ่านถ่ายทอดสดก็ได้ค่ะ ขอกำลังใจจากคนไทยกันเยอะๆ นะคะ” รักบี้สาวคนเก่งกล่าวทิ้งท้าย

ประกาศ!!!!

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เรื่อง ขอประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลชาย – หญิง ประเภท ๗ คน ทีมชาติไทย

เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล รายการ ซีเกมส์ ครั้งที่ ๓๓

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานไฟพระฤกษ์ เพื่อเชิญไปจุดในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (THE 33rd SEA GAMES THAILAND 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (THE 13th ASEAN PARA GAMES THAILAND 2025)

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครราชสีมา

ส่วนกีฬารักบี้ซีเกมส์ จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เพื่อศึกแห่งศักดิ์ศรี ทัพรักบี้ไทยจะต้องคว้า 2 เหรียญทอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2568

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน นำคณะกรรมการอำนวยการ จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา และคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานไฟพระฤกษ์ เพื่อเชิญไปจุดในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์

สำหรับกีฬารักบี้ซีเกมส์ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

ซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์ คือครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะไม่มีแข่งรักบี้ในปี 2021 ที่เวียดนาม กับ 2023 ที่กัมพูชา กินระยะเวลา 6 ปี เลยทีเดียว แล้วมีอีกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพปี 2025

ที่ฟิลิปปินส์ ปี 2019 กีฬารักบี้ไม่ได้จัดที่เมืองหลวงมะนิลา แต่ไปจัดอีกเมืองที่ห่างออกไปคือ “นิว คลาร์ก ซิตี้” เป็นเมืองใหม่ ซึ่งระยะทางห่างกันประมาณกรุงเทพ-สัตหีบ แต่การเดินทางนั้นเกือบๆ 6 ชั่วโมง เพราะรถติดมาก ทำเอา “พี่กิ้ม” 1 ในคณะเดินทาง ถึงกับพูดว่าเอกมัย-รามอินทรายังดูสบายกว่าเลย

ในศึกซีเกมส์ทีมหญิงไทยไม่ค่อยน่าห่วง แต่ “พี่เล็ก-อัลภาชน์” บอกกับนักข่าวแบบขำๆว่า “พี่จะกดดันทีมหญิงเราว่าจะต้องเป็นแชมป์แบบไม่เสียทรัย“ แล้วก็ยิ้ม ยักคิ้ว 2 ที แล้วในท้ายที่สุดมาเสียทรัยรอบชิง แต่ ”พี่เล็ก“ ก็ยังยิ้มได้

ส่วนทีมชายไทยเป็นงานหินพอสมควร เพราะเจ้าภาพฟิลิปปินส์ฝรั่งตัวใหญ่ๆทั้งทีม ทำให้ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ส่วน ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ต้องมาวัดกันว่าใครจะดีกว่ากัน

หนุ่มไทยรูปร่างไม่ใหญ่ เป็นต่อทุกทีม แต่วันแรกไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทีมไทยเล่นไม่ดีเลย แบบว่าผิดฟอร์มมาก ขนาดนักกีฬาเรายังส่ายหัวกับผลงานของตัวเอง ทำให้ตกกลางคืนหลังทานอาหารเย็นเสร็จ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน นายกรักบี้ไทย เรียกทีมชายทั้งหมดมาคุยเลย ซึ่งบอกเลยว่าการคุยตอนนั้น “หนัก” มาก

เลยทำให้วันที่สองทีมชายไทยเล่นดีมาก ผิดจากวันแรก เพราะนักกีฬาไม่มีเจ็บ ไม่มีเหนื่อย น่าจะคาถาของ “บิ๊กต้น” ที่เป่าไปเมื่อคืนออกฤทธิ์ จนได้เข้าชิงเหรียญทองแดงกับสิงคโปร์

บรรยากาศรอบชิงเหรียญทองแดงของทีมชายอึมครึมชวนขนลุกมาก โดยเฉพาะฝั่งที่นั่ง VIP ที่ผู้นำรักบี้ของ 2 ประเทศคือ ไทย กับ สิงคโปร์ นั่งอยู่ตรงนั้น แต่ก่อนแข่ง “บิ๊กต้น” ก็ร่ายคาถาเป่ามนต์ไป 1 บท จนทีมไทยชนะแล้วคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้

แต่ภาพที่เห็นคือ “บิ๊กต้น” กับ “พี่คลื่น” วิ่งทะลุการ์ด ลงไปดีใจกับนักกีฬา ซึ่งอารมณ์ตอนนั้นเหมือนเราได้แชมป์โลก ส่วน “ไรซั่ม” ไม่รู้ไปโดนดอกไหน นอนอยู่ก็ยังตะโกนดีใจ ทำเอาทั้งสนามปรบมือให้กับช่วงเวลาที่สุดแสนจะดีใจของไทย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ทีมรักษาความปลอดภัยจะตามมาดูแลแขก VIP อย่าง “บิ๊กต้น” กับ “พี่คลื่น” ไปอยู่ในที่ของ VIP

วันนั้นสื่อมวลชนไทยที่อยู่เมืองนิวคลาร์กทุกช่องทุกสำนัก มาที่สนามรักบี้ทั้งหมด บอกเลยว่าเยอะกว่าสื่อของเจ้าถิ่นมาก

ส่วนหน่วยซัพพอร์ทต้องยกให้ “พี่เส่ย” ที่สมาคมทำไอดีการ์ดให้ เพื่อมาเป็นพ่อครัวทำอาหารเย็นให้นักกีฬาได้ทานกัน เพราะที่พักนักกีฬาเจ้าภาพจัดให้เป็นหมู่บ้านเหมือนนอนรีสอร์ท ส่วนอาหารฝีมือ “พี่เส่ย” อร่อยถูกปากสมคำร่ำลือ ส่วนมื้อกลางวันฝากท้องที่ไทยเฮ้าท์ อยู่ใกล้ๆสนามรักบี้ มี “เอ็ม” กับ “พี่เส้น” หน่วยวิ่งเสบียง และช่างภาพประจำทีมคือ “พี่เต้” ช่างภาพจากสยามกีฬา ที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก “พี่โอฬาร“ ส่งมาให้ตามติดทีมรักบี้ไทยโดยเฉพาะในซีเกมส์

ที่สำคัญความสำเร็จในซีเกมส์ 2019 คือจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของการยกระดับทีมรักบี้ไทย เพราะหลังจากนั้น สมาคมรักบี้ ได้นักกรีฑาเข้ามาเสริมทีม เนื่องจากช่วงซีเกมส์ “บิ๊กต้น” ได้บังเอิญไปเจอ “แฝดใหญ่-พล.ต.ต. สุรพงษ์“ สมาคมกรีฑา จนได้มีการส่งนักรักบี้ไปฝึกการเพิ่มสปีดต้น และยังได้ตัว “เนย ป็อกบา” มาอยู่ในทีมหญิง

แล้วยังได้ยกระดับในด้านความสัมพันธ์ของชาติรักบี้ในอาเซียน ที่ “บิ๊กต้น” เข้าไปพูดคุยหาแนวทางพัฒนาร่วมกันกับทุกชาติ จนในปัจจุบันอาเซียนรวมใจเป็น 1 ก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียนได้สำเร็จ

แล้วภาพการแข่งขันรักบี้มันส์ๆ ความสะใจของนักกีฬา จะกลับมาอีกครั้งในศึกรักบี้ซีเกมส์ 2025 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ มาร่วมส่งเสียงเชียร์และเป็นกำลังใจให้ขุนพลรักบี้ทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิง มั่นใจว่าศึกครั้งนี้ เราจะคว้า 2 เหรียญทองให้ได้เหมือนในปี 2007 ที่นครราชสีมา ซีเกมส์ครั้งสุดท้ายที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

ประกาศ!!!!

เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการดำเนินการประสานงานจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล

“บิ๊กต้น” ใช้โอกาสการแข่งขัน รักบี้ซีเกมส์ สร้างกระแส inspiration สร้าง Idol ให้กับเด็กๆ เยาวชนโดยจะมอบประสบการณ์พิเศษให้แก่เยาวชนจากต่างจังหวัด มีคำสั่งมอบหมายประธานภาค ทั้ง 4 ภาค ให้พาเด็กๆเยาวชน ในพื้นที่มาชมรักบี้ซีเกมส์

สมาคมฯ พร้อมดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บางส่วน เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ในเกมแห่งศักดิ์ศรีของอาเซียน นอกจากนั้น ก็จะชูระบบจัดการแข่งขันให้ ยิ่งใหญ่ เทียบเท่าเอเชียซีรีส์ที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพ

โดยแต่งตั้ง ร.อ ประชา ศรีธวัชพงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เข้ามาดู ในรายละเอียดของ การจัดการแข่งขัน อีกชั้นนึง นอกจาก คณะกรรมการฯ ที่ได้ รับการแต่งตั้งไปแล้ว

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการที่สมาคมรักบี้ของไทยจะต้องดูแลเรื่องการจัดการแข่งขัน รักบี้ซีเกมส์ ซึ่งเราเป็นเจ้าภาพ

โดยได้เปิดเผยว่า หลังจากประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนตุลาคม ได้มีการติดตามความพร้อมของฝ่ายต่างๆ ในการเตรียมเป็นเจ้าภาพรักบี้ซีเกมส์ ซึ่งตนได้ย้ำกับทุกฝ่ายและทุกคณะทำงานว่าต้องจัดการแข่งขันให้ดีที่สุดเทียบเท่ากับศึกเอเชียซีรีส์ ที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะ ระบบการรักษาความปลอยภัย และการต้อนรับเพราะในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจาก สุลต่าน จากประเทศ มาเลย์เซีย และ vip จากประเทศสมาชิกต่างๆในเอเชีย จะเข้าร่วมชมการแข่งขัน ทั้ง 2 วัน

เนื่องจาก ผมในฐานะ ประธานสหพันธ์ รักบี้ อาเซียน จะได้เชิญ สมาชิก ในอาเซียน และ สมาชิก อีสต์เอเซีย ซึ่งพึ่งได้เซ็น สัญญา mou ความช่วยเหลือ กันที่ ลอนดอน เมื่อเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา มาร่วมประชุม กันครั้งแรก ที่กรุงเทพ พร้อมทั้ง ชม รักบี้ซีเกมส์ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีความพร้อมสุดๆ ทั้ง การจัดการแข่งขัน การจัดประชุม และการเตรียมความพร้อมของทีม ที่ตั้งเป้า ไว้ 2 เหรียญทอง

พ.ต.ท.กุลธน ยังกล่าวต่อว่า นอกจากระบบการจัดการที่จะต้องทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นหน้าตาของประเทศไทย อีกเรื่องที่จะต้องฝากประธานภูมิภาคทั้ง 4 คน หากเด็กๆและเยาวชน ในพื้นที่ต่างจังหวัดในความรับผิดชอบมีความต้องการจะเดินทางมาชมรักบี้ซีเกมส์ในวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ

ทางสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะดูแลค่าใช้จ่ายการเดินทางให้บ้างส่วน ซึ่งตนมั่นใจว่าศึกรักบี้ซีเกมส์เป็นแมตช์ที่สำคัญระดับประเทศ และเป็นศักดิ์ศรีของไทยที่ต้องทำให้ได้ 2 เหรียญทอง ดังนั้นเราจึงจำเป็น ต้องใช้โอกาสนี้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน เพื่อเข้ามาเล่นรักบี้ ให้เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสมาคมฯ จะสามารถ ทำเรื่องนี้ได้ตามวัตถุประสงค์ และ เป้าหมายแล้วก็ตาม

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่เปิดให้กองเชียร์เข้าชมซีเกมส์ฟรีทุกสนาม ทำให้สมาคมพร้อมที่ใช้การแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ในการปลุกกระแสกีฬารักบี้ ก็อยากจะขอเชิญชวนประชาชน และ เด็กๆ โรงเรียน ที่เล่นรักบี้ ในพื้นที่กทม และ ไม่ได้เล่นแต่ อยู่ในพื้นที่ ใกล้เคียงสนามกีฬากองทัพอากาศ ย่านลำลูกกา เข้ามาชมมาเชียร์และให้กำลังใจนักรักบี้ทีมชาติไทยเพื่อคว้าชัยชนะมาสู่ประเทศชาติของเรา“ พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2568 พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเงินจากกองทุนรักบี้ตำรวจ เป็นรางวัลและขวัญกำลังใจให้แก่ทีมรักบี้ 7 คนทีมชายและทีมหญิง ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในศึกรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รายการ “เอเชีย รักบี้ เอเมิเรตส์ เซเว่นส์ ซีรีส์ 2025″ สนามสุดท้าย ที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568  พร้อมทั้งให้กำลังใจนักกีฬาทั้ง 2 ทีมในการสู้ศึกนานาชาติต่อไป

ในการแข่งขันรายการดังกล่าว ทีมหญิงไทย เอาชนะฮ่องกง 10-5 จุด คว้าอันดับ 3 และได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ สมัยที่ 4 ติดต่อกัน  ด้านทีมชาย เอาชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 26-12 จุด จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ส่งผลให้ตารางคะแนนรวมทั้ง 2 เลก ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 ของตาราง ทำให้รอดตกชั้นในปีนี้