ทีมรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย คว้าอันดับ 3 ในการแข่งขัน Asia Rugby Emirates Sevens Series 2026 เลกแรก เป็นไปตามเป้าหมายที่ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วางไว้ก่อนการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมฯ ยืนยันว่า แม้จะชื่นชมในความมุ่งมั่นและหัวใจนักสู้ของนักกีฬา แต่ยังไม่สามารถพอใจกับผลงานโดยรวมได้ เนื่องจากระดับการเล่นของทีมยังไม่ได้ขยับขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะการกลับมาเล่นสูสีกับฮ่องกงอีกครั้ง
ภายหลังจบการแข่งขัน พ.ต.ท.กุลธน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มอบรางวัลให้แก่นักกีฬาทีมชายแล้ว ได้ร่วมงานเลี้ยงของทีมและมอบรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมให้แก่ 3 นักรักบี้หญิงทีมชาติไทย ได้แก่ รัตนภรณ์ วิทยารณยุทธ์, สลินดา แผ่ความดี และ ธนาภรณ์ หวลคิด โดยมี นางสุทรรศนีย์ ผู้จัดการทีมชาติไทย พร้อมด้วยคณะสตาฟโค้ชร่วมงาน เพื่อเป็นกำลังใจและยกย่องนักกีฬาที่ทำผลงานโดดเด่นในการแข่งขันครั้งนี้
พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า แม้อันดับ 3 ของเอเชียจะเป็นไปตามเป้าหมายและถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเตรียมทีมสู่เอเชียนเกมส์ แต่หากมองในแง่ของพัฒนาการ ยังมีหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้ง ระบบการเล่นของทีม การเลือกและวางตัวผู้เล่นให้เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง รวมถึงทัศนคติของนักกีฬา
“สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเปลี่ยน Attitude ของนักกีฬา เป้าหมายของเราต้องไม่ใช่การพยายามเอาชนะฮ่องกงอีกต่อไป คู่ต่อสู้ที่เราต้องมองคือจีนกับญี่ปุ่น เราต้องพยายามก้าวข้ามฮ่องกงให้ได้อย่างชัดเจน ถ้าเรายังกลับมาเล่นสูสีกับฮ่องกง ก็แสดงว่าเรายังไม่ได้พัฒนาไปถึงจุดที่เราต้องการ”
นายกสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากทีมชาติไทยสามารถยกระดับการเล่นขึ้นมาได้ โดยเฉพาะการสร้างระยะห่างจากฮ่องกง และลดช่องว่างกับทีมชั้นนำอย่างจีนและญี่ปุ่น โอกาสในการคว้าเหรียญเอเชียนเกมส์ โดยเฉพาะ เหรียญทองแดง ถือว่ามีความเป็นไปได้สูง
“อันดับ 3 ครั้งนี้ผมชื่นชมนักกีฬา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะดีใจกับอันดับ 3 แล้วหยุดอยู่แค่นี้ เพราะเป้าหมายใหญ่ของเราคือเอเชียนเกมส์ ถ้าเรารักษามาตรฐานและพัฒนาขึ้นไปอีก ผมเชื่อว่าเราไม่ควรพลาดเหรียญ แต่เราต้องทำให้เห็นก่อนว่าเราก้าวข้ามฮ่องกงได้แล้ว และพร้อมที่จะขึ้นไปสู้กับจีนและญี่ปุ่นจริง ๆ”
ทั้งนี้ ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงและพบปะกับนักกีฬา พ.ต.ท.กุลธน ได้เรียกคณะสตาฟโค้ชหารือและประเมินผลงานจากการแข่งขันอย่างละเอียด พร้อมกำชับถึงสิ่งที่ต้องเร่งปรับปรุงในช่วงเวลาที่เหลือก่อนเอเชียนเกมส์
ขณะเดียวกัน นายกสมาคมฯ ได้กล่าวขอบคุณ ผู้จัดการทีม นาง สุทรรศนีย์ ภาณุประภา พร้อมด้วยคณะสตาฟโค้ช ที่เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงและ ทุ่มเททำงานให้กับทีมชาติไทย โดยสิ่งที่น่าชื่นชมมากที่สุดจากการแข่งขันครั้งนี้คือ หัวใจนักสู้ของนักกีฬาไทย ที่ไม่ยอมแพ้แม้ในช่วงเวลาที่สถานการณ์กดดัน และสามารถต่อสู้จนพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้ในช่วงนาทีสุดท้าย
“เรื่องที่ผมชื่นชมที่สุดคือความใจสู้ นักกีฬาของเราไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย นี่คือสิ่งที่ทีมชาติไทยต้องรักษาไว้ แต่จากนี้เราต้องเอาหัวใจแบบนี้มารวมกับระบบการเล่น การเตรียมทีม และทัศนคติที่ต้องมองสูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้พร้อมที่สุดสำหรับเอเชียนเกมส์” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว