สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดการคัดเลือกตัวนักกีฬาหญิง อายุ 17 ปี ขึ้นไป จากนักรักบี้หญิงทั้ง 4 ภาค ระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค.2569 ที่สนามเพชรบูรพา จังหวัดระยอง  ตามนโยบายของ พ.ต.ท. กุลธน ประจวบเหมาะ อดีตนายกสมาคม โดยครั้งนี้ มี “โค้ชเล็ก” สุภรัตน์ อัลภาชน์ และ โลเต้ ไลคาบูร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย เดินทางมาคัดตัวด้วยตนเอง

ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ ประธานการคัดตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกรักบี้ 15 คน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ เพรสซิเดนท์คัพ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 2-8 เมษายน นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอาอากาศ (ธูปะเตมีย์) เผยถึงความพร้อมของทีมเยาวชนไทยในชุดดังกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 2-3 มีนาคม ที่ผ่านมา ทีมโค้ชเพิ่งทำการคัดตัวในรอบที่ 3 โดยคัดนักกีฬาจาก 50 คน เหลือ 35 คน เพื่อเตรียมมาเข้าแคมป์ร่วมกันในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ไปจนถึงช่วงการแข่งขัน

ประธานคัดเลือกตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกเพรสซิเดนท์คัพ ยังเผยอีกว่า นักกีฬา 35 คนที่คัดเลือกเข้ามาล้วนแต่เป็นระดับหัวกระทิของเมืองไทย ผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นนักกีฬาจากวชิราวุธวิทยาลัย ที่ติดมา 17 คน กับ ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ที่ติดมา 11 คน นอกจากนี้ยังมีเยาวชนจากราชโบริกานุเคราะห์ จากราชบุรี, อ่าวลึกประชาสรรค์ จากกระบี่, บางกอกพัฒนา, สาธิต ม.เกษตศาสตร์, นิวตัน ซิกส์ ฟอร์ม และ บางกอก ไลอ้อนส์ ติดทีมมาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นที่เกิดในปี พ.ศ. 2552

“เด็กๆชุดนี้ หลายคนมีทักษะฝีมือที่ไม่ธรรมดา กองหน้าชุดนี้รูปร่างใหญ่ ส่วนกองหลังค่อนข้างมีความคล่องตัว ซึ่งหลังมาเก็บตัวจริงจังด้วยกัน ก็เชื่อว่าน่าจะเห็นอะไรดีๆจากทีมชุดนี้ ส่วนตอนนี้ทีมที่เข้าร่วมมีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ที่ยืนยันมาแน่ คือ มาเลเซีย กับ กวม และสปป.ลาว เป็นทีมที่เข้ามาเสียบแทน สิงคโปร์ ที่ถอนตัวออกไป”

”เชื่อว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ 15 คนที่สนุกแน่นอน เราก็จะได้เห็นศักยภาพของนักกีฬาไทยกับชาติในอาเซียนเวลานี้ ว่าเป็นอย่างไร เท่าที่มีข้อมูลตอนนี้ มาเลเซีย สุ่มซ้อมไม่ค่อยออกแข่งที่ไหน นี่ถือเป็นทีมที่น่ากลัว ส่วน กวม น่าจะใช้ผู้เล่นต่างชาติเยอะ เบสิคแม้ไม่ดี แต่ได้เปรียบรูปร่างที่ใหญ่ ด้าน สปป.ลาว ก็กำลังมุ่งมั่นในการสร้างผู้เล่นเยาวชนขึ้นมาเป็นกำลังเสริมให้ทีมชุดใหญ่ ดังนั้นก็ประมาทไม่ได้“ ประธานคัดเลือกตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกเพรสซิเดนท์คัพ กล่าวทิ้งท้าย

จากผลงานด้านกีฬารักบี้เข้าตาคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาฯ ทำให้คณะกรรมการสมาคมเลือก “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รับตำแหน่งนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี 2568 หลังทำผลงานชัด ช่วยสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย คว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 พร้อมกับยังช่วยพัฒนาเยาวชน สร้างนักรักบี้ประดับวงการมากมาย และยังจับมืออาเซียนสร้างสหพันธ์ที่เข้มแข็ง

สมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศรายนาม 13 คน ที่ได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2568 โดยมีชื่อของ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีชื่อได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย และยังเป็นบุคคลเดียวใน 13 คนที่ทำงานด้านสายกีฬา ทำคุณประโยชน์และคุณูปการแก่วงการรักบี้

โดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 26 ได้สร้างคุณงามความดีและประโยชน์ต่อวงการกีฬา โดยเฉพาะกีฬารักบี้ฟุตบอล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ของไทย ผลงานล่าสุดคือการพาทีมชาติไทยคว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 และในรอบปีที่เป็นนายกสมาคมรักบี้ไทยได้สร้างทีมหญิงประเภท 7 คนก้าวไปสู่ระดับเวิลด์ซีรีส์ และ รั้งอันดับ 3 เอเชีย รวมไปถึงการพัฒนาในทุกด้านของวงการรักบี้ตั้งแต่รากหญ้าในต่างจังหวัดไปจนถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายกสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการพิจารณาทุกท่านที่ให้เกียรติเลือกตนได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2568 และขอแสดงความยินดีกับอีก 12 ท่านที่ได้รับเลือกเป็นนิสิตดีเด่น ของสถาบันอันทรงเกียรติของพวกเรา ตาม สาขาวิชาชีพที่แต่ละคนถนัด ซึ่งตนก็ให้คำมั่นว่าหลังจากนี้จะยังคงสร้างประโยชน์ให้แก่วงการกีฬารักบี้ของไทยต่อไป โดยในเดือนหน้าก็จะมีการเลือกตั้งนายกสมาคม ฯ ตนก็จะขอลงสมัครรับเลือกตั้ง อีกครั้งเพื่อขอทำหน้าที่ต่อเป็นสมัยที่ 3 และจะทำหน้าที่ ให้สมกับ เกียรติภูมิที่ได้รับ จากสถาบันการศึกษา ที่ได้เคยเล่าเรียนมา

ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ ประธานการคัดตัวนักกีฬารักบี้ไทย ชุดทำศึกรักบี้ 15 คน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ เพรสซิเดนท์คัพ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ระหว่าง 2-8 เมษายน นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอาอากาศ (ธูปะเตมีย์) ชื่นชมทักษะและเทคนิคของนักกีฬารักบี้เยาวชนจากทั่วประเทศไทยที่เดินทางมาทำการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติ เมื่อ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โดยชี้ว่าเยาวชนรุ่นใหม่นอกจากจะมีเทคนิคและทักษะที่ดีแล้ว ยังมีรูปร่างที่ดีด้วย

ประธานคัดเลือกนักกีฬาชุดทำศึก เพรสซิเดนท์คัพ ยังเผยอีกว่า ในการคัดเลือกดังกล่าวมีเยาวชนกว่า 130 คนทั่วประเทศเดินทางมาคัดเลือก ซึ่งก็ทำให้สมาคมได้เห็นถึงเพชรเม็ดงามของวงการรักบี้ไทยว่ายังมีอยู่จริง ซึ่งเด็กๆก็มีหลากหลายทั้งจากทีมดัง ภ.ป.ร., วชิราวุธ รวมไปถึงเด็กๆจากต่างจังหวัด และยังมีต่างชาติอีก 2 คน มาร่วมคัด โดยเวลานี้ได้มีการคัดเลือกนักกีฬาเหลือ 50 คนแล้ว และในวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์นี้ จะมารวมตัวฝึกซ้อมกัน ก่อนในวันที่ 2-3 มีนาคม จะซ้อมทีมและคัดให้เหลือ 35 คนสุดท้ายไปทำการแข่งขัน

”หลังจากนั้นเราจะเริ่มซ้อมกันตามโปรแกรมตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม และจะเก็บตัว กิน นอน ร่วมกันตั้งแต่ 23 มีนาคม เป็นตัวไปครับ ส่วนชาติที่ตอบรับเข้าร่วมการแข่งขันในศึกเพรสซิเดนท์คัพคราวนี้ ประกอบด้วย มาเลเซีย, กวม และ สิงคโปร์“

“เบน” จ่าอากาศเอก ศรุต จันดา หรือ “จ่าเบน”​ ผู้เล่นคนสำคัญ กัปตันทีมรักบี้ 7 คนชาย ควงคู่ “แนน” รักษิณา นาวาแก้ว นักรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่นชายและหญิง ของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ 9 ก.พ.2569

ทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอในการรับใช้ชาติและมีส่วนสำคัญทำให้ทีมรักบี้ 7 คนชายและหญิง คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปลายปี 2025 ได้สำเร็จ โดยในรายของ ศรุต จันดา ซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นการติดทีมชาติครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย

สำหรับงานวันนักกีฬาแห่งชาติ กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภท โอ.เค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ปัจจุบันเรียกว่า “การแข่งขันกีฬาซีเกมส์“

รวมไปถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา โดยปีนี้ถูกเลื่อนมาจัดในวันที่ 9 ก.พ.2569 เนื่องจากในช่วงปลายปีที่แล้วและต้นปี ประเทศไทยเป็นเจ้ากีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งทั้งสองมหกรรมกีฬาดังกล่าวมีการนำผลงานของนักกีฬามาใช้ในการพิจารณามอบรางวัลในปีนี้ด้วย

“เปาท็อป” เดชดนัย วงษ์ยืน (เปาท็อป) ผู้ตัดสินจากสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นและต่อเนื่องในระดับนานาชาติ โดยหลังจากเปิดศักราชใหม่ 2569 เจ้าตัวได้รับคำเชิญจากสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศสิงคโปร์ ให้เข้าร่วมทำหน้าที่ตัดสินการแข่งขันรายการ Singapore Sevens (See Sevens) ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ประเทศสิงคโปร์ 

ขณะที่ล่าสุดนั้น สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศศรีลังกา ได้มีหนังสือเชิญมายังสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อขอตัวผู้ตัดสินชาวไทยไปทำหน้าที่ตัดสินใน คู่ชิงชนะเลิศรายการชิงแชมป์ระดับชาติของประเทศศรีลังกา

ทั้งนี้ ทางประเทศศรีลังกาเป็นผู้รับผิดชอบค่าเดินทางและที่พักทั้งหมดให้กับผู้ตัดสินชาวไทย ซึ่งในโอกาสนี้ พันตำรวจโท กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวชื่นชมและให้การสนับสนุนผู้ตัดสินไทยที่ได้รับคำเชิญไปปฏิบัติหน้าที่ในระดับนานาชาติ พร้อมย้ำว่านี่คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการรักบี้ไทย

“เปาครีม“ ดลยากร ผูกน้อย” ผู้ตัดสินหญิงหนึ่งเดียวของไทย ได้รับเกียรติจากสหพันธ์รักบี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ปฏิบัติให้ทำหน้าที่ในเวทีรักบี้นานาชาติในการแข่งขัน รักบี้ฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 ณ รัฐเซอลาโงร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยเจ้าตัวจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ.นี้ 

สำหรับการแข่งขันรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเภท 15 คน หญิง มีทีมเข้าร่วมจากประเทศ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยนับเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีความสำคัญต่อการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นางสาวดลยากร ผูกน้อย เป็นผู้ตัดสินสังกัดสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯและได้รับรางวัล ผู้ตัดสินยอดเยี่ยมแห่งปี พ.ศ. 2568 (2025) และโดยเป็นผู้ตัดสินหญิงเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในรายการนี้ 

ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยมีผู้ตัดสินหญิงรุ่นพี่อย่าง อ.สุภาภรณ์ โกเมนเอก ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการรักบี้ไทยในระดับนานาชาติมาแล้ว และในครั้งนี้ นางสาวดลยากร ผูกน้อย ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการรักบี้ฟุตบอลไทย

สำหรับบุคคลที่มีรายชื่อผ่านการคัดเลือกรอบแรก ในการคัดตัวเป็นนักกีฬาทีมชาติ รุ่นอายุ 17 ปี จะต้องเข้ารายงานตัว ในเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ สนามหลังวชิราวุธวิทยาลัย

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดโอกาสเยาวชนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ในการคัดตัวทีมชาติไทย ยู-17 ที่มี ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ เป็นประธานในการคัดตัวทีมชาติไทย ยู-17 เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันรักบี้ 15 คน อายุไม่เกิน 17 ปี “เพรสซิเดนท์คัพ” ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 2-8 เม.ย.2569 สังเวียนสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

สำหรับบรรยากาศในการคัดตัวนั้นมีเยาวชนจำนวน 130 คนจากทุกภูมิภาคทั่วไทย ตบเท้าเข้ามาทดสอบกันที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยแต่ละคนก็พกเอาความมั่นใจและฝีมือ ฝีเท้า ออกมาโชว์กันอย่างเต็มที่ เนื่องจากทีมชาติไทย ยู-17 เป็นก้าวแรกที่สำคัญของนักกีฬารักบี้ไทย

รอบแรก ภัคพงศ์ จักษุรักษ์ ประธานการคัดตัวนักกีฬาจะเลือกเพียง 50 คน จาก 130 คน ในการเก็บตัวร่วมกัน จากนั้นก็จะคัดให้เหลือ 35 คนสุดท้ายเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติไทย ส่วนผู้ฝึกสอนชุดนี้เป็น อรรถพล ช้างเจริญ, ธาตรี ดีประดวง,พ.ต.ต.ฆฤณ ลักษณสมพงษ์ และพีระณัฐ ปุษปาคมโดยมี ภาณุพงศ์ ศิริรักษ์ เป็นผู้จัดการทีมและวสิฐ ลิ่มไพบูลย์ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม

การแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน รายการ SEA 7s โดยประเทศสิงคโปร์รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพใหญ่ทุกปี โดยหนนี้เป็นการจัดควบคู่ไปกับศึกรักบี้ 7 คนเวิลด์ซีรีส์ ซึ่งคู่ชิงชนะเลิศของศึก SEA 7s ได้ลงแข่งขันในสนามเวิลด์ซีรีส์เพื่อให้แฟนๆรักบี้จากทั่วโลกได้รับชมด้วย 

ทั้งนี “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน แต่เป็นทีมชุดผสมเน้นแกนหลักเป็นกลุ่มดาวรุ่ง และมีทีมชาติชุดใหญ่ประคองเพียง 2-3 คน

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทีมรักบี้ไทยดีกรีแชมป์ซีเกมส์ทั้งชายและหญิง ก็เข้ารอบชิงชนะเลิศได้ทั้งคู่ โดยทีมหญิง สามารถล้างตาจากการคว้าอันดับ 3 ปีที่แล้ว ด้วยการเอาชนะ มาเลเซีย ไปแบบขาดลอย 39-0 จุด ทวงบัลลังก์แชมป์กลับมาได้ ส่วนทีมชายแชมป์เก่าครั้งที่แล้ว แต่ปีนี้เน้นดาวรุ่งเป็นหลักทำให้ได้รองแชมป์ หลังพ่าย มาเลเซียเพียง 1 ทรัยเท่านั้น จบลงด้วยสกอร์ 5-10 จุด