คณะเจ้าหน้าที่ ผู้ฝึกสอน และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ประเภท 7 คน ได้ออกเดินทางสู่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรายการใหญ่ระดับนานาชาติ HSBC Hong Kong Sevens 2026 Melrose – Claymores Shield ซึ่งมีกำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน 2569 ท่ามกลางความคาดหวังของแฟนกีฬาชาวไทยที่พร้อมส่งแรงใจเชียร์ทีมสาวไทยอย่างเต็มที่

การเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของทีมรักบี้หญิงไทย ที่ได้เตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านร่างกาย แท็กติก และการสร้างความแข็งแกร่งของทีม เพื่อยกระดับมาตรฐานสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยรายการ Hong Kong Sevens นับเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับความสนใจจากวงการรักบี้ทั่วโลก และเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้แสดงศักยภาพต่อสายตานานาชาติ

ตลอดช่วงที่ผ่านมา นักกีฬาทุกคนได้ทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก ภายใต้การดูแลของทีมงานสตาฟฟ์โค้ชอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พร้อมที่สุดก่อนลงสนามจริง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความฟิต ความเร็ว การประสานงานภายในทีม รวมถึงการรับมือกับคู่แข่งที่มีมาตรฐานสูงจากหลายชาติ

การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการชิงชัยเพื่อผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เสริมสร้างความมั่นใจ และต่อยอดพัฒนาทีมชาติไทยในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมทีมสำหรับรายการระดับเอเชียและระดับโลกในอนาคต

แฟนกีฬาชาวไทยสามารถร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้ทัพนักรักบี้หญิงไทยในการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญให้สาวไทยสู้เต็มที่ในสนาม และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติบนเวทีนานาชาติอีกครั้ง

จากผลงานด้านกีฬารักบี้เข้าตาคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาฯ ทำให้คณะกรรมการสมาคมเลือก “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รับตำแหน่งนิสิตเก่านิติศาสตร์ จุฬาฯ ดีเด่น ประจำปี 2568 หลังทำผลงานชัด ช่วยสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย คว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 พร้อมกับยังช่วยพัฒนาเยาวชน สร้างนักรักบี้ประดับวงการมากมาย และยังจับมืออาเซียนสร้างสหพันธ์ที่เข้มแข็ง

สมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศรายนาม 13 คน ที่ได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2568 โดยมีชื่อของ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีชื่อได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย และยังเป็นบุคคลเดียวใน 13 คนที่ทำงานด้านสายกีฬา ทำคุณประโยชน์และคุณูปการแก่วงการรักบี้

โดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เป็นศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 26 ได้สร้างคุณงามความดีและประโยชน์ต่อวงการกีฬา โดยเฉพาะกีฬารักบี้ฟุตบอล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ของไทย ผลงานล่าสุดคือการพาทีมชาติไทยคว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ 2025 และในรอบปีที่เป็นนายกสมาคมรักบี้ไทยได้สร้างทีมหญิงประเภท 7 คนก้าวไปสู่ระดับเวิลด์ซีรีส์ และ รั้งอันดับ 3 เอเชีย รวมไปถึงการพัฒนาในทุกด้านของวงการรักบี้ตั้งแต่รากหญ้าในต่างจังหวัดไปจนถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายกสมาคมนิสิตเก่านิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการพิจารณาทุกท่านที่ให้เกียรติเลือกตนได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นประจำปี 2568 และขอแสดงความยินดีกับอีก 12 ท่านที่ได้รับเลือกเป็นนิสิตดีเด่น ของสถาบันอันทรงเกียรติของพวกเรา ตาม สาขาวิชาชีพที่แต่ละคนถนัด ซึ่งตนก็ให้คำมั่นว่าหลังจากนี้จะยังคงสร้างประโยชน์ให้แก่วงการกีฬารักบี้ของไทยต่อไป โดยในเดือนหน้าก็จะมีการเลือกตั้งนายกสมาคม ฯ ตนก็จะขอลงสมัครรับเลือกตั้ง อีกครั้งเพื่อขอทำหน้าที่ต่อเป็นสมัยที่ 3 และจะทำหน้าที่ ให้สมกับ เกียรติภูมิที่ได้รับ จากสถาบันการศึกษา ที่ได้เคยเล่าเรียนมา

“เบน” จ่าอากาศเอก ศรุต จันดา หรือ “จ่าเบน”​ ผู้เล่นคนสำคัญ กัปตันทีมรักบี้ 7 คนชาย ควงคู่ “แนน” รักษิณา นาวาแก้ว นักรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย คว้ารางวัลนักกีฬาดีเด่นชายและหญิง ของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ 9 ก.พ.2569

ทั้งคู่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอในการรับใช้ชาติและมีส่วนสำคัญทำให้ทีมรักบี้ 7 คนชายและหญิง คว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปลายปี 2025 ได้สำเร็จ โดยในรายของ ศรุต จันดา ซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นการติดทีมชาติครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย

สำหรับงานวันนักกีฬาแห่งชาติ กำหนดจัดขึ้นทุกวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเรือใบ ประเภท โอ.เค ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ปัจจุบันเรียกว่า “การแข่งขันกีฬาซีเกมส์“

รวมไปถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทยเห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา โดยปีนี้ถูกเลื่อนมาจัดในวันที่ 9 ก.พ.2569 เนื่องจากในช่วงปลายปีที่แล้วและต้นปี ประเทศไทยเป็นเจ้ากีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งทั้งสองมหกรรมกีฬาดังกล่าวมีการนำผลงานของนักกีฬามาใช้ในการพิจารณามอบรางวัลในปีนี้ด้วย

“เปาครีม“ ดลยากร ผูกน้อย” ผู้ตัดสินหญิงหนึ่งเดียวของไทย ได้รับเกียรติจากสหพันธ์รักบี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ปฏิบัติให้ทำหน้าที่ในเวทีรักบี้นานาชาติในการแข่งขัน รักบี้ฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 ณ รัฐเซอลาโงร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยเจ้าตัวจะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ.นี้ 

สำหรับการแข่งขันรายการดังกล่าวเป็นการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเภท 15 คน หญิง มีทีมเข้าร่วมจากประเทศ สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยนับเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีความสำคัญต่อการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นางสาวดลยากร ผูกน้อย เป็นผู้ตัดสินสังกัดสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯและได้รับรางวัล ผู้ตัดสินยอดเยี่ยมแห่งปี พ.ศ. 2568 (2025) และโดยเป็นผู้ตัดสินหญิงเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในรายการนี้ 

ที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยมีผู้ตัดสินหญิงรุ่นพี่อย่าง อ.สุภาภรณ์ โกเมนเอก ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการรักบี้ไทยในระดับนานาชาติมาแล้ว และในครั้งนี้ นางสาวดลยากร ผูกน้อย ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวงการรักบี้ฟุตบอลไทย

การแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน รายการ SEA 7s โดยประเทศสิงคโปร์รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพใหญ่ทุกปี โดยหนนี้เป็นการจัดควบคู่ไปกับศึกรักบี้ 7 คนเวิลด์ซีรีส์ ซึ่งคู่ชิงชนะเลิศของศึก SEA 7s ได้ลงแข่งขันในสนามเวิลด์ซีรีส์เพื่อให้แฟนๆรักบี้จากทั่วโลกได้รับชมด้วย 

ทั้งนี “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ส่งทีมเข้าแข่งขัน แต่เป็นทีมชุดผสมเน้นแกนหลักเป็นกลุ่มดาวรุ่ง และมีทีมชาติชุดใหญ่ประคองเพียง 2-3 คน

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทีมรักบี้ไทยดีกรีแชมป์ซีเกมส์ทั้งชายและหญิง ก็เข้ารอบชิงชนะเลิศได้ทั้งคู่ โดยทีมหญิง สามารถล้างตาจากการคว้าอันดับ 3 ปีที่แล้ว ด้วยการเอาชนะ มาเลเซีย ไปแบบขาดลอย 39-0 จุด ทวงบัลลังก์แชมป์กลับมาได้ ส่วนทีมชายแชมป์เก่าครั้งที่แล้ว แต่ปีนี้เน้นดาวรุ่งเป็นหลักทำให้ได้รองแชมป์ หลังพ่าย มาเลเซียเพียง 1 ทรัยเท่านั้น จบลงด้วยสกอร์ 5-10 จุด

การแข่งขัน รักบี้ 7 คนหญิง รายการ เฮชเอสบีซี เซเวนส์ ดิวิชั่น 3 ซึ่งแข่งขัน 17-18 มกราคม 2569 ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รายการนี้ ทีมสาวไทย อันดับ 24 ของโลก ได้สิทธิ์ร่วมแข่งขันด้วย การแข่งขันเมื่อ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ทีมสาวไทยที่อยู่สายเอ ลงสนาม 3 นัด พ่ายให้กับ สาธารณรัฐเช็ก 5-32 จุด แต่หลังจากนั้นมาระเบิดฟอร์มถล่ม เม็กซิโก 45-0 จุด ในเกมที่ 2 ทว่าเกมที่ 3 ต้านแกร่ง แอฟริกาใต้ แชมป์เก่า ไม่ไหว พ่ายไป 5-33 จุด ทำให้ทีมสาวไทยจบด้วยการเป็นอันดับ 3 ของสายเอ 

ทั้งนี้เมื่อ 18 มกราคม ที่ผ่านมา ทีมสาวไทยมีโปรแกรมลงแข่งขันในรอบจัดอันดับต่อ ผลปรากฎว่า ทีมสาวไทย เปิดหัวยอดเยี่ยม ไล่อัด ซามัว 31-10 จุด  กรุยทางเข้าไปชิงอันดับ 5 กับ โคลอมเบีย เกมดังกล่าวไทยสู้เต็มที่ แต่ต้านไม่อยู่ พ่ายไป 0-17 จุด ทำให้จบการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยการคว้าอันดับที่ 6 มาครอง

ด้านผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมหญิง แอฟริกาใต้ ชนะ อาร์เจนตินา 12-5 จุด อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ทีม จูงมือกันได้ไปเล่นในดิวิชั่น 2 ต่อไป ส่วนรอบชิงอันดับ 3 สาธารณรัฐเช็ค ชนะ โปแลนด์ 24-14 จุด ด้านประเภททีมชาย รอบชิงชนะเลิศ แคนาดา ชนะ เบลเยียม 28-10 จุด ขณะที่เกมชิงอันดับ 3 ซามัว ชนะ ฮ่องกง 26-5 จุด 

การแข่งขัน รักบี้ 7 คนหญิง รายการเฮชเอสบีซี เซเวนส์ ดิวิชั่น 3 ซึ่งแข่งขัน 17-18 มกราคม 2569 ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รายการนี้ ทีมสาวไทย อันดับ 24 ของโลก ได้สิทธิ์ร่วมแข่งขันด้วย โดยอยู่สายเอ ร่วมกับ แอฟริกาใต้ (แชมป์เก่า) ทีมอันดับ 15 ของโลก, เม็กซิโก และ สาธารณรัฐเช็ก อันดับ 25 ของโลก โดยรอบแบ่งกลุ่มจะนำอันดับ 1 และ 2 เข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก และนำแชมป์กับรองแชมป์ในสเตจนี้ ไปลุยต่อในระดับดิวิชั่น 2 ต่อไป 

สำหรับการแข่งขันเมื่อ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ทีมสาวไทยลงสนาม 3 นัด พยายามทำผลงานและสู้อย่างเต็มที่ แม้เกมแรก จะประเดิมพ่ายให้กับ สาธารณรัฐเช็ก 5-32 แต่หลังจากนั้นมาระเบิดฟอร์มถล่ม เม็กซิโก 45-0 ในเกมที่ 2 ทว่าเกมที่ 3 ต้านแกร่ง แอฟริกาใต้ แชมป์เก่า ไม่ไหว พ่ายไป 5-33 ทำให้ทีมสาวไทยจบด้วยการเป็นอันดับ 3 ของสายเอ 

ทั้งนี้ทีมสาวไทยยังมีโปรแกรมลงแข่งขันในรอบจัดอันดับต่อ ในวันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคมนี้ โดยจะลงสนามพบกับ ซามัว 

ทีมรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทย เตรียมเปิดศักราชใหม่ปี 2026 ด้วยการทำศึก เฮชเอสบีซี เซเวนส์ ดิวิชั่น 3 ซึ่งจะมีขึ้น 17-18 มกราคม นี้ ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 

สภาพทีมทีมสาวไทยนั้น ออกเดินทางไปยังเมืองดูไบตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา สภาพทีมนั้นถือว่าพร้อมทีเดียว ผลงานล่าสุดคือ การคว้าเหรียญทอง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33  เมื่อปลายปี 2025 

ในรอบนี้ ไทย อันดับ 24 ของโลก อยู่กลุ่มเอ โดยมีแอฟริกาใต้ (แชมป์เก่า) ทีมอันดับ 15 ของโลก พร้อมด้วย เม็กซิโก ซึ่งไม่ได้ติดท็อป 50 และ สาธารณรัฐเช็ก อันดับ 25 ร่วมสาย โดยรอบแบ่งกลุ่มจะนำอันดับ 1 และ 2 เข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก และนำแชมป์กับรองแชมป์ในสเตจนี้ ไปลุยต่อในระดับดิวิชั่น 2 ต่อไป 

ภาพรวมในรอบ กรุ๊ปสเตจ ซึ่งไทยจะลงสนามทั้ง 3 แมตช์ ในวันเสาร์ ที่ 17 มกราคมนี้ อาจบอกได้ว่า ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก ที่น่ากังวลเรื่องความต่างของระดับทีม จะมีเพียงแอฟริกาใต้ ที่ล่าสุดพาทีมผลงานดีทะลุขึ้นไประดับเวิลด์ ซีรีย์มาแล้ว รวมไปถึงมีโอกาสเข้าแข่งขัน เวทีระดับใหญ่หลายรายการ ทำให้คาดว่าการเจอกับแอฟริกาใต้ จะเป็นงานหนักสำหรับทีมสาวไทย

ด้านเม็กซิโกนั้นปีที่ผ่านมา ทีมสาวไทยเสียเหงื่อไม่มาก เอาชนะมาด้วยคะแนน 41-0 จุด ในการพบกัน เลกแรก ที่แอฟริกาใต้ ในรายการนี้ หรือชื่อเดิม “world challenger series”  คาดว่าด้วยสภาพทีมไทยที่พร้อมกว่าจะเอาชนะได้ไม่ยากเย็น

ส่วนเกมสุดท้าย ที่จะพบสาธารณรัฐเช็ก ทั้ง 2 ทีมเคยพบกันเมื่อ ปี 2023 และ 2024 ในการแข่งขันจัดลำดับ ก่อนทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนน 31-12 จุด โดยรวมไทยยังเหนือกว่าเล็กน้อย 

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 7 คนหญิงไทย ชุดลุยเวิลด์ซีรีส์ รายการ เฮชเอชบีซี เซเวนส์ 3 ซึ่งกำหนดจัดแข่งขันระหว่าง 17-18 มกราคม 2569 ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ล่าสุดเมื่อ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ทัพนักรักบี้สาวไทย ได้ออกเดินทางไปยังเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ แล้ว 

สำหรับทีมชุดนี้ มี นางสาวสุทรรศนีย์ ภาณุประภา เป็นผู้จัดการทีม และ พลโทหญิง นาฏฐินี กลัมพสุด ทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม นำคณะนักกีฬาหญิงที่ประกอบด้วย วรรณรี มีโชค (กัปตันทีม), รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณ นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม,  นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา และ พรนภา นารถโสภา

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นประวัติศาสตร์สมาคมที่ทีมหญิงได้เข้าไปเล่นในเวิลด์ซีรีส์ ในระดับดิวิชั่น 3 ซึ่งเป้าหมายคือจะต้องเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้เพื่อจะได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 2 ส่วนสภาพทีมนั้นขาดเพียง จิรวรรณ ชูตระกูล เพียงคนเดียว แต่ภาพรวมแล้วทีมชุดนี้ก็แข็งแกร่ง ความยากของดิวิชั่น 3 นั้นก็มี แอฟริกาใต้ กับ อาร์เจนติน่า ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของทัพสาวไทย แต่ก็จะขอท้าชนทั้งคู่เพื่อคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้น

“แอม” ธนัชพร หวานดี นักรักบี้ทีมชาติไทย ชุดเตรียมทำศึกรักบี้ 7 คน ทีมหญิง รายการ เฮชเอชบีซี เซเวนส์ 2026 ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ระหว่าง 17-18 มกราคม นี้ ออกมาเปิดเผยถึงความพร้อมในการทำศึกดังกล่าวว่า สำหรับตนและทีมพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งหลังจากได้หยุดในช่วงปีใหม่ ก็ได้กลับมาฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามวชิราวุธ

“โค้ช โลเต้ ไรคาบูร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน เน้นหนักไปที่การเพิ่มเรื่องแรง และแทคติกในการเล่นในช่วงที่ผ่านมา และปลุกใจให้ทุกคนใช้ความกล้าหาญ และไม่ต้องกลัวใครทั้งสิ้น เวลาลงไปเล่นในสนาม ส่วนเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ดูไบ ตนเองและเพื่อนๆในทีมหลายคนเคยไปแข่งที่นั้นมาแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อากาศอาจจะเย็นๆ และแห้งๆ แต่ก็มองว่าไม่มีผลกับทีม 

ธนัชพร ยังเผยด้วยว่า การแข่งขันปีนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบจากครั้งที่ผ่านๆมา คือ จากเดิมจะแข่ง 3 สนาม ปีนี้จะเหลือเพียงสนามเดียว และสนามนี้ ก็จะคัดเอา 2 ทีมไปเล่นในสเตจต่อไป ส่วนตัวมองว่ายาก เพราะพลาดไม่ได้ ทุกเกมจึงต้องเต็มที่ทุกเกม อย่างไรก็ตามจากสายการแข่งขันที่ออกมา ที่ไทยอยู่ในสายเอ ร่วมกับ แอฟริกาใต้, เม็กซิโก และสาธารณรัฐเช็ค ยังมองว่าสู้ได้ทุกทีม เชื่อว่าจะเป็น 1 ใน 2 เข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก และดีพอจะเป็น 1 ใน 2 ทีม ที่คว้าตั๋วไปเล่นในสเตจต่อไปในดิวิชั่น 2 อย่างที่ทุกคนหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ให้ได้

ทั้งนี้ทีมสาวไทย จะประเดิมสนามในช่วงบ่ายวันเสาร์ ที่ 17 มกราคมนี้ โดยเกมแรกจะลงเล่นพบกับ สาธารณรัฐเช็ค จากนั้นลงเล่นเกมที่ 2 พบ เม็กซิโก  และปิดท้ายดวลกับ แอฟริกาใต้ ส่วนในวันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม จะเป็นการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ และ ชิงชนะเลิศ

สำหรับนักรักบี้ทีมชาติไทยชุดทำศึกรักบี้ฟุตบอลหญิง 7 คน เฮชเอสบีซี เซเวนส์ 2026 (HSBC SVNS 2026) ระหว่างวันที่ 17- 18 มกราคม 2569 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรคส์ ทั้ง 13 คน ประกอบด้วย  วรรณรี มีโชค (กัปตันทีม), รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณ นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม,  นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อาคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา และพรนภา นารถโสภา โดยมี นางสาวสุทรรศนีย์ ภาณุประภา เป็นผู้จัดการทีม, พลโทหญิง นาฏฐินี กลัมพสุด ทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และ โรเต้ ไรคาบูร่า เป็นผู้ฝึกสอน