“บิ๊กต้น” ประมุขรักบี้ไทย มั่นใจรักบี้สาวไทยกระชากทองร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนทีมชายต้องขอแรงใจแฟนๆ เข้ามาส่งเสียงเชียร์ในสนามธูปะเตมีย์กันเยอะๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงความพร้อมของทัพรักบี้ 7 คนทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิงล่าสุดก่อนจะมีโปรแกรมแข่งขันในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งทีมรักบี้จะลงสนามในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ ธูปะเตมีย์ กรุงเทพฯ

ประมุขรักบี้ไทย กล่าวว่า สำหรับทีมหญิงแม้จะขาด “เนย” จิราวรรณ ชูตระกูล ดาวดังที่มีอาการบาดเจ็บแต่ขุมกำลังคนอื่นๆ ค่อนข้างพร้อม และเชื่อว่านักกีฬาชุดนี้ยังมีศักยภาพเหนือกว่าชาติอื่นๆ ในอาเซียน และก็คงจะไม่พลาดเหรียญทองแน่นอน ส่วนทีมชายที่จะลุยซีเกมส์ชุดนี้จะไม่มี มู จอห์น โดห์ อีกหนึ่งตัวเก่งที่ถือพาสปอร์ตสองสัญชาติ ไทยและออสเตรเลีย ซึ่งเจ้าตัวสามารถลงแข่งขันในเกมระดับเวิลด์ซีรีส์ได้ แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ของรายการซีเกมส์ ก็ต้องถือว่าหนักเพราะศักยภาพทีมชายของไทยไม่ได้เหนือกว่าชาติอื่นเหมือนทีมหญิง อย่างไรก็ดีหากมองภาพรวมในปีนี้นักกีฬาทุกคนแข็งแกร่งขึ้นมาก เราเน้นเวตเทรนนิ่งหนักอยู่แล้ว และเราซ้อมร่วมกันมาเป็นปีๆ ไม่มีวันหยุด ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งเรียกมารวมตัวกันเพราะจะแข่งซีเกมส์ โดยเฉพาะทีมหญิงที่สมาคมฯ ให้เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน 21 คนมาก่อนอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องทีมเวิร์คไม่ต้องห่วง ในวันแข่งจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นในหลายๆ เรื่อง

สำหรับประเด็นที่หลายคนอยากรู้ว่าสมาคมฯ จะมีการอัดฉีดโบนัสให้นักกีฬาเพิ่มเติมนอกเหนือจากจากที่รัฐบาลจะให้ในฐานะที่ร่วมแข่งมหกรรมซีเกมส์หรือไม่นั้น “บิ๊กต้น” กล่าวว่า ในส่วนของทีมหญิงเราคงไม่ได้มีการอัดฉีด สำหรับทีมหญิงกับเกมในระดับซีเกมส์ ถึงกระนั้นเกมในระดับเอเชียสนามต่างๆ เราก็อัดฉีดให้กับนักกีฬามาตลอด ล่าสุดก็เพิ่งมอบให้ทีมละ 3 แสนบาท หากจะอัดฉีดทีมหญิงก็คิดว่าคงจะไปให้ในรายการเวิลด์ซีรีส์ช่วงเดือนมกราคมมากกว่า ส่วนทีมชายในซีเกมส์ครั้งนี้เรากำลังพิจารณาอยู่ เพราะต้องพูดตรงๆ ว่าหลังจากนี้เรามีรายการที่ใหญ่กว่าซีเกมส์นี้รออยู่อีกเยอะจริงๆ

“อยากเชิญชวนแฟนๆ รักบี้ไทยมาร่วมชมร่วมเชียร์ที่สนามธูปะเตมีย์กันเยอะๆ นะครับ นี่เป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ ในส่วนของทีมหญิงเราได้เหรียญทองแน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนทีมชายนั้นก็อยากให้กองเชียร์มาเป็นกำลังใจให้กันเยอะๆ เราเป็นเจ้าภาพเราจึงได้เปรียบกันอยู่แล้ว ทางผู้ใหญ่เขาก็ให้ผู้ชมเข้าชมฟรี หากได้กำลังใจเยอะๆ ทีมชายก็จะประสบความสำเร็จได้แน่ มาฟังเพลงชาติไทยร่วมกันในสนามนะครับ” บิ๊กต้น กล่าวทิ้งท้าย

“ยี่หวา” วรรณรี มีโชค กัปตันทีมรักบี้หญิง ทีมชาติไทย ชุดทำศึกซีเกมส์ 2025 เปิดเผยถึงความพร้อมของทีมชุดรักบี้ 7 คนหญิงไทย ชุดทำศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ว่า สำหรับทีมหญิงไทยตอนนี้พร้อมแล้ว ที่จะลงทำการแข่งขัน ที่ผ่านมาฝึกซ้อมและลงแข่งขันในแมตช์ต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเรื่องสภาพความฟิต รวมถึงการมีเกมจริงๆที่เข้มข้มให้นักกีฬาได้ลงแข่งขันไม่เป็นปัญหา 

”ยี่หวา” ยังเผยอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาทีมโค้ชจัดโปรแกรมฝึกซ้อมแบบเข้มข้น เพื่อเตรียมทีมในช่วงสุดท้าย ส่วนในสัปดาห์หน้าโปรแกรมอาจจะเพลาลง เพื่อไม่ให้ทุกคนในทีมล้าหรือเสี่ยงที่จะบาดเจ็บ ซึ่งคาดว่าวันที่ 8 ธันวาคมนี้ จะมีโอกาสได้เข้าไปลงฝึกซ้อมที่สนามธูปะเตมีย์ สนามแข่งขันจริง เพื่อปรับตัวกับสภาพสนาม

“แน่นอนค่ะ เป้าหมายของทีมหญิง คือ การคว้าเหรียญทอง และป้องกันแชมป์ให้ได้อีก 1 สมัย เรารู้ดีว่าซีเกมส์ คือ รายการใหญ่ระดับภูมิภาคอาเซียน คู่แข่งทุกทีมเต็มที่แน่นอน และเราเองที่แม้จะเหนือกว่าทุกทีม แถมได้เล่นในบ้านด้วย ก็จะไม่ประมาท เป้าหมายของเรานอกจากต้องการคว้าเหรียญทองแล้ว ก็จะพยายามเล่นในมาตรฐานของตัวเอง อีกนัยหนึ่งก็หวังว่าจะทดลองระบบและแผนต่างๆก่อนไปแข่งขันศึกใหญ่ เวิลด์ รักบี้ ชาเลนจ์ ซีรีส์ 2026 ระหว่าง 17-18 มกราคม 2026 ด้วยค่ะ“

กัปตันทีมรักบี้สาวไทย ทิ้งท้ายว่า อยากให้แฟนๆกีฬาไทยเข้ามาชมและเชียร์การแข่งขันกันที่สนามเยอะๆในช่วงวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ โดยชี้ว่าการแข่งขันในสนามและบรรยากาศจริงๆสนุกและเข้มข้นมากๆ อย่างไรก็ตามหากใครไม่สะดวก ก็อยากให้ช่วยเชียร์ทีมหญิงและทีมชาย 7 คนไทย ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ หรือช่องทางออนไลน์ 

การแข่งขันรักบี้ 7 คนหญิงและชาย ในศึกซีเกมส์​ 2025 จะแข่งขันกันที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ระหว่าง 13-14 ธันวาคมนี้ โดยเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าชมฟรีที่  www.seagames.2025.org ซึ่ง ซึ่งการลงทะเบียนเพียงลงชื่อ, ใส่เบอร์โทรศัพท์ ก็จะได้คิวอาร์โค๊ด เพื่อมาสแกนรับบัตรเข้าชมกีฬา

สำหรับโปรแกรมแข่งขันของทีมหญิงไทย รอบแรก วันที่ 13 ธันวาคม 2568 ประเดิมนัดแรก พบ อินโดนีเซีย เวลา 13.25 น. จากนั้นเวลา 15.20 น. พบสิงคโปร์ และปิดท้ายวันแรก เวลา 16.50 น. พบ ฟิลิปปินส์ ส่วนวันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม ลงสนามนัดสุดท้าย ของรอบแรก เวลา 15.20 น. พบ มาเลเซีย ส่วนรอบรองชนะเลิศ จะแข่งขันในช่วงเย็นวันเดียวกัน ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป 

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฯ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้รักบี้ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีแข่งในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิก ได้มีถ่ายทอดสดในซีเกมส์ 2025 ด้านสมาคมพร้อมนำนักกีฬาและเยาวชนจากประเทศที่สนใจเข้าชมที่สนามแข่งขันธูปะเตมีย์ เชื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆได้ไม่มากก็น้อย 

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า ในการแข่งขันรักบี้ 7 คน ประเภททีมชายและทีมหญิง ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13 และ 14 ธันวาคม นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) นั้น นอกจากจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเพื่อเข้าชมฟรีแล้ว จะยังมีการถ่ายทอดสดให้ได้รับชมกันได้ ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้การถ่ายทอดสดนั้นเกิดขึ้นได้ 

พ.ต.ท.กุลธน เปิดเผยว่า รักบี้เป็นกีฬาที่บรรจุอยู่ในเอเชียนเกมส์และโอลิมปิกเกมส์ และครั้งนี้เรามีโอกาสคว้าถึง 2 เหรียญทอง ดังนั้นเชื่อว่าการแข่งขันครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยและคนไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งการมีการถ่ายทอดสดออกไปถือเป็นช่องทางที่สำคัญมาก ขณะเดียวกันสมาคมก็จะสนับสนุนเต็มที่ในการจะนำเด็กๆจากทั่วประเทศทุกภูมิภาค เข้ามาชมและเชียร์นักกีฬาไทยที่สนามแข่งขัน  

สำหรับแฟนกีฬาชาวไทยสามารถเข้าไปลงทะเบียนเพื่อจองตั๋วเข้าชมการแข่งขันได้ที่เว็ปไซต์ทางการของการแข่งขัน www.seagames2025.org และทางไลน์ออฟฟิเชียล เพียงกดเพิ่มเพื่อน LINE @SEAGAMES และลงทะเบียน

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับแจ้งจากประธานภูมิภาคทั้ง 4 ท่านในเรื่องการพาเด็กๆและเยาวชน มาชมรักบี้ซีเกมส์ ที่จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

สำหรับรายชื่อโรงเรียนแบ่งตามภูมิภาคมีดังนี้ ภาคตะวันออกในความดูแลของ พิษณุ จันทร์วังโปร่ง ประธานภาค มี โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม, โรงเรียนศรีวิชัยวิทยา และ โรงเรียนปิยชาติพัฒนาฯ, ภาคใต้ในความดูแลของ อ.ยงศักดิ์ ณ สงขลา ประธานภาคใต้ มี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 66 นราธิวาส, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 สงขลา, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 64 สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 20 ชุมพร, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 นครศรีธรรมราช, โรงเรียนเทศบาลเมืองป่าตอง ภูเก็ต และ โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี, ภาคเหนือ ในความดูแลของ เกียรติชัย นพตากูล ประธานภาค มี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 น่าน, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 แม่แจ่ม เชียงใหม่, และ วังพิกุลพิทยศึกษา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในความดูแลของ ว่าที่ร้อยตรี สุริยา สมาน ประธานภาค มี โรงเรียน สาธิตฯมหาสารคาม, มรภ.มหาสารคาม, โรงเรียนดอนไทรงาม กาฬสินธุ์, โรงเรียนโนนศิลา ขอนแก่น, โรงเรียนพิมาย นครราชสีมา และ วิทยาลัยอาชีพชุมพวง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มโรงเรียนที่เป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมคือ โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยฯ, โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย, โรงเรียนชุมพลทหารเรือ, โรงเรียนสื่อสารทหารเรือ และ โรงเรียนจ่านาวิกโยธิน รวมทั้งหมดแล้วเกือบ 700 คน

สำหรับที่พักของเด็กๆนั้น ก็รับการสนับสนุนจาก สนามธูปะเตมีย์, พล ปตอ.เกียกกาย, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, กรมต่อสู้อากาศยาน และ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน โดยได้รับความร่วมมือในการประสานจาก พลอากาศเอกวงศกร เปาโรหิตย์ และ พลตรี อนุมาศ พินิจชอบ

ขณะที่อาหารกลางวันเด็กๆ ได้รับการสนับสนุนจาก น.ส.ธัญลักษณ์ สุขสอาด และยังมีอาหารว่างขนมขบเคี้ยวจาก พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.ในฐานะอุปนายกสมาคมกีฬารักบี้ที่ให้การสนับสนุน ส่วนสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ดูแลเรื่องค่าเดินทาง และให้เบี้ยเลี้ยงทุกคน คนละ 300 บาท

อนึ่ง การสร้างแรงบันดาลใจสำหรับเด็กๆและเยาวชน ในกีฬารักบี้ เป็นอีก 1 นโยบายที่ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคม ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และในศึกซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เด็กๆจะได้รับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและได้เห็นการแข่งขันรักบี้ระดับนานาชาติถึงขอบสนาม เพื่อนำสิ่งที่ได้รับไปปรับใช้กับตัวเองในกีฬารักบี้

สำหรับการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) อย่าลืมเข้าไปให้กำลังใจทัพนักกีฬารักบี้ไทย เป้าหมายคือ 2 เหรียญทอง

รักบี้หญิงประกาศสร้างประวัติศาสตร์กระชากทองซีเกมส์แบบไม่เสียสกอร์เดียว สุภรัตน์ อัลภาชน์ ประธานผู้ฝึกสอนนักรักบี้หญิงทีมชาติไทย มั่นใจทีมหญิงไทยเหนือกว่าคู่แข่งเยอะ พร้อมเล็งใช้ซีเกมส์เป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ก่อนเดินทางไปควอลิฟาย เวิลด์ชาลเลนจ์ 2026 ที่กรุงดูไบ เพื่อชิงตั๋วไปเวิลด์คัพเดือนมกราคมนี้

ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อนที่จะส่งทัพนักกีฬาทีมชาติไทยทังทีมชายและทีมหญิงลงสู้ศึกรักบี้ 7 คน ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ สงขลา โดยทัพลูกหนำเลี๊ยบไทยมีโปรแกรมแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ ประธานผู้ฝึกสอนนักรักบี้หญิงทีมชาติไทย เปิดเผยว่า เราสามารถพูดได้เลยว่า หากเป็นในระดับอาเซียน ฝีมือรักบี้ 7 คนของประเทศไทยนั้นค่อนข้างเหนือกว่าคู่แข่งชาติต่างๆอยู่พอสมควร ก่อนหน้านี้จึงได้มีการพูดคุยกับท่านนายกสมาคมฯ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ว่าเราจะใช้นักกีฬาชุดไหนร่วมซีเกมส์ดี เพราะช่วงวันที่ 13-14 มกราคม 2569 เราก็มีโปรแกรมที่ทีมชาติชุดใหญ่ต้องไปแข่งรายการ “เวิลด์ ชาลเลนจ์ 2026” ที่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมีเรตส์ เพื่อควอลิฟายชิงตั๋วไปรายการใหญ่อย่าง “เวิลด์คัพ” ด้วย อย่างไรก็ดีการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจึงทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดความผิดพลาดประการใดได้ สุดท้ายจึงเป็นข้อสรุปที่ว่างั้นในซีเกมส์ที่จะถึงนี้เราก็ใช้ชุดใหญ่ชุดที่ดีที่สุดไปเลย เพื่อใช้เป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ก่อนบินไปยูเออีด้วย

ประธานโค้ชรักบี้สาวไทย ยังกล่าวต่อถึงความคาดหวังที่อยากให้เกิดขึ้นในซีเกมส์ครั้งนี้อีกด้วยว่า สมาคมฯ มีความมั่นใจและคาดหวังถึงขั้นให้ทีมหญิงทำสถิติคลีนชีท ไม่เสียสกอร์ในบ้านตัวเองสำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ นั่นเท่ากับว่าเราคาดหวังให้ทีมรักบี้หญิงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 โดยไม่เสียแม้แต่สกอร์เดียว เรามั่นใจว่าทีมหญิงไทยแข็งแรงกว่าอีก 4 ชาติที่จะร่วมแข่งดวยกันอย่างมาก ทั้ง สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย รวมทั้งเราจะเซฟเรื่องอาการบาดเจ็บของตัวผู้เล่นเพื่อความพร้อมในการไปแข่งขันเดือนมกราคมด้วย เพราะต้องยอมรับว่ารายการดังกล่าวที่จะชิงตั๋วไปเวิลด์คัพนั้นสำคัญกว่าซีเกมส์มาก

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมาชมการฝึกซ้อมของทีมรักบี้ 7 คนชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทั้งทีมชายและทีมหญิง ที่สนามรักบี้ ม.เกษตรศาสตร์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา

บรรยากาศก่อนการฝึกซ้อมนั้น พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ได้เป็นตัวแทนรับมอบผลิตภัณฑ์ยาสเปรย์ เอ็ม-ซิน กับ ผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ที่มอบ ครีมกันแดด น้ำเกลือ ยาสามัญ ประจำบ้าน ให้กับนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วย

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาดูการฝึกซ้อมของทั้งทีมหญิงและทีมชาย โดยทีมหญิงภาพรวมถือว่าสมบูรณ์ อาจมีบางคนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ยังมั่นใจว่าจะได้เหรียญทองซีเกมส์ 2025 แน่นอน ส่วนทีมชายยอมรับว่ามันสูสีกันมากมีถึง 4 ทีมคือ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งก็แล้วแต่จังหวะว่าใครดีใครอยู่ แต่เรามั่นใจมากว่าไทยติด 1-3 แน่นอน แต่ถ้าทีมชายไทยเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ เชื่อว่ามีเหรียญทอง

“เรื่องการถ่ายทอดสดนั้น ต้องเรียนตามตรงว่ากีฬารักบี้เป็นกีฬาสากล มีแข่งในโอลิมปิก และ เอเชียนเกมส์ ถ้าไม่ถ่ายทอดสดซีเกมส์ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้องขอขอบคุณร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ นาวาเอก (พิเศษ) อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยประสานงานเรื่องการถ่ายทอดสด รวมถึง อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เพิ่มรักบี้เป็นกีฬาที่ 31 ในการถ่ายทอดสดซีเกมส์ เพราะสมาคมต้องการจะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน เพราะมีเด็กๆหลายคนที่ไม่สามารถเดินทางมาชมที่สนามได้ เขาก็จะได้ดูถ่ายทอดสด”

พ.ต.ท.กุลธน ยังเผยต่อว่า สมาคมเตรียมที่จะขอตั๋วจากการรถไฟแห่งประเทศไทยให้กับเด็กๆ ต่างจังหวัดในการเดินทางมาเชียร์รักบี้ซีเกมส์ อีกทั้งสมาคมได้เตรียมที่พักให้แก่เด็กๆแล้ว ส่วนเรื่องสนามนั้นจะใช้ที่สนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) แต่เราจะสามารถเข้าไปจัดการได้ 2 สัปดาห์ก่อนแข่งขัน แต่ปัญหาคือสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะห้องน้ำที่จะต้องเร่งปรับปรุง เพราะสมาคมรักบี้ไทย จะต้องต้อนรับแขกวีไอพีและสุลต่านจากมาเลเซีย ซึ่งถ้าสนามไม่ดี สิ่งอำนวยความสะดวกไม่เรียบร้อย ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายไม่น้อย

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ที่เวลานี้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน เผยว่าในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมใหญ่ของสหพันธ์ ซึ่งตนอาจจะนำเรื่องการบรรจุประเภท 15 คนในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งต่อไปที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพในปี 2027 แน่นอนว่าถ้าซีเกมส์ทำได้ ก็อาจจะเป็นมหกรรมแรกในโลก ที่มีการแข่งขันรักบี้ 15 คน เพราะ เอเชียนเกมส์ กับ โอลิมปิก อย่างไรก็ตาม การทำทีม 15 คนจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ซึ่งตนจะพยายามผลักดันให้ดีที่สุด และคงต้องฟังความคิดเห็นชาติในอาเซียน รวมถึงมาเลเซียเจ้าภาพครั้งต่อไปด้วย

พันตำรวจโท กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการแข่งขันรักบี้ในซีเกมส์​ 2025 ซึ่งจะมีชิงชัย 2 เหรียญทอง ภายในงานมีต เดอะ เพรส ซีเกมส์ 2025 ซึ่งสมาคมกีฬารักบี้ได้รับเชิญให้ร่วมมาเปิดเผยถึงความพร้อมและการเตรียมทีม ว่า สำหรับตนเองนั้นมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่า ทีมรักบี้ไทย ทั้งทีม 7 คนชายและ 7 คนหญิง จะสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ หลังที่ผ่านมาทีมไทยมีการเตรียมทีมและฝึกซ้อมอยู่อย่างต่อเนื่อง

 “ในส่วนของทีมหญิงนั้น ผมมั่นใจ 1000 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะได้เหรียญทองแน่นอน ส่วนทีมชาย อยู่ที่จังหวะ เวลานี้มีอยู่ 4 ทีม ที่ฟอร์มสูสีกันมาก ก็คือ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย  โดยการแข่งขันครั้งล่าสุดที่ฟิลิปปินส์ ทีมชายคว้าเหรียญทองแดงมาได้ แต่ปีนี้ผมมั่นใจเพราะว่าผลงานในศึกเอเชียล่าสุด ทีมรักบี้ทีมหญิงได้ที่ 3 แพ้แค่จีน กับ ญี่ปุ่น เท่านั้น ส่วนทีมชาย ได้ที่ 5 ของเอเชีย ซึ่งก็ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจในฟอร์มและศักยภาพผู้เล่นของไทย ว่าจะทำได้สำเร็จ“

“บิ๊กต้น” ยังเผยอีกว่าในการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นี้ ต้องขอบคุณ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ นาวาเอก (พิเศษ) อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยประสานงานเรื่องการถ่ายทอดสด ให้รักบี้ที่เป็นกีฬายอดนิยม 1 ใน 3 ของโลก มีถ่ายทอดสดในซีเกมส์ รวมถึงต้องขอบคุณ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือจัดเตรียมสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งขัน

สำหรับรักบี้ในศึกซีเกมส์ 2025 จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่สนามศูนย์พัฒนากีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรีที่สนามแข่งขัน หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ในแพลตฟอร์มต่างๆได้เช่นกัน  โดยผลงานของทีมรักบี้ 7 คนไทยในศึกซีเกมส์ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ ทีมหญิงคว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนทีมชายได้เหรียญทองแดง ส่วนที่เวียดนามในปี 2021 กับ ที่กัมพูชา 2023 ไม่ได้บรรจุกีฬารักบี้เข้าแข่งขัน 

ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้แฟนคลับวงการรักบี้ไทยได้มาโฟกัสกับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.นี้ไม่น้อย กับข่าวการคัมแบ็คกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งของตำนานหญิงแกร่ง อย่าง “ทุม” ร้อยเอกหญิง อุทุมพร เลี่ยมรัตน์ เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัย  โดยเจ้าตัวเป็นคนเดียวในทัพรักบี้หญิงทีมชาติไทยชุดนี้ ที่ร่วมแข่งซีเกมส์ทุกครั้งและคว้าเหรียญทองทุกครั้งที่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในซีเกมส์ 

อุทุมพร ในวัย 39 กะรัต เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ที่อำลาทีมชาติไทยไป เพราะอยากให้เวลากับครอบครัว ทว่าเมื่อปีที่แล้ว กลับมาเล่นทีมชาติอีกครั้งในศึก “เอเชียซีรีส์ 2024” ที่ไทย รวมทั้งศึก “ชาลเลนเจอร์ 2025” ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งโชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บหนักมากที่เอ็นไขว้หน้าฝั่งซ้ายอีก

“ก่อนหน้านี้เพิ่งหายมาจากการเจ็บเอ็นไขว้หน้าฝั่งขวาและเอ็นไว้หน้าหมอนรองมา คือเอาจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าคงพอแล้ว แต่สุดท้ายก็คิดว่าอยากเล่นซีเกมส์อีกสักครั้ง ตอนนี้ร่างกายก็ใกล้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่แล้วค่ะ ได้โค้ชชาวญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเทรนด์ในเรื่องการเสริมสร้างสมรรถภาพ เขาช่วยจัดโปรแกรมพิเศษให้ในเรื่องของความแข็งแรง ความคล่องตัว ความเร็ว มีเวทเทรนนิ่งเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และมีฝ่ายที่คอยแนะนำเกี่ยวกับการรักษาก่อนซ้อมจริงอยู่ตลอดเวลาค่ะ”

ตำนานหญิงแกร่งประจำทัพรักบี้หญิงซีเกมส์ ยังได้เล่าถึงการได้กลับมาร่วมงานกับน้องๆ ทีมชาติรุ่นใหม่อีกด้วยว่า “มาเล่นกับน้องๆ ชุดนี้ก็จูนกันได้ดีค่ะ เด็กๆ มีความสามารถกันอยู่แล้ว มีความเป็นทีมกันดี แม้ตนเองจะฟิตสู้น้องๆไม่ได้ แต่ก็หวังใช้ประสบการณ์ช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ซึ่งระบบการเล่นของทีมสไตล์การคุมทัพของ โลเต้ ไลคาบูร่า ที่เคยพาทีมหญิงไทยจบอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย  เน้นการเล่นเกมรับให้แน่นไว้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนนี้เราก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนต่างๆให้ดีกว่าเดิม และจะพยายามเข้ามาช่วยเกมรุกให้มีมิติที่หลากหลายเพิ่มขึ้นด้วย

”ซีเกมส์ปีนี้นั้น แน่นอนว่ากลับมาทั้งๆที่บาดเจ็บหนักไปหลายครั้งก็ต้องอยากคว้าเหรียญทองให้ได้แน่นอนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะสำเร็จได้ก็ต้องเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งทีม แต่ส่วนตัวหนูเต็มที่แน่นอนค่ะ จะทำให้ได้ดีที่สุดตอบแทนที่ทีมชาติเรียกตัวกลับมาติดค่ะ”

จอมเก๋ารักบี้ไทย กล่าวอีกว่า “หลังจบซีเกมส์ครั้งนี้ก็คงจะไม่ได้เล่นทีมชาติแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเป้าหมายการกลับมาจริงๆ ก็คืออยากกลับมาเล่นซีเกมส์สมัยที่ 5 ส่วนจะยังเล่นในระดับสโมสรอยู่ไหมนั้นคงต้องรอดูสภาพร่างกายก่อนค่ะ ใจจริงแล้วตอนนี้มองเรื่องของการเป็นโค้ชไว้ อยากกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดค่ะ โรงเรียนพิมาย ที่จังหวัดนครราชสีมา มีความรู้สึกอยากจะพัฒนากีฬารักบี้ให้กับบ้านเกิดตัวเอง แล้วค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นโค้ชไปเรื่อยๆ เผื่ออนาคตจะสามารถเติบโตไปในทิศทางไหนได้ค่ะ”

“สุดท้ายนี้ก็อยากเป็นตัวแทนทีมรักบี้ไทยฝากให้พ่อแม่พี่น้องคนไทยมาเชียร์นักกีฬารักบี้ไม่ว่าชายหรือหญิงกันเยอะๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เองก็ดี หรือจะดูผ่านถ่ายทอดสดก็ได้ค่ะ ขอกำลังใจจากคนไทยกันเยอะๆ นะคะ” รักบี้สาวคนเก่งกล่าวทิ้งท้าย

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 7 คนทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิง ล่าสุดได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา เพื่อทำศึกรักบี้ 7 คน Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 Round 2 ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.2568 โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วย นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ รองหัวหน้าคณะเดินทาง และ นายอรรถพล วงศ์รัตน์ ผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาทีมชายร่วมเดินทาง

สำหรับรายชื่อทีมชายมีดังนี้ นายพชร พลปัถพี, จ่าเอก นพสิทธิ์ กลัดกระยาง, จ่าอากาศเอก ศรุตจันดา, ร้อยตำรวจโท อรรณพ อินพรม, นายเกิดเก้า เวชโชกิตติกร, MR.DOH MOO K’PAW , ร้อยตำรวจเอก พีระพล ชูควร, นายรัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล, พันจ่าตรี ธนกฤต จักรไชย, นายธนโชติ อเนกจินต์, ร้อยตำรวจเอก วุฒิกร แก้วเขียว, ว่าที่ร้อยตำรวจโท ธณวิน ธนธนินทร, จ่าโท วิชญ์พล เดชมณี โดยมี นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธ์ เป็นผู้ฝึกสอน, เรือเอก ธนวัตร แจ่มกระจ่าง ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นายศรัณย์ วิจิตรภูมิ นักกายภาพบำบัด และ นายสุทธิกร อาภานุกูล นักเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ขณะที่รายชื่อทีมหญิงมีดังนี้ วรรณรี มีโชค, รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณา นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม, นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อาคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา, พรนภา นารถโสภา โดยมี สุทรรศนีย์ ภานุประภา เป็นผู้จัดการทีม, พลตรีหญิง นาฏฐินี กลัมพสุต ผู้ช่วยผู้จัดการทีม, MR.LOTE RAIKABULA เป็นผู้ฝึกสอน, MR.HITOSHI IPPONSUGI ผู้ฝึกสอนนักเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, เรือเอก วรงค์กรณ์ คำเกิด ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นางสาวปฐวีณา แก้วแจ้ง นักกายภาพบำบัดและ นายอนุรักษ์ ชัยสัตรา เจ้าหน้าที่ประจำทีม

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้กำลังใจนักกีฬาทั้ง 2 ทีม และขอให้นักกีฬาทุกคนเล่นให้ดีที่สุด สู้ให้เต็มที่ ให้สมกับการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย และคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทย

หลังจากที่สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดึง “โลเต้ ไลคาบูร่า” อดีตทีม “ออลแบล็คส์” นิวซีแลนด์ กลับมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทีมรักบี้สาวไทยอันดับเอเชียขึ้นๆลงๆระหว่าง 3 กับ 4 ซึ่งในปี 2025 ทางเอเชียรักบี้ได้มีการปรับรูปแบบการแข่งขัน Asia Rugby Emirates Sevens Series และทางเวิลด์รักบี้ได้ทำการลดโควต้าทีมจากเอเชียในการเข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์เหลือเพียง 1 ทีมเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมี ญี่ปุ่น กับ จีน เข้าไปเล่นในเวิลด์ซีรีส์ ทำให้ทีมอันดับ 3 เอเชีย จะได้เข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์

โลเต้ ไลคาบูร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ตนกลับมาคุมทีมชาติไทยในรอบเกือบ 2 ปี นักกีฬาหลายคนก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีสต๊าฟทีมเพิ่มมากขึ้น และมีนักกายภาพที่ดูแลเต็มเวลา ทำให้ตนกลับมารอบนี้ทีมรักบี้หญิงไทยมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงแรกก็ต้องมีการปรับจูนบ้าง แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวกันได้แล้ว ส่วนเด็กใหม่ดาวรุ่ง ที่ยังไม่เคยได้ร่วมงานด้วยก็ถือว่าเขาพยายามแสดงศักยภาพออกมาให้เห็น โดยมีกลุ่มพี่ๆ อย่าง ธนัชพร หวานดี, ธนาภรณ์ หวลคิด หรือ รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์ ที่คอยประคองน้องๆดาวรุ่ง เป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากในปีนี้

โลเต้ ยังเผยต่อว่า ช่วงเวลาที่เขาหายไป ทีมหญิงไทยก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางสนามจบอันดับ 4 แต่มาหนนี้ ตนมั่นใจในระบบและแท็กติกใหม่ๆ ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนทีมหญิงไทยอีกครั้ง เพราะจากการวิเคราะห์แล้วคู่แข่งไทยในเอเชียก็พัฒนาขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในการกลับมาคุมทีมรอบนี้กับเป้าหมายพาทีมหญิงไทยรั้งที่ 3 เอเชียแบบไร้คู่ต่อกร ส่วนการทำงานร่วมกับ ฮิโตชิ อิโปนซูกิ ก็มีความรอบรื่นดี เพราะตนเคยทำงานอยุ่ที่ญี่ปุ่นทำให้รู้ถึงวัฒนธรรมและสไตล์การทำงานของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และทีมสต๊าฟที่เก่งอีกหลายๆคน ที่มีส่วนช่วยครั้งนี้ได้เยอะมาก

“สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้ทีมรวมเป็นหนึ่งเดียวคือความมุ่งมั่นตั้งใจของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมรักบี้ ที่ดึงผมกลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง ซึ่งผมก็มีแนวทางใหม่ๆที่จะยกระดับทีมชาติไทยอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณท่านนายกที่ทำงานหนักมากๆ ช่วยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ทั้งทีมหญิงและทีมชาย รวมทั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม และผู้จัดการทีมชาติไทย” โลเต้ กล่าว