พันตำรวจโท กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการแข่งขันรักบี้ในซีเกมส์​ 2025 ซึ่งจะมีชิงชัย 2 เหรียญทอง ภายในงานมีต เดอะ เพรส ซีเกมส์ 2025 ซึ่งสมาคมกีฬารักบี้ได้รับเชิญให้ร่วมมาเปิดเผยถึงความพร้อมและการเตรียมทีม ว่า สำหรับตนเองนั้นมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่า ทีมรักบี้ไทย ทั้งทีม 7 คนชายและ 7 คนหญิง จะสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ หลังที่ผ่านมาทีมไทยมีการเตรียมทีมและฝึกซ้อมอยู่อย่างต่อเนื่อง

 “ในส่วนของทีมหญิงนั้น ผมมั่นใจ 1000 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะได้เหรียญทองแน่นอน ส่วนทีมชาย อยู่ที่จังหวะ เวลานี้มีอยู่ 4 ทีม ที่ฟอร์มสูสีกันมาก ก็คือ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย  โดยการแข่งขันครั้งล่าสุดที่ฟิลิปปินส์ ทีมชายคว้าเหรียญทองแดงมาได้ แต่ปีนี้ผมมั่นใจเพราะว่าผลงานในศึกเอเชียล่าสุด ทีมรักบี้ทีมหญิงได้ที่ 3 แพ้แค่จีน กับ ญี่ปุ่น เท่านั้น ส่วนทีมชาย ได้ที่ 5 ของเอเชีย ซึ่งก็ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจในฟอร์มและศักยภาพผู้เล่นของไทย ว่าจะทำได้สำเร็จ“

“บิ๊กต้น” ยังเผยอีกว่าในการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นี้ ต้องขอบคุณ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ นาวาเอก (พิเศษ) อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยประสานงานเรื่องการถ่ายทอดสด ให้รักบี้ที่เป็นกีฬายอดนิยม 1 ใน 3 ของโลก มีถ่ายทอดสดในซีเกมส์ รวมถึงต้องขอบคุณ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือจัดเตรียมสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งขัน

สำหรับรักบี้ในศึกซีเกมส์ 2025 จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่สนามศูนย์พัฒนากีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรีที่สนามแข่งขัน หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ในแพลตฟอร์มต่างๆได้เช่นกัน  โดยผลงานของทีมรักบี้ 7 คนไทยในศึกซีเกมส์ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ ทีมหญิงคว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนทีมชายได้เหรียญทองแดง ส่วนที่เวียดนามในปี 2021 กับ ที่กัมพูชา 2023 ไม่ได้บรรจุกีฬารักบี้เข้าแข่งขัน 

ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้แฟนคลับวงการรักบี้ไทยได้มาโฟกัสกับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.นี้ไม่น้อย กับข่าวการคัมแบ็คกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งของตำนานหญิงแกร่ง อย่าง “ทุม” ร้อยเอกหญิง อุทุมพร เลี่ยมรัตน์ เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัย  โดยเจ้าตัวเป็นคนเดียวในทัพรักบี้หญิงทีมชาติไทยชุดนี้ ที่ร่วมแข่งซีเกมส์ทุกครั้งและคว้าเหรียญทองทุกครั้งที่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในซีเกมส์ 

อุทุมพร ในวัย 39 กะรัต เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ที่อำลาทีมชาติไทยไป เพราะอยากให้เวลากับครอบครัว ทว่าเมื่อปีที่แล้ว กลับมาเล่นทีมชาติอีกครั้งในศึก “เอเชียซีรีส์ 2024” ที่ไทย รวมทั้งศึก “ชาลเลนเจอร์ 2025” ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งโชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บหนักมากที่เอ็นไขว้หน้าฝั่งซ้ายอีก

“ก่อนหน้านี้เพิ่งหายมาจากการเจ็บเอ็นไขว้หน้าฝั่งขวาและเอ็นไว้หน้าหมอนรองมา คือเอาจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าคงพอแล้ว แต่สุดท้ายก็คิดว่าอยากเล่นซีเกมส์อีกสักครั้ง ตอนนี้ร่างกายก็ใกล้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่แล้วค่ะ ได้โค้ชชาวญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเทรนด์ในเรื่องการเสริมสร้างสมรรถภาพ เขาช่วยจัดโปรแกรมพิเศษให้ในเรื่องของความแข็งแรง ความคล่องตัว ความเร็ว มีเวทเทรนนิ่งเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และมีฝ่ายที่คอยแนะนำเกี่ยวกับการรักษาก่อนซ้อมจริงอยู่ตลอดเวลาค่ะ”

ตำนานหญิงแกร่งประจำทัพรักบี้หญิงซีเกมส์ ยังได้เล่าถึงการได้กลับมาร่วมงานกับน้องๆ ทีมชาติรุ่นใหม่อีกด้วยว่า “มาเล่นกับน้องๆ ชุดนี้ก็จูนกันได้ดีค่ะ เด็กๆ มีความสามารถกันอยู่แล้ว มีความเป็นทีมกันดี แม้ตนเองจะฟิตสู้น้องๆไม่ได้ แต่ก็หวังใช้ประสบการณ์ช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ซึ่งระบบการเล่นของทีมสไตล์การคุมทัพของ โลเต้ ไลคาบูร่า ที่เคยพาทีมหญิงไทยจบอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย  เน้นการเล่นเกมรับให้แน่นไว้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนนี้เราก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนต่างๆให้ดีกว่าเดิม และจะพยายามเข้ามาช่วยเกมรุกให้มีมิติที่หลากหลายเพิ่มขึ้นด้วย

”ซีเกมส์ปีนี้นั้น แน่นอนว่ากลับมาทั้งๆที่บาดเจ็บหนักไปหลายครั้งก็ต้องอยากคว้าเหรียญทองให้ได้แน่นอนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะสำเร็จได้ก็ต้องเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งทีม แต่ส่วนตัวหนูเต็มที่แน่นอนค่ะ จะทำให้ได้ดีที่สุดตอบแทนที่ทีมชาติเรียกตัวกลับมาติดค่ะ”

จอมเก๋ารักบี้ไทย กล่าวอีกว่า “หลังจบซีเกมส์ครั้งนี้ก็คงจะไม่ได้เล่นทีมชาติแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเป้าหมายการกลับมาจริงๆ ก็คืออยากกลับมาเล่นซีเกมส์สมัยที่ 5 ส่วนจะยังเล่นในระดับสโมสรอยู่ไหมนั้นคงต้องรอดูสภาพร่างกายก่อนค่ะ ใจจริงแล้วตอนนี้มองเรื่องของการเป็นโค้ชไว้ อยากกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดค่ะ โรงเรียนพิมาย ที่จังหวัดนครราชสีมา มีความรู้สึกอยากจะพัฒนากีฬารักบี้ให้กับบ้านเกิดตัวเอง แล้วค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นโค้ชไปเรื่อยๆ เผื่ออนาคตจะสามารถเติบโตไปในทิศทางไหนได้ค่ะ”

“สุดท้ายนี้ก็อยากเป็นตัวแทนทีมรักบี้ไทยฝากให้พ่อแม่พี่น้องคนไทยมาเชียร์นักกีฬารักบี้ไม่ว่าชายหรือหญิงกันเยอะๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เองก็ดี หรือจะดูผ่านถ่ายทอดสดก็ได้ค่ะ ขอกำลังใจจากคนไทยกันเยอะๆ นะคะ” รักบี้สาวคนเก่งกล่าวทิ้งท้าย

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 7 คนทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิง ล่าสุดได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา เพื่อทำศึกรักบี้ 7 คน Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 Round 2 ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.2568 โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วย นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ รองหัวหน้าคณะเดินทาง และ นายอรรถพล วงศ์รัตน์ ผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาทีมชายร่วมเดินทาง

สำหรับรายชื่อทีมชายมีดังนี้ นายพชร พลปัถพี, จ่าเอก นพสิทธิ์ กลัดกระยาง, จ่าอากาศเอก ศรุตจันดา, ร้อยตำรวจโท อรรณพ อินพรม, นายเกิดเก้า เวชโชกิตติกร, MR.DOH MOO K’PAW , ร้อยตำรวจเอก พีระพล ชูควร, นายรัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล, พันจ่าตรี ธนกฤต จักรไชย, นายธนโชติ อเนกจินต์, ร้อยตำรวจเอก วุฒิกร แก้วเขียว, ว่าที่ร้อยตำรวจโท ธณวิน ธนธนินทร, จ่าโท วิชญ์พล เดชมณี โดยมี นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธ์ เป็นผู้ฝึกสอน, เรือเอก ธนวัตร แจ่มกระจ่าง ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นายศรัณย์ วิจิตรภูมิ นักกายภาพบำบัด และ นายสุทธิกร อาภานุกูล นักเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ขณะที่รายชื่อทีมหญิงมีดังนี้ วรรณรี มีโชค, รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณา นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม, นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อาคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา, พรนภา นารถโสภา โดยมี สุทรรศนีย์ ภานุประภา เป็นผู้จัดการทีม, พลตรีหญิง นาฏฐินี กลัมพสุต ผู้ช่วยผู้จัดการทีม, MR.LOTE RAIKABULA เป็นผู้ฝึกสอน, MR.HITOSHI IPPONSUGI ผู้ฝึกสอนนักเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, เรือเอก วรงค์กรณ์ คำเกิด ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นางสาวปฐวีณา แก้วแจ้ง นักกายภาพบำบัดและ นายอนุรักษ์ ชัยสัตรา เจ้าหน้าที่ประจำทีม

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้กำลังใจนักกีฬาทั้ง 2 ทีม และขอให้นักกีฬาทุกคนเล่นให้ดีที่สุด สู้ให้เต็มที่ ให้สมกับการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย และคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทย

หลังจากที่สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดึง “โลเต้ ไลคาบูร่า” อดีตทีม “ออลแบล็คส์” นิวซีแลนด์ กลับมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทีมรักบี้สาวไทยอันดับเอเชียขึ้นๆลงๆระหว่าง 3 กับ 4 ซึ่งในปี 2025 ทางเอเชียรักบี้ได้มีการปรับรูปแบบการแข่งขัน Asia Rugby Emirates Sevens Series และทางเวิลด์รักบี้ได้ทำการลดโควต้าทีมจากเอเชียในการเข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์เหลือเพียง 1 ทีมเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมี ญี่ปุ่น กับ จีน เข้าไปเล่นในเวิลด์ซีรีส์ ทำให้ทีมอันดับ 3 เอเชีย จะได้เข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์

โลเต้ ไลคาบูร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ตนกลับมาคุมทีมชาติไทยในรอบเกือบ 2 ปี นักกีฬาหลายคนก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีสต๊าฟทีมเพิ่มมากขึ้น และมีนักกายภาพที่ดูแลเต็มเวลา ทำให้ตนกลับมารอบนี้ทีมรักบี้หญิงไทยมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงแรกก็ต้องมีการปรับจูนบ้าง แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวกันได้แล้ว ส่วนเด็กใหม่ดาวรุ่ง ที่ยังไม่เคยได้ร่วมงานด้วยก็ถือว่าเขาพยายามแสดงศักยภาพออกมาให้เห็น โดยมีกลุ่มพี่ๆ อย่าง ธนัชพร หวานดี, ธนาภรณ์ หวลคิด หรือ รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์ ที่คอยประคองน้องๆดาวรุ่ง เป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากในปีนี้

โลเต้ ยังเผยต่อว่า ช่วงเวลาที่เขาหายไป ทีมหญิงไทยก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางสนามจบอันดับ 4 แต่มาหนนี้ ตนมั่นใจในระบบและแท็กติกใหม่ๆ ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนทีมหญิงไทยอีกครั้ง เพราะจากการวิเคราะห์แล้วคู่แข่งไทยในเอเชียก็พัฒนาขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในการกลับมาคุมทีมรอบนี้กับเป้าหมายพาทีมหญิงไทยรั้งที่ 3 เอเชียแบบไร้คู่ต่อกร ส่วนการทำงานร่วมกับ ฮิโตชิ อิโปนซูกิ ก็มีความรอบรื่นดี เพราะตนเคยทำงานอยุ่ที่ญี่ปุ่นทำให้รู้ถึงวัฒนธรรมและสไตล์การทำงานของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และทีมสต๊าฟที่เก่งอีกหลายๆคน ที่มีส่วนช่วยครั้งนี้ได้เยอะมาก

“สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้ทีมรวมเป็นหนึ่งเดียวคือความมุ่งมั่นตั้งใจของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมรักบี้ ที่ดึงผมกลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง ซึ่งผมก็มีแนวทางใหม่ๆที่จะยกระดับทีมชาติไทยอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณท่านนายกที่ทำงานหนักมากๆ ช่วยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ทั้งทีมหญิงและทีมชาย รวมทั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม และผู้จัดการทีมชาติไทย” โลเต้ กล่าว

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 7 คนทีมชาติไทย ที่เตรียมลงแข่งขันศึกชิงแชมป์เอเชีย รายการ Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 ทั้งหมด 2 เลก โดยเลกแรกที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 20-21 ก.ย.2568 และเลกสองที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.2568

ล่าสุด “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย คณะกรรมการบริหารสมาคม ได้เรียกนักกีฬาทั้งทีมชายและทีมหญิง ประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันครั้งสุดท้าย และได้ทำพิธีเข้ารับพระราชทานเสื้อจากพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทย ที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า เป็นพิธีอันทรงเกียรติของกีฬารักบี้ทีมชาติไทย เพื่อเป็นขวัญให้แก่นักกีฬายามออกไปสู้ศึกระดับนานาชาติ ส่วน Asia Rugby Emirates Sevens Series ในครั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับรูปแบบการแข่งขันและการเพิ่มทีมมีผลกระทบกับทีมชาติไทยทั้งชายและหญิงพอสมควร โดยเฉพาะทีมหญิงที่จะต้องรักษาอันดับ 3 เอเชียให้ได้ เนื่องจากจะมีผลต่อการเข้าไปแข่งเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ เพราะโควต้าเอเชียเหลือเพียง 1 ทีม ส่วนทีมชายเปิดมาก็อยู่สายแข็งเลย แต่ก็ต้องอยู่รอดให้ได้

ในครั้งนี้ทางเอเชียรักบี้ได้มีการปรับรูปแบบการแข่งขันใหม่ มีการเพิ่มเป็น 12 ทีม จากเดิม 8 ทีม การแข่งขันรอบแรกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่ม 4 ทีม โดยทีมอันดับ 1 ของทุกกลุ่ม กับ ทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด 1 ทีม จะเข้าไปแข่งรอบรองชนะเลิศทันที ซึ่งทีมหญิงแรงกิ้งอันดับ 3 เอเชีย ถูกจัดในทีมวาง อยู่กลุ่ม ซี มี ไทย, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์ และ อินเดีย ขณะที่ทีมชาย อยู่กลุ่ม บี มี ไทย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และ ศรีลังกา

สำหรับนักกีฬาทีมชาย มี 13 คนดังนี้ พชร พลปัถพี, จ่าเอกนพสิทธิ์ กลัดกระยาง, จ่าอากาศเอก ศรุต จันดา, ร้อยตำรวจโท อรรณพ อินพรม, เกิดเก้า เวชโชกิตติกร, ร้อยตำรวจเอก อัครินทร์ ฐิติสกุลวิทย์, ร้อยตำรวจเอก พีระพล ชูควร, รัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล, สิบตำรวจโท สดา ธีรเทียนวรกิจ, จ่าอากาศเอก ศิรวัฒน์ วิศิษฐ์กิตติกร, ร้อยตำรวจเอก วุฒิกร แก้วเขียว, ว่าที่ร้อยตำรวจโท ธณวิน ธนธนินทร์, ร้อยตำรวจเอก ยศกร วัชรคงศักดิ์

ส่วนนักกีฬาทีมหญิงมี 13 คนดังนี้ วรรณรี มีโชค, รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณา นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม, นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อาคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา, พันธิตรา รักศิลป์

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้หญิงทีมชาติไทยที่เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ควบคุมการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น แล้วยังได้ลงทีมกับทีมท้องถิ่น 4 ครั้ง นอกจากนี้ยังเปิดประสบการณ์ทีมสาวไทยด้วยการชมการฝึกซ้อมของทีมชาติออสเตรเลีย และยังพบปะพูดคุยแบบสุดเอ็กคูลซีฟ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจไปสู่เป้าหมาย

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ทีมหญิงได้มีโอกาสมาเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศออสเตรเลีย ที่ถือว่าเป็นอีก 1 ประเทศที่ให้ความสำคัญกับกีฬารักบี้จนกลายเป็นกีฬาประจำชาติ ทำให้ทีมหญิงได้เปิดประสบการณ์เห็นการฝึกซ้อมแบบมืออาชีพจากทีมชาติออสเตรเลีย และยังได้มีโอกาสลงทีมกับทีมในท้องถิ่น ที่มีร่างกายที่ใหญ่กว่าไทยมาก ถึง 4 ครั้ง แต่นักกีฬาไทยก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมเอาชนะได้ทั้งหมด และเสียเพียง 1 ทรัยเท่านั้น

พ.ต.ท.กุลธน ยังกล่าวต่อว่า กลุ่มนักกีฬาดาวรุ่งที่ฟอร์มการเล่นตอนอยู่ไทยเหมือนจะสุดอยู่แค่นั้น แต่พอได้มาฝึกที่ออสเตรเลียกลับโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าเดิมมากมีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนกลุ่มนักกีฬาที่บาดเจ็บไปนาน ก็ได้มาเคาะสนิม แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง ก็ต้องให้เวลาปรับจูนอีกนิดหน่อย

ส่วนการกลับมาคุมทีมอีกครั้งของ โลเต้ ไลคาบูร่า นั้น “บิ๊กต้น” ได้เปิดเผยว่า จากการดูฝึกซ้อมเขาก็มีความทุ่มเท และ มุ่งมั่นมาก ซึ่งนักกีฬาไทยก็คุ้นเคยกับ โลเต้ เป็นอย่างดี เป้าหมายที่เราวางร่วมกันคือศึกเอเชียซีรีส์ที่มีการปรับรูปแบบการแข่งขันใหม่ แต่ไทยต้องรักษาท็อปทรีของเอเชียให้ได้ และห้ามแพ้ ฮ่องกง กับ คาซัคสถาน หรือ อาจจะมีทีมอื่น ที่เราไม่เคยเห็นหรือเล่นด้วย เพราะปีนี้จะมีทีมเพิ่ม ในซีรีย์อีก 4 ทีม รวม เป็น 12 ทีม ซึ่งกลับไป 27-31 ส.ค.นี้ อินเดียซึ่งเป็นทีมน้องใหม่ก็จะบินมาขอซ้อม กับทีมชาติเรา ที่ กทม และ ปลายปีเราเป็นเจ้าภาพซีเกมส์แน่นอนว่าต้องเหรียญทอง ส่วนขั้นต่อไปคือเอเชียนเกมส์ในปีหน้าก็จะต้องมาวางแผนและเป้าหมายอีกครั้งหลังจบซีเกมส์

“ส่วนทีมชาย หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่น ซึ่งได้ไปซ้อมร่วมกับทีมชาติญี่ปุ่น ที่สโมสรเก็บตัวของเขา และช่วงนี้ก็มีทีมจาก ฮ่องกง และ สิงคโปร์ บินมาขอซ้อมกับเราทั้ง 2 ทีม เราจะได้เห็นความแตกต่าง หลังจากการเก็บตัวฝึกซ้อมที่ต่างประเทศ แล้วมีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้นไหม” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

ทีมรักบี้หญิงไทย เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อม ที่ประเทศออสเตรเลียแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการลงแข่งขันเอเชียซีรีส์ ที่ต้องรักษาอันดับท็อปทรีไว้ให้ได้ รวมทั้งป้องกันแชมป์ซีเกมส์

แต่ที่มากไปกว่านั้น การไปฝึกซ้อมที่ออสเตรเลีย ก็เพื่อไปร่วมฝึกซ้อมและลงทีมกับกลุ่มนักกีฬาสไตล์ยุโรปตัวใหญ่ เพราะในปีหน้ามีศึกเวิลด์ชาเลนจ์ซีรีส์รออยู่ รวมถึง เอเชียนเกมส์ ที่สาวไทยไม่ได้เหรียญรางวัลมานานแล้ว

ประกาศ

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ขอประกาศรายชื่อคณะเดินทาง เจ้าหน้าที่ และนักกีฬารักบี้ฟุตบอล 7 คน ชาย – หญิง ทีมชาติไทย

เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล รายการ Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 Round 1 ระหว่างวันที่ 17 – 22 กันยายน 2568

ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

จากความสำเร็จของทีมรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทยในตลอด 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้เข้ารับการฝึกในเรื่องสปีดต้น และการจุดระเบิดพลังในการวิ่งเมื่อปี พ.ศ.2565 ทำให้ทีมรักบี้สาวไทยมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในระดับโลก อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ.2568 มีรายการระดับนานาชาติที่ทีมรักบี้สาวไทยต้องลงแข่งขันทั้งในเอเชียซีรีส์ และ ซีเกมส์ ยาวไปจนถึงปีหน้าที่จะมีศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ และ เอเชียนเกมส์ 2026 รออยู่

ทำให้ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมยกเครื่องทีมรักบี้สาวไทยอีกครั้ง และยังได้รับความร่วมมือจาก “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ให้การสนับสนุนส่งโค้ชเกี่ยวกับการวิ่งและเสริมสปีดต้นมาช่วยฝึกนักรักบี้สาวไทย โดยส่ง อ.เอกวิทย์ แสวงผล อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยและยังเป็นอาจารย์ทางด้านการวิ่ง กับ จ่าอากาศเอก บัณฑิต ช่วงไชย อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย เคยคว้าแชมป์ซีเกมส์ ติวเข้มโดยเฉพาะ ที่สนามรักบี้ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งมี อนุรักษ์ ชัยสัตรา เจ้าหน้าที่ประจำทีมหญิงเป็นผู้ประสานทำให้เกิดความร่วมมือในครั้งนี้

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของทีมรักบี้หญิงไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่ได้รับความกรุณาจาก ท่าน พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในสมัยนั้น ที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่เคารพรักจากโรงเรียนวชิราวุธฯ และ “พี่แฝดใหญ่-เล็ก” พล.ต.ต.สุรพงษ์ กับ พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล ได้ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬารักบี้ ด้วยการฝึกเทคนิคการวิ่งจนทำให้ทีมรักบี้หญิงไทยทำแรงกิ้งขึ้งอันดับ 3 เอเชีย และ ได้สิทธิ์เข้าไปแข่งในศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ อีกทั้งยังได้ จิรวรรณ ชูตระกูล นักกรีฑาดาวรุ่ง มาเป็นกำลังหลักให้ทีมรักบี้อีก

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวต่อว่า มาในวันนี้ทีมรักบี้หญิงไทยที่เวิลด์รักบี้ยกให้เป็นม้ามืดของเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันบวกกับจุดเด่นคือความเร็ว ความคล่องตัว ในแบบฉบับเอเชีย ที่ถือว่าทดแทนกับความเสียเปรียบเรื่องรูปร่างได้ ทั้งนี้ตนมองว่าเรามีจุดแข็งเรื่องความเร็ว แต่ก็อยากจะเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมกับเกมระดับนานาชาติทั้งเอเชียซีรีส์ กับ ซีเกมส์ ไปจนถึงปีหน้าที่มี เอเชียนเกมส์ และ เวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนวชิราวุธฯอีก 1 คนที่ตนเคารพรัก และมีใจที่เป็นนักกีฬา ได้ส่งโค้ชกรีฑามาดูเรื่องการวิ่งสปีดต้น และ การจุดระเบิดพลังในระยะสั้นให้กับทีมรักบี้หญิงไทยอีกครั้ง

“หลังจากที่ทีมหญิงชุดบี ที่สมาคมส่งไปแข่งในแมตช์รักบี้ 7 คนที่ยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย แล้วได้แชมป์กลับมา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อวงการรักบี้ไทย แต่ก็อยากให้นักกีฬาแข็งแกร่งกว่านี้ เพราะแมตช์หลังจากนี้จะเป็นของจริง ที่เราจะพลาดไม่ได้เลยแม้แต่เกมเดียวทั้งการรักษาอันดับ 3 เอเชีย และ ต้องคว้าแชมป์ซีเกมส์ ไปจนถึงเอเชียนเกมส์ในปีหน้า การที่ทีมหญิงได้มาฝึกทักษะการวิ่ง สปีดต้น กับ ความคล่องตัวอีกครั้ง ก็จะทำให้นักกีฬาเรามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เพราะในทุกพื้นที่บนสนามหากเรามีสปีดต้นที่ดี แรงกระชากในระยะสั้นๆเพียง 5-10 ม. บวก กับโมเมนตั้มของร่างกาย และ การ size step จะช่วยสร้างเกมส์รุก ทีคมขึ้น ได้อย่างแตกต่างแน่นอน “พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

ด้าน “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กล่าวว่า โค้ชกรีฑาทั้ง 2 ท่านที่ให้ไปติวเข้มเรื่องเทคนิคการวิ่งนั้นก็ถือว่าเป็นโค้ชที่มีคุณภาพในเรื่องการวิ่ง และหวังว่านักรักบี้ทีมหญิงจะนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ในสนามแข่งขันเพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้

ผลการแข่งขัน รายการ Johor 7’s ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 ณ เมืองยะโฮร์บาห์รู สหพันธรัฐมาเลเซีย

ทีมหญิง ชนะเลิศอันดับที่ 1

ทีมชาย รองชนะเลิศอันดับที่ 1