“กัปตันเบน” ศรุต จันดา กัปตันทีมรักบี้ 7 คนชายไทย มองทีมชาติไทยมีโอกาสดีในการเบียด ฟิลิปปินส์ แชมป์เก่า หรือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ กลับมาคว้าเหรียญทองรักบี้ 7 คน หนแรกรอบ 18 ปี ในศึกซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เชื่อบรรยากาศ สภาพแวดล้อม และเสียงเชียร์ จะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยปลุกทัพรักบี้ชายไทยฮึดสู้แบบสุดหัวใจเพื่อไปให้ถึงความสำเร็จ

ศรุต จันดา หรือ “กัปตันเบน”​ กัปตันทีมรักบี้ 7 คนทีมชาย ชุดทำศึกซีเกมส์ 2025 ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม นี้ เปิดเผยถึงความพร้อมของทีมรักบี้ชาย 7 คน ชายไทย ว่า ถึงเวลานี้ทีม 7 คนชายไทย มีความพร้อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งก็ต้องบอกว่าทีมมีความพร้อมมากขึ้นกว่าในศึกเอเชีย ซีรีส์​ 2025 เมื่อเดือนกันยายนและตุลาคม ที่ผ่านมา โดยหลังจบทั้งศึกทั้ง 2 เลก ในศึกเอเชีย ซีรีส์ ทีมมีการนำข้อผิดพลาดต่างๆ มาปรับปรุงและฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นในเรื่องของแท็คติก ที่มีการเก็บรายละเอียดต่างๆ ควบคู่ไปกับการสร้างความฟิตและทำร่างกายเพื่อให้พร้อมสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการแข่งขัน

“กัปตันเบน” เผยว่า ทุกคนในทีมตอนนี้ ไม่กดดัน ทุกคนในทีมกระตุ้นและให้กำลังใจกันตลอด ซึ่งการที่เราได้ลงแข่งขันในบ้าน เชื่อว่าบรรยากาศกองเชียร์ไทย ซึ่งจะมีครอบครัว ญาติ เพื่อนๆของนักกีฬามาเชียร์ จะมีผลต่อกำลังใจเป็นอย่างมาก และมองว่าจะช่วยกระตุ้นนักกีฬาไทยให้ลงไปสร้างผลงานในแต่ละเกม

“การที่ทีม 7 คนชาย ห่างหายจากการคว้าเหรียญทองไปนาน ครั้งสุดท้ายคือปี 2007 ผมคิดว่ารอบนี้เป็นโอกาสดีของเราแล้ว ที่จะกลับมาคว้าเหรียญทอง ซึ่งผู้เล่นในชุดคว้าเหรียญทองที่โคราช ปัจจุบันไม่มีใครเล่นแล้ว จะมีก็แต่พี่กล้วย วรงค์กรณ์ คำเกิด ที่ไปเป็นโค้ชแล้ว เรียกได้ว่ายังไม่มีใครเคยได้ ดังนั้นทุกคนในทีมพร้อมทุ่มเต็มที่ และพร้อมที่จะลงไปเอาชนะทุกทีม

“ตอนนี้ที่ได้ตามข่าว ฟิลิปินส์ มีการนำเข้าเรื่องผู้เล่นต่างชาติ อย่างไรก็ตามพวกเรา พร้อมชน เพราะที่ผ่านๆมา เมื่อแข่งกันเราก็ชนะมาแล้ว
ส่วนมาเลเซียนี่ชอบเจอ เพราะมีสไตล์คล้ายๆกัน เล่นคล้ายๆกัน ซึ่งจะว่าไปก็ผลัดกันทีใครทีมัน ของแสลงคงเป็นสิงคโปร ไม่รู้ทำไมเจอกันทีไรอึดอัดตลอด ทำสกอร์กันยาก กินกันยากทั้งๆที่ก็ไม่มีอะไร” กัปตันเบน ทิ้งท้าย

สำหรับการแข่งขันรักบี้ 7 คนชายในซีเกมส์ 2025 ถือเป็นการกลับมาแข่งขันอีกคำรบ หลังจัดหนล่าสุดเมื่อปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ หนนี้มี 6 ชาติร่วมชิงชัย ได้แก่ ไทย เหรียญทองแดงครั้งก่อน, ฟิลิปปินส์ (แชมป์เก่า), มาเลเซีย (รองแชมป์ ปี 2019), สิงคโปร์, เวียดนาม และลาว กำหนดแข่งขันที่สนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

(เพิ่มเติม…)

รักบี้หญิงประกาศสร้างประวัติศาสตร์กระชากทองซีเกมส์แบบไม่เสียสกอร์เดียว สุภรัตน์ อัลภาชน์ ประธานผู้ฝึกสอนนักรักบี้หญิงทีมชาติไทย มั่นใจทีมหญิงไทยเหนือกว่าคู่แข่งเยอะ พร้อมเล็งใช้ซีเกมส์เป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ก่อนเดินทางไปควอลิฟาย เวิลด์ชาลเลนจ์ 2026 ที่กรุงดูไบ เพื่อชิงตั๋วไปเวิลด์คัพเดือนมกราคมนี้

ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อนที่จะส่งทัพนักกีฬาทีมชาติไทยทังทีมชายและทีมหญิงลงสู้ศึกรักบี้ 7 คน ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ สงขลา โดยทัพลูกหนำเลี๊ยบไทยมีโปรแกรมแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคมนี้ ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ ประธานผู้ฝึกสอนนักรักบี้หญิงทีมชาติไทย เปิดเผยว่า เราสามารถพูดได้เลยว่า หากเป็นในระดับอาเซียน ฝีมือรักบี้ 7 คนของประเทศไทยนั้นค่อนข้างเหนือกว่าคู่แข่งชาติต่างๆอยู่พอสมควร ก่อนหน้านี้จึงได้มีการพูดคุยกับท่านนายกสมาคมฯ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ว่าเราจะใช้นักกีฬาชุดไหนร่วมซีเกมส์ดี เพราะช่วงวันที่ 13-14 มกราคม 2569 เราก็มีโปรแกรมที่ทีมชาติชุดใหญ่ต้องไปแข่งรายการ “เวิลด์ ชาลเลนจ์ 2026” ที่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมีเรตส์ เพื่อควอลิฟายชิงตั๋วไปรายการใหญ่อย่าง “เวิลด์คัพ” ด้วย อย่างไรก็ดีการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจึงทำให้ไม่สามารถที่จะเกิดความผิดพลาดประการใดได้ สุดท้ายจึงเป็นข้อสรุปที่ว่างั้นในซีเกมส์ที่จะถึงนี้เราก็ใช้ชุดใหญ่ชุดที่ดีที่สุดไปเลย เพื่อใช้เป็นแมตช์ซ้อมใหญ่ก่อนบินไปยูเออีด้วย

ประธานโค้ชรักบี้สาวไทย ยังกล่าวต่อถึงความคาดหวังที่อยากให้เกิดขึ้นในซีเกมส์ครั้งนี้อีกด้วยว่า สมาคมฯ มีความมั่นใจและคาดหวังถึงขั้นให้ทีมหญิงทำสถิติคลีนชีท ไม่เสียสกอร์ในบ้านตัวเองสำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ นั่นเท่ากับว่าเราคาดหวังให้ทีมรักบี้หญิงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 โดยไม่เสียแม้แต่สกอร์เดียว เรามั่นใจว่าทีมหญิงไทยแข็งแรงกว่าอีก 4 ชาติที่จะร่วมแข่งดวยกันอย่างมาก ทั้ง สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย รวมทั้งเราจะเซฟเรื่องอาการบาดเจ็บของตัวผู้เล่นเพื่อความพร้อมในการไปแข่งขันเดือนมกราคมด้วย เพราะต้องยอมรับว่ารายการดังกล่าวที่จะชิงตั๋วไปเวิลด์คัพนั้นสำคัญกว่าซีเกมส์มาก

ทัพรักบี้หนุ่มระแวง ฟิลิปปินส์ ที่อิมพอร์ทตัวผู้เล่น ”ออสซี่“ ออสเตรเลีย และ “กีวี่“ นิวซีแลนด์ มาร่วมทีม ”โค้ชเย้“ รับทีมชายไทยสูสีฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ แต่ยังเชื่อพลังจากกองเชียร์จะส่งไทยกระชากเหรียญทองได้  พร้อมขอบคุณ “บิ๊กต้น” อัดฉีดทำนักกีฬาคึกคักพร้อมทุ่มเต็มร้อยเพื่อชัยชนะ 

ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ที่กำลังเตรียมทีมรักบี้ 7 คนชายและหญิง เพื่อเข้าร่วมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ณ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และ สงขลา โดยทัพลูกหนำเลี๊ยบไทยทั้งชายและหญิง มีโปรแกรมแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) 

ล่าสุด “โค้ชเย้” นาวาอากาศเอก ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ ผู้ฝึกสอนรักบี้คนเก่งทีมชายของไทย เปิดเผยถึงความพร้อมล่าสุดของทีมชายไทย ว่า ตอนนี้สภาพความพร้อมของทีมชายตอนนี้ 100%  ส่วนหนึ่งเพราะได้ “ปลาดุก” วุฒิพงศ์ สกุลเทียนทอง กลับมามีชื่อีกครั้งหลังจากที่พยายามจะเรียกความฟิตอยู่นาน ซึ่งตอนนี้สภาพความฟิตของเจ้าตัว และน่าเสียดายที่ขาดตัวหลักสำคัญไปเพราะอาการบาดเจ็บอีก 1-2 คน อย่างก็ตามคนที่เหลือ ตนยังเชื่อว่าเพียงต่อการลุ้นสร้างผลงานในบ้านครั้งนี้ 

“ทุกคนกำลังตั้งใจซ้อมแบบเข้มข้น ซึ่งในส่วนของการซ้อมก็อยู่ในระดับที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงแรกๆ แต่ละคนที่มารวมตัวกันยังดูเกร็งๆ อยู่ แต่พอช่วงหลังๆมานี้ ทีมดูลงตัวขึ้นมาก ซึ่งการซ้อมจะเน้นติวเข้มไปที่การเตะประตู ไลน์เอาท์ และพยายามเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ให้ภาพรวมดูแข็งแกร่ง ตอนนี้ก็อยากจะไปซ้อมสนามจริงกีฬากองทัพอากาศ ที่จะใช้แข่งขันเพื่อความพร้อม ทุกคนกำลังทำงานหนัก วันหนึ่งซ้อม 2 มื้อ แบ่งเป็นเวทเทรนนิ่งกับลงสนามจริง ต้องชื่นชม “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลฯ ที่ช่วยสนับสนุนเรื่องระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาและอัดฉีดเงินเดือนให้กับนักกีฬา สร้างความคึกคักให้กับทุกคนในทีมเวลานี้อย่างมาก“

”โค้ชเย้“ ยังกล่าวอีกว่า ตามจริงแล้ว ทีมชายเราไม่ได้กลัวชาติใดๆ  แต่ครั้งนี้คงต้องจับตาดูฟิลิปปินส์ เพราะมีข่าวว่าพวเขาอาจอิมพอร์ตผู้เล่นสัญชาติออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มาแข่งซีเกมส์ด้วย เรากลัวว่าเขาจะอิมพอร์ตมาแบบผิดระเบียบ จึงอยากให้ผูัที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบให้ตามระเบียบ

“ยอมรับว่าศักยภาพเราตอนนี้ออกเบียดกับฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ สามารถชนะกันได้หมด แล้วแต่จังหวะเกมส์ แต่ด้วยความที่เราเป็นเจ้าบ้าน เรามีกองเชียร์หนุนหลัง ทีมชาติไทยเราอยากให้ทุกคนมาช่วยกันเชียร์ กำลังใจ

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมาชมการฝึกซ้อมของทีมรักบี้ 7 คนชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทั้งทีมชายและทีมหญิง ที่สนามรักบี้ ม.เกษตรศาสตร์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา

บรรยากาศก่อนการฝึกซ้อมนั้น พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ได้เป็นตัวแทนรับมอบผลิตภัณฑ์ยาสเปรย์ เอ็ม-ซิน กับ ผลิตภัณฑ์ของ บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ที่มอบ ครีมกันแดด น้ำเกลือ ยาสามัญ ประจำบ้าน ให้กับนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วย

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาดูการฝึกซ้อมของทั้งทีมหญิงและทีมชาย โดยทีมหญิงภาพรวมถือว่าสมบูรณ์ อาจมีบางคนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ยังมั่นใจว่าจะได้เหรียญทองซีเกมส์ 2025 แน่นอน ส่วนทีมชายยอมรับว่ามันสูสีกันมากมีถึง 4 ทีมคือ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งก็แล้วแต่จังหวะว่าใครดีใครอยู่ แต่เรามั่นใจมากว่าไทยติด 1-3 แน่นอน แต่ถ้าทีมชายไทยเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ เชื่อว่ามีเหรียญทอง

“เรื่องการถ่ายทอดสดนั้น ต้องเรียนตามตรงว่ากีฬารักบี้เป็นกีฬาสากล มีแข่งในโอลิมปิก และ เอเชียนเกมส์ ถ้าไม่ถ่ายทอดสดซีเกมส์ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้องขอขอบคุณร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ นาวาเอก (พิเศษ) อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยประสานงานเรื่องการถ่ายทอดสด รวมถึง อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เพิ่มรักบี้เป็นกีฬาที่ 31 ในการถ่ายทอดสดซีเกมส์ เพราะสมาคมต้องการจะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน เพราะมีเด็กๆหลายคนที่ไม่สามารถเดินทางมาชมที่สนามได้ เขาก็จะได้ดูถ่ายทอดสด”

พ.ต.ท.กุลธน ยังเผยต่อว่า สมาคมเตรียมที่จะขอตั๋วจากการรถไฟแห่งประเทศไทยให้กับเด็กๆ ต่างจังหวัดในการเดินทางมาเชียร์รักบี้ซีเกมส์ อีกทั้งสมาคมได้เตรียมที่พักให้แก่เด็กๆแล้ว ส่วนเรื่องสนามนั้นจะใช้ที่สนามกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) แต่เราจะสามารถเข้าไปจัดการได้ 2 สัปดาห์ก่อนแข่งขัน แต่ปัญหาคือสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะห้องน้ำที่จะต้องเร่งปรับปรุง เพราะสมาคมรักบี้ไทย จะต้องต้อนรับแขกวีไอพีและสุลต่านจากมาเลเซีย ซึ่งถ้าสนามไม่ดี สิ่งอำนวยความสะดวกไม่เรียบร้อย ถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายไม่น้อย

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ที่เวลานี้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน เผยว่าในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ จะมีการประชุมใหญ่ของสหพันธ์ ซึ่งตนอาจจะนำเรื่องการบรรจุประเภท 15 คนในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งต่อไปที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพในปี 2027 แน่นอนว่าถ้าซีเกมส์ทำได้ ก็อาจจะเป็นมหกรรมแรกในโลก ที่มีการแข่งขันรักบี้ 15 คน เพราะ เอเชียนเกมส์ กับ โอลิมปิก อย่างไรก็ตาม การทำทีม 15 คนจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ซึ่งตนจะพยายามผลักดันให้ดีที่สุด และคงต้องฟังความคิดเห็นชาติในอาเซียน รวมถึงมาเลเซียเจ้าภาพครั้งต่อไปด้วย

พันตำรวจโท กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการแข่งขันรักบี้ในซีเกมส์​ 2025 ซึ่งจะมีชิงชัย 2 เหรียญทอง ภายในงานมีต เดอะ เพรส ซีเกมส์ 2025 ซึ่งสมาคมกีฬารักบี้ได้รับเชิญให้ร่วมมาเปิดเผยถึงความพร้อมและการเตรียมทีม ว่า สำหรับตนเองนั้นมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่า ทีมรักบี้ไทย ทั้งทีม 7 คนชายและ 7 คนหญิง จะสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้ หลังที่ผ่านมาทีมไทยมีการเตรียมทีมและฝึกซ้อมอยู่อย่างต่อเนื่อง

 “ในส่วนของทีมหญิงนั้น ผมมั่นใจ 1000 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะได้เหรียญทองแน่นอน ส่วนทีมชาย อยู่ที่จังหวะ เวลานี้มีอยู่ 4 ทีม ที่ฟอร์มสูสีกันมาก ก็คือ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และไทย  โดยการแข่งขันครั้งล่าสุดที่ฟิลิปปินส์ ทีมชายคว้าเหรียญทองแดงมาได้ แต่ปีนี้ผมมั่นใจเพราะว่าผลงานในศึกเอเชียล่าสุด ทีมรักบี้ทีมหญิงได้ที่ 3 แพ้แค่จีน กับ ญี่ปุ่น เท่านั้น ส่วนทีมชาย ได้ที่ 5 ของเอเชีย ซึ่งก็ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจในฟอร์มและศักยภาพผู้เล่นของไทย ว่าจะทำได้สำเร็จ“

“บิ๊กต้น” ยังเผยอีกว่าในการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นี้ ต้องขอบคุณ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ นาวาเอก (พิเศษ) อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยประสานงานเรื่องการถ่ายทอดสด ให้รักบี้ที่เป็นกีฬายอดนิยม 1 ใน 3 ของโลก มีถ่ายทอดสดในซีเกมส์ รวมถึงต้องขอบคุณ พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือจัดเตรียมสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งขัน

สำหรับรักบี้ในศึกซีเกมส์ 2025 จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่สนามศูนย์พัฒนากีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรีที่สนามแข่งขัน หรือรับชมการถ่ายทอดสดได้ในแพลตฟอร์มต่างๆได้เช่นกัน  โดยผลงานของทีมรักบี้ 7 คนไทยในศึกซีเกมส์ครั้งล่าสุด เมื่อปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ ทีมหญิงคว้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนทีมชายได้เหรียญทองแดง ส่วนที่เวียดนามในปี 2021 กับ ที่กัมพูชา 2023 ไม่ได้บรรจุกีฬารักบี้เข้าแข่งขัน 

ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้แฟนคลับวงการรักบี้ไทยได้มาโฟกัสกับกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.นี้ไม่น้อย กับข่าวการคัมแบ็คกลับมารับใช้ชาติอีกครั้งของตำนานหญิงแกร่ง อย่าง “ทุม” ร้อยเอกหญิง อุทุมพร เลี่ยมรัตน์ เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัย  โดยเจ้าตัวเป็นคนเดียวในทัพรักบี้หญิงทีมชาติไทยชุดนี้ ที่ร่วมแข่งซีเกมส์ทุกครั้งและคว้าเหรียญทองทุกครั้งที่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในซีเกมส์ 

อุทุมพร ในวัย 39 กะรัต เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ที่อำลาทีมชาติไทยไป เพราะอยากให้เวลากับครอบครัว ทว่าเมื่อปีที่แล้ว กลับมาเล่นทีมชาติอีกครั้งในศึก “เอเชียซีรีส์ 2024” ที่ไทย รวมทั้งศึก “ชาลเลนเจอร์ 2025” ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งโชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บหนักมากที่เอ็นไขว้หน้าฝั่งซ้ายอีก

“ก่อนหน้านี้เพิ่งหายมาจากการเจ็บเอ็นไขว้หน้าฝั่งขวาและเอ็นไว้หน้าหมอนรองมา คือเอาจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าคงพอแล้ว แต่สุดท้ายก็คิดว่าอยากเล่นซีเกมส์อีกสักครั้ง ตอนนี้ร่างกายก็ใกล้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่แล้วค่ะ ได้โค้ชชาวญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเทรนด์ในเรื่องการเสริมสร้างสมรรถภาพ เขาช่วยจัดโปรแกรมพิเศษให้ในเรื่องของความแข็งแรง ความคล่องตัว ความเร็ว มีเวทเทรนนิ่งเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และมีฝ่ายที่คอยแนะนำเกี่ยวกับการรักษาก่อนซ้อมจริงอยู่ตลอดเวลาค่ะ”

ตำนานหญิงแกร่งประจำทัพรักบี้หญิงซีเกมส์ ยังได้เล่าถึงการได้กลับมาร่วมงานกับน้องๆ ทีมชาติรุ่นใหม่อีกด้วยว่า “มาเล่นกับน้องๆ ชุดนี้ก็จูนกันได้ดีค่ะ เด็กๆ มีความสามารถกันอยู่แล้ว มีความเป็นทีมกันดี แม้ตนเองจะฟิตสู้น้องๆไม่ได้ แต่ก็หวังใช้ประสบการณ์ช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ซึ่งระบบการเล่นของทีมสไตล์การคุมทัพของ โลเต้ ไลคาบูร่า ที่เคยพาทีมหญิงไทยจบอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย  เน้นการเล่นเกมรับให้แน่นไว้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนนี้เราก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มส่วนต่างๆให้ดีกว่าเดิม และจะพยายามเข้ามาช่วยเกมรุกให้มีมิติที่หลากหลายเพิ่มขึ้นด้วย

”ซีเกมส์ปีนี้นั้น แน่นอนว่ากลับมาทั้งๆที่บาดเจ็บหนักไปหลายครั้งก็ต้องอยากคว้าเหรียญทองให้ได้แน่นอนค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นจะสำเร็จได้ก็ต้องเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งทีม แต่ส่วนตัวหนูเต็มที่แน่นอนค่ะ จะทำให้ได้ดีที่สุดตอบแทนที่ทีมชาติเรียกตัวกลับมาติดค่ะ”

จอมเก๋ารักบี้ไทย กล่าวอีกว่า “หลังจบซีเกมส์ครั้งนี้ก็คงจะไม่ได้เล่นทีมชาติแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเป้าหมายการกลับมาจริงๆ ก็คืออยากกลับมาเล่นซีเกมส์สมัยที่ 5 ส่วนจะยังเล่นในระดับสโมสรอยู่ไหมนั้นคงต้องรอดูสภาพร่างกายก่อนค่ะ ใจจริงแล้วตอนนี้มองเรื่องของการเป็นโค้ชไว้ อยากกลับไปเป็นโค้ชที่บ้านเกิดค่ะ โรงเรียนพิมาย ที่จังหวัดนครราชสีมา มีความรู้สึกอยากจะพัฒนากีฬารักบี้ให้กับบ้านเกิดตัวเอง แล้วค่อยๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นโค้ชไปเรื่อยๆ เผื่ออนาคตจะสามารถเติบโตไปในทิศทางไหนได้ค่ะ”

“สุดท้ายนี้ก็อยากเป็นตัวแทนทีมรักบี้ไทยฝากให้พ่อแม่พี่น้องคนไทยมาเชียร์นักกีฬารักบี้ไม่ว่าชายหรือหญิงกันเยอะๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เองก็ดี หรือจะดูผ่านถ่ายทอดสดก็ได้ค่ะ ขอกำลังใจจากคนไทยกันเยอะๆ นะคะ” รักบี้สาวคนเก่งกล่าวทิ้งท้าย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับพระราชทานไฟพระฤกษ์ เพื่อเชิญไปจุดในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (THE 33rd SEA GAMES THAILAND 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (THE 13th ASEAN PARA GAMES THAILAND 2025)

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครราชสีมา

ส่วนกีฬารักบี้ซีเกมส์ จะแข่งระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เพื่อศึกแห่งศักดิ์ศรี ทัพรักบี้ไทยจะต้องคว้า 2 เหรียญทอง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2568

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน นำคณะกรรมการอำนวยการ จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ.2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา และคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ.2568 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานไฟพระฤกษ์ เพื่อเชิญไปจุดในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์

สำหรับกีฬารักบี้ซีเกมส์ จะแข่งขันระหว่างวันที่ 13-14 ธันวาคม ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

ซีเกมส์ 2019 ที่ฟิลิปปินส์ คือครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะไม่มีแข่งรักบี้ในปี 2021 ที่เวียดนาม กับ 2023 ที่กัมพูชา กินระยะเวลา 6 ปี เลยทีเดียว แล้วมีอีกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพปี 2025

ที่ฟิลิปปินส์ ปี 2019 กีฬารักบี้ไม่ได้จัดที่เมืองหลวงมะนิลา แต่ไปจัดอีกเมืองที่ห่างออกไปคือ “นิว คลาร์ก ซิตี้” เป็นเมืองใหม่ ซึ่งระยะทางห่างกันประมาณกรุงเทพ-สัตหีบ แต่การเดินทางนั้นเกือบๆ 6 ชั่วโมง เพราะรถติดมาก ทำเอา “พี่กิ้ม” 1 ในคณะเดินทาง ถึงกับพูดว่าเอกมัย-รามอินทรายังดูสบายกว่าเลย

ในศึกซีเกมส์ทีมหญิงไทยไม่ค่อยน่าห่วง แต่ “พี่เล็ก-อัลภาชน์” บอกกับนักข่าวแบบขำๆว่า “พี่จะกดดันทีมหญิงเราว่าจะต้องเป็นแชมป์แบบไม่เสียทรัย“ แล้วก็ยิ้ม ยักคิ้ว 2 ที แล้วในท้ายที่สุดมาเสียทรัยรอบชิง แต่ ”พี่เล็ก“ ก็ยังยิ้มได้

ส่วนทีมชายไทยเป็นงานหินพอสมควร เพราะเจ้าภาพฟิลิปปินส์ฝรั่งตัวใหญ่ๆทั้งทีม ทำให้ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ส่วน ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ต้องมาวัดกันว่าใครจะดีกว่ากัน

หนุ่มไทยรูปร่างไม่ใหญ่ เป็นต่อทุกทีม แต่วันแรกไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทีมไทยเล่นไม่ดีเลย แบบว่าผิดฟอร์มมาก ขนาดนักกีฬาเรายังส่ายหัวกับผลงานของตัวเอง ทำให้ตกกลางคืนหลังทานอาหารเย็นเสร็จ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน นายกรักบี้ไทย เรียกทีมชายทั้งหมดมาคุยเลย ซึ่งบอกเลยว่าการคุยตอนนั้น “หนัก” มาก

เลยทำให้วันที่สองทีมชายไทยเล่นดีมาก ผิดจากวันแรก เพราะนักกีฬาไม่มีเจ็บ ไม่มีเหนื่อย น่าจะคาถาของ “บิ๊กต้น” ที่เป่าไปเมื่อคืนออกฤทธิ์ จนได้เข้าชิงเหรียญทองแดงกับสิงคโปร์

บรรยากาศรอบชิงเหรียญทองแดงของทีมชายอึมครึมชวนขนลุกมาก โดยเฉพาะฝั่งที่นั่ง VIP ที่ผู้นำรักบี้ของ 2 ประเทศคือ ไทย กับ สิงคโปร์ นั่งอยู่ตรงนั้น แต่ก่อนแข่ง “บิ๊กต้น” ก็ร่ายคาถาเป่ามนต์ไป 1 บท จนทีมไทยชนะแล้วคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้

แต่ภาพที่เห็นคือ “บิ๊กต้น” กับ “พี่คลื่น” วิ่งทะลุการ์ด ลงไปดีใจกับนักกีฬา ซึ่งอารมณ์ตอนนั้นเหมือนเราได้แชมป์โลก ส่วน “ไรซั่ม” ไม่รู้ไปโดนดอกไหน นอนอยู่ก็ยังตะโกนดีใจ ทำเอาทั้งสนามปรบมือให้กับช่วงเวลาที่สุดแสนจะดีใจของไทย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ทีมรักษาความปลอดภัยจะตามมาดูแลแขก VIP อย่าง “บิ๊กต้น” กับ “พี่คลื่น” ไปอยู่ในที่ของ VIP

วันนั้นสื่อมวลชนไทยที่อยู่เมืองนิวคลาร์กทุกช่องทุกสำนัก มาที่สนามรักบี้ทั้งหมด บอกเลยว่าเยอะกว่าสื่อของเจ้าถิ่นมาก

ส่วนหน่วยซัพพอร์ทต้องยกให้ “พี่เส่ย” ที่สมาคมทำไอดีการ์ดให้ เพื่อมาเป็นพ่อครัวทำอาหารเย็นให้นักกีฬาได้ทานกัน เพราะที่พักนักกีฬาเจ้าภาพจัดให้เป็นหมู่บ้านเหมือนนอนรีสอร์ท ส่วนอาหารฝีมือ “พี่เส่ย” อร่อยถูกปากสมคำร่ำลือ ส่วนมื้อกลางวันฝากท้องที่ไทยเฮ้าท์ อยู่ใกล้ๆสนามรักบี้ มี “เอ็ม” กับ “พี่เส้น” หน่วยวิ่งเสบียง และช่างภาพประจำทีมคือ “พี่เต้” ช่างภาพจากสยามกีฬา ที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก “พี่โอฬาร“ ส่งมาให้ตามติดทีมรักบี้ไทยโดยเฉพาะในซีเกมส์

ที่สำคัญความสำเร็จในซีเกมส์ 2019 คือจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของการยกระดับทีมรักบี้ไทย เพราะหลังจากนั้น สมาคมรักบี้ ได้นักกรีฑาเข้ามาเสริมทีม เนื่องจากช่วงซีเกมส์ “บิ๊กต้น” ได้บังเอิญไปเจอ “แฝดใหญ่-พล.ต.ต. สุรพงษ์“ สมาคมกรีฑา จนได้มีการส่งนักรักบี้ไปฝึกการเพิ่มสปีดต้น และยังได้ตัว “เนย ป็อกบา” มาอยู่ในทีมหญิง

แล้วยังได้ยกระดับในด้านความสัมพันธ์ของชาติรักบี้ในอาเซียน ที่ “บิ๊กต้น” เข้าไปพูดคุยหาแนวทางพัฒนาร่วมกันกับทุกชาติ จนในปัจจุบันอาเซียนรวมใจเป็น 1 ก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียนได้สำเร็จ

แล้วภาพการแข่งขันรักบี้มันส์ๆ ความสะใจของนักกีฬา จะกลับมาอีกครั้งในศึกรักบี้ซีเกมส์ 2025 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ มาร่วมส่งเสียงเชียร์และเป็นกำลังใจให้ขุนพลรักบี้ทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิง มั่นใจว่าศึกครั้งนี้ เราจะคว้า 2 เหรียญทองให้ได้เหมือนในปี 2007 ที่นครราชสีมา ซีเกมส์ครั้งสุดท้ายที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

“บิ๊กต้น” ใช้โอกาสการแข่งขัน รักบี้ซีเกมส์ สร้างกระแส inspiration สร้าง Idol ให้กับเด็กๆ เยาวชนโดยจะมอบประสบการณ์พิเศษให้แก่เยาวชนจากต่างจังหวัด มีคำสั่งมอบหมายประธานภาค ทั้ง 4 ภาค ให้พาเด็กๆเยาวชน ในพื้นที่มาชมรักบี้ซีเกมส์

สมาคมฯ พร้อมดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บางส่วน เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ในเกมแห่งศักดิ์ศรีของอาเซียน นอกจากนั้น ก็จะชูระบบจัดการแข่งขันให้ ยิ่งใหญ่ เทียบเท่าเอเชียซีรีส์ที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพ

โดยแต่งตั้ง ร.อ ประชา ศรีธวัชพงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เข้ามาดู ในรายละเอียดของ การจัดการแข่งขัน อีกชั้นนึง นอกจาก คณะกรรมการฯ ที่ได้ รับการแต่งตั้งไปแล้ว

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการที่สมาคมรักบี้ของไทยจะต้องดูแลเรื่องการจัดการแข่งขัน รักบี้ซีเกมส์ ซึ่งเราเป็นเจ้าภาพ

โดยได้เปิดเผยว่า หลังจากประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนตุลาคม ได้มีการติดตามความพร้อมของฝ่ายต่างๆ ในการเตรียมเป็นเจ้าภาพรักบี้ซีเกมส์ ซึ่งตนได้ย้ำกับทุกฝ่ายและทุกคณะทำงานว่าต้องจัดการแข่งขันให้ดีที่สุดเทียบเท่ากับศึกเอเชียซีรีส์ ที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะ ระบบการรักษาความปลอยภัย และการต้อนรับเพราะในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจาก สุลต่าน จากประเทศ มาเลย์เซีย และ vip จากประเทศสมาชิกต่างๆในเอเชีย จะเข้าร่วมชมการแข่งขัน ทั้ง 2 วัน

เนื่องจาก ผมในฐานะ ประธานสหพันธ์ รักบี้ อาเซียน จะได้เชิญ สมาชิก ในอาเซียน และ สมาชิก อีสต์เอเซีย ซึ่งพึ่งได้เซ็น สัญญา mou ความช่วยเหลือ กันที่ ลอนดอน เมื่อเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา มาร่วมประชุม กันครั้งแรก ที่กรุงเทพ พร้อมทั้ง ชม รักบี้ซีเกมส์ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีความพร้อมสุดๆ ทั้ง การจัดการแข่งขัน การจัดประชุม และการเตรียมความพร้อมของทีม ที่ตั้งเป้า ไว้ 2 เหรียญทอง

พ.ต.ท.กุลธน ยังกล่าวต่อว่า นอกจากระบบการจัดการที่จะต้องทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นหน้าตาของประเทศไทย อีกเรื่องที่จะต้องฝากประธานภูมิภาคทั้ง 4 คน หากเด็กๆและเยาวชน ในพื้นที่ต่างจังหวัดในความรับผิดชอบมีความต้องการจะเดินทางมาชมรักบี้ซีเกมส์ในวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ

ทางสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะดูแลค่าใช้จ่ายการเดินทางให้บ้างส่วน ซึ่งตนมั่นใจว่าศึกรักบี้ซีเกมส์เป็นแมตช์ที่สำคัญระดับประเทศ และเป็นศักดิ์ศรีของไทยที่ต้องทำให้ได้ 2 เหรียญทอง ดังนั้นเราจึงจำเป็น ต้องใช้โอกาสนี้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน เพื่อเข้ามาเล่นรักบี้ ให้เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสมาคมฯ จะสามารถ ทำเรื่องนี้ได้ตามวัตถุประสงค์ และ เป้าหมายแล้วก็ตาม

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่เปิดให้กองเชียร์เข้าชมซีเกมส์ฟรีทุกสนาม ทำให้สมาคมพร้อมที่ใช้การแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ในการปลุกกระแสกีฬารักบี้ ก็อยากจะขอเชิญชวนประชาชน และ เด็กๆ โรงเรียน ที่เล่นรักบี้ ในพื้นที่กทม และ ไม่ได้เล่นแต่ อยู่ในพื้นที่ ใกล้เคียงสนามกีฬากองทัพอากาศ ย่านลำลูกกา เข้ามาชมมาเชียร์และให้กำลังใจนักรักบี้ทีมชาติไทยเพื่อคว้าชัยชนะมาสู่ประเทศชาติของเรา“ พ.ต.ท.กุลธน กล่าว