ล่าสุด “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ขึ้นแถลงข่าว และลงนามความร่วมมือในการที่ “ประเทศกวม” จะเข้ามาร่วมแข่งขันศึกรักบี้ 15 คน Union Cup

ทำให้ในเวลานี้มี 7 ชาติที่ลงนามแล้วคือ ไทย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และ กวม

ความเคลื่อนของทีมรักบี้ 15 คนทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่กำลังเตรียมลงแข่งขันรักบี้ Unions Cup 2025 โดยในครั้งนี้ ไต้หวัน เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 7-13 ก.ค.2568 มี 4 ชาติร่วมชิงชัยคือ ไทย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์ และ ไต้หวัน

ร.ต.อ.สมเจตน์ อนุแสน ผู้ฝึกสอนทีม 15 คนทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกสโมสรเป็นอย่างดี ในการมาคัดตัวที่มีมากกว่า 60 คน ทำให้ทีมสต๊าฟโค้ชได้เห็นนักกีฬามากขึ้น และนักกีฬาได้แสดงศักยภาพมากขึ้น ซึ่งต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราได้แข่งขันทีมชาติในช่วงนี้ เพราะการแข่งขันสโมสรเพิ่งจบลงไปทำให้นักกีฬาได้ลงซ้อมอย่างต่อเนื่องยังมีความฟิตและความกระหายชัยชนะอยู่ และแต่ละคนก็มีสภาพจิตใจที่ดีมาก

ร.ต.อ.สมเจตน์ ยังเผยต่อว่า นักกีฬาชุดนี้จะมีผู้เล่นต่างชาติ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีไว้ในทีม และด้วยศักยภาพ ความสามารถ จะสามารถสร้างความแตกต่างได้ อีกทั้งชาติคู่แข่งทั้งหมดก็มีผู้เล่นต่างชาติเช่นกัน การที่เรามีไว้ในทีมก็จะสามารถเป็นอีกทางเลือกในแผนการเล่นที่จะต้องอาศัยพลกำลังของผู้เล่นเหล่านี้ และผู้เล่นต่างชาติที่เราเลือกมาติดทีมนั้นก็คือผู้เล่นหลักของสโมสรทั้งหมด

“โค้ชเจตน์” ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ปีนี้มี 4 ทีม รูปแบบการแข่งขันก็จะเป็นประกบคู่รอบรองชนะเลิศเลย ซึ่งไทยได้พบกับ “เจ้าภาพ” ไต้หวัน หากชนะก็จะเข้าชิงชนะเลิศทันที ส่วนอีกสายเป็น สิงคโปร์ พบกับ ฟิลิปปินส์ ซึ่งทีมไทยเองก็อยากทำผลงานให้ดีที่สุด ก็ต้องดูหน้างานว่าแต่ละทีมมีทีเด็ดอะไร เพราะต่างฝ่ายก็เก็บเงียบเป็นความลับกันทุกทีม

นอกจากนี้ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ในฐานะอุปนายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้าเยี่ยมนักกีฬารักบี้ 15 คน เพื่อให้โอวาทแก่ผู้ฝึกสอนและนักกีฬา พร้อมทั้งมอบเงินบำรุงขวัญเสริมสร้างกำลังใจให้แก่นักกีฬาและผู้ฝึกสอน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักกีฬาทุกท่านจะนำชัยชนะและความสำเร็จกลับมา เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทย

สำหรับทีมรักบี้ 15 คนทีมชาติไทยจะเดินทางวันจันทร์ที่ 7 ก.ค.นี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยไทยลงสนามรอบรองชนะเลิศพบกับ ไต้หวัน วันที่ 9 ก.ค. เวลา 17.00 น. ส่วนรอบชิงอันดับ 3 กับ ชิงชนะเลิศ จะมีในวันที่ 12 ก.ค.2568

จากความสำเร็จของทีมรักบี้ 7 คนหญิงทีมชาติไทยในตลอด 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้เข้ารับการฝึกในเรื่องสปีดต้น และการจุดระเบิดพลังในการวิ่งเมื่อปี พ.ศ.2565 ทำให้ทีมรักบี้สาวไทยมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในระดับโลก อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ.2568 มีรายการระดับนานาชาติที่ทีมรักบี้สาวไทยต้องลงแข่งขันทั้งในเอเชียซีรีส์ และ ซีเกมส์ ยาวไปจนถึงปีหน้าที่จะมีศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ และ เอเชียนเกมส์ 2026 รออยู่

ทำให้ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมยกเครื่องทีมรักบี้สาวไทยอีกครั้ง และยังได้รับความร่วมมือจาก “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ให้การสนับสนุนส่งโค้ชเกี่ยวกับการวิ่งและเสริมสปีดต้นมาช่วยฝึกนักรักบี้สาวไทย โดยส่ง อ.เอกวิทย์ แสวงผล อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยและยังเป็นอาจารย์ทางด้านการวิ่ง กับ จ่าอากาศเอก บัณฑิต ช่วงไชย อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทย เคยคว้าแชมป์ซีเกมส์ ติวเข้มโดยเฉพาะ ที่สนามรักบี้ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งมี อนุรักษ์ ชัยสัตรา เจ้าหน้าที่ประจำทีมหญิงเป็นผู้ประสานทำให้เกิดความร่วมมือในครั้งนี้

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของทีมรักบี้หญิงไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่ได้รับความกรุณาจาก ท่าน พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในสมัยนั้น ที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่เคารพรักจากโรงเรียนวชิราวุธฯ และ “พี่แฝดใหญ่-เล็ก” พล.ต.ต.สุรพงษ์ กับ พล.ต.ต.ศุภวณัฎฐ์ อาริยะมงคล ได้ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬารักบี้ ด้วยการฝึกเทคนิคการวิ่งจนทำให้ทีมรักบี้หญิงไทยทำแรงกิ้งขึ้งอันดับ 3 เอเชีย และ ได้สิทธิ์เข้าไปแข่งในศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ อีกทั้งยังได้ จิรวรรณ ชูตระกูล นักกรีฑาดาวรุ่ง มาเป็นกำลังหลักให้ทีมรักบี้อีก

พ.ต.ท.กุลธน กล่าวต่อว่า มาในวันนี้ทีมรักบี้หญิงไทยที่เวิลด์รักบี้ยกให้เป็นม้ามืดของเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันบวกกับจุดเด่นคือความเร็ว ความคล่องตัว ในแบบฉบับเอเชีย ที่ถือว่าทดแทนกับความเสียเปรียบเรื่องรูปร่างได้ ทั้งนี้ตนมองว่าเรามีจุดแข็งเรื่องความเร็ว แต่ก็อยากจะเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมกับเกมระดับนานาชาติทั้งเอเชียซีรีส์ กับ ซีเกมส์ ไปจนถึงปีหน้าที่มี เอเชียนเกมส์ และ เวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนวชิราวุธฯอีก 1 คนที่ตนเคารพรัก และมีใจที่เป็นนักกีฬา ได้ส่งโค้ชกรีฑามาดูเรื่องการวิ่งสปีดต้น และ การจุดระเบิดพลังในระยะสั้นให้กับทีมรักบี้หญิงไทยอีกครั้ง

“หลังจากที่ทีมหญิงชุดบี ที่สมาคมส่งไปแข่งในแมตช์รักบี้ 7 คนที่ยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย แล้วได้แชมป์กลับมา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อวงการรักบี้ไทย แต่ก็อยากให้นักกีฬาแข็งแกร่งกว่านี้ เพราะแมตช์หลังจากนี้จะเป็นของจริง ที่เราจะพลาดไม่ได้เลยแม้แต่เกมเดียวทั้งการรักษาอันดับ 3 เอเชีย และ ต้องคว้าแชมป์ซีเกมส์ ไปจนถึงเอเชียนเกมส์ในปีหน้า การที่ทีมหญิงได้มาฝึกทักษะการวิ่ง สปีดต้น กับ ความคล่องตัวอีกครั้ง ก็จะทำให้นักกีฬาเรามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เพราะในทุกพื้นที่บนสนามหากเรามีสปีดต้นที่ดี แรงกระชากในระยะสั้นๆเพียง 5-10 ม. บวก กับโมเมนตั้มของร่างกาย และ การ size step จะช่วยสร้างเกมส์รุก ทีคมขึ้น ได้อย่างแตกต่างแน่นอน “พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

ด้าน “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กล่าวว่า โค้ชกรีฑาทั้ง 2 ท่านที่ให้ไปติวเข้มเรื่องเทคนิคการวิ่งนั้นก็ถือว่าเป็นโค้ชที่มีคุณภาพในเรื่องการวิ่ง และหวังว่านักรักบี้ทีมหญิงจะนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้ในสนามแข่งขันเพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้

ประกาศ

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

เรื่อง ขอประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลชาย ประเภท ๑๕ คน ทีมชาติไทย

เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล รายการ Union Cup 2025 ณ เมืองเกาสง สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ผลการแข่งขัน รายการ Johor 7’s ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 ณ เมืองยะโฮร์บาห์รู สหพันธรัฐมาเลเซีย

ทีมหญิง ชนะเลิศอันดับที่ 1

ทีมชาย รองชนะเลิศอันดับที่ 1

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำการส่งนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันรักบี้ 7 คนรายการ ยะโฮร์บาห์รู เซเว่นส์ ระหว่างวันที่ 26-30 มิ.ย.2568 ที่ประเทศมาเลเซีย

โดยทีมชายส่งแข่งขันในชื่อทีม All for One และ ทีมหญิงส่งแข่งขันในชื่อทีม Siamese Cats ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และประลองทีมเพิ่มประสบการณ์ก่อนที่จะเริ่มต้นฤดูกาลในการแข่งขันรายการระดับนานาชาติของปี 2568 ที่จะมีทั้งศึกเอเชียซีรีส์ และ ซีเกมส์ในปลายปีนี้

โดยทั้ง 2 ทีม ได้ออกเดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย ผู้สนับสนุนตั๋วการเดินในครั้งนี้

สมาคมฯ ขอขอบคุณ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีตลอดมา

#airasia

คำสั่ง สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ ๐๑๓๓๙/๒๕๖๘
เรื่อง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลชาย ๗ คน
เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ๗ คน รายการ Jahor 7’s ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย

เพื่อให้การดำเนินการจัดการแข่งขัน เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการส่งเสริม รักษามาตรฐาน ในการปฏิบัติของผู้ตัดสิน อีกทั้งเพื่อเป็นการปลูกฝังให้นักกีฬารักบี้ฟุตบอล มีความเคารพต่อกติกา และแสดงออกถึงการมีน้ำใจนักกีฬา สมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย จึงขอแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินและมารยาทของนักกีฬารักบี้ฟุตบอล ดังนี้

คำสั่ง สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ ๐๑๓๐๓/๒๕๖๘
เรื่อง แต่งตั้งเจ้าหน้าที่และนักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิง ๗ คน
เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล ๗ คน รายการ Jahor 7’s ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย

“บิ๊กต้น” ขึ้นประธานสหพันธ์รักบี้อาเซียนคนแรก

พร้อมช่วยเหลือทุกชาติ ชูจุดแข็งการแพทย์กายภาพ

7 ชาติอาเซียนพร้อมใจให้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นั่งตำแหน่งประธานสหพันธ์รักบี้อาเซียนคนแรก โดยมี นายกสมาคมรักบี้ของมาเลเซียเป็นรองประธาน และ นายสหพล พลปัถพี เป็นเลขาธิการสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน โดยตำแหน่งประธานจะเวียนตามเจ้าภาพซีเกมส์ โดย “บิ๊กต้น” ให้คำมั่นว่าพร้อมจะช่วยเหลือทุกชาติในอาเซียน โดยเฉพาะด้านทีมแพทย์และกายภาพที่ได้รับรองจากเวิลด์รักบี้ ทั้งนี้ต้องการให้ทุกชาติมีทีมรักบี้เพื่อบรรจุซีเกมส์ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน

ประเทศไทย โดยสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพการประชุมกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อการจัดตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน ในการร่วมมือกันพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคนี้และช่วยเหลือประเทศที่ไม่มีกีฬารักบี้ให้มีกีฬารักบี้ เพื่อให้สามารถบรรจุกีฬารักบี้ในศึกซีเกมส์ทุกครั้ง

กีฬารักบี้ถือว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในระดับโลก และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีหลายชาติที่เล่นกีฬารักบี้ และก็มีบางชาติที่ยังไม่มีกีฬารักบี้ ส่งผลให้ในศึกซีเกมส์ 2021 ที่เวียดนาม กับ ซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา ไม่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในการแข่งขันเนื่องจากประเทศเจ้าภาพไม่มีทีม จึงเป็นเหตุผลหลักของกลุ่มประเทศที่มีกีฬารักบี้คือ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ลาว และ บรูไน มาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้

ประเทศไทยในฐานะที่จัดประชุมใหญ่ของสหพันธ์รักบี้แห่งเอเชีย หรือ เอเชียรักบี้ เมื่อปี 2024 จึงได้อาสาเป็นเจ้าภาพการประชุมของกลุ่มผู้นำรักบี้แห่งอาเซียน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2568 ซึ่งตัวแทนของไทยนำโดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส อุปนายกสมาคม, นายสหพล พลปัถพี ประธานฝ่ายต่างประเทศ, นายณัฐพล เหมอยู่ ประธานฝ่ายนายทะเบียน นายโรจน์ พุทธคุณ ประธานฝ่ายสิทธิประโยชน์ และ นายปณิธาน ประจวบเหมาะ อนุกรรมการสมาคม อีกทั้ง สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ลาว และ บรูไน ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมใหญ่ในครั้งนี้ด้วย

ในที่ประชุมได้มีการพูดคุยแนวทางการพัฒนากีฬารักบี้ร่วมกัน และทุกชาติก็รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการที่ไม่มีการบรรจุกีฬารักบี้ในซีเกมส์ ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2025 ในที่ประชุมจึงได้มีมติให้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ขึ้นเป็นประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียนคนแรก โดยมี นายกสมาคมรักบี้ของมาเลเซียเป็นรองประธาน พร้อมทั้งแต่งตั้ง นายสหพล พลปัถพี เป็นเลขาธิการสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณทุกชาติในอาเซียนที่มาเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือแนวทางการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคของพวกเรา ส่วนการเลือกประธานสหพันธ์นั้นก็มีการพูดคุยกันว่าจะเลือกกันอย่างไร จะมีการเลือกตั้ง หรือ ยกมือสนับสนุนใครหรือไม่ แต่สุดท้ายที่ประชุมทุกคนก็เห็นพ้องกันว่าตำแหน่งประธานให้เวียนตามเจ้าภาพซีเกมส์ และในปีนี้ไทยเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ก็เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียนคนแรก

พ.ต.ท.กุลธน เผยต่อว่า วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน คือเราพบปัญหาคือไม่มีแข่งขันซีเกมส์ 2 สมัย ทำให้กีฬารักบี้ในภูมิภาคเราตกลงไป เพราะหายไปถึง 4 ปี ซึ่งเราก็มีการพูดคุยกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และวัตถุประสงค์อีก 1 ข้อคือเราต้องการจับมือชาติอาเซียนที่มีความเข้มแข็งในเรื่องกีฬารักบี้ ให้เข้าไปช่วยเหลือบางประเทศที่ยังไม่มีกีฬารักบี้ ช่วยให้เขาได้เรียนรู้และรู้จักกีฬารักบี้ให้มากขึ้น และสุดท้ายเพื่อต้องการสร้างพลังในความเป็นกลุ่มชาติอาเซียน เพื่อประโยชน์สูงที่สุดในเอเชียรักบี้ หรือ เวิลด์รักบี้

“ส่วนนโยบายก็จะต้องเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่ขอความร่วมมือมา โดยเราจะนำจุดแข็งของทีมรักบี้ไทย ที่ผ่านการอบรมของเวิลด์รักบี้เข้าไปช่วยพัฒนา เช่น การแพทย์, กายภาพ ที่มีความพร้อมพอสมควร นอกจากนี้เราก็จะต้องดูเรื่องงบประมาณต่างๆอีกด้วย และทางกลุ่มประเทศในอาเซียนก็ชื่นชมว่าไทยสามารถพัฒนาทีมหญิงก้าวไปสู่ทีมระดับโลกได้แล้ว” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว