ทัพนักกีฬารักบี้ทีมชาติไทย ชุดคว้า 2 เหรียญทองซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในประเภททีม 7 คน ทั้งทีมชายและทีมหญิง  

เข้าร่วมงานรับมอบเงินรางวัลอัดฉีดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จากรัฐบาลไทย ที่ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งงานดังกล่าว นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี 

สำหรับทีมรักบี้ทีมชาติไทย นำโดย”โค้ชหยก“ เรือเอก ชาตรี วรรณดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ประเภททีมหญิง พร้อมด้วยนักกีฬาทีมชาติ อาทิ “กี้” ธนาภรณ์ หวลคิด และ “โฟล์ค” รัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล รวมถึงนักกีฬาคนอื่นๆได้เดินทางเข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่อรับมอบเงินรางวัลอัดฉีดด้วย  

ทั้งนี้ทีมรักบี้ไทย ซึ่งคว้า 2 เหรียญทองจากทีมหญิงและทีมชาย 7 คน ได้รับเงินอัดฉีดจากรัฐบาลไทย โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ทั้งในส่วนของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา รวม 10,920,000 บาท 

สองหนุ่มนักรักบี้ทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองประเภททีม 7 คนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพสดๆ ร้อนๆ ไปล่าสุดอย่าง “ไรซั่ม” เกิดเก้า เวชโชกิตติกร กับ “พัชร” พชร พลปัถพี เปิดเผยความรู้สึกหลังร่วมกัน หลังทั้งคู่เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทัพรักบี้ชายทีมชาติไทยผงาดคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในรอบ 18 ปี ได้สำเร็จ โดยยกเครดิตกองเชียร์มีส่วนสำคัญอย่างมากและเปรียบเป็นเหมือนผู้เล่นในสนามคนที่ 8 ที่ช่วยให้ทีมก้าวไปสู่โพเดี้ยมเหรียญทอง

”ไรซั่ม“ กล่าวว่า กับความสำเร็จครั้งนี้ของทีมชาติไทยเรา รู้สึกดีใจและตอนที่อยู่ในสนามก็ตื่นเต้นมากเพราะกองเชียร์ไทยเรามากันเยอะมาก และจังหวะในเกมก็เต็มไปด้วยความกดดัน เลยดีใจที่ได้เหรียญทองในที่สุด ส่วน พชร กล่าวว่า คุ้มกับที่เหนื่อยมาเป็นปี ทีมชายเราต้องการเหรียญนี้มาก เป็นเหรียญที่เฝ้ารอมานานมาก

หนุ่มไรซั่ม ยังฝากถึงแฟนๆ รักบี้ไทยอีกด้วยว่า ต้องขอขอบคุณแฟนๆ มากๆ สำหรับในวันที่ 13-14 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่รักบี้ทีมชาติไทยลงแข่งขันซีเกมส์ ขอบคุณที่มาเชียร์พวกเรานักกีฬา ไม่ว่าจะในจอถ่ายทอดสดหรือที่มาถึงในสนาม อยากบอกว่าพวกเรานักกีฬาทุกคนได้รับกำลังใจดีมากๆ ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์พวกเรา 

ด้าน พชร กล่าวว่า อยากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเชียร์เพราะว่ากำลังใจวันนั้นมันมีผลมากเลยกับนักกีฬา ขอบคุณมากๆ เลยที่ไม่ว่าจะเดินทางมาจากที่ไหน ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ตะวันตก มันทำให้เห็นว่าทุกคนพร้อมใจกันมาเชียร์รักบี้ทีมชาติไทย ขอบคุณมากๆ และจริงๆ เหรียญทองทั้งสองเหรียญนี้ของทีมชายและทีมหญิงที่ได้ในศึกซีเกมส์ 2025 ก็เพื่อคนไทยทุกคนด้วย

“โค้ชเย้” น.อ.ฐัญวิทย์ เครือสินธุ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย ภูมิใจหลังช่วยทีมรักบี้ 7 คนชายไทย คว้าเหรียญทอง รักบี้ 7 คน ในกีฬาซีเกมส์ 2025 มาครองได้สำเร็จ โดยถือเป็นการกลับมาคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในรอบ 18 ปี หลังจากทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2007 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่จังหวัดนครราชสีมา 

“โค้ชเย้” เปิดเผยอีกว่า เป้าหมายเดียวกันของทีมรักบี้ชายไทยในซีเกมส์ครั้งนี้ คือการกลับมาคว้าเหรียญทองให้ได้ ซึ่งทุกคนมุ่งมั่นอย่างมากที่จะทำให้สำเร็จ ในรอบชิงกับสิงคโปร์ ที่แม้เราจะชนะพวกเขามาได้ในรอบจัดอันดับ 22-0 แต่รอบชิง พวกเขาแก้เกมมาดี สร้างความยากลำบากให้กับเรา อย่างไรก็ตาม ต้องชื่นชมนักกีฬาของเราที่รวมแรงรวมใจทำหน้าที่ ก่อนจะเอาชนะไปในแมตช์ชิงชนะเลิศ 

“ชัยชนะและเหรียญทองที่ทีม 7  คนชาย ทำได้ในซีเกมส์ ทำให้พูดได้เต็มปากว่าเราคือเบอร์ 1 อาเซียนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งผลงานจากทั้งในศึกเอเชีย ชาเลนจ์ ซีรีย์ หรือ ซีเกมส์ เอง เราเป็นเบอร์ 1 ทั้งหมด แน่นอนว่าหลังจากนี้ เราก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาทีมต่อไป เพื่อรักษาความเป็น 1 ในอาเซียน หรือกระทั่งพัฒนาทีมขึ้นไปสู้กับทีมหัวแถวของเอเชีย”

สำหรับผลงานของทีมรักบี้ 7 คน ชายไทย ตลอดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นั้น ทำผลงานคว้าแชมป์ชนิดไร้พ่าย โดยรอบจัดอันดับ เอาชนะ สปป.ลาว 39-0, ชนะ สิงโปร์ 22-0, ชนะ มาเลเซีย 17-12 และชนะฟิลิปปินส์ 12-0 ก่อนที่รอบชิงชนะเลิศ จะเอาชนะสิงคโปร์ 10-5 

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน พร้อมด้วยตัวแทนชาติสมาชิก ประกอบด้วย ไทย, ลาว, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, บรูไน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, ไต้หวัน และ กวม ได้ร่วมประชุมแผนงานการดำเนินการของสหพันธ์รักบี้เอเชียและอาเซียน ที่โรงแรมมิราเคิล

การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่เซ็น MOU กับชาติเอเชียตะวันออกไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมกันนี้ชาติสมาชิกยังได้ให้การต้อนรับประเทศติมอร์-เลสเต สมาชิกใหม่ ที่ก่อตั้งรักบี้ยูเนี่ยนของตัวเองขึ้นมาแล้ว 

นายสหพล พลปัถพี เลขาธิการสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน เปิดเผยว่า การประชุมหนนี้ มีการหารือถึงความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกันพัฒนากีฬารักบี้โซนเอเชียตะวันออกที่เป็นกลุ่มประเทศชั้นนำของทวีปเอเชียคือ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง และ ไต้หวัน กับ ตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ว่าจะมีการพัฒนาในเรื่องใดบ้าง อีกทั้งประเทศติมอร์-เลสเตได้ก่อตั้งสมาคมกีฬารักบี้ขึ้นมา แล้วก็ได้มีตัวแทนเข้ามาประชุมกับสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียนเป็นครั้งแรก ซึ่งทุกชาติยินดีต้อนรับเป็นอย่างมาก

เลขาธิการสหพันธ์รักบี้อาเซียน ยังเผยอีกว่า ประเด็นสำคัญคือการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพรักบี้ 15 คน ยูเนี่ยนคัพในปีหน้า ซึ่งได้มีการพูดคุยว่าจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม ตอนนี้ชาติที่จะเข้าแข่งขันมีแล้ว 7 ชาติ ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย, กวม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน ส่วนอีก 1 ชาติคือ ฮ่องกง จะส่งในนามทีมฮ่องกง ดราก้อน ทำให้เมื่อรวมแล้วก็จะได้ 8 ทีม ส่วนการแข่งขันรอบแรกจะจับสลากแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เอ กับ บี แล้วเอาอันดับ 1 กับ 2 ของกลุ่มเข้ารอบรองชนะเลิศ เพื่อหาผู้ชนะเข้าชิงต่อไป

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ยกเครดิตนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ที่เกี่ยวของทุกฝ่าย มีส่วนสำคัญช่วยรักบี้ไทยคว้า 2 เหรียญทอง รักบี้ 7 คนซีเกมส์​ 2025 ทั้งประเภททีมชายและหญิง พร้อมกันนี้ยังขอมอบ 2 เหรียญทองอันมีค่าให้กับพี่น้องตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละแรงกายแรงใจ และชีวิต จากการปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่ายความใจยาว ผ่านเฟซบุ๊คชื่อชมนักกีฬาและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย หลังทีมรักบี้ไทย สร้างผลงานชิ้นโบว์แดง คว้า 2 เหรียญทอง ทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง ในการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อ 14 ธันวาคม 2568 ทำให้ทัพรักบี้ไทยทำผลงานตรงเป้า 2 เหรียญทอง อย่างที่ประกาศเอาไว้ก่อนการแข่งขัน โดยโพสต์ดังกล่าว ของ พ.ต.ท.กุลธน ระบุว่า

“2 เหรียญทองอันมีค่า และมีความหมายอย่างยิ่ง ในทุกประเด็น สำหรับสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แต่ที่สำคัญและมีความหมาย มากกว่านั้น คือ ผมขอมอบความทรงคุณค่า ทั้ง 2 เหรียญ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และ ทหารหาญ ตามเขตแนวชายแดน ที่กำลังทำหน้าที่รักษาอธิปไตยของประเทศชาติอยู่ในเวลานี้ มีหลายเหตุผล ที่ผมต้องกล่าวอย่างนี้ เพราะเหตุผล ดังนี้คือ 

1. นักกีฬารักบี้ทุกคน ทั้งสองทีมชายและ หญิง ก็เปรียบเสมือนทหารหาญ ที่ลงไปทำหน้าที่ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม และจะต้องนำชัยชนะมาสู่ประเทศ เช่นเดียวกับ  พี่น้องทหารตำรวจทุกเหล่าที่กำลังทำอยู่ ในเวลานี้ เพียงแต่การต่อสู้ในสนามกีฬานั้น ไม่มีความเสี่ยงถึงชีวิต เหมือนกับการต่อสู้ในสนามรบ

2. ผมเห็นความสามัคคี ของพี่น้องคนไทย ในสนามรักบี้เมื่อวานนี้ ไม่ต่ำกว่า 4-5 พันคน ทุ่มเท แรงใจแรงเชียร์ ดังกระหึ่มกึกก้องไป ทั้งสนาม กีฬากองทัพอากาศ ซึ่งผมเชื่อว่า ตลอดชีวิตในวงการรักบี้ ของผม ไม่เคยเห็น การรวมใจ สามัคคี ทุกคน ทั้งสนาม แบบนี้มาก่อน การร่วมกันเปล่งเสียงร้องเพลงชาติไทยที่ ได้ฟัง หลายครั้งมาก และ ขนลุกทุกครั้ง ที่เพลงชาติไทย ดังขึ้นและนั่นแหละคือสิ่งที่ผมบอกตลอดเวลา ว่ากีฬา ต้องนำการเมือง เพราะกีฬาสามารถสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้ เมื่อไหร่ที่ฝ่ายการเมือง สามารถสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้ เหมือนกับกีฬา บ้านเมืองเราเจริญแน่นอนอย่าให้การเมืองมาทำร้ายหรือทำลายความสามัคคีของคนในชาติ เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะขอพี่น้องประชาชน ทุกหมู่เหล่า ร่วมกันสามัคคี ส่งกำลังใจให้กับพี่น้อง ทหารตำรวจ แนวชายแดน ของเราทุกคน ที่ทำหน้าที่ปกปักรักษาพื้นแผ่นดินอธิปไตยของเราอยู่ในเวลานี้ เช่นเดียวกับ พี่น้องคนไทย 4000 คนในสนามรักบี้ เมื่อวาน หรือ ทุกคนที่กำลังร่วมใจกันเชียร์ ซีเกมส์อยู่ในเวลานี้

3. การรวมพลัง ของผู้บริหารทุกคน จนถึงเจ้าหน้าที่ สตาฟโค้ช และนักกีฬา ของสมาคมรักบี้ ( unity) จนทุกอย่าง ออกมาประสบความสำเร็จอย่างสวยงามที่สุด นี่คือความปรารถนาดีขององค์กรเล็กๆองค์กรหนึ่ง ที่จะส่ง มอบต่อให้ ชนชั้นนำ คณะรัฐบาล หรือผู้บริหารประเทศชาติ ในทุกมิติทุกบริบท เพื่อให้ประสบความสำเร็จ และส่งมอบต่อ ให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศชาติต่อไป

 สุดท้ายนี้ ผมขอ กลับ มาที่ สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ความสำเร็จอันงดงามนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ถ้าเราไม่มี การบริหาร การร่วมคิดร่วมอ่าน ช่วยกันทำงาน ทุกๆฝ่ายที่ได้รับการมอบหมาย และ ที่สำคัญ คือการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และได้รับความช่วยเหลือ ในทุกกรณี ผมต้องขอขอบคุณ ผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ที่ให้ความอนุเคราะห์ สนามซ้อม ของทีมชายและทีมหญิง อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ขอขอบคุณ บรรดาสปอนเซอร์ ที่ให้การสนับสนุน เช่นไทยเบฟเวอร์เรจ ปตท โออาร์ GPP Helios FWD AOT Thai air Asia Thai   Airway กกท กองทุนพัฒนากีฬาชาติ ขอขอบคุณ สนามกีฬากองทัพอากาศ ท่าน ผบ.ทอ ท่านเจ้ากรมสวัสดิการทหารอากาศ น้องๆ ทหารเรือทหารอากาศทุกนาย ซิ้ม ด๋อย 

ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนามสนามกีฬาบุญยะจินดา ขอขอบคุณ พี่แจ๊ส พี่ชายที่น่ารัก นายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปทุมธานี ที่มาซ่อมห้องน้ำสนามกีฬากองทัพอากาศให้ ขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ( ผู้ว่าก้อง) ขอบคุณมนตรีซีเกมส์ โดยพี่ (แนท) ชัยภักดิ์ และที่สำคัญที่สุด ขอขอบคุณ กรรมการสมาคมทุกคน ตั้งแต่อุปนายก พี่เจ๋ง พี่แจง พี่หวัด พี่หมู พี่มอด เลขาธิการสมาคมฯ พี่คลื่น กรรมการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่นำโดย รอ ประชาฯ ต้น ภัคพงศ์  กิ้ม หนอง ทู พี่โส หอย แพร  อนุกรรมการ ปุ๋ย ซิ้ม เต้ แก่น รักษ์ ตั้ม และภรรยา เจ้าหน้าที่สมาคมฯ พี่จุ๋ม เส้น สิ เก๋ นา ตุ้ม ติ๊กตอก เคหนุ่ย กรรมการผู้ตัดสิน ทุกคน และที่สำคัญที่สุดของที่สุด คือบรรดาสตาฟโค้ช ตั้งแต่ผู้จัดการทีม ชายและหญิง พี่หมู พี่หนิง พี่เล็ก พี่อ้อม โรเต้ เย้ กล้วย หยก ตุ้ย ฯลฯ และบรรดาลูกหลาน นักรักบี้ ทีมชาติไทย ชายและ หญิงทุกคน ที่สามารถ ส่งมอบความสุข และของขวัญที่มีค่ามากที่สุด ให้กับ แฟนกีฬารักบี้ชาวไทย และคนไทยทั้งประเทศ เป็นของขวัญปีใหม่ ที่งดงามและสวยงามจริงๆครับ 

ทำคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าทำร่วมกัน พร้อมพลังสามัคคี ทุกอย่างจะไปได้ดีอย่างแน่นอน 

“รักประเทศไทยครับ” ผมจะจำวันและคืนอันทรงคุณค่านี้ไว้นานเท่านาน

ขอบคุณทุกๆคนที่มีส่วนร่วม และขอโทษ ถ้า ตกหล่นรายชื่อใครในการบันทึก FB ในครั้งนี้ นะครับ”

การแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2568 เป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โดยมี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม , ตัวแทนชาติสมาคมอาเซียนและเอเชีย และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี มาร่วมชมการแข่งขัน

รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมหญิง ไทย แชมป์เก่า 4 สมัย พบกับ มาเลเซีย ซึ่งผลการแข่งขันก็เป็นไปตามคาดเมื่อสาวไทยไล่ถล่มไปแบบขาดลอย 37-0 จุด ป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมรักบี้สาวไทยไม่เสียแต้มในซีเกมส์

ขณะที่ทีมชาย ไทย ที่ปีนี้มุ่งมั่นจะคว้าแชมป์ในบ้านให้ได้ พบกับ สิงคโปร์ ซึ่งรอบแรกไทยชนะแบบขาดลอย 22-0 จุด ในครึ่งแรกต่างฝ่ายต่างเล่นแบบเกร็งๆผลัดกันครองเกมจนมาในนาทีสุดท้าย พีระพล ชูควร เตะลูกแล้ววิ่งเข้าไปวางทรัยทำให้ไทยนำ 5-0 จุด จากนั้นครึ่งหลัง นพสิทธิ์ กลัดกระยาง มาวางทรัยอีก นำห่าง 10-0 จุด แต่ช่วงใกล้หมดเวลา สิงคโปร์ ไล่มา 5-10 แต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทัน ทำให้ ไทย เอาชนะไป 10-5 จุด คว้าแชมป์ได้ในรอบ 18 ปี หลังจากที่เคยได้ในปี 2007 ที่นครราชสีมา

หลังจบเกม พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า ดีใจแบบสุดๆ น้ำตาไหลเลยที่ไทยกลับมาได้ 2 เหรียญทองซีเกมส์อีกครั้งหลังจากที่เราไม่ได้พร้อมกันนานมาก เป็นไปตามเป้าหมายที่พูดไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะต้องคว้า 2 ทองในบ้านของเรา วันนี้ก็ทำสำเร็จ ส่วนทีมหญิงก็จะต้องเตรียมทีมต่อเพื่อไปแข่งเวิลด์ชาเลนจ์ซีรีส์ในเดือนหน้า

“อยากจะขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาเชียร์ในสนามและที่เชียร์อยู่ทางบ้าน ดีใจที่การแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทยเป็นอย่างมาก และประเทศไทยยังมีโอกาสได้ให้การต้อนรับ สมเด็จพระราชาธิบดีมีซัน ไซนัล อาบีดิน สุลต่านแห่งรัฐตรังกานู ที่เข้ามาชมกีฬารักบี้ด้วย“

ด้าน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง อุปนายกสมาคม ได้กล่าวว่า ดีใจมาเป็น 2 เหรียญทองที่เราไม่ได้มาตั้งแต่ปี 2007 จะเห็นได้ว่านักกีฬาไทยทุกคนตั้งใจมาก ต้องขอบคุณ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมและทีมงาน ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของสมาคมรักบี้ไทย ทั้งเรื่องผลการแข่งขันและการจัดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวว่า ทาง อบจ.ปทุมธานี ได้เข้ามาช่วยสมาคมรักบี้ในเรื่องของสนามแข่งขันมีการปรับปรุงจนสวยงามสมกับการแข่งขันซีเกมส์ และทั้งนี้ก็ดีใจกับสมาคมรักบี้ที่ทำได้ 2 เหรียญทองซีเกมส์ในบ้านของเราเอง เป็นประวัติศาสตร์มาก

การแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2568 เป็นรอบแรกทั้งหมด ประเภททีมชายมี 5 ทีม คือ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, ลาว ส่วนทีมหญิงมี 5 ทีมคือ ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย รอบแรกจะแข่งแบบพบกันหมด เพื่อหาทีมที่คะแนนดีที่สุดอับดับ 1-2 เข้าชิงชนะเลิศ ส่วนอันดับ 3-4 ชิงเหรียญทองแดง

วันแรกทัพสาวไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเอาชนะได้ 3 นัดรวดแบบถล่มทลาย เริ่มจาก ชนะ อินโดนีเซีย 34-0 จุด, ชนะ สิงคโปร์ 36-0 จุด และ ชนะ ฟิลิปปินส์ 36-0 จุด โดยนัดสุดท้ายรอบแรกรอพบกับ มาเลเซีย

ขณะที่ ทีมชาย ถือว่างานหินกว่าทีมหญิง แต่ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันเอาชนะได้ 3 นัดรวด เริ่มจาก ชนะ ลาว 39-0 จุด, ชนะ สิงคโปร์ 22-0 จุด และ ชนะ มาเลเซีย 17-12 จุด ส่วนนัดสุดท้ายลงสนามพบกับแชมป์เก่า ฟิลิปปินส์

จากผลการแข่งขันวันแรกที่ทั้ง 2 ทีมชายกับหญิงไทย ชนะรวด 3 นัด ทำให้กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 14 ธ.ค.2568 แน่นอนแล้ว โดยรอบชิงชนะเลิศทีมหญิงเริ่มเวลา 18.20 น. และ รอบชิงชนะเลิศทีมชายเริ่มเวลา 18.45 น. จากนั้นก็จะเข้าสู่พิธีรับเหรียญรางวัล

ความเคลื่อนไหวของกีฬารักบี้ทีมชาติไทยในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพซึ่งได้มีการเปิดมหกรรมแข่งขันชนิดกีฬาต่างๆอย่างเป็นทางการมาได้แล้ว 2 วัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกระแสในเชิงลบในด้านการจัดการที่ถาโถมเต็มโลกโซเชียลในขณะนี้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวถึงการเตรียมการจัดการแข่งขันในส่วนของชนิดกีฬารักบี้ 7 คนก่อนที่จะเริ่มชิงชัยจริงในวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ ธูปะเตมีย์ กรุงเทพฯ ว่า แน่นอนว่าตนก็รับรู้ถึงกระแสต่างๆ ในตอนนี้ แต่หากเอาแค่กีฬารักบี้สามารถเรียนทุกฝ่ายได้เลยว่า “ไม่ต้องห่วง” ทีมงานของสมาคมฯ มีความตื่นตัวกันมากๆ

”พวกเราประชุมเข้มกันต่อเนื่อง เตรียมพร้อมทุกสิ่งทั้งเรื่องความปลอดภัย ที่พัก การเดินทาง อาหารรองรับ ทุกอย่างต้องใช้คำว่าเรามีความโปรเฟสชันแนล หรือมืออาชีพสูงมาก เพราะเรามีประสบการณ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดรายการแข่งขันระดับเอเชียมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว เรื่องที่ต้องเป็นห่วงคงเป็นแค่เรื่องป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่เป็นส่วนกลางเขารับผิดชอบเท่านั้น“

“สมาคมกีฬารักบี้แห่งประเทศไทยฯ ให้ความสำคัญเรื่องรายละเอียดข้างต้นที่กล่าวมานี้อย่างมาก เพราะเรามีความต้องการที่อยากจะให้ทุกชาติที่เข้าร่วมการแข่งขันมีความสบายใจ เพื่อที่จะได้ไปโฟกัสกับเกมการแข่งขันอย่างเต็มที่ โดยนักกีฬารักบี้ของทุกชาตินั้นเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 11 ธ.ค. และได้เข้าพักที่โรงแรมมิราเคิล บางเขน กรุงเทพฯ ทั้งหมด ผมเชื่อว่ากีฬารักบี้ 7 คนในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพปีนี้จะถูกจัดออกมาอย่างดีเยี่ยม มีเกมการแข่งขันที่สนุก เข้มข้นแน่นอน” ประมุขรักบี้ไทยกล่าว

รักบี้ 7 คน ศึกซีเกมส์ 2025 เตรียมเปิดฉากชิงชัยในวันที่ 13 ธันวาคมนี้แล้ว ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยครั้งนี้ไทยในฐานะเจ้าภาพ ตั้งธงคว้า 2 เหรียญทอง จากทั้งประเภททีมหญิง ที่เป็นแชมป์เก่า 4 สมัน และทีมชาย ที่หวังกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในรอบ 18 ปี

ความพร้อมของทีมชาติไทยล่าสุด ซึ่งเรียกว่าเข้าโค้งสุดท้าย สภาพผู้เล่นทั้ง 2 ประเภททีม ฟิตเต็มร้อย หลายคนเตรียมและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้อยู่ในระดับพร้อมลงแข่งได้ทุกคน ที่สำคัญกระหายชัยชนะมากๆ

ประเภททีมหญิงไทย รายการนี้เป้าหมายอย่างเดียวคือเหรียญทอง ซึ่งวิเคราะห์จากฝีมือและฟอร์มการเล่นแล้ว โอกาสคว้าเหรียญทองแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม จะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เล่นส่วนใหญ่ในทีมกว่าครึ่งติดทีมรายการซีเกมส์เป็นครั้งแรก

ดังนั้นทีมจึงต้องเปลี่ยนแรงกดดันให้เป็นพลัง เป็นสิ่งที่ต้องใช้สมาธิสูง อีกทั้งเป้าหมายเสริมของทางทีมงานกำหนดไว้ว่า อยากสร้างประวัติศาสตร์ไม่เสียแต้มในรายการนี้ และจะใช้เวทีนี้เป็นการซ้อมใหญ่ก่อนเข้าสู่รายการใหญ่ต้นปีหน้าอีกด้วย

จุดเด่นของทีมหญิงไทย คือ เกมรุก-รับ การเข้าทำทีมเด็ดขาดในตัวบุคคล ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งเข้าถึงตัวได้ไวแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นท็อปสกอร์ของไทย “พิม-นันทชพร“ และ ”แนน-รักษิณา“ รวมไปถึงการคัมแบ็คของ 2 พี่ใหญ่ อุทุพร เลี่ยมรัตน์ กัปตันเฉพาะกิจสั่งลาตราธงชาติ และธนัชพร หวานดี หลังจากเช็คฟิตกับรายการล่าสุดเอเชีย ซีรีย์ ก็พร้อมกลับมาโลดแล่นในเวทีซีเกมส์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 10 ปี ทำให้องค์ประกอบทีมตอนนี้มีครบทั้งรุ่นเก๋ารุ่นใหม่ สด เร็ว แรง

ฟากทีมชาย ใช้คำว่าพร้อมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะได้ทั้ง ”ปลาดุก-วุฒิพงศ์“ ที่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาช่วยทีมชาติอีกครั้ง เกมรุกอันตราย ยิ่งหากวัดจากตัวผู้เล่นอ้างอิงจากรายการล่าสุดเอเชีย ซีรีย์ จะมีการขยับเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งก็ไม่น่ามีผล และน่าจะฟอร์มดีต่อเนื่องแน่นอน

ล่าสุดทีมหนุ่มไทยตบครบทุกทีมแล้ว ทั้งฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ ยกเว้นทีมมาเลเซีย เพราะปีนี้ยังไม่มีโอกาสเจอกันในรายการระดับซีรีย์

ทีมชายชุดนี้จัดว่าลงตัวและมีผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีหลัง ทั้งเกมรุกที่ผู้เล่นทุกคนประสานงานและทดแทนกันได้ดี ผสมผสานกับการมี 2 ผู้เล่นเกมรับอย่าง ”ติ๋ม“ พีรพล ชูควร และ ”เต้ย“ อรรณพ อินพรม ก็ทำให้เกมแนวรับของไทยแข็งแกร่งมากๆ รวมไปถึงยังมีแผนลับฟอร์เมชั่นใหม่ และเก็บข้อผิดพลาดได้หมดจดทั้งการเตะประตูและจังหวะการซ้อนในเกมเปิด

ปัญหาใหญ่ของทีมชายหลักๆ หนีไม่พ้นอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า หลายๆคนไม่ได้มีการบาดเจ็บรุนแรงก็จริง แต่การแข่งขันในแต่ละเกมต่อวันมีผลให้ช่วงท้าย ซึ่งส่วนใหญ่ฟอร์มที่เล่นออกมามักจะดร็อปลง โดยเฉพาะเกมแรกของวันที่ 2 ต้องระวังเป็นพิเศษ

รักบี้ 7 คน ซีเกมส์ 2025 โอกาสที่ทีมหญิงจะหลุดเหรียญทองแทบจะเป็นไปไม่ได้ ส่วนที่น่ากังวลคือทีมชาย เนื่องจากทุกทีมมีทีเด็ดเหมือนกันหมด ทว่าหากสามารถคุมจังหวะครองเกมได้ก่อนเหมือนที่ผ่านๆมา เหรียญทองสดใสแน่

ชาวเน็ตชื่นชมเปรียบเทียบ เรื่องสนามรักบี้สวย และ พร้อมสำหรับแข่ง “บิ๊กต้น” ประมุขรักบี้ไทย ขอบคุณทุกคำชม ยันสมาคมฯเตรียมการล่วงหน้าหลายเดือน มีการประชุม กรรมการสมาคมฯ เพื่อแบ่งหน้าที่งานแต่ละฝ่ายล่วงหน้า อะไรที่จำเป็นต้องจ่ายเงินเอง เผยสาเหตุสนามกีฬากองทัพอากาศที่ใช้แข่งซีเกมส์สวยสะดุดตา เพราะสมาคมรักบี้ทุ่มเงินเอง บางส่วน ได้รับความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย และที่สำคัญได้รับความร่วมมือจาก ”บิ๊กแจ๊ส“ พล.ต.ท คำรณวิทย์ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี  และ กองทัพอากาศ 

หลังจากที่มีดราม่าเกี่ยวกับสนามแข่งซีเกมส์ 2025 หลายๆกีฬาไม่สวยงาม ทว่าของกีฬารักบี้นั้นได้สวนกระแส เนรมิตสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ที่จะใช้แข่งกีฬารักบี้ซีเกมส์ได้อย่างสวยงาม พื้นสนามดี หญ้านุ่ม พร้อมแข่ง

”บิ๊กต้น“ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่สนามแข่งรักบี้ซีเกมส์ คือสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) สวยงามแบบนี้ เพราะสมาคมมีการเตรียมความพร้อมหลายเดือน โดยได้ทุ่มงบประมาณของสมาคมในการปรับปรุงสนามเอง และยังมีบางส่วนที่ได้รับความร่วมมือจาก ภาคส่วนต่างๆ เช่น พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ให้การสนับสนุน ซ่อมแซม ห้องนํ้าให้ รวมถึง กองทัพอากาศ ที่ให้กรมสวัสดิการ ทอ. มาร่วมด้วยช่วยกัน เช่นการปรับปรุง ทาสี อัฒจรรย์ให้ใหม่ทั้งหมด จึงทำให้สนามกีฬากองทัพอากาศตรงตามมาตรฐานของกีฬารักบี้และ สวยงาม อย่างที่เห็นและ ยังมีสนามซ้อม ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมรักบี้ฯ โดยสมาคมฯ จ่ายค่าใช้จ่ายปรับปรุงเองด้วยเช่นกัน

พ.ต.ท.กุลธน ยังเผยว่า ในเรื่องการปรับปรุงสนามตนได้มอบหมายให้ ร.อ.ประชา ศรีธวัชพงศ์ ประธานฝ่ายกิจการพิเศษสมาคมรักบี้ เป็นคนดำเนินการดูแลเรื่องนี้ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมและเจ้าหน้าที่สมาคมทุกคน ช่วยเหลือดำเนินการ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ พลตรี อนุมาศ พินิจชอบ อุปนายกสมาคมรักบี้ ที่เป็นคนประสานของใช้สนามกองทัพอากาศ และต้องขอขอบคุณทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สนามกีฬากองทัพอากาศสวยงามและพร้อมกับการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์

นอกจากนี้ “บิ๊กต้น” ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดศึกรักบี้เอเชียซีรีส์ ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุดของเอเชียมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทำให้เรามีประสบการณ์ในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นอย่างมาก ทั้งเวิลด์รักบี้ และ เอเชียรักบี้ ก็ชื่นชมทุกครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของพวกเรา โดยใช้งบประมาณที่จํากัด ซึ่งผมขอยืนยันตรงนี้ว่าศึกรักบี้ซีเกมส์ สมาคมฯ มีความจำเป็นต้องตัดสินใจที่จะจ่ายเงินของสมาคมฯเอง เพื่อหน้าตา ของประเทศชาติและสมาคมฯ

“ผมได้เดินทางไปตรวจสนามด้วยตัวเอง เมื่อ 2 เดือนก่อน และ ร่วมประชุมวางแผน ประสาน กับ ผู้จัดการสนามกีฬากองทัพอากาศ นาวาอากาศเอก ธาตรี ทองประดับ และ นาวาอากาศโท คงเดช เนตรนี ตั้งแต่เตรียมสนาม ขอปิดสนามห้ามใช้ ปรับปรุงสนาม ใช้งบประมาณเท่าไร ห้องนํ้าที่ทรุดโทรมจะทำอย่างไร ของบประมาณไปแล้วก็ไม่ผ่าน จนถึงสนามซ้อม ตามสถานที่ต่างๆ สมาคมต้องเป็นผู้บริหารจัดการเองทั้งสิ้น

รวมถึงระบบการจัดการแข่งขัน ที่สมาคมต้องรับผิดชอบเองอยู่แล้วเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นและเป็นมาตรฐานสากล และเป็นหน้าตาของประเทศชาติ เราแบ่งหน้าที่กับ เทคนิคซีเกมส์อย่างชัดเจน เพราะเราไม่ได้งบประมาณ การดำเนินการมาทั้งหมด จึงจำเป็น ต้องจ่ายเองในบางส่วนดังที่กล่าวมาแล้ว“

“ผมไม่ได้พูด เพื่อจะเอาหน้า แต่ ทุกสิ่งทุกอย่างคือความจริง ของการร่วมมือ และการขอความช่วยเหลือ จากทุกภาคส่วน ดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้าไม่มีหรือไม่ได้รับความร่วมมือการจัดการแข่งขันรักบี้ ในซีเกมส์ในครั้งนี้ ก็คงไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เห็นครับ ขอขอบคุณ และยก คำชม เหล่านั้น ให้ทุกๆคน และทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมครับ” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

สำหรับการแข่งขันรักบี้ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ซึ่งเป้าหมายของทีมรักบี้ไทย ตั้งเอาไว้ที่ 2 เหรียญทอง