“บิ๊กต้น” ใช้โอกาสการแข่งขัน รักบี้ซีเกมส์ สร้างกระแส inspiration สร้าง Idol ให้กับเด็กๆ เยาวชนโดยจะมอบประสบการณ์พิเศษให้แก่เยาวชนจากต่างจังหวัด มีคำสั่งมอบหมายประธานภาค ทั้ง 4 ภาค ให้พาเด็กๆเยาวชน ในพื้นที่มาชมรักบี้ซีเกมส์

สมาคมฯ พร้อมดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง บางส่วน เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ในเกมแห่งศักดิ์ศรีของอาเซียน นอกจากนั้น ก็จะชูระบบจัดการแข่งขันให้ ยิ่งใหญ่ เทียบเท่าเอเชียซีรีส์ที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพ

โดยแต่งตั้ง ร.อ ประชา ศรีธวัชพงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เข้ามาดู ในรายละเอียดของ การจัดการแข่งขัน อีกชั้นนึง นอกจาก คณะกรรมการฯ ที่ได้ รับการแต่งตั้งไปแล้ว

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้แห่งอาเซียน และ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งในการที่สมาคมรักบี้ของไทยจะต้องดูแลเรื่องการจัดการแข่งขัน รักบี้ซีเกมส์ ซึ่งเราเป็นเจ้าภาพ

โดยได้เปิดเผยว่า หลังจากประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนตุลาคม ได้มีการติดตามความพร้อมของฝ่ายต่างๆ ในการเตรียมเป็นเจ้าภาพรักบี้ซีเกมส์ ซึ่งตนได้ย้ำกับทุกฝ่ายและทุกคณะทำงานว่าต้องจัดการแข่งขันให้ดีที่สุดเทียบเท่ากับศึกเอเชียซีรีส์ ที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะ ระบบการรักษาความปลอยภัย และการต้อนรับเพราะในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจาก สุลต่าน จากประเทศ มาเลย์เซีย และ vip จากประเทศสมาชิกต่างๆในเอเชีย จะเข้าร่วมชมการแข่งขัน ทั้ง 2 วัน

เนื่องจาก ผมในฐานะ ประธานสหพันธ์ รักบี้ อาเซียน จะได้เชิญ สมาชิก ในอาเซียน และ สมาชิก อีสต์เอเซีย ซึ่งพึ่งได้เซ็น สัญญา mou ความช่วยเหลือ กันที่ ลอนดอน เมื่อเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา มาร่วมประชุม กันครั้งแรก ที่กรุงเทพ พร้อมทั้ง ชม รักบี้ซีเกมส์ ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีความพร้อมสุดๆ ทั้ง การจัดการแข่งขัน การจัดประชุม และการเตรียมความพร้อมของทีม ที่ตั้งเป้า ไว้ 2 เหรียญทอง

พ.ต.ท.กุลธน ยังกล่าวต่อว่า นอกจากระบบการจัดการที่จะต้องทำให้ดีที่สุดเพราะเป็นหน้าตาของประเทศไทย อีกเรื่องที่จะต้องฝากประธานภูมิภาคทั้ง 4 คน หากเด็กๆและเยาวชน ในพื้นที่ต่างจังหวัดในความรับผิดชอบมีความต้องการจะเดินทางมาชมรักบี้ซีเกมส์ในวันที่ 13-14 ธ.ค.2568 ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ

ทางสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะดูแลค่าใช้จ่ายการเดินทางให้บ้างส่วน ซึ่งตนมั่นใจว่าศึกรักบี้ซีเกมส์เป็นแมตช์ที่สำคัญระดับประเทศ และเป็นศักดิ์ศรีของไทยที่ต้องทำให้ได้ 2 เหรียญทอง ดังนั้นเราจึงจำเป็น ต้องใช้โอกาสนี้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน เพื่อเข้ามาเล่นรักบี้ ให้เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันสมาคมฯ จะสามารถ ทำเรื่องนี้ได้ตามวัตถุประสงค์ และ เป้าหมายแล้วก็ตาม

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่เปิดให้กองเชียร์เข้าชมซีเกมส์ฟรีทุกสนาม ทำให้สมาคมพร้อมที่ใช้การแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ ในการปลุกกระแสกีฬารักบี้ ก็อยากจะขอเชิญชวนประชาชน และ เด็กๆ โรงเรียน ที่เล่นรักบี้ ในพื้นที่กทม และ ไม่ได้เล่นแต่ อยู่ในพื้นที่ ใกล้เคียงสนามกีฬากองทัพอากาศ ย่านลำลูกกา เข้ามาชมมาเชียร์และให้กำลังใจนักรักบี้ทีมชาติไทยเพื่อคว้าชัยชนะมาสู่ประเทศชาติของเรา“ พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2568 พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเงินจากกองทุนรักบี้ตำรวจ เป็นรางวัลและขวัญกำลังใจให้แก่ทีมรักบี้ 7 คนทีมชายและทีมหญิง ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในศึกรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รายการ “เอเชีย รักบี้ เอเมิเรตส์ เซเว่นส์ ซีรีส์ 2025″ สนามสุดท้าย ที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568  พร้อมทั้งให้กำลังใจนักกีฬาทั้ง 2 ทีมในการสู้ศึกนานาชาติต่อไป

ในการแข่งขันรายการดังกล่าว ทีมหญิงไทย เอาชนะฮ่องกง 10-5 จุด คว้าอันดับ 3 และได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ สมัยที่ 4 ติดต่อกัน  ด้านทีมชาย เอาชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 26-12 จุด จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ส่งผลให้ตารางคะแนนรวมทั้ง 2 เลก ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 ของตาราง ทำให้รอดตกชั้นในปีนี้

“บิ๊กต้น” สุดปลื้มทีมรักบี้สาวไทยรั้งที่ 3 เอเชีย คว้าตั๋วไปเวิลด์ชาเลนจ์สมัยที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนทีมชายสู้สุดใจทำอันดับจากโซนอันตรายขึ้นมาอยู่กลางตารางได้สำเร็จ ผลงานตามเป้าและยอดเยี่ยมแบบนี้ ส.รักบี้ และ “พล.ต.อ.กรไชย” อุปนายกสมาคม อัดฉีด 2 ทีมรวม 4 แสนบาท มุ่งเป้าต่อล่า 2 ทองศึกซีเกมส์

การแข่งขันรักบี้ 7 คนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย รายการ Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 สนามสุดท้าย ที่ประเทศศรีลังกา ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิงลงชิงชัยตามเป้าหมายคือทีมหญิงต้องติดอันดับ 1-3 เพื่อได้สิทธิ์ไปเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ ส่วนทีมชายนั้นอย่างน้อยต้องจบอันดับ 1-6 เพื่ออยู่รอด

โดยทีมชายไทยนั้นอยู่กลุ่มบี ร่วมกับ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกมแรกหนุ่มไทยต้านญี่ปุ่นไม่ไหวแพ้ไป 0-47 จุด แต่ในเกมที่สองและสาม หนุ่มไทยงัดฟอร์มเด็ดไล่ต้อน ยูเออี 17-5 จุด และ ชนะ ไต้หวัน 26-12 จุด จบด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่มบี แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะได้เป็นอันดับ 2 ที่ดีที่สุดจากทั้ง 3 กลุ่ม แต่ยังได้เข้าชิงอันดับที่ดีที่สุดคืออันดับ 5

ในรอบชิงอันดับ 5 นั้น ด่านแรกหนุ่มไทยไล่ถล่ม สิงคโปร์ แบบขาดลอย 32-0 จุด เข้าไปชิงอันดับ 5 กับคู่ปรับเก่าอย่าง ยูเออี ที่ชนะ ฟิลิปปินส์ 17-10 จุด ซึ่งรูปเกมในรอบชิงอันดับ 5 ทั้งสองทีมเล่นกันได้สูสี แต่หนุ่มไทยทำได้เหนือกว่าย้ำชัยได้ชนะไป 26-12 จุด จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ส่งผลให้ตารางคะแนนรวมทั้ง 2 เลก หหนุ่มไทยจากรองบ๊วยอันดับ 11 ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 7 ของตาราง ทำให้รอดตกชั้นในปีนี้

ด้านทีมหญิงไทยรอบแรกอยู่กลุ่มซี ร่วมกับ ฮ่องกง, สิงคโปร์ และ ศรีลังกา ซึ่งทัพสาวไทยก็ทำผลงานดีเอาชนะได้ทุกทีมไล่ตั้งแต่ต้อนฮ่องกง 17-5 จุด ถล่ม สิงคโปร์ 38-0 จุด และ ศรีลังกา 43-0 จุด เข้าไปรอบรองชนะเลิศพบกับ จีน แล้วก็เหมือนหนังม้วนเดิม เมื่อสาวไทยต่อสู้กับสาวหมวยใหญ่ได้อย่างสนุกสูสีจากที่ตามหลังห่าง ไล่ทำแต้มไล่ขึ้นมา 17-19 จุด แต่ก็ไม่ทัน จบลงด้วยสกอร์นี้ ต้องลงไปชิงอันดับ 3 กับ ฮ่องกง ที่โดน ญี่ปุ่นถลุงมา 0-31 จุด

รอบชิงอันดับ 3 ของสาวไทยลงสนามด้วยความมั่นใจจากผลงานที่ผ่านมา โดยไทยได้วางทรัยก่อนขึ้นนำ 5-0 จุด หลังจากนั้นเกมในสนามเริ่มดุเดือด รอบสนามด้านนอกบรรดาสต๊าฟโค้ชเริ่มตึงเครียด แม้จะนำอยู่แต่ก็ไม่น่าไว้ใจ จนสุดท้ายสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นจริงเมื่อไทยมาเสียทรัยในช่วงท้ายเกมทำให้เสมอกัน 5-5 จุด จนหมดเวลา

ต้องต่อเวลาพิเศษ ในช่วงนี้ถือว่าบีบหัวใจทั้ง 2 ฝ่าย แล้วโชคก็เข้าข้างสาวไทยเมื่อผู้เล่นฮ่องกงแท็กสูงเข้าที่คอ โดนใบเหลือง ทำให้ไทยได้เปรียบตัวผู้เล่น และก็ฉวยโอกาสนี้ เมื่อ “น้องแนน” รักษิณา นาวาแก้ว ได้ลูกจากริมเส้นแล้ววิ่งโยกหลอกและกระชากเข้าไปวางทรัย ช่วยให้ไทยเอาชนะไป 10-5 จุด คว้าอันดับ 3 และได้สิทธิ์เข้าไปเล่นในศึกเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ สมัยที่ 4 ติดต่อกัน

หลังจบเกม “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แม้จะไม่ได้เดินทางไปกับทีม แต่ก็นั่งเฝ้าจอดูถ่ายทอดสดทุกแมตช์ กล่าวว่า ไม่รู้จะหาคำพูดไหนได้เลย เพราะรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ทั้ง 2 ทีมทำตามเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จ โดยก่อนไปแข่งขันสนามสุดท้ายรู้สึกเครียดและกดดันมาก แต่ครั้งนี้ ลูกหลานทั้ง 2 ทีม ทำให้ผมและคนไทยทุกคนมีความสุขจริงๆ เนื่องจากผลงานสนามแรกไม่ค่อยดี ทำให้สนามที่ศรีลังกาทุกอย่างมันบีบคั้นให้เราต้องชนะให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามเป้าทีมชายอยู่รอดในตำแหน่งที่ 5 แต่ overall standing อยู่ใน อันดับ 7 กลางตาราง ส่วนทีมหญิงได้ไปต่อกับเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์ ที่สามารถชิง อันดับ 3 เอเซีย กลับมาได้ ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก มันดีใจแบบสุดๆครับ

พ.ต.ท.กุลธน ยังกล่าวต่อว่า นักกีฬาทุกคนเล่นได้ดีเยี่ยมมาก ทีมชายโชว์ทีมเวิร์คความแข็งแกร่งทักษะชั้นเชิงยอดเยี่ยม แน่นอนเราแพ้ญี่ปุ่นที่เป็นทีมระดับโลกอันนี้ไม่เสียใจ และเป็นแผนที่โค้ชเย้ได้วางไว้ แต่หลังจากนั้นเราเก็บได้หมดทุกทีมชนะรวดจนได้อันกับ 5 อันนี้ชื่นชม รวมถึง John Doe ผู้เล่นตัวใหม่ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวและสามารถเล่นเข้ากับเพื่อนร่วมทีม ได้อย่างยอดเยี่ยม และ ศรุต จันดา กัปตันทีมที่ทุ่มเทและ เป็นหลักของทีมได้มากๆ ส่วนทีมหญิงบอกเลยว่าใจสู้สุดๆ แม้กระทั่งเสียขวัญ ที่พึ่งแพ้จีนมา 2 จุด และ ด้วยสถานการณ์ที่ บีบมาก หลายคนงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ในสนามนี้ มีเกมรุกที่ดี เกมรับไม่ต้องพูดถึงทุกคนช่วยกันแท้คเกิ้ล แบบสวมหัวใจนางสิงห์ ช่วยกันเล่น ช่วยกันแท้ค ทุกคนยอดเยี่ยมมาก และ ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ รักษิณา นาวาแก้ว รองกับตันทีม ทัวร์นาเมนต์นี้ เค้าคือ mvp จริงๆ ทรัยสุดท้ายต้องบอกว่าสุดยอดจริงๆ นั่นคือความสามารถเฉพาะตัว ( individual skill) ที่กลับมาเราต้องเสริมให้กับผู้เล่นคนอื่นๆด้วย

“บิ๊กต้น” ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยความยอดเยี่ยมของทั้ง 2 ทีมสมาคมจะมอบเงินอัดฉีดให้ทีมชาย 1 แสนบาท และ ทีมหญิง 1 แสนบาท ส่วน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมรักบี้ได้มอบอัดฉีดให้อีกทีมชาย 1 แสนบาท และ ทีมหญิงอีก 1 แสนบาท ทำให้ทั้ง 2 ทีมจะได้อัดฉีดทีมละ 2 แสนบาท และได้ข่าวมาว่า ผจก ทีม ทั้ง 2 ทีม คุณประวิทย์ และ คุณ สุทรรศนีย์ จะเพิ่มให้อีกคนละ 1 แสน บาท ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าครับ และที่สำคัญต้องขอขอบคุณ นายไพฑูรย์ มหาพัณณาภรณ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคลอมโบ ที่ดูแลนักกีฬาทีมชาติไทยและมาเชียร์ทั้ง 2 วัน สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่นักกีฬาเป็นอย่างมาก และขอบคุณ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ที่ปรึกษาสมาคม ที่เป็นหัวหน้าคณะ รวมถึง สุทรรศนีย์ ภานุประภา ผู้จัดการทีม, พลตรีหญิง นาฏฐินี กลัมพสุต ผู้ช่วยผู้จัดการทีม รวมถึง โค้ช สต๊าฟโค้ช เจ้าหน้าที่ทีม นักกายภาพ และทุกๆคนที่มีส่วนกับความสำเร็จนี้ จากนี้ไปก็จะมุ่งเป้าไปที่ซีเกมส์ไล่ล่า 2 เหรียญทองต่อ และ ทีมหญิง ต้องวางแผน ไป เวิลด์ ชาเลนจ์ต่อ ซึ่งน่าจะได้น้องเนยกลับ มาช่วยทีม พอดี “ พ.ต.ท. กุลธน กล่าว

ความเคลื่อนไหวของทีมรักบี้ 7 คนทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิง ล่าสุดได้เดินทางไปประเทศศรีลังกา เพื่อทำศึกรักบี้ 7 คน Asia Rugby Emirates Sevens Series 2025 Round 2 ระหว่างวันที่ 18-19 ต.ค.2568 โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วย นายสุภรัตน์ อัลภาชน์ รองหัวหน้าคณะเดินทาง และ นายอรรถพล วงศ์รัตน์ ผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาทีมชายร่วมเดินทาง

สำหรับรายชื่อทีมชายมีดังนี้ นายพชร พลปัถพี, จ่าเอก นพสิทธิ์ กลัดกระยาง, จ่าอากาศเอก ศรุตจันดา, ร้อยตำรวจโท อรรณพ อินพรม, นายเกิดเก้า เวชโชกิตติกร, MR.DOH MOO K’PAW , ร้อยตำรวจเอก พีระพล ชูควร, นายรัชชานนท์ จิตต์ภาวนาสกุล, พันจ่าตรี ธนกฤต จักรไชย, นายธนโชติ อเนกจินต์, ร้อยตำรวจเอก วุฒิกร แก้วเขียว, ว่าที่ร้อยตำรวจโท ธณวิน ธนธนินทร, จ่าโท วิชญ์พล เดชมณี โดยมี นาวาเอกฐัญวิทย์ เครือสินธ์ เป็นผู้ฝึกสอน, เรือเอก ธนวัตร แจ่มกระจ่าง ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นายศรัณย์ วิจิตรภูมิ นักกายภาพบำบัด และ นายสุทธิกร อาภานุกูล นักเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ขณะที่รายชื่อทีมหญิงมีดังนี้ วรรณรี มีโชค, รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์, ธนาภรณ์ หวลคิด, รักษิณา นาวาแก้ว, ธนัชพร หวานดี, นันทัชพร ยอดยา, พรรณพัสษา ใจจริม, นราทิพย์ มณีสัย, สลินดา แผ่ความดี, ภัณฑิรา ไชยเกตุ, เดียน อาคัวจา, ดารินทร์ จันทมาลา, พรนภา นารถโสภา โดยมี สุทรรศนีย์ ภานุประภา เป็นผู้จัดการทีม, พลตรีหญิง นาฏฐินี กลัมพสุต ผู้ช่วยผู้จัดการทีม, MR.LOTE RAIKABULA เป็นผู้ฝึกสอน, MR.HITOSHI IPPONSUGI ผู้ฝึกสอนนักเสริมสร้างกล้ามเนื้อ, เรือเอก วรงค์กรณ์ คำเกิด ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน, นางสาวปฐวีณา แก้วแจ้ง นักกายภาพบำบัดและ นายอนุรักษ์ ชัยสัตรา เจ้าหน้าที่ประจำทีม

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ให้กำลังใจนักกีฬาทั้ง 2 ทีม และขอให้นักกีฬาทุกคนเล่นให้ดีที่สุด สู้ให้เต็มที่ ให้สมกับการเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย และคว้าชัยชนะกลับมาสู่ประเทศไทย

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงไปเยี่ยมและให้กำลังใจทีมผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในศึกรักบี้ 7 คน ชิงแชมป์ประเทศไทย พร้อมทั้งขอบคุณทีมกรรมการทุกคน ที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีตลอดทั้ง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฯ ขอร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬารักบี้ฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ที่ได้รับการเข้าบรรจุเป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร สังกัดกองทัพเรือ ยศ “เรือตรี” ได้แก่ “เจ้าเจ” เรือตรี อดิเทพ เกียรติพัฒนาชัย

สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฯ ขอร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬารักบี้ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่ได้รับการเข้าบรรจุเป็นข้าราชการ สังกัดกองทัพเรือ ประจำปี 2568 จำนวน 3 นาย ได้แก่

1.นางสาวรักษิณา นาวาแก้ว “น้องแนน”

2.นางสาวนันทัชพร ยอดยา “น้องพิม”

3.นางสาวพรรณพัสษา ใจจริม “น้องเอิน”

สหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARF) ลงนามความร่วมมือ MOU กับ 5 ประเทศเอเชียตะวันออก ที่มี ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฮ่องกง และ กวม เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการรักบี้เอเชียให้แข็งแกร่งและยกระดับให้เทียบชั้นเวทีโลก

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2568 ที่ โรงแรมรอยัลการ์เดน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งฝั่งสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งอาเซียน นำโดย พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วย ซันนี่ เซ ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลสิงคโปร์, เอด้า มิลบี้ ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลฟิลิปปินส์, ฟาห์มี จาลิล เลขาธิการสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลมาเลเซีย, ยุดา รามอน ผู้แทนสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลอินโดนีเซีย, ชูชัย ปัญญานุวงศ์ กรรมการสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลลาว และ เคน ผู้แทนสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลบรูไน

ส่วน 5 ประเทศจากเอเชียตะวันออก มี เจฟฟรีย์ ชาง ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลจีนไทเป, สตีฟ แกรนแธม เหรัญญิกสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลกวม, คริสโตเฟอร์ บรู๊ค ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลฮ่องกง-จีน, มาซาโตะ ซึชิดะ ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลญี่ปุ่น และ ซอง วอน ซารา พาร์ค รองประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลเกาหลีใต้ โดยมี ผู้แทนจากเวิลด์รักบี้ อย่าง เดวิด คาริกี้ Chief of International Federation World Rugby, แคร์ บาเรล และ ริดซัล ซาอัด พร้อมด้วย พัชรพล เผดิมปราชญ์ ที่ปรึกษา เอกอัครราชทูต ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน และ จิรกานต์ เพชรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายการพาณิชย์) เป็นสักขีพยาน ในครั้งนี้

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฮ่องกง และ กวม ที่เข้ามาร่วมกับประเทศจากอาเซียน เพื่อช่วยกันพัฒนาวงการรักบี้ของทั้ง 2 โซนเอเชีย และต้องขอขอบคุณ สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ลาว และ บรูไน ที่พวกเราช่วยกันก่อตั้งเป็นสหพันธ์รักบี้อาเซียนขึ้นมา โดยมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือการพัฒนากีฬารักบี้ในแถบกูมิภาคบ้านเรา และ สามารถที่จะสู้กับทีมระดับ เอเชีย และ ระดับโลกได้

ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในการจับมือกันของ 2 ภูมิภาคเอเชีย เพราะทั้ง 2 โซนก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเราเอาข้อดีของแต่ละประเทศมาแลกเปลี่ยนกัน ก็จะช่วยให้แต่ละชาติแข็งแกร่งขึ้น ในอดีตนั้น ฝั่งเอเชียตะวันออก กับ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งเอเชีย ซึ่งวันนี้เราดีใจมาก ที่ได้เห็นความร่วมมือแบบนี้อีกครั้ง

การที่ทั้ง 2 ภูมิภาคเอเชียจับมือกัน ก็เพื่อที่จะบริหาร จัดการกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่นการพัฒนากีฬารักบี้ในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากในปัจจุบันมีประเทศที่เป็นสมาชิกของเอเชียรักบี้มากขึ้น ทำให้ไม่สามารถที่จะรอ ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จาก เอเซีย รักบี้ได้ นี่ก็คือแผนในการช่วยเหลือตัวเอง และ พี่น้องในภูมิภาคอาเซียน ที่ผมเป็นประธานอยู่ อีกทั้งฝั่งโซนตะวันออก กับ อาเซียน ก็มีความต้องการที่จะพัฒนาร่วมกัน โตไปด้วยกัน จึงมีแนวความคิดที่ตกผลึกร่วมกันตาม mou มีหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ที่ต้องการสร้างกีฬารักบี้, ต้องการสร้างทีมชาติของตัวเองให้เข้มแข็ง ต้องการสร้างระบบการสร้างตั้งแต่เยาวชน, ต้องการพัฒนาทีมหญิง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก หรือยุทธศาสตร์ ของ เวิลด์รักบี้ จะเห็นได้จากการประชุม 17 World Rugby general Assembly ครั้งนี้

อันนี้ก็สำคัญกับไทยเรา ที่มีทีมหญิง ที่แข็งแกร่ง พอที่จะช่วยซ้อม หรือ ถ่ายทอดเรื่องต่างๆให้ได้ และที่สำคัญ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็มีการพัฒนารักบี้ อย่างรวดเร็ว นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเราต้องมาจับมือกันและพัฒนาร่วมกัน ประเทศไหนมีจุดเด่นตรงไหนก็นำมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่าง ญี่ปุ่น มีระบบอะคาเดมี่ ที่ดีเยี่ยม เราต้องเรียนรู้จากญี่ปุ่น หรือ ฮ่องกง กับ สิงคโปร์ มีระบบการจัดการแข่งขันที่ดีระดับเวิลด์ซีรีส์ รวมไปถึงด้านต่างๆ เช่น การเสริมสร้างร่างกาย เทคโนโลยี และ วิทยาศาสตร์การกีฬา ในส่วนนี้ก็จะช่วยกันพัฒนา รวมไปถึงประเทศที่กำลังพัฒนากีฬารักบี้ หรือ อยากจะมีกีฬารักบี้ ทางพวกเราก็จะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะจัดลีกของชาติสมาชิก เป็นแบบประเภท 15 คน หรือ 7 คน ก็ต้องดูความเหมาะสม โดยการแข่งขันนี้อาจจะทำเรื่องไปถึงเวิลด์รักบี้ว่าขอการรับรอง เพราะถ้าเรามีแมตช์แข่งขันก็จะช่วยให้มีการพัฒนาวงการรักบี้เอเชียของทั้ง 2 ภูมิภาคได้ดีมากขึ้น ซึ่งพวกเราจะต้องแข็งแกร่งไปพร้อมกันเพื่อพร้อมสำหรับการแข่งขันในเวทีระดับโลก

“ผมได้พูดคุยกับทั้ง 5 ประเทศของเอเชียตะวันออก ซึ่งพวกเขามีความยินดีมาก ที่จะเข้ามาร่วมกับกลุ่มชาติอาเซียน ให้การช่วยกันพัฒนากีฬารักบี้ของทั้ง 2 ภูมิภาค ผมในฐานะประธานสหพันธ์กีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARF) มีความภาคภูมิใจ และดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้ทำดิวนี้สำเร็จ เห็นความสามัคคีของทั้ง 2 ภูมิภาคเอเชีย และเชื่อว่าสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแลกเปลี่ยนความรู้ของแต่ละประเทศซึ่งกันและกันก่อนที่จะมีสเต็ปต่อไป” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว

“บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน นำทีมเซ็น MOU กับ 5 ประเทศเอเชียตะวันออก ในการลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนากีฬารักบี้ของทั้ง 2 ภูมิภาคของเอเชีย

สหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน (SEARF) โดย “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์ เคลื่อนไหวแล้ว ก้าวแรกก็สะเทือนวงการรักบี้เอเซีย โดยได้เตรียมลงนามความร่วมมือกับ 5 ประเทศจากโซนเอเชียตะวันออก มี ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และ กวม ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีเมื่อ 2 ภูมิภาคจับมือเป็นพันธมิตรกัน โดยการลงนามครั้งสำคัญนี้จะมีขึ้นในวันที่ 25 ก.ย.2568 โรงแรมรอยัลการ์เดน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ได้มีการก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน (SEARF) มี พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นั่งประธานคนแรก แล้วได้มีการจัดแข่งรักบี้ 15 คน ยูเนียนคัพของชาติสมาชิก ซึ่งผลตอบรับดีเกินขาด ทำให้อีก 5 ประเทศจากโซนตะวันออกเข้ามาร่วมทำ MOU

การที่สหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน ได้ ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และ กวม มาเป็นพันธมิตร ก็ถือว่าครึ่งหนึ่งของเอเชีย ผนึกกำลังร่วมใจอย่างเหนียวแน่น ญี่ปุ่น ได้ชื่อว่าเบอร์ 1 รักบี้ทวีปเอเชียลงแข่งชิงแชมป์โลกมาแล้ว มีความโดดเด่นระบบเยาวชน และ ลีกอาชีพ ส่วน ฮ่องกง สปอร์ตเอนเตอร์เทนเจ้าภาพเวิลด์ซีรีส์ “ฮ่องกงเซเว่นส์” ที่ดีที่สุด พร้อมสนามแห่งใหม่จุคนได้ครึ่งแสน

นอกจากนี้ เกาหลีใต้, ทีมชาย ก็เคยทะลุเข้าโอลิมปิคมาแล้ว ส่วนไต้หวัน และ กวม ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างออกไป ทำให้เมื่อนำข้อดีของแต่ละ 5 ประเทศ มาแลกเปลี่ยนกับข้อดีของประเทศในกลุ่มอาเซียน ทำให้ยูนิตี้ของรักบี้เอเชียฝั่งตะวันออกเข้มแข็งมากขึ้น และในอนาคตจะมีโครงการพัฒนาร่วมกันอย่างแน่นอน

ส่วนรายนามในการเซ็น MOU วันที่ 25 ก.ย.2568 มีดังนี้ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ประธานสหพันธ์รักบี้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เจฟฟรีย์ ชาง ประธานสหพันธ์รักบี้ฟุตบอลจีนไทเป, สตีฟ แกรนแธม เหรัญญิก สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลกวม, คริสโตเฟอร์ บรู๊ค ประธาน สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลฮ่องกง-จีน, มาซาโตะ ซึชิดะ ประธาน สหพันธ์รักบี้ฟุตบอลญี่ปุ่น และ ซอง วอน ซารา พาร์ค รองประธาน สหพันธ์รักบี้เกาหลีใต้

ส่วนจีน กำลังดำเนินการประสานกันอยู่ เนื่องจากพึ่งได้ นายกฯ คนใหม่ ทั้งนี้รวมถึง สมาชิก SEARF คือ SUNNY SEAH ประธานสหพันธ์รักบี้สิงคโปร์, Ada Milby ประธานสหพันธ์รักบี้ฟิลิปปินส์, Fahmy Jalil ตัวแทน สหพันธ์รักบี้มาเลเซีย, Yudha Ramon ผู้แทนสหพันธ์รักบี้อินโดนีเซีย, Xouchai Panyanouvong กรรมการสหพันธ์รักบี้ลาว และ Ken ผู้แทนสหพันธ์รักบี้บรูไน

หลังจากที่สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดึง “โลเต้ ไลคาบูร่า” อดีตทีม “ออลแบล็คส์” นิวซีแลนด์ กลับมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยอีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทีมรักบี้สาวไทยอันดับเอเชียขึ้นๆลงๆระหว่าง 3 กับ 4 ซึ่งในปี 2025 ทางเอเชียรักบี้ได้มีการปรับรูปแบบการแข่งขัน Asia Rugby Emirates Sevens Series และทางเวิลด์รักบี้ได้ทำการลดโควต้าทีมจากเอเชียในการเข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์เหลือเพียง 1 ทีมเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมี ญี่ปุ่น กับ จีน เข้าไปเล่นในเวิลด์ซีรีส์ ทำให้ทีมอันดับ 3 เอเชีย จะได้เข้าไปเล่นในเวิลด์รักบี้ชาเลนจ์ซีรีส์

โลเต้ ไลคาบูร่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักบี้ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ตนกลับมาคุมทีมชาติไทยในรอบเกือบ 2 ปี นักกีฬาหลายคนก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีสต๊าฟทีมเพิ่มมากขึ้น และมีนักกายภาพที่ดูแลเต็มเวลา ทำให้ตนกลับมารอบนี้ทีมรักบี้หญิงไทยมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงแรกก็ต้องมีการปรับจูนบ้าง แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวกันได้แล้ว ส่วนเด็กใหม่ดาวรุ่ง ที่ยังไม่เคยได้ร่วมงานด้วยก็ถือว่าเขาพยายามแสดงศักยภาพออกมาให้เห็น โดยมีกลุ่มพี่ๆ อย่าง ธนัชพร หวานดี, ธนาภรณ์ หวลคิด หรือ รัตนาภรณ์ วิทยารณยุทธ์ ที่คอยประคองน้องๆดาวรุ่ง เป็นการผสมผสานที่ลงตัวมากในปีนี้

โลเต้ ยังเผยต่อว่า ช่วงเวลาที่เขาหายไป ทีมหญิงไทยก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบาก บางสนามจบอันดับ 4 แต่มาหนนี้ ตนมั่นใจในระบบและแท็กติกใหม่ๆ ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนทีมหญิงไทยอีกครั้ง เพราะจากการวิเคราะห์แล้วคู่แข่งไทยในเอเชียก็พัฒนาขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากในการกลับมาคุมทีมรอบนี้กับเป้าหมายพาทีมหญิงไทยรั้งที่ 3 เอเชียแบบไร้คู่ต่อกร ส่วนการทำงานร่วมกับ ฮิโตชิ อิโปนซูกิ ก็มีความรอบรื่นดี เพราะตนเคยทำงานอยุ่ที่ญี่ปุ่นทำให้รู้ถึงวัฒนธรรมและสไตล์การทำงานของญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และทีมสต๊าฟที่เก่งอีกหลายๆคน ที่มีส่วนช่วยครั้งนี้ได้เยอะมาก

“สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้ทีมรวมเป็นหนึ่งเดียวคือความมุ่งมั่นตั้งใจของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมรักบี้ ที่ดึงผมกลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้ง ซึ่งผมก็มีแนวทางใหม่ๆที่จะยกระดับทีมชาติไทยอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณท่านนายกที่ทำงานหนักมากๆ ช่วยซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ทั้งทีมหญิงและทีมชาย รวมทั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม และผู้จัดการทีมชาติไทย” โลเต้ กล่าว